“สำเร็จแล้ว!”
เซียวเยี่ยพลันเกิดความปีติขึ้นในใจ
เขาเปิดหน้าต่างพร์ของตนเองขึ้นมาดูพบว่าจากเดิมที่มีเพียงพร์ เทวลักษณ์บกพร่อง อยู่อย่างเดียว
บัดนี้ได้ปรากฏคุณสมบัติเสริมพลังป่าเถื่อนระดับ D เพิ่มขึ้นมาจริงๆ!
และผลลัพธ์ของมันก็ช่างเรียบง่ายและทรงพลัง...ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 100 แต้ม
การยกระดับ1ระดับ ปกติจะให้แต้มสถานะอิสระเพียง 5 แต้มเท่านั้น
ทว่าทักษะพลังป่าเถื่อนเพียงอย่างเดียวกลับเพิ่มความแข็งแกร่งให้เซียวเยี่ยถึง 100 แต้ม!
และนี่เป็เพียงระดับต่ำของพลังป่าเถื่อนเท่านั้น
เซียวเยี่ยเปิดหน้าต่างคุณสมบัติของตนเองดูพบว่าในช่องค่าสถานะที่เคยมีค่าความแข็งแกร่งน่าเวทนาเพียง 5 แต้ม บัดนี้พุ่งทะยานไปถึง 105 แต้มแล้ว!
นี่เทียบเท่ากับการยกระดับถึง20ระดับในคราวเดียว!
สำหรับอาชีพสายต่อสู้ระยะใกล้ส่วนใหญ่ค่าความแข็งแกร่งย่อมเชื่อมโยงโดยตรงกับพลังโจมตี
และในยามนี้เซียวเยี่ยที่มีความแข็งแกร่งถึง 105 แต้ม
พลังโจมตีของเขาจึงพุ่งขึ้นไปถึง135แต้ม!
“นี่สินะ... รสชาติของการได้รับเครื่องเซ่นสังเวย?”
เซียวเยี่ยอดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปยังเทวลักษณ์บกพร่องที่เป็พร์ของตน
เพียงแค่เทวลักษณ์ที่บกพร่อง...
ยังสามารถมอบผลลัพธ์จากการสังเวยที่แข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้
แล้วเหล่าเทพที่มีเทวลักษณ์สมบูรณ์ซึ่งได้รับเครื่องเซ่นสังเวยจากเหล่าสาวกนับไม่ถ้วนในทุกๆวันล่ะ จะได้รับพลังเสริมที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหน!
ทว่าสิ่งที่พวกเขามอบตอบแทนแก่เหล่าสาวกกลับเป็เพียงทักษะบางอย่างและการเปลี่ยนอาชีพเท่านั้น...
ดูท่าครั้งนี้เซียวเยี่ยจะเดิมพันถูกทางแล้ว!
แม้เริ่มแรกเซียวเยี่ยจะได้รับเพียงอาชีพไร้ระดับซึ่งทั้งคุณสมบัติและทักษะจะล้าหลังกว่าพวกอาชีพระดับ Sอยู่มาก
แต่ด้วยพลังแห่งการสังเวยนี้
อีกไม่นานเขาจะตามทันหรือแม้กระทั่งก้าวข้ามพวกนั้นไปได้!
ยิ่งไปกว่านั้นเพียงแค่สังเวยก็อบลินสามตัวก็ได้ทักษะที่แข็งแกร่งขนาดนี้มาแล้ว
หากสังเวยมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่านี้ล่ะ?
หากสังเวยบอสขั้นสูง?
หรือสิ่งมีชีวิตระดับัล่ะ?
นี่มันคือพร์ที่มีการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดชัดๆ!
