อลิซสมศักดิ์ศรีผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงตัวจริงเสียงจริง กริมเพียงแค่บอกใบ้ไปนิดเดียว เธอก็สามารถเชื่อมโยงความคิดและมองเห็นภาพรวมทั้งหมดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง พร์ด้านมิติของเธอนั้นเรียกได้ว่าไร้เทียมทาน อย่างน้อยที่สุดในหมู่ผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงด้วยกัน เธอก็คือผู้ไร้คู่ต่อสู้
ตราบใดที่ศัตรูไร้ซึ่งพลังในการทำลายมิติ กำแพงมิติพิทักษ์ บางๆ ที่ห่อหุ้มร่างกายของเธอก็เปรียบเสมือนป้อมปราการเหล็กกล้าที่น่าสะพรึงกลัว ต่อให้ถูกรุมกินโต๊ะเป็ร้อยเป็พันคน ก็อย่าหวังว่าจะเจาะผ่านการป้องกันที่ไร้รูปแต่มีตัวตนนี้เข้าไปทำระคายผิวเธอได้ ในทางกลับกัน เธอกลับสามารถใช้มีดตัดมิติและการดูดกลืนมิติอันเป็เอกลักษณ์ ไล่ต้อนเล่นงานคู่ต่อสู้ได้อย่างสบายใจเฉิบ
แต่ต่อให้เป็ระฆังทองคุ้มกายที่แข็งแกร่งแค่ไหน ก็ย่อมต้องมีจุดตาย... และกำแพงมิติพิทักษ์ของอลิซก็เช่นกัน
เพื่อที่จะคงการเชื่อมต่อกับมิติเบื้องหน้า เธอไม่สามารถตัดขาดตัวเองออกจากโลกภายนอกได้อย่างสมบูรณ์ บนกำแพงมิติจึงจำเป็ต้องเหลือ "รูระบายอากาศ" เอาไว้หนึ่งจุดเพื่อใช้สื่อสารกับโลกภายนอก และรูระบายอากาศนี้เองที่กลายเป็ช่องโหว่มรณะสำหรับการโจมตีเธอ
เพื่ออุดจุดอ่อนนี้ เธออุตส่าห์ไปศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับธาตุลมมา แล้วสร้างกำแพงธาตุลมที่ไร้รูปแต่มีตัวตนขึ้นมาปะอุดรูรั่วนั้นไว้ กำแพงมิติพิทักษ์ที่โปร่งใสเมื่อผสานกับกำแพงธาตุลมที่มองไม่เห็น จึงสามารถตบตาคู่ต่อสู้ทุกคนได้สำเร็จ ทำให้พวกเขาหลงคิดว่าการป้องกันของเธอนั้นสมบูรณ์แบบไร้รอยต่อ
แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ วันนี้ในดินแดนบ้านนอกคอกนาแห่งนี้ เธอจะต้องมาเจอกับคู่ต่อสู้ที่พิลึกพิลั่นถึงขนาดนี้ คนหนึ่งคือไอ้ตัววิปริตที่ดัดแปลงร่างกายเนื้อของตัวเองให้กลายเป็รังแมลงอย่างสมบูรณ์ ส่วนอีกคนคือผู้ฝึกหัดเวทระดับต้นที่ดันมีดวงตาประหลาดมองเห็นการกระจายตัวของอนุภาคธาตุเวทได้ด้วยตาเปล่า เื่ราวบ้าบอสองอย่างนี้มากัน จึงเหมือนลิขิตฟ้ากลั่นแกล้งให้เธอต้องมาเจอความซวยขั้นสุดในวันนี้
ถ้าหากไม่ใช่เพราะเ้านักเชิดแมลงนั่น แต่เป็ผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงคนอื่น เกรงว่าคงทนรับมือเธอได้ไม่ถึงหนึ่งกระบวนท่า ก็ต้องตกตายไปภายใต้วิชาดูดกลืนมิติอันพิสดารของเธอ ไหนเลยจะมีโอกาสได้มายืนลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อหาช่องโหว่ในการป้องกัน และถ้าหากไม่มีผู้ฝึกหัดเวทระดับล่างที่ใช้วิธีนอกรีตคนนี้ การป้องกันทางมิติของเธอก็คงไม่ถูกเจาะจนแตกพ่าย จนทำให้เธอต้องลิ้มรสความทรมานจากการถูกแมลงนับพันกัดกินร่างกาย
ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น อลิซอยากจะถลกหนังเลาะกระดูกไอ้ตัวต้นเหตุตรงหน้าเสียเดี๋ยวนี้ แต่ข้อมูลที่เธอสนใจที่สุดยังไม่ได้มา เธอจึงได้แต่กัดฟันข่มขู่ถามต่อ
"มันเป็ดวงตาเวทมนตร์ที่ผ่านการดัดแปลง หรือว่าเป็เวทมนตร์เฉพาะทาง?"
