ผ่านไปครึ่งเดือนอาการของเลี่ยงหรงก็ดีขึ้นส่วนท่านแม่ทัพหวังหย่งก็มาเยี่ยมเยียนตลอด บางครั้งก็นำขนมมาให้เลี่ยงเหลียงและนั่งพูดคุยกัน
ั้แ่เลี่ยงเหลียงเข้ามาในชีวิตหวังหย่งก็รู้สึกว่าตนเองได้พูดคุยกับเกอน้อยโดยเป็ตัวของตัวเอง ไม่ต้องคิดวิเคราะห์ว่าคนตรงหน้ามาดีหรือร้ายหรือมีแผนการอันใด เพราะั้แ่เด็กจนโตเขาต้องอยู่ในกฎเกณฑ์มากมายและต้องคอยระแวง แม้กระทั่งพี่น้องต่างมารดาของตน จึงทำให้เหมือนอยู่ตัวคนเดียวหาได้มีพี่น้องไม่
เลี่ยงเหลียงมาเติมเต็ม่วัยเด็กของเขาทำให้หัวเราะ ทำให้ยิ้มกับคำพูดซื่อๆ เพียงไม่กี่ประโยคจากอีกฝ่ายจนเขาเคยมีความคิดว่าอยากเก็บเกอน้อยเอาไว้กับตัว
และแล้ววันที่เขาไม่้าได้มาถึงในระหว่างหวังหย่งกำลังป้อนขนมเลี่ยงเหลียงที่นั่งอยู่บนตักนั้นเลี่ยงหรงก็เดินมาพร้อมกับจื่อรั่ว
"ท่านแม่ทัพขอรับ ตัวข้านั้นได้หายดีแล้ว พวกข้าจึงคิดว่าจะออกไปหาที่อยู่ใหม่ตามที่เคยกล่าวไว้"เลี่ยงหรง
"ท่านหายดีแล้วหรือ ข้าจะให้หมอมาตรวจอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ"หวังหย่ง
"ข้าเป็หมอ ย่อมรู้ว่าตนหายดีแล้วจริงๆ ขอรับ" เลี่ยงหรง
"เช่นนั้นข้าขอเวลาอีกเจ็ดวัน ข้าจะพาพวกท่านไปยังที่อยู่ใหม่"หวังหย่ง รู้สึกวูบโหวงในอก เขากำลังจะเสียเกอน้อยไป
"คือ ข้าคิดว่าจะไปหาเองดีกว่าขอรับเพราะไม่อยากรบกวนท่านแม่ทัพไปมากกว่านี้"เลี่ยงหรง
เหตุที่เขา้าจากไปเร็วที่สุดเพราะเวลาที่แม่ทัพไม่อยู่ ฮูหยินเอกซูเจียวแม่ของท่านแม่ทัพมักจะมาพูดค้อนคอด ว่าพวกเขาหวังจะเอาบุตรเกอมาล่อลวงบุตรชายตนมักใหญ่ใฝ่สูง เป็คางคกที่หวังจะกินเนื้อั และมักจะแกล้งพวกเขาอยู่บ่อยๆโดยเฉพาะเลี่ยงเหลียงที่ท่านแม่ทัพ มักจะมาหาเสมอด้วยความเอ็นดู
ซึ่งพวกเขารู้ดีว่าที่นางทำเพราะหวังดีต่อท่านแม่ทัพท่านแม่ทัพมีคู่หมั้นเป็บุตรีของเสนาบดีฝั่งขวา เผิงจื้อเจินซึ่งเป็พี่ชายของฮองเฮา
คู่หมั้นของท่านแม่ทัพเป็สตรีที่ร้ายกาจนามว่าซีซวน ต่อหน้าท่านแม่ทัพก็ทำตัวเรียบร้อย หลับหลังกลับเป็ดังปีศาจหึงแม้กระทั่งเด็กน้อยที่ไม่รู้ประสีประสา
ซึ่งเื่ราวเหล่านี้พวกเขาไม่คิดที่จะเปิดโปง หรือเอามาฟ้องให้ท่านแม่ทัพต้องลำบากใจจึงขอจากไปเสียดีกว่า
"ถ้าเช่นนั้นพวกท่านจะไปเมื่อใด" หวังหย่ง เผลอกอดเลี่ยงเหลียงแน่นโดยไม่รู้ตัว