เซียวเยี่ยกระชับหอกในมือแน่นก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของป่าต่อไป
พื้นที่ในชั้นแรกยังคงกว้างขวางมอนสเตอร์ไม่ได้มีเพียงก็อบลินแค่สองสามตัวนี้แน่ การจะผ่านไปยังชั้นถัดไปได้จำต้องสังหารหัวหน้าของพวกมันเสียก่อน
ไม่นานนักเซียวเยี่ยก็พบร่องรอยของก็อบลินกลุ่มเล็กๆ อีกครั้งพวกมันยังคงรวมกลุ่มกันสามถึงห้าตัว
ทว่าคราวนี้เซียวเยี่ยที่มีพลังโจมตีสูงถึง135แต้ม เพียงแค่สะบัดหอกคราเดียวก็สามารถปลิดชีพก็อบลินได้หนึ่งตัว
เซียวเยี่ยที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเริ่มเปิดฉากจู่โจมก่อน
เขาสะบัดหอกในมืออย่างรุนแรงปลายหอกกรีดผ่านลำคอของก็อบลินตัวที่ใกล้ที่สุดได้อย่างแม่นยำ
[-129!]
ความเสียหายที่สูงถึง129แต้ม สามารถปลิดชีพมันได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
พวกก็อบลินในกลุ่มต่างแตกตื่นหวาดกลัววิ่งพล่านร้องโวยวายทว่าความสับสนอลหม่านของพวกมันกลับเปิดโอกาสให้เซียวเยี่ยได้เก็บเกี่ยว
เซียวเยี่ยราวกับเทพาจุติลงมาหนึ่งหอกปลิดหนึ่งชีวิต
ในเวลาไม่นานเบื้องหน้าเขาก็เต็มไปด้วยซากศพของพวกก็อบลินแสงสีขาวของค่าประสบการณ์สายแล้วสายเล่าหลั่งไหลเข้าสู่ร่างทำให้เซียวเยี่ยยกระดับขึ้นอีก 1 ระดับ
และเพลิงประทีปของก็อบลินบนซากศพเ่าั้ก็ถูกเซียวเยี่ยสังเวยไปทั้งหมดโดยไม่ตกหล่นแม้แต่ดวงเดียว
[สังเวยเพลิงประทีปก็อบลินสำเร็จ! แต้มแก่นอัคคี +1!]
[สังเวยเพลิงประทีปก็อบลินสำเร็จ! แต้มแก่นอัคคี +1!]
..........
ข้อความแจ้งเตือนการสังเวยสำเร็จปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่องทว่ายังไม่มีหัวข้อใหม่ปรากฏออกมา
“ดูเหมือนว่าการสังเวยเพลิงประทีปจะต้องเก็บเล็กผสมน้อยไปก่อน”
ในตอนนี้เซียวเยี่ยที่กวาดล้างก็อบลินกลุ่มนั้นไปแล้วได้เคลื่อนเข้าใกล้ใจกลางป่าโบราณแห่งนี้ไปเรื่อยๆ
ในป่าเบื้องหน้ามีคบไฟปักอยู่ประปรายดูท่าว่าจะมีหมู่บ้านก็อบลินตั้งอยู่
และเมื่อมีหมู่บ้านย่อมต้องมีหัวหน้า...
ดูเหมือนว่าโอกาสในการเข้าสู่ชั้นถัดไปของหอคอยแห่งการทดสอบจะอยู่ที่นี่เอง!
ขณะนี้ระดับของเซียวเยี่ยขึ้นมาถึงระดับ3แล้ว
เพื่อเพิ่มความว่องไวในการเคลื่อนที่เซียวเยี่ยจึงทุ่มแต้มสถานะอิสระทั้ง 10 แต้มลงไปที่ความคล่องตัวทั้งหมด
จากนั้นเขาก็กระชับหอกเหล็กหยาบในมือควงหอกเป็วงกลมอย่างช่ำชอง
ท่วงท่ารวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมากจริงๆ!