"เวทมนตร์!"
"ส่งมอบออกมา แล้ววันนี้ฉันจะละเว้นชีวิตนาย!"
"พูดแล้วห้ามคืนคำนะ?"
"ฮึ! นายดูเหมือนจะมีทางเลือกอื่นรึไง? อย่าบีบให้ฉันต้องจับิญญานายมาขังไว้ ถึงตอนนั้นทุกอย่างในสมองกลวงๆ ของนายจะถูกฉันควักออกมาจนหมดเปลือก!"
แม้ว่าสภาพของอลิซจะดูยับเยินใกล้พังมิพังแหล่ แต่ความหยิ่งทะนงของเธอกลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย คำขู่และความแข็งกร้าวในวาจายิ่งทำให้การเจรจาเป็ไปได้ยาก
กริมลอบสังเกตการณ์อย่างเงียบเชียบ ไม่รู้ว่าเป็เพราะสูญเสียพลังไปมากเกินไป หรือว่าลดระดับการป้องกันเพื่อประหยัดพลังงาน กริมสังเกตไม่พบร่องรอยของกำแพงมิติพิทักษ์รอบตัวอลิซเลย
นี่เธอไม่กลัวว่าจะโดนลอบโจมตีเลยหรือไง?
คิดได้ก็ลงมือทำทันที! การมัวแต่ลังเลหน้าพะวงหลังต่อหน้าผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ก็เท่ากับการฆ่าตัวตายชัดๆ
แทบจะในวินาทีเดียวกัน กริมสะบัดแขนเสื้อ ขวดแก้วขนาดเล็กบรรจุน้ำยาสีเขียวเข้มขวดหนึ่งก็ร่วงหล่นลงเบื้องหน้าอลิซ โดยไม่ต้องร่ายคาถาและไม่สนสภาพแวดล้อม ควันสีเขียวประหลาดพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับร่างของ หุ่นเชิดโคลนอาถรรพ์ ที่น่าเกลียดน่ากลัว สูงกว่าหนึ่งเมตร ค่อยๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้นดิน
หุ่นเชิดระดับต่ำเช่นนี้เป็เพียงผลผลิตชั่วคราว อยู่ได้นานสุดเพียงครึ่งก้านธูป (ประมาณเจ็ดถึงแปดนาที) รูปแบบการโจมตีก็พื้นฐานสุดๆ คือการพัวพันและกลืนกิน ขังศัตรูไว้ในร่างโคลนเหลวให้ขาดอากาศหายใจตาย การใช้ทาสรับใช้กระจอกๆ แบบนี้ไปรับมือกับระดับสูงย่อมเป็เื่ตลก แต่ถ้าใช้เพื่อถ่วงเวลาเพียงชั่วครู่... มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง!
ตัวกริมเองถอยกรูดไปหลายก้าวใหญ่ มือทั้งสองวาดไปมาในอากาศอย่างรวดเร็ว ปากท่องบ่นคาถาเสียงดังลั่น ศรเพลิงกัลป์ ดอกหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นเบื้องหน้าด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ด้วยอานิสงส์ของการ ผนึกมนตราถาวร ลงในชิป เวทมนตร์ที่เคยต้องร่ายนานกว่าสิบวินาที ตอนนี้ถูกย่อกระบวนการเหลือเพียงห้าวินาที สำหรับกริมแล้ว นี่คือความก้าวหน้าแบบก้าวะโ
ทว่าการกระทำทั้งหมดดูเหมือนจะสูญเปล่า...
กำแพงมิติพิทักษ์โปร่งใสปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง ครอบคลุมร่างของหุ่นเชิดโคลนอาถรรพ์ตัวนั้น ตัดขาดการเชื่อมต่อทางจิติญญาอันเบาบางระหว่างกริมกับมันในทันที ผลก็คือร่างโคลนะเิออก สลายตัวกลายเป็กองกรดเหลวเละเทะเต็มพื้น
นี่คือจุดอ่อนร้ายแรงของสายอัญเชิญ เมื่อการเชื่อมต่อทางจิติญญาขาดสะบั้น ภายใต้กฎแห่งระนาบ สิ่งอัญเชิญไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนจะถูกดีดกลับโลกเดิมทันที หุ่นเชิดราคาถูกตัวนี้จึงยังไม่ทันได้โชว์ลวดลายก็กลับบ้านเก่าไปเสียแล้ว
ส่วนศรเพลิงกัลป์ที่กริมทุ่มสุดตัวร่ายออกมานั้น... ใบหน้าเล็กๆ ที่บิดเบี้ยวของอลิซกลับเต็มไปด้วยความดูแคลน เธอไม่ได้คิดจะขัดขวางการร่ายเวทของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
ศรเพลิงกัลป์พุ่งออกจากมือของกริม ทันทีที่หลุดจากมือก็พุ่งเข้าชนกับ "กระจกเงา" ขนาดเล็กจิ๋วที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ เมื่อปะทะกับบาเรียมิติที่ถูกบีบอัดจนหนาแน่น ศรเพลิงกัลป์ก็ะเิตูมทันที!