ทั้งจื่อรั่วและเลี่ยงหรงเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าหากขืนอยู่ต่อไป บุตรของตนคงไม่ปลอดภัยจากสตรีที่ได้ขึ้นชื่อว่าแม่และคู่หมั้นของ ท่านแม่ทัพแน่เพราะดูเหมือนท่านแม่ทัพจะเอ็นดูบุตรของตนมากเกินไปแล้วทั้งสองมองหน้ากันและตอบอย่างหนักแน่นว่า
"พวกข้าขอออกเดินทางวันนี้ขอรับ"
เหมือนสายฟ้าผ่าที่กลางใจเร็วเพียงนั้นเชียวหรือ เขา้าเวลาอีกสักนิด หวังหย่งหันไปมองเกอน้อยคนงามของเขาในจังหวะที่เลี่ยงเหลียงก็มองที่หวังหย่งเช่นกัน
เลี่ยงเหลียงยิ้มก่อนจะกล่าวปลอบใจอีกฝ่ายว่า"ขอบคุณท่านแม่ทัพที่ดูแลข้าและครอบครัวของข้าขอรับ ถึงข้าจะไปจากจวนนี้แล้วแต่ข้าก็ยังอยู่ในเขตเมืองหลวง ท่านสามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อ"
หวังหย่งคิดตาม 'ใช่เขาสามารถไปหาเกอน้อยได้ทุกเมื่อในเมื่อสติเริ่มกลับมาก็ปล่อยอ้อมแขนที่กอดเลี่ยงเหลียงไว้ออก ทำให้ เลี่ยงเหลียง ลุกขึ้นมาและเดินไปหาแม่ของตน
"เช่นนั้น ให้ข้าไปส่งพวกท่านเถิด" หวังหย่ง
"ไม่ต้องหรอกท่านแม่ทัพ พวกเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปอยู่ที่ใด เกรงว่าท่านจะเสียเวลา"เลี่ยงหรง
"ถ้าเช่นนั้น ข้าย่อมต้องไป ข้ารู้จักเมืองหลวงแห่งนี้มากกว่าพวกท่านและข้าก็มีที่ที่หนึ่งอาจจะเป็ที่อยู่ใหม่ได้" หวังหย่ง คิดถึงที่ที่ตนซื้อไว้แต่ยังไม่ได้ทำอะไร เพราะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองไปนิดหน่อย อยู่ชายเขาซึ่งเขามองว่าเป็ที่ร่มรื่น หากปลูกเรือนรับรองคงดีไม่น้อย
"คือ...พวกข้าไม่อยากรบกวนจริงๆ" เลี่ยงหรงปฏิเสธเพราะไม่อยากโดนดูถูกอีกแล้วจากปีศาจสองคนนั้น
เหมือนหวังหย่งเริ่มดูออกว่าต้องมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ทั้งสามคนรีบร้อนที่จะไปน่าจะเกิดจากแม่และคู่หมั้นของตน เพราะเขารู้จักนิสัยของแม่ตนเองดีส่วนนิสัยของคู่หมั้นก็เป็ที่โจษจันเื่เอาแต่ใจ ดูถูกคน ทุบตีบ่าวไพร่ในจวนแต่ด้วยอำนาจของพ่อนางที่เป็ถึงพี่ชายของฮองเฮาและยังเป็เสนาบดีฝ่ายขวาจึงไม่มีใครสามารถทำอะไรนางได้
