คลื่นความโกลาหลในค่ำคืนงานแต่งงานได้ผ่านพ้นไป ทว่ามันกลับทิ้งรอยแผลและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไว้ในชีวิตของทุกคนเริ่มต้นที่ร้านกาแฟเงียบๆ แห่งหนึ่งใกล้มหาวิทยาลัย ‘ภูผา’ ตัดสินใจนัด ‘คิน’ออกมาเพื่อเคลียร์ใจเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะต้องออกเดินทางบินไปเรียนต่อเมืองนอกในไม่ช้า
สองหนุ่มนั่งสบตากกันท่ามกลางความเงียบครู่หนึ่งก่อนที่ภูผา ชายหนุ่มเ้าสำอางจะถอนหายใจยาวแล้วเป็ฝ่ายเอ่ยปากสารภาพความจริงใจออกมาก่อน
"คิน... กูขอโทษว่ะ ที่กูต่อยมึงวันนั้น เพราะกูใจร้อนเกินไป และก็อึดอัดที่มึงไม่เชื่อคำเตือนของกูเลยแต่ตอนนี้เื่น้ำหนึ่งมันพิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่กูพูดเห็นมันคือเื่จริง... กูแค่ไม่อยากให้มึงโดนหลอกว่ะเพื่อน"
คินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มบางเบา ยื่นมือหนาไปตบไหล่แกร่งของภูผา
"กูต่างหากที่ต้องขอโทษมึง ไอ้ภู...กูมันหูหนวกตาบอดเพราะความหลงแท้ ๆ ทั้งที่มึงเตือนกูด้วยความหวังดี แต่กูกลับไปด่ามึง ไปหาว่ามึงจะแย่งแฟนกู แถมยังคอยจ้องแต่จะจับผิดมึงอีก... ขอบใจมากนะเว้ยที่ไม่ทิ้งกูในวันที่กูโง่ขนาดนั้น"
"เออ ช่างมันเถอะวะ เื่มันผ่านไปแล้ว" ภูผายิ้มกว้างขึ้น ความรู้สึกอึดอัดแน่นในอกมลายหายไปสิ้น
"อีกไม่นานกูต้องบินไปเรียนต่อเมืองนอกเฉพาะทางหนึ่งปีตามคำสั่งพ่อแล้วนะเว้ย...ที่กูยอมไป ก็เพราะนึกถึงคำแนะนำของมึงที่ห้องซ้อมดนตรีวันนั้นแหละ กูชั่งน้ำหนักดูแล้วว่า ยอมทนปีเดียวดีกว่าปล่อยให้บริษัทของแม่หลุดมือไปอยู่กับคนอื่น"
"ดีแล้วล่ะ คิดได้แบบนี้มึงโตขึ้นเยอะเลยนะ" คินหัวเราะร่วนลั่นพลางยื่นหมัดไปชนกับหมัดของภูผา "เดินทางปลอดภัยนะเว้ยเพื่อน กลับมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวเลี้ยงเหล้าฉลอง" มิตรภาพที่เคยพังทลายลง
เพราะคราบน้ำตาบัดนี้ถูกประสานคืนกลับมาเป็เพื่อนรักคนเดิมอย่างสมบูรณ์แบบ
++++++++++
ตัดภาพมาทางด้านของ‘มายด์’ ทันทีที่คลิปฉาวกลางงานแต่งงานจบลง เธอประกาศบอกเลิก ‘วิน’ทันที แต่ว่าวินกลับไม่ยอมจบง่ายๆ ชายหนุ่มรุ่นพี่คณะสถาปัตย์พยายามตามง้อเธอทุกวิถีทาง วันต่อมาวินมารอดักเจอมายด์ที่หน้าคณะเรียน ทันทีที่เห็นร่างบางเดินออกมาเขาก็ถลันเข้าไปขวางหน้าคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความลนลาน
"มายด์! ฟังพี่ก่อนสิครับ เื่คืนนั้นพี่โดนอีน้ำหนึ่งมันมอมเหล้าพี่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ มายด์ให้โอกาสพี่อีกครั้งไม่ได้เหรอ" วินอ้อนวอน เสียงสั่นเครือ
มายด์สะบัดข้อมือออกอย่างแรง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววสดใสบัดนี้เ็าปานน้ำแข็ง
"หยุดโกหกสักทีเถอะพี่วิน! ภาพในคลิปมันฟ้องชัดเจนว่าพี่มีความสุขกับมันขนาดไหน...มายด์เคยเชื่อใจพี่ทุกอย่าง แต่พี่กลับเหยียบย่ำความรู้สึกของมายด์ลับหลัง ต่อจากนี้ระหว่างเรามันจบลงแล้วอย่ามาให้มายด์เห็นหน้าอีกเลย!"