ค่าความคล่องตัวไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่ความเร็วในการเคลื่อนที่และความเร็วโจมตีเท่านั้นแต่มันยังสัมพันธ์ไปถึงอัตราคริติคอลและความรุนแรงในการโจมตีจุดอ่อนอีกด้วย
ยิ่งความคล่องตัวสูงเท่าไรก็ยิ่งสามารถโจมตีจุดตายของมอนสเตอร์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น
การฝึกฝนทั้งสายพละกำลังและสายความคล่องตัวควบคู่กันไปคือเส้นทางที่เซียวเยี่ยเลือกเดินในอนาคต
เซียวเยี่ยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่หน้าหมู่บ้านก็อบลินอย่างละเอียดอาจเป็เพราะเหล่าก็อบลินถูกส่งออกไปลาดตระเวนหมดแล้วในหมู่บ้านจึงเหลือก็อบลินแค่สองสามตัว
และมีก็อบลินกึ่งมนุษย์ตัวหนึ่งที่มีร่างกายใหญ่โตกว่าก็อบลินทั่วไปหลายเท่ากำลังนอนหลับสนิทอยู่
เห็นได้ชัดว่าเ้านี่คือมินิบอสของหอคอยแห่งการทดสอบชั้นที่1!
เซียวเยี่ยดีดหินก้อนเล็กที่เก็บได้ตามทางออกไปเบาๆ
เสียงก้อนหินกระทบพื้นเรียกความสนใจจากพวกก็อบลินที่ระแวดระวังอยู่ให้เดินออกมา
ก่อนจะฆ่าบอสต้องกำจัดลูกสมุนก่อน
นี่คือหลักการที่ทุกคนต่างเรียนรู้มาจากตำราเรียนเซียวเยี่ยที่เริ่มควงหอกเหล็กหยาบในมือได้คล่องแคล่วขึ้นจัดการพวกก็อบลินเหล่านี้ได้โดยแทบไม่ต้องเสียแรง
เป้าหมายต่อไปคือการลงมือกับหัวหน้าก็อบลินตัวนั้น!
ดูเหมือนจะััได้ว่าลูกน้องของตนเงียบหายไปทีละตัวก็อบลินกึ่งมนุษย์ร่างั์จึงคำรามลั่นมันคว้ากระบองหนามขนาดมหึมาขึ้นมาแล้วเริ่มกวาดสายตามองไปทั่ว
เซียวเยี่ยหลบอยู่หลังรั้วไม้แห่งหนึ่งอาศัยจังหวะที่หัวหน้าก็อบลินกึ่งมนุษย์หันหลังให้ ชิงลงมือก่อนทันที!
หอกเหล็กหยาบในมือพุ่งทะลวงเข้าที่ต้นขาของมันค่าความแข็งแกร่งที่สูงลิ่วทำให้เกิดรูเืขนาดใหญ่
[-95!]
ดูเหมือนว่าหัวหน้าก็อบลินกึ่งมนุษย์ที่หนังหนาและมีกล้ามเนื้อบึกบึนตัวนี้จะมีพลังป้องกันสูงกว่าพวกลูกน้องอยู่มากทีเดียว
ในขณะเดียวกันแถบพลังชีวิตของหัวหน้าก็อบลินก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเซียวเยี่ยมันมีพลังชีวิตสูงถึง 2,000 แต้ม
หัวหน้าก็อบลินแผดเสียงร้องด้วยความเ็ปเมื่อหันมาเห็นเซียวเยี่ยผู้บุกรุกมันก็เงื้อกระบองหนามั์ขึ้นและหวดลงมาอย่างบ้าคลั่ง!
ทว่าท่วงท่าที่อืดอาดนั้นกลับถูกเซียวเยี่ยหลบหลีกได้อย่างพลิ้วไหว
แต้มความคล่องตัว10แต้มที่เพิ่งเติมเข้าไปนั้น ไม่ได้สูญเปล่าเลย
เซียวเยี่ยเคลื่อนที่ราวกับกำลังร่ายรำอยู่รอบกายหัวหน้าก็อบลินพร้อมกับตวัดหอกแทงสวนกลับไปอีกหนึ่งครั้ง!
