บทที่ 1 ยอมรับความเปลี่ยนแปลง
“เห้อ”
“คุณชายขอรับ นี่ก็รอบที่ร้อยแล้วนะขอรับ ที่คุณชายถอนหายใจเยี่ยงนี้”
“นายจะไปรู้อะไร ที่นี่น่าเบื่อจะตาย ซีรี่ส์ก็ไม่มีให้ดู ชีสเค้กหล่ะมีไหม” เสี่ยวหงมองไปที่ต้าซินเพื่อเป็เชิงถาม พร้อมด้วยเลิกคิ้วที่คมเข้มสมเป็ชายชาตรี
“ซซซ ซี อะไรนะขอรับ” สายตาต้าซินเต็มไปด้วยความงุนงงในคำพูดของเ้านายตนเอง
“อะๆ ไม่ต้องคิดมันแล้ว ในครัวมีขนมอะไรบ้าง ไปเอามาให้หน่อยสิ”
“งั้นกระผมจะไปนำ*เซาปิ่งที่คุณชายชอบมาให้นะขอรับ” เด็กหนุ่มรีบวิ่งออกไปที่ห้องครัวด้วยความดีใจที่เ้านายของตนเรียกใช้งานสักที เพราะว่าเขายืนอยู่เฉยๆ ตรงนี้มาเป็เวลามากกว่าหนี่งชั่วยาม**แล้ว
“มันคือขนมอะ.. ไปซะแล้ว” เสี่ยวหงส่ายหัวน้อยๆ ก่อนที่จะนั่งเหม่อลอยมองก้อนเมฆ และตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง เธออยู่ที่จวนอู๋ชินแห่งนี้มาเป็เวลาสองวันแล้วแล้ว
เธอหลอกทุกคนว่าความทรงจำของเธอหายไป แล้วคอยถามเื่ราวเกี่ยวกับเ้าของร่างนี้กับสาวใช้โดยที่ไม่มีใครสงสัยได้อย่างง่ายดาย จนได้รู้ว่าร่างนี้มีชื่อว่า “ลู่เสี่ยวเฟิง” บุตรชายคนโตเพียงหนึ่งเดียวของท่านเสนาบดีซ้ายลู่ป๋อเหลียน และฮูหยินจ้าวลู่ซือ เขาถูกผู้คนตัดสินว่าเป็บุคคลไร้ความสามารถวันๆ มัวแต่เที่ยวเล่นสำมะเลเทเมาไม่ทำการทำงาน
เมื่อสามวันก่อนเขาได้ดื่มจนเมาหนัก ทำให้เกิดพลาดท่าพลัดตกลงไปในบ่อน้ำหลังจวน ต้าซินเล่าว่าเสี่ยวเฟิงนั้นชีพจรหยุดเต้นไปแล้วนานถึงหนึ่งถ้วยชา*** แล้วจู่ๆ ก็ฟื้นขึ้นมาราวกับปาฏิหาริย์ เดิมทีเธอมีชื่อว่า” ลู่เสี่ยวหง” เป็แพทย์หญิงที่มี่ชื่อเสียงด้านแพทย์แผนจีนโบราณและแพทย์แผนจีนประยุกต์ เสี่ยวหงโด่งดังเพราะคลิปไวรัลเกี่ยวกับคอที่แข็งแรงของเธอ จากการดื่มแอลกอฮอล์ในผับหรูย่านดังแห่งหนึ่งในจีน
ก่อนที่เธอจะทะลุมิติมาอยู่ที่นี่เสี่ยวหงจำได้ว่าเธอกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากที่นอนในคลีนิคมาร่วมอาทิตย์กว่าได้ โดยระหว่างทางได้เจอเข้ากับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ที่เหมือนว่าจะะโสะพานฆ่าตัวตาย
เธอเห็นอย่างนั้นจึงได้เดินตรงเข้าไปเพราะกลัวว่าเขาจะะโน้ำตายจริงๆ แล้วทำให้ตัวเองนอนฝันร้าย เธอได้พูดจาถากถางกับชายคนนั้นว่า “นี่ลุง จะตายอยู่แล้วยังมาทำคนอื่นเดือดร้อนอีก ลุงก็ดูอายุเยอะแล้วนะ น่าจะแก่ตายอยู่บ้านรอลู..ก..” ประโยคสุดท้ายเหมือนเสี่ยวหงนึกอะไรออกจึงไม่ได้พูดออกมาให้หมดแล้ว
ชายคนดังกล่าวได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เสี่ยวหงพูด กลับกันเขาเตรียมท่าที่จะะโลงสะพานแห่งนี้ เสี่ยวหงใะโใส่ชายคนนั้นว่า “นี่ลุง ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ!” เขาก็ยังไม่สนใจเตรียมก้าวขาเพื่อที่จะะโ
เสี้ยววินาทีนั้นเสี่ยวหงได้ตัดสินใจก้าวขาเพื่อไปคว้าแขนชายคนนั้นอย่างไม่ลังเล แต่มันก็สายเกินไปและทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เสี่ยวหงได้พลัดตกลงไปด้วย เขาได้พูดประโยคหนึงกับเสี่ยวหงว่า
“แสงจันทร์คืนนี้ช่างงดงามเสียจริง เ้าว่าไหม”
.
.
.