มายด์ก้าวเท้าเดินหนีทันที ทิ้งให้วินยืนกำหมัดแน่นหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความผิดหวังและโกรธแค้นในความผิดของตัวเองที่พังชีวิตรักลงด้วยตัณหาชั่วข้ามคืน
++++++++++
ในเย็นวันนั้น ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของ‘ธนัท’ หนุ่มใหญ่วัย 48 ปีผู้ยังคงจมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้าจากการสูญเสียภรรยาคู่ชีวิต เมื่อเห็นลูกสาวเพียงคนเดียวกลับมาบ้านด้วยสภาพจิตใจที่บอบช้ำพังทลายจากเื่ผู้ชาย ธนัทจึงเดินเข้ามาโอบกอดลูกสาวเอาไว้แนบกายพยายามทำหน้าที่พ่ออย่างเต็มที่
"มายด์ลูก... ไปเที่ยวเชียงใหม่กับพ่อไหม" ธนัทเอ่ยเสียงทุ้มอบอุ่น พลางลูบผมยาวสลวยของลูกสาวเขาจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้วก่อนเกิดในงานแต่งงาน
"พ่อตั้งใจจะขึ้นเหนือไปรับลมหนาว เปลี่ยนบรรยากาศตามที่มายด์เคยแนะนำพ่อเห็นมายด์เจอเื่แย่ ๆ มา ไม่อยากให้อยู่กรุงเทพฯ คนเดียว กลัวลูกคิดมาก ไปพักผ่อนกับพ่อนะลูก"
มายด์เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มจางๆให้บิดา ถึงแม้เธอจะเศร้า แต่เธอก็ยังคงเข้มแข็ง
"ขอบคุณคุณพ่อมากนะคะ... แต่มายด์ขออยู่พักผ่อนเงียบๆ ที่บ้านเราดีกว่าค่ะมายด์ไม่อยากไปไหนตอนนี้เลย อีกอย่างมายด์มีงานค้างที่จะต้องส่งอาจารย์ คุณพ่อไปเที่ยวคนเดียวเถอะนะคะ ถือว่าไปพักผ่อน มายด์อยู่บ้านคนเดียวได้ค่ะ ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ"
ธนัทมองลึกลงไปในดวงตาของลูกสาว เห็นความมุ่งมั่นว่า้าความสงบ เขาจึงพยักหน้ารับคำเงียบๆ
“เอาอย่างนี้ดีกว่า พ่อไม่ไปแล้วเชียงใหม่ พ่ออยู่เป็เพื่อนลูกสาวคนสวยของพ่อดีกว่า” ธนัทเสนอทางออก เพียงแต่ว่ามายด์ไม่เห็นด้วย ขัดขึ้นว่า
“คุณพ่อขา มายด์เรียนใกล้จบแล้ว มายด์โตแล้ว เื่แค่นี้เอง จิ๊บ ๆ คุณพ่อไปเถอะนะนะคะ ไม่ต้องห่วง เห็นมั๊ย มายด์ยิ้มแล้ว” มายด์ปั้นยิ้มทั้งที่ดวงตายังเศร้า ธนัทเข้าใจลูกสาว
"งั้นก็ตามใจ ถ้าอย่างนั้น มีอะไรโทรหาพ่อได้ตลอดเวลานะ"
“ค่า...” มายด์โผเข้ากอดบิดา สองพ่อลูกโอบกอดกันด้วยความรัก
++++++++++
หลังจากที่ธนัทจัดกระเป๋าแล้วออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือเพียงลำพังบ้านหลังใหญ่จึงเหลือเพียงมายด์คนเดียว ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว...‘คิน’ เพื่อนสนิทที่แอบหลงรักเธอมานานและเพิ่งตาสว่างจากน้ำหนึ่ง รีบก้าวเข้ามาทำหน้าที่อยู่เป็เพื่อนคอยดูแลเธออย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เธอฟุ้งซ่าน
ในค่ำคืนอันเงียบสงัดคินนั่งอยู่บนพรมหนานุ่มกลางห้องนั่งเล่น ในมือคือกีตาร์โปร่งคู่ใจ ส่วนมายด์นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาดวงตาคู่สวยจับจ้องมองมาที่เขา
คินเริ่มกรีดนิ้วลงบนสายกีตาร์ บรรเลงท่วงทำนองเพลงรักที่นุ่มนวลและอบอุ่นที่สุดเท่าที่เขาจะร้องได้เสียงทุ้มละมุนของคินดังสะท้อนก้องคลอเคลียไปกับสายลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง
"ในคืนที่ฟ้ามันมืดมน... ให้รู้ว่ายังมีฉันอยู่ตรงนี้ คอยเป็แสงสว่างคอยเยียวยาแผลในใจที่มี..."
คินร้องเพลงจบลงด้วยรอยยิ้มละมุน เขาวางกีตาร์ลงข้างกายแล้วขยับเข้าไปนั่งคุกเข่าตรงหน้ามายด์ เอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวของเธอไว้แ่เบา สบตากลมนิ่ง
"มายด์... เพลงนี้ฉันแต่งให้แกนะ เื่ร้ายๆมันผ่านไปแล้ว ต่อจากนี้ไปแกไม่ต้องร้องไห้คนเดียวอีกแล้วนะเว้ยเพราะแกยังมีฉัน... ฉันจะอยู่ร้องเพลง คอยดีดกีตาร์ให้แกฟังแบบนี้ตลอดไป"
คำพูดที่แสนอบอุ่นและสายตาที่เต็มไปด้วยความภักดีอย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลงของคิน ทำให้หัวใจที่แห้งผากของมายด์หลั่งรินไปด้วยความตื้นตัน ความรู้สึกหวั่นไหวที่มากกว่าเพื่อนเริ่มผลิบานขึ้นในหัวใจของคนทั้งสองคนอย่างเงียบๆท่ามกลางค่ำคืนที่ความเหงาถูกแทนที่ด้วยความรักที่แท้จริง
ขณะเดียวกันที่อีกฟากฟ้าหนึ่ง...ธนัทก้าวเท้าลงจากเครื่องบิน สูดรับลมหนาวของจังหวัดเชียงใหม่ร่างกายหนุ่มใหญ่กำลังมุ่งหน้าสู่ร้านอาหารกึ่งบาร์สไตล์พื้นเมืองโดยที่เขาไม่มีวันรู้เลยว่า ที่นั่น... สาวน้อยเด็กเสิร์ฟวัย 19ปีอย่าง ‘ริน’ กำลังรอคอยการพบเจอที่จะเปลี่ยนอนาคตของคนทั้งคู่ไปตลอดกาล
++++++++++