[-98!]
มอนสเตอร์ประเภทพลังป้องกันสูงเืเยอะ แต่เคลื่อนที่ช้าแบบนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าเซียวเยี่ยแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับหุ่นเชิดที่งุ่มง่าม!
[-88!]
[-93!]
..........
ค่าความเสียหายะเิออกมาจากร่างของหัวหน้าก็อบลินอย่างไม่ขาดสายแม้จะมีพลังชีวิตสูงถึง 2,000 แต้มแต่ตอนนี้มันก็ลดลงไปเกินครึ่งแล้ว
ทันใดนั้นดวงตาของหัวหน้าก็อบลินก็กลายเป็สีแดงฉาน จากนั้นมันก็เริ่มคลุ้มคลั่งพลังทำลายล้างพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน!
ทว่าความโกรธแค้นที่ไร้สติทำให้กระบองหนามในมือของหัวหน้าก็อบลินเสียกระบวนท่าไป
หัวหน้าก็อบลินที่กำลังคลุ้มคลั่งเหวี่ยงแขนอันหนาใหญ่ทั้งตะปบและทุบตีพลางก้มตัวหมายจะพุ่งเข้าหาเซียวเยี่ย
ทว่านั่นกลับเป็การเปิดโอกาสให้กับเซียวเยี่ยพอดี
เมื่อมันก้มตัวลงความได้เปรียบเื่ส่วนสูงจึงหายไปหัวหน้าก็อบลินเปิดจุดตายของมันต่อหน้าเซียวเยี่ยได้อย่างเหมาะเจาะ
เซียวเยี่ยขยับเท้าหลบเพียงวูบเดียวก่อนจะแทงหอกในมือเข้าใส่ลำคอของหัวหน้าก็อบลินอย่างรุนแรง
ฉับพลันนั้นค่าความเสียหายมหาศาลก็ะเิออกมา
[-187!]
โจมตีจุดอ่อนพลังโจมตีเพิ่มเป็สองเท่า!
สำหรับก็อบลินกลายพันธุ์ที่โลภมากและดุร้ายเช่นนี้เซียวเยี่ยไม่มีความเมตตาให้แม้แต่น้อย
อาศัยจังหวะที่มันอ่อนแอปลิดชีพมันเสีย
หอกในมือถูกแทงออกไปซ้ำๆอย่างรุนแรงและแม่นยำในองศาที่สมบูรณ์แบบ!
พร้อมกับค่าความเสียหายจากจุดอ่อนที่ปะทุออกมาต่อเนื่อง
เพียงพริบตาเดียวร่างมหึมาของหัวหน้าก็อบลินก็ล้มตึงลงกับพื้น
ค่าประสบการณ์จำนวนมากจากมินิบอสขั้นสูงส่งผลให้ระดับของเซียวเยี่ยยกระดับขึ้นคราวเดียวถึง 2ระดับ จนตอนนี้เขาอยู่ที่ระดับ 5 แล้ว!
และเพลิงประทีปที่ลอยขึ้นมาจากศพของก็อบลินกึ่งมนุษย์ตัวนี้ก็มีขนาดใหญ่กว่าของก็อบลินทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
“สังเวยเพลิงประทีปของหัวหน้าก็อบลิน!”
เซียวเยี่ยใช้ปลายหอกแตะไปที่ศพของหัวหน้าก็อบลินและเริ่มการสังเวยโดยไม่ลังเล
ทันใดนั้นข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเซียวเยี่ย
[สังเวยเพลิงประทีปหัวหน้าก็อบลินสำเร็จ! แต้มแก่นอัคคี +5!]
[ได้รับทักษะ... ภาวะคลุ้มคลั่งระดับ B!]
“ทักษะออกแล้ว!”
