องค์ที่4
เหนือไฟใต้เงาไม้
เสียงปะทุของเปลวไฟยังแว่วอยู่ในความทรงจำข้าร่ายเวทดับไฟอย่างไร้คำอธิบายทิ้งความประหลาดใจให้แก่เด็กหนุ่มสาวทั้งสามผู้าเ็และอิดโรยจากการเดินทางในป่า
จากที่สาวน้อยนามเอมมีลี่เล่าพวกเขาคือ ภาคีอัศวินมนตรา ผู้ได้รับภารกิจลับให้นำสารไปยังเมืองนอร์หากแต่ถูกโจมตีโดยพวกการ์กอย—อสูรกายมีปีกที่เหม็นเน่าราวกับศพตากแดดสามวัน
“พวกนั้นตัวเหม็นอย่างกับอะไรดี”ข้าคิดในใจพลางปิดจมูก
หากเรวิชจำไม่ผิดเมื่อพ้นชายป่านี้ไปเพียงหนึ่งคืบฟ้า จะพบหมู่บ้านแห่งหนึ่งข้าเคยเดินทางเส้นนี้เมื่อสิบปีก่อนในตอนที่โลกนี้ยังไม่ผลักข้าออกมา
แท้จริงแล้ว เรวิชไม่แม้แต่จะรู้ว่า"ที่นี่" คือที่ใดในโลกนี้ เรวิชเพียงมุ่งหน้าทางทิศเหนือเพื่อหาแม่น้ำเพราะที่ใดมีแม่น้ำ ที่นั่นย่อมมีร่องรอยของชีวิตและแล้วข้าก็พบพวกเขา...กลุ่มวัยหนุ่มสาวที่ถูกโชคชะตาเหวี่ยงให้าเ็จากเงื้อมมือของเงามืดในป่า
ใต้เปลวไฟที่อุ่นที่สุดเท่าที่ข้ารู้จักในรอบปีเรวิชแบ่งอาหารให้กับเด็กหนุ่มสาวทั้งสาม คนที่เหลือคือหัวหน้าหน่วย หญิงสาวผมดำหน้าคมที่นอนแน่นิ่งอยู่คงเพราะพิษจากการ์กอย
“ทานกันเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?”เรวิชกล่าวหลังเห็นท้องของเจสันป่องพองน้อย ๆ
“ขอบคุณสำหรับอาหารนะครับ!”เจสันกล่าว เรวิชพยักหน้ารับ ก่อนชูมือร่ายเวทน้ำ—วารีธาราพลันริน—เพื่อดับกองไฟทันที
เสียง “ฉ่า!”ของไฟที่ตายไปสะท้อนความใอย่างชัดเจน
“ทำอะไรน่ะคะดับไฟทำไม!” เอมมีลี่ร้องถาม
“จะเดินทางกันเลยเหรอ?”เจสันเสริม แต่เสียงกลบด้วยคำของแม็กนัส
“ไม่ใช่เื่ดีหรอกนะถึงป่านี้จะไม่ใช่ป่าเวทย์ แต่มันก็ยังมีสัตว์อสูรที่หากินตอนกลางคืนอยู่”
แม่นแล้วแม็กนัสน้อย เรวิชรู้จักเสียงฝีเท้าอสูรกาย มันมาโดยไร้กลิ่น ราวกับเงาที่เดินได้พวกผจญภัยผู้ประมาทมักถูกฉุดหายไปในเงาคืนเหลือเพียงเสียงกรีดร้องสุดท้ายในความมืด
“เราจะนอนกันบนนั้น”เรวิชชี้ขึ้นไปบน ห้างไม้ ที่ลอยอยู่ท่ามกลางใบไม้พรมพร่างแสงจันทร์
“ห้าง?”พวกเขาทั้งสามเอ่ยขึ้นพร้อมกันราวกับฝึกมา
“แม็กนัสเ้าคือผู้ใช้เวทลมใช่หรือไม่” เรวิชถาม
“ครับ”เด็กหนุ่มพยักหน้าด้วยความมั่นใจน้อย ๆ
“มีไม้กวาดหรือพรหมเวทกันบ้างไหม?”ข้าถามตรง ๆ
“เอ่อ...ไม้กวาดของเราเสียค่ะหลังจากเผชิญกับการ์กอย” เอมมีลี่ตอบเสียงเบา
เรวิชพยักหน้าอย่างเข้าใจ“เจสัน เ้าร่ายคาถา เวนติ ยกร่างขึ้นไปได้ไหม?”
“แล้วท่านล่ะครับ?”เจสันย้อนถาม
เรวิชไม่ตอบด้วยคำแต่ใช้การกระทำแทน เรวิชเดินไปอุ้มหญิงสาวที่ยังไม่ได้สติขึ้นพาดบ่า ขาเหยียด งอแล้วพุ่งตัวะโขึ้นสูง พรวดเดียวถึงห้าง
แรงลมจากการะโทำให้ใบไม้ปลิวว่อนราวกับถูกกระชากด้วยพายุข้าค่อย ๆ วางรันลงอย่างเบามือ...แต่ยังไม่ทันจะหันไปสั่งการต่อ เสียงเฉียบคมก็ดังขึ้น
“จ...เ้าเป็ใคร!”ไม้เท้าชี้มาที่ข้า พร้อมสายตาคมดุของรันที่เพิ่งฟื้นคืนสติ เร็วเกินคาดเธอลุกขึ้นพร้อมตั้งการ์ดเวทพื้นฐาน แสงคมทิศ แบบไม่ต้องร่ายคาถา
เรวิชไม่ตอบแต่ยิ้มบาง ๆ “ตื่นแล้วรึ แม่นางอัศวินมนตรา?”
ความเงียบตรึงบรรยากาศไว้เพียงชั่วพริบตา...ก่อนทุกอย่างจะเปลี่ยนไป