เอ้อ ในที่สุดก็เสร็จซะทีสำหรับการเรียนวันนี้ ฉันมองดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอแบบดิจิตอลคือ สิบหกนาฬิกาห้าสิบนาที อีกสิบนาทีก็ห้าโมง ฉันรีบลงไปรอตาลุงนั่นดีกว่าเดี๋ยวพอเขามาแล้วไม่เจอจะโดนว่าอีก น่ารำคาญ
“ เขาไปก่อนนะ” ฉันหันไปบอกกับกลุ่มเพื่อนๆที่กำลังยืนคุยกันอยู่
“ ทำไมรีบจัง” เอแคร์ถาม
“ วันนี้ไม่มีรถไง เดี๋ยวจะมีคนมารับ” ฉันตอบ
“ เห็นก็อปปี้บอกว่าผู้ชายขับรถมาส่งนิ ใครอ่าหะลลิตา ไหนบอกอนัญญาหน่อยสิ” เอเดนเดินมาล็อคคอฉันไว้ไม่ให้ฉันไป
“ ก็หลานของคุณยายที่บอกไปไง ยายเขาเห็นว่าฉันมือเจ็บเลยไม่ยอมให้ขับรถก็เลยให้หลานแกขับรถมาส่งแทน ถ้าจะให้แกมาส่งเองก็ใช่เื่ไหมล่ะ ขี้สงสัยจริงๆ” ฉันตอบตามความจริง ตอนที่มาถึงที่คณะเพื่อนๆ ก็เห็นแล้วว่ามือฉันเจ็บก็ถามว่าเป็อะไรฉันก็พูดให้ฟังจนเกือบหมด ฉันไม่ได้พูดเื่ที่ฉันสงสัยให้พวกเขาฟัง พูดแค่ว่าเป็คุณยายกับหลานธรรมดาๆ ไม่ได้พูดถึงพวกลูกน้องคนอื่นๆ
“ งั้นไปก่อนนะ ี้เีฟังคนแก่บ่น” ฉันแกะมือเอเดนออกแล้วรีบวิ่งลงบันไดไปเพราะี้เีตอบคำถามอีกแล้ว ทันทีที่ฉันมาถึงจุดที่ตาลุงนั่นมาส่งเมื่อเช้า รถคันหนึ่งก็เลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี กระจกรถค่อยๆเลื่อนลง
“ ขึ้นมาสิยืนบื้ออะไรอยู่” คนในรถพูดออกมา
“ ตาลุงนี้พูดดีๆ ไม่เป็รึไงวะ” ฉันได้แต่พึมพำกับตัวเองเบาๆ แล้วเดินขึ้นรถ
“ แล้วนี้คุณยายอยู่ไหนหรอ” ฉันถามขึ้นทันทีที่ปิดประตูรถเสร็จ
“ รออยู่ที่ร้านอาหารแล้ว”
“ อ้าวคุณยายไม่ได้กลับไปพักผ่อนอยู่บ้านหรอ” ฉันถามด้วยความสงสัย เจอเื่แบบนี้มาแท้ๆ แทนที่จะกลับไปพักผ่อนอยู่บ้านแต่ดันไปโผล่อยู่ร้านอาหารซะงั้น
“ ทำไม อยากไปบ้านฉันรึไง” เขาไม่พูดเปล่าแต่ยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันอีก
“ อีตาลุงบ้า มองทางสิเว้ย เดี๋ยวก็ได้ไปเสยตูดรถเขาหรอก” ฉันะโด่าและดันหน้าเขาให้หันไปมองทางเพราะเห็นว่ารถแทบจะไปจิ้มตูดรถคันข้างหน้าอยู่แล้ว
“ หึ” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ
“ ตาบ้าเอ้ย หัวใจฉันจะวายอยู่แล้วนั่งรถกับลุงนี่เหนื่อยชะมัด” ฉันบ่น
เขาขับรถไปเรื่อยๆ จนไปจอดอยู่หน้าร้านอาหารร้านหนึ่ง เขาจอดรถในลานจอดรถแล้วพาฉันเดินเข้าไปร้านใน ร้านอาหารแห่งนี้มีการจัดโซนที่นั่งแบบเป็ห้องๆ มีความเป็ส่วนตัวสูง มีระเบียงเป็ทางยาวยื่นไปทางสวนมีบ่อน้ำพุอยู่ตรงกลางถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียวร่มรื่น ท้องฟ้าเปิดโล่งไม่มีหลังคามาบัง ไว้ฉันจะหาโอกาสแวบออกจากห้องมาเดินเล่นให้ได้เลย ฉันคิดกับตัวเองในใจเป็จังหวะเดียวกับที่เขาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องๆ หนึ่งพอดี หน้าห้องมีชายใส่ชุดสูทแบบที่ฉันเคยเห็นยืนอยู่สองคน