เซียวเยี่ยรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งนึกไม่ถึงว่าหัวหน้าก็อบลินที่มีสายเืกึ่งมนุษย์ตัวนี้จะมอบทักษะพร์เฉพาะตัวของเผ่ากึ่งมนุษย์อย่าง‘ภาวะคลุ้มคลั่ง’ ให้กับเขา!
..........
“ตรวจสอบทักษะ!”
เซียวเยี่ยรีบเรียกหน้าต่างทักษะออกมาทันที
ในช่องทักษะที่เคยว่างเปล่าในที่สุดก็มีทักษะแรกปรากฏขึ้น!
[ภาวะคลุ้มคลั่ง]
[ระดับ: B]
[ผลกระทบ: ทักษะเฉพาะตัวของเผ่ากึ่งมนุษย์ เมื่อเปิดใช้งานความเสียหายและความเร็วโจมตีจะเพิ่มขึ้น 30%! ทว่าหลังจากผลของทักษะหมดลงจะตกอยู่ในสภาวะอ่อนแรงชั่วขณะ และพลังป้องกันจะลดลง 50%]
เป็ที่รู้กันดีว่าความยากในการล่ามอนสเตอร์ประเภทกึ่งมนุษย์นั้นเป็เพราะเมื่อพลังชีวิตของพวกมันลดลงเกินครึ่ง พวกมันจะเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่ง!
มอนสเตอร์กึ่งมนุษย์ในสภาวะคลุ้มคลั่งจะมีทั้งพลังทำลายล้างและความบ้าบิ่นในการโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
แม้จะทนผ่าน่เวลาคลุ้มคลั่งนี้ไปได้มอนสเตอร์จะเข้าสู่สภาวะอ่อนแรงแต่เหล่าผู้ตื่นรู้กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์มักจะจบสิ้นลงใน่ที่พวกกึ่งมนุษย์อาละวาดนี่เอง
เพราะกึ่งมนุษย์ที่ถูกกระตุ้นสภาวะคลุ้มคลั่งนั้นน่าสยดสยองเกินไป!พลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์นั้นเพียงพอที่จะขยี้ตัวแทงก์ของกลุ่มส่วนใหญ่ให้แหลกคามือได้เลย
บัดนี้คุณสมบัติเสริมพร์เฉพาะของเผ่ากึ่งมนุษย์นี้กลับมาตกอยู่ในมือของเซียวเยี่ยเสียแล้ว
ในขณะที่เซียวเยี่ยกำลังตื่นเต้นอยู่นั้นเบื้องหน้าเขาก็ปรากฏข้อความขึ้นมาอีกแถวหนึ่ง
[้าใช้แต้มแก่นอัคคี 10 แต้มเพื่อเสริมแกร่งทักษะนี้หรือไม่?]
เซียวเยี่ยถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
ที่แท้แก่นอัคคีก็มีไว้ใช้แบบนี้เอง!
มันสามารถเสริมแกร่งทักษะที่ได้รับมาได้ด้วยงั้นหรือ?
“เสริมแกร่ง!”
เซียวเยี่ยตัดสินใจเสริมแกร่งทักษะเพียงหนึ่งเดียวในมือของเขาอย่างเด็ดขาด
[ใช้แต้มแก่นอัคคี 10 แต้ม ทักษะภาวะคลุ้มคลั่งถูกเสริมแกร่งเป็เือสูรเดือดพล่าน!]
[เือสูรเดือดพล่าน]
[ระดับ: A]
[ผลกระทบ: ทักษะพร์ของเผ่ากึ่งมนุษย์สายเืชั้นสูง เมื่อเปิดใช้งานความเสียหายและความเร็วโจมตีจะเพิ่มขึ้น 50%! หลังจากผลของทักษะหมดลงจะตกอยู่ในสภาวะอ่อนแรงสั้นๆ และพลังป้องกันลดลงเพียง 30%]
[คุณสมบัติเพิ่มเติม:การสังหารเป้าหมายจะช่วยยืดระยะเวลาการแสดงผลของทักษะออกไป]