//ตู้ม//
“แสงจันทร์คืนนี้งดงามงั้นเหรอ? งดงามบ้าอะไร!อย่าให้เจอนะแม่จะ จะ ว่าแต่ลุงเค้าหน้าตายังไงนะ มีหนวดหรือไม่มี สูงประมาณไหนนะ ทำไมเราถึงจำไม่ได้หล่ะ เอ้” เสี่ยวหงพยายามนึกแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เป็จังหวะเดียวกับที่ต้าซินกลับมาพอดี
“นี่ขอรับ เซาปิ่งเผือกร้อนๆ ที่คุณชายชอบ” เด็กหนุ่มวางจานขนมลงไว้ตรงหน้าผู้เป็นาย พร้อมกับคอยยืนสังเกตสีหน้าว่าจะชอบหรือไม่ เสี่ยวหงหยิบขนมขึ้นมาหนึ่งชื้น และกัดขนมไปเล็กน้อย
“อืม ก็อร่อยดีนะแต่เสียอย่างเดียวติดฟัน “ใบหน้าแต่เดิมของเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม บัดนี้แปรเปลี่ยนสีหน้าระคนเสียใจ เพียงเพราะเ้านายของตนไม่ค่อยถูกใจกับขนมที่เขานำมาให้ “เอ่อนี่ ชื่อต้าซินใช่มั้ยเราหน่ะ อายุน่าจะประมาณ.....อืม...สักสิบห้า ใช่ไหม”
“ขอรับ ปีนี้ย่างเข้าสิบหาแล้วขอรับ” ดวงหน้าของเด็กหนุ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง เมื่อเ้านายจำชื่อเขาได้
“แล้วมีครอบครัวที่ไหนรึเปล่า” เสี่ยวหงซักถามด้วยความคุ้นชินของเธอ ที่ต้องถามคนไข้ในทุกวัน
“มีขอรับ ชื่อว่าต้าซือ แต่ก่อนทำงานเป็บ่าวรับใช้ของคุณชายไงขอรับ คุณชายชอบเรียกข้าเป็พี่ต้าซือตลอด ั้แ่คุณชายฟื้นครานี้ก็เป็ครั้งแรกนี่แหละขอรับ ที่เรียกชื่อข้าถูก”
อ๋อออ นอกจากชื่อเสียงไม่ดีแล้วยังความจำสั้นอีกหรอเนี่ย มีข้อเสียเพิ่มอีกไหมคุณชายยย
“แล้วนี่ปกติแล้วฉันมีงานมีการทำรึเปล่า” เสี่ยวหงยื่นหน้าไปใกล้เพื่อรอคำตอบ
บอกทีว่ามี อย่างน้อยก็ทำงานไม่พาลเงินพอแม่ไปวันๆ เธอได้แต่คิดในใจอย่ามีหวัง
“มีขอรับ คุณชายชอบไปเล่นทายลูกเต๋า ไม่ก็ถั่วขอรับ” จากหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง บัดนี้กลายเป็คนที่ทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างเป็ที่สุด
ไอคุณชายคนนี้มีไรดีบ้างเนี่ย นอกจากเที่ยวเล่นไปวันๆ ไม่ทำการทำงาน ทำไมต้องส่งเรามาร่างหมอนี่ด้วย!!ทำไม!!หลังจากที่เสี่ยวหงระบายความในใจเสร็จก็ได้ถามต้าซินต่อทันที
“พาฉันออกไปเดินชิลๆ ในตลาดหน่อยได้ไหม เบื่อจะแย่อยู่แล้ว” ต้าซินคิดอยู่นาน ถึงจะเข้าใจความหมายที่ผู้เป็นาย้าจะสื่อในที่สุด และนึกย้อนคำพูดของท่านเสนาว่าให้ดูแลคุณชายให้ดี อย่าให้ออกไปไหนพักผ่อนอยู่แต่ในเรือน
“ไว้วันหลังดีกว่าขอรับคุณ ร่างกายคุณชายยัง...”
“ฉันแข็งแรงดี ยกตั่งนี่ได้ด้วยดูสิ” พูดพร้อมกับพลางยกตั่งขึ้นมาเหนือหัว โชว์ความแข็งแรงให้เด็กหนุ่มดู
“เอ่อ คุณชายอย่าทำเยี่ยงนั้นขอรับ เดี๋ยวข้าวของก็พังอีก...”
“นั่นมันอุบัติเหตุ ฉันไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย นี่ต้าซินฉันขอออกไปข้างนอกหน่อย นะนะนะ อยู่แต่ทีนี้มันอึดอัดดูสิ มีแค่ต้นไม้กับสวนเทียมมันไม่ธรรมชาติเอาซะเลย”
“แต่ ท่านเสนา...”
“ไม่รู้แหละถ้าไม่ให้ฉันไป ฉันก็จะหนีออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” พูดจบเสี่ยวหงก็ไม่รอช้า นำตั่งไปวางไว้เพื่อให้สูงพอที่จะปีนกำแพง ส่วนทางต้าซินก็พยายามอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เ้านายของตนหนีออกไปข้างนอก
“ปล่อยฉันนะ ฉันจะออกไปข้างนอก!!!” คนหนึงก็พยายามที่จะปีนป่ายออกไป ส่วนอีกคนก็พยายามที่จะดึงกลับมา.....
“ปล่อย!”
(//ส่ายหัว//)
“ได้ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!” พูดจบเสี่ยงหงก็เตรียมยกขา เพื่อที่จะเตะต้าซินออกไป แต่ทันใดนั้นก็มีสตรีนางหนึ่งปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับเหล่าสาวใช้น้อยใหญ่ พอนางมาพบเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็ได้ออกคำสั่งว่า “ทำอันใดกันพวกเ้าสองคน หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
เอ้ะ ทำไมเสียงนี้คุ้นจัง หรือว่าจะเป็
.
.
.
*เซาปิ่ง ขนมเปี๊ยะสด หรือ ขนมแป้งทอดของจีน
**หนึ่งชั่วยาม = หนึ่งชั่วโมง
***หนึ่งถ้วยชา = สิบห้านาที