“ นายใหญ่มาแล้วรึครับเชิญครับ นายท่านรออยู่พอดี” ชายหนึ่งในนั้นพูดแล้วเปิดประตูให้
เขาเดินเข้าไปก่อนและฉันเดินตามทันใดนั้นก็ก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่ของฉันก็นั่งอยู่ด้วย
“ พ่อกับแม่มาได้ยังไงคะ” ฉันถามขึ้นหลังจากยกมือไหว้สวัสดีทุกคนเสร็จ
“ ยายให้เ้าบิ๊กไปรับมาเองแหละหนู ยายอยากเลี้ยงขอบคุณหนูที่ช่วยชีวิตยายไว้นะ” คุณยายเป็คนตอบ
“ มานั่งนี่สิมาเร็วๆ มานั่งข้างยายมา” คุณยายเรียกฉันไปนั่งข้างๆ คุณยายที่มีเก้าอี้ว่างอยู่ โต๊ะที่นั่งเป็โต๊ะกลมมีเก้าอี้ห้าตัว หากมองจากทางประตูจะดูเหมือนว่าคุณยายนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ฉันเดินไปนั่งข้างๆ คุณยายฝั่งด้านขวา ถัดไปเป็พ่อกับแม่ฉัน ส่วนฝั่งซ้ายเป็เก้าอีกว่างสองตัว ตาลุงนั่นเดินมานั่งเก้าอี้ตัวที่สองโดยเว้นตัวแรกซึ่งอยู่ข้างคุณยายไว้
“ คุณยายเป็ยังไงบ้างแล้วคะ หนูนึกว่าคุณยายจะกลับไปพักผ่อนอยู่ที่บ้านสะอีก” ฉันถามคุณยายหลังจากที่นั่งลงแล้ว
“ ดีขึ้นมากเลยจ๊ะ ตอนนี้รู้สึกเหมือนหายดีแล้วเหมือนไม่ได้เป็อะไรเลย” คุณยายตอบ
“ เห็นไหมฉันบอกแล้วย่าฉันไม่เป็อะไรง่ายๆ หรอก” เขาพูดโพล่ออกมาแถมยังทำท่ายักคิ้วกวนประสาทฉันอีก
“ ตาบิ๊ก อย่ากวนหนูเขา” คุณยายปราม “ เอาเป็ว่าเราสั่งอาหารกันเลยเนอะ” คุณยายบอก
“ หนูอยากกินอะไรเป็พิเศษไหมลูก” คุณยายหันมาถามฉัน
“ ไม่คะคุณยายสั่งเลย”
“ พวกเธอล่ะ อยากกินอะไรก็สั่งกันเลยนะไม่ต้องเกรงใจ” คุณยายหันไปบอกพ่อกับแม่ฉัน
หลังจากสั่งอาหารเสร็จเราก็นั่งคุยกันอยู่พักใหญ่ระหว่างที่รออาหาร ฉันเห็นว่ามันเป็เวลาอันสมควรเหมาะแก่การแวบออกไปข้างนอกแล้ว
“ คุณยายคะ หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะเดี๋ยวหนูมา” ฉันบอกคุณยาย
“ ได้จ๊ะ หนูรู้ทางไปอยู่ใช่ไหมจ๊ะ”
“ รู้คะ ขอตัวซักครู่นะคะ” ฉันบอกกับคุณยายแล้วหันไปบอกพ่อกับแม่ต่อ “ เดี๋ยวหนูมานะ” พ่อกับแม่พยักหน้าให้ฉันจึงรีบเดินออกมาจากห้องแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังสวนที่ฉันหมายตาไว้ั้แ่ครั้งแรก ห้องนงห้องน้ำอะไรฉันไม่รู้จักทางหรอกมันก็เป็แค่ข้ออ้างเท่านั้นแหละ...
เป็กำลังใจให้นักเขียนได้ง่ายๆ ด้วยการ กดให้ติดตาม กดให้กำลังใจ หรือ คอมเมนต์แสดงความคิดเห็น
หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยผู้อ่านทุกคนด้วย