จุดะเิอยู่ใกล้ตัวกริมเกินไป! เปลวเพลิงบ้าคลั่งที่ถูกบาเรียมิติสะท้อนกลับมา ได้กลืนกินร่างของเขาเข้าไปในพริบตา
กริมสามารถอาศัย เนตรหยั่งรู้ธาตุ จับความเปลี่ยนแปลงของมิติได้ก็จริง แต่การบิดผันที่เกิดขึ้นแทบจะทันทีทันใดเช่นนี้ เขาก็ป้องกันไม่ทันอยู่ดี เปรียบเทียบง่ายๆ เขาต้องใช้เวลาสามถึงห้าวินาทีในการร่ายเวท แต่อลิซใช้เวลาเพียงหนึ่งวินาทีในการกระตุ้นพร์เวทมิติของเธอ
ความห่างชั้นนี้ทำให้อลิซสามารถนั่งกระดิกเท้าดูเฉยๆ รอให้กริมร่ายเวทเสร็จแล้วค่อยเลือกว่าจะ "ปัดทิ้ง" หรือ "สวนกลับ" ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเธอ้า เวทมนตร์บทไหนที่ร่ายเกินสามวินาที กริมก็อย่าหวังว่าจะได้ปล่อยออกมา
เมื่อมองดูร่างผู้ฝึกหัดหนุ่มที่ถูกทะเลเพลิงกลืนกิน ดวงตาข้างเดียวของอลิซก็ฉายแววเย้ยหยัน แค่ระดับต้น ริอ่านเปิดฉากโจมตีระดับสูงก่อน... เ้าเด็กนี่คงไม่รู้สะกดคำว่าตายจริงๆ
วู่ว!!!
เสียงลมกรรโชกพัดแสกหน้า หินกลมขนาดเท่าไข่ไก่ก้อนหนึ่งพุ่งทะลุม่านไฟออกมาอย่างดุดัน เป้าหมายคือศีรษะของอลิซ ตามมาติดๆ ด้วยร่างของกริมที่ยกมือป้องหัว พุ่งฝ่าเปลวเพลิงออกมาอย่างไม่คิดชีวิต ไฟนรกไม่เคยปรานีใคร การฝ่าออกมาดื้อๆ ทำให้กริมต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม ร่างกายด้านหน้าถูกไฟลวกจนดูไม่ได้ แขนทั้งสองเต็มไปด้วยแผลพุพองและรอยไหม้เกรียม
อลิซแสยะยิ้มเย็น นิ้วมือขยับเบาๆ ประกายแสงโปร่งใสสว่างวาบกลางอากาศ หินกลมก้อนนั้นถูกตัดสะบั้นออกเป็สี่ส่วนทันที สายฟ้าสีน้ำเงินที่ซ่อนอยู่ภายในแล่นพล่านไปในความว่างเปล่า แล้วสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
การโจมตีด้วย ศิลาอัสนี ไร้ผล!
กริมไม่กล้าหยุดคิด เขาล้วงวัตถุสีดำทะมึนก้อนหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วขว้างใส่อลิซเป็ระลอกสุดท้าย ส่วนตัวเขาเองกลับหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต ทำท่าเหมือนจะชิ่งหนีเอาดื้อๆ
"นายไม่ได้ยินที่ฉันพูดใช่ไหม? นี่กำลังบีบให้ฉันต้องตัดขานายทิ้งสินะ! งั้น..."
อลิซหัวเราะเย็นเยียบ แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ดวงตาข้างเดียวตวัดขวับไปจ้องมองวัตถุสีดำที่จู่ๆ ก็หักเลี้ยวกลางอากาศ หลบคมมีดมิติของเธอได้อย่างฉิวเฉียด
ค้างคาวตัวน้อยที่ แมรี่ แปลงร่างมา พลิกตัวกลางอากาศอย่างคล่องแคล่ว หลบเศษซากมิติที่พุ่งสวนมาได้อย่างงดงาม ปีกค้างคาวที่ห่อหุ้มด้วยเยื่อเนื้อบางๆ กระพือถี่ยิบ เพียงพริบตาก็บินโฉบมาถึงเหนือศีรษะอลิซ
สัตว์อัญเชิญ? สัตว์พันธสัญญา? หรือมอนสเตอร์?