ซึ่งสตรีนางนี้เขาเคยเจอเป็บ้างครั้งเป็คนที่น่ารำคาญ พูดมาก เอาแต่นินทา สตรีนางอื่นให้เขาฟัง และชอบเกาะติดเขาพอได้เป็คู่หมั้นกับเขาก็เอาไปพูดในกลุ่มลูกขุนนาง ว่าเขารักนางมากต้องเจอหน้านางทุกวัน ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เลยจนเขาต้องส่งสายไว้คอยตรวจสอบก่อนกลับจวนว่านางอยู่หรือไม่หากนางกลับไปแล้วเขาถึงจะกลับเข้าจวน ถ้าถามว่าทำไมเขาต้องทนก็เพราะหน้าที่ดังที่เคยกล่าวข้างตน
"พื้นที่แห่งนี้ ข้าซื้อไว้ด้วยเงินส่วนตัว และท่านแม่ย่อมไม่รู้"หวังหย่ง
ทุกคนที่ได้ยินก็ใหรือท่านแม่ทัพจะรู้ ไม่น่าใช่ น่าจะเริ่มสงสัยท่าทีของพวกเขาเป็แน่
ดังอ่านใจออกหวังหย่งพูดขึ้นว่า
"ข้าไม่รู้ว่าพวกท่านเจออันใดแต่ได้โปรดเห็นแก่บุตรของท่านที่เป็เกอตัวน้อยท่านอย่าได้เดินทางแบบไร้จุดหมายเช่นนี้เลย ข้างนอกอันตรายนัก"
"คือ..ข้า" เลี่ยงหรง พูดไม่ออกจะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นดีหรือไม่กำลังชั่งใจ
"ที่แห่งนี้อยู่ชายเขา บรรยากาศดีนักเดิมทีข้าคิดจะสร้างจวนของข้าเองไว้ผ่อนคลาย แต่ในเมื่อพวกท่าน้าจากไป ข้าย่อมยกให้เื่นี้ท่านแม่ข้าจะไม่รู้ ท่านหมอท่านสบายใจเถิด" หวังหย่ง
"ขอบคุณขอรับท่านแม่ทัพ" เลี่ยงหรง ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธอะไรในเมื่อถึงอย่างไรหวังหย่งคงไม่ปล่อยให้ครอบครัวเขาไปตกระกำลำบากเร่ร่อนแบบไร้จุดหมายเป็แน่
"เป็อันตกลง ดังนั้นพวกท่านไปเก็บข้าวของข้าจะเตรียมรถม้าไปส่งที่นั่น" หวังหย่ง
"ขอรับ/เ้าค่ะ" เลี่ยงหรง/จื่อรั่ว/เลี่ยงเหลียง
แล้วทั้งสามก็ไปเก็บข้าวของและก็ไปลาท่านแม่ทัพใหญ่เ้าของจวน หลีเหว่ย และฮูหยินเอกซูเจียว ก่อนออกเดินทาง
เมื่อรถม้ามาถึงก็พบกลับพื้นที่ดังที่หวังหย่งบอก มีเพียงกระท่อมหลังน้อยตั้งอยู่
"ที่ตรงนี้ข้ายังไม่ได้สร้างจวนดังที่คิดส่วนกระท่อมเก่าหลังนี้มีอยู่แล้วยังไม่ได้รื้อ พวกท่านอยู่ไปก่อนพรุ่งนี้ข้าจะให้คนมาปลูกบ้านให้ใหม่หากบ้านเสร็จแล้วค่อยรื้อกระท่อมแห่งนี้ดีหรือไม่" หวังหย่ง
"พวกข้าเป็หนี้บุญคุณท่านแม่ทัพอีกแล้ว" เลี่ยงหรง กล่าวด้วยความเกรงใจ
"ไม่ต้องเกรงใจไป ในเมื่อท่านหมอหายดีแล้วพรุ่งนี้ข้าคงรบกวนท่านหมอไปกับข้า หาคนผู้หนึ่ง" หวังหย่ง
"ใครหรือขอรับ" เลี่ยงหรง ทำหน้าสงสัย
"ความลับ พรุ่งนี้ข้าจะมารับท่าน เป็คนป่วยคนหนึ่งข้าคิดว่าท่านหมอคงรักษาได้" หวังหย่ง
"ข้าจะรักษาคนผู้นั้นอย่างเต็มที่ขอรับ" เลี่ยงหรง
เมื่อพูดคุยกันจบหวังหย่งก็กลับจวนไป