ในเสี้ยววินาทีวิกฤต อลิซยังแยกแยะไม่ออกว่าไอ้ค้างคาวประหลาดนี่คือตัวอะไรกันแน่ เธอรีบวาดมือเล็กๆ ไปมา สร้างเศษซากมิติเจ็ดแปดชิ้นปิดล้อมเส้นทางบินของค้างคาวตัวจ้อยไว้ทุกทิศทาง ในใจถึงค่อยรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
แต่วินาทีถัดมา ความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เธอต้องกรีดร้องด้วยความใก็เกิดขึ้น ร่างกายบิดเบี้ยวและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ค้างคาวตัวเท่าฝ่ามือเมื่อครู่ กลับพองขยายขึ้นราวกับลูกโป่งอัดลมในชั่วพริบตา กลายเป็เด็กสาวมนุษย์รูปร่างเพรียวบางในชุดแดงสดบาดตา!
และเธอยังไม่หลบไม่หลีก ยอมเอาตัวเข้าแลกกับการถูกเศษซากมิติตัดเฉือน พุ่งเข้าประชิดตัวอลิซอย่างดุดัน ภายใต้สายตาที่ตื่นตระหนกจนแทบสิ้นสติของอลิซ เล็บมือของเด็กสาวชุดแดงงอกยาวเฟื้อย กลายเป็กรงเล็บแหลมคมที่มีประกายโละแวววาว รูปลักษณ์ของเธอยิ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสยดสยอง ดวงตาสีเขียวมรกตแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉานดั่งโลหิต ราวกับจะมีน้ำพุเืทะลักออกมา
ฉึก ฉึก ฉึก...
เสียงเนื้อถูกเฉือนดังถี่ยิบ เืสีสดนับไม่ถ้วนพุ่งกระฉูดออกจากแผ่นหลังของเด็กสาวชุดแดง าแจากมีดมิติที่พาดไขว้ไปมาทะลวงร่างของเธอจนพรุนราวกับตะแกรง แต่เด็กสาวชุดแดงกลับไม่ยี่หระ ริมฝีปากสีแดงสดฉีกยิ้มกว้าง เขี้ยวแหลมคมคู่หนึ่งโผล่ออกมา และฝังลงบนลำคอขาวเนียนที่เปิดโล่งของอลิซอย่างแม่นยำ
บ้าเอ๊ย... ผีดูดเื!
ความรู้ที่กว้างขวางทำให้อลิซตระหนักได้ทันทีว่าเธอกำลังเผชิญหน้ากับตัวอะไร ััแรกที่ลำคอคือความคันยุบยิบเหมือนมดกัด จากนั้นะเิเป็ความสุขสมที่ทำให้ตัวลอยราวกับขึ้น์ เธอรู้สึกชัดเจนว่าพลังชีวิตกำลังไหลออกไปพร้อมกับเื แต่ร่างกายกลับอ่อนเปลี้ยเพลียแรง สบายตัวจนอยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วหลับไป
แต่อลิซก็สมกับเป็ผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงที่มีพลังจิติญญาเข้มแข็ง เธอมีความต้านทานต่อพิษอัมพาตของผีดูดเืได้เป็อย่างดี เพียงแค่เหม่อลอยไปชั่ววูบ เธอก็สามารถกระชากสติกลับมาได้
เป็ครั้งแรกในชีวิต... ที่อลิซััได้ถึงกลิ่นอายความตายที่จ่อรดต้นคอ การต่อสู้ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็ไอ้นักเชิดแมลง หรือแม่เฒ่าปีศาจซิมบา พวกนั้นก็แค่สร้างความรำคาญ หากไม่ได้ความได้เปรียบเื่พวกพ้องและสถานที่ ก็คงเสร็จเธอไปนานแล้ว แต่วินาทีนี้ คือความตายของจริง วิกฤตการณ์ตรงหน้าหากพลาดพลั้งแม้แต่นิดเดียว ว่าที่จอมเวท ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตอย่างเธอ อาจจะต้องมาจบชีวิตลงบนผืนดินสกปรกแห่งนี้
เมื่อจนตรอก อลิซรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย กรีดร้องโหยหวนเสียงดังเสียดแทงทะลุฟ้า
วินาทีถัดมา... เวทมิติแตกสลาย ทำลายทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็จุณ!