"ถอยไป กูจะฆ่ามันเอง" เตงหม้อผลักอาฉีจนล้ม แล้วแย่งชิงเกาทัณฑ์มาไว้กับตัว
ส่วนอาฉีเมื่อถูกผลักล้มลง ได้แต่สบถอยู่ในใจอย่างขุ่นเคือง อาเฉินจึงรีบเข้ามาประคองเพื่อนซี้ พร้อมสาดสายตาสังหาร
อาฉีเห็นดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นปรบบ่าสหาย ปลอบให้ใจเย็นระงับอารมณ์ขุ่นมัว อาเฉินได้แต่เม้มริมฝีปากแน่นก้มศีรษะลง อาศัยความมืดปกปิดรังสีอำมหิต
เตงหม้อหัวเราะร่าด้วยความยินดี เมื่อเห็นหม่าเหลียงยักแย่ยักยันอยู่กลางลำน้ำ โดยไม่ทันได้สังเกตุอากัปกิริยาของสองทหารคู่กายที่มุ่งหมายสังหารตน
"อิ.อิ.ในที่สุดมันก็จนมุมจนได้ ขอยิงเกาทัณฑ์ให้ถูกมันจังหนับซักที เพื่อสร้างภาพของข้า ให้เป็ที่กริ่งเกรงในกองทัพ" พูดจบก็กระโจนขึ้นไปบนก้อนหินใหญ่ ยืนจังก้าอย่างสง่างามราวกับเทพจุติ สร้างเสียงฮือฮาให้กับลูกน้องจอมสอพลอ ให้พากันร้องเชียร์อย่างสนุกสนาน
ส่วนสองหัวหมู่จ้องเขม็งด้วยความโกรธขึ้ง จนอาเฉินสบถออกมาให้สหายสนิทได้ยิน
"พี่ฉี ท่านดูไอ้เลวนั่นซิ มันทำตัววิเศษโอ้อวดผู้คน น่าจับมากระทืบให้จมตีนเหลือเกิน"
"น้องเฉิน ข้าเองก็เจ็บแค้นไม่แพ้เ้า สู้อุตส่าห์รอคอยมาหลายปี แต่ยังไม่สบโอกาศเหมาะเหม็งที่จะฆ่ามัน" กล่าวจบพลางแกล้งปั้นหน้ายิ้มประจบ ะโบอกท่านรองแม่ทัพ ให้ระมัดระวังตนเองให้มาก เนื่องจากก้อนหินใหญ่ทรงกลมต้องน้ำค้างค่อนข้างลื่น
เตงหม้อหันมาทำตาเขียวใส่ ด่าอย่างสาดเสียเทเสียหาความว่าอาฉี้าสาปแช่งตน ให้เกิดอุบัติเหตุตกลงมา สร้างความไม่พอใจให้กับสองสหายยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ความจริงแล้วเตงหม้อ,ฉีเซินและเฉินหลงนั้นเป็คนบ้านเดียวกัน เฉินหลงเป็ลูกโทนของหัวหน้าหมู่บ้าน เป็ผู้มีพละกำลังเข้มแข็งกล้าหาญมาั้แ่เด็ก ส่วนเตงหม้อนั้นเป็ลูกคนต้มเหล้าขายฐานะยากจน จะทำการสิ่งใดก็มักจะเป็ลูกไล่ของเฉินหลงเสมอมา
ส่วนฉีเซินเป็บุตรพ่อค้าข้าวมีฐานะมั่งคั่ง ทั้งยังมีสติปัญญาหลักแหลม ร่ำเรียนตำราจากสำนักอักษรชื่อดังในเมืองจีลู่ จนกระทั่งนายอำเภอต้องตาเห็นความสามารถ จึงยกบุตรสาวแสนสวยให้เป็ภรรยา สร้างความอิจฉาริษยาให้กับหนุ่มๆรุ่นกระทงมากมาย โดยเฉพาะเตงหม้อสหายสนิทที่เติบใหญ่มาด้วยกัน
จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีก่อน หลังจากเกิดกบฎโจรโพกผ้าเหลือง เตงเมาญาติผู้พี่ของเตงหม้อได้ขึ้นเป็นายทหารใหญ่ ทำให้เตงหม้ออาศัยบารมีของพี่ชายระรานชาวบ้าน มันได้ยกกองทหารมากะเกณฑ์ไพร่พล ทำให้เฉินหลงและฉีเซินไม่อาจบ่ายเบี่ยง เนื่องจากเกรงภัยจะมาถึงครอบครัวของตน จึงจำใจเข้าร่วมกองทัพ
แต่เตงหม้อกลับถืออำนาจบาตรใหญ่แก้แค้นส่วนตัว จับตัวเหล่าอิสตรีตั้งเป็กองสุขสันต์ เพื่อบำบัดความใคร่สร้างขวัญกำลังใจให้เหล่าทหาร ซึ่งรวมถึงภรรยาของฉีเซินด้วย บีบบังคับให้นางหมดทางเลือกต้องชิงฆ่าตัวตาย ส่วนญาติผู้น้องของเฉินหลงเอง ก็ะโน้ำตายเช่นเดียวกัน สร้างความเจ็บแค้นให้สองหัวหมู่ยิ่งนัก
ซึ่งแน่นอนเตงหม้อย่อมรู้ดีแก่ใจ ว่าทั้งสองคน้าล้างแค้นตนตลอดเวลา ความจริงมันสามารถหาเหตุปลิดชีพคนทั้งสองได้ตลอดเวลา แต่เนื่องจากอาฉีและอาเฉินเป็ผู้มีความเก่งกาจ จึง้าเก็บพวกมันไว้ใช้งาน นับว่ามีประโยชน์มากกว่าคนตายนับร้อยเท่า
ฝ่ายหม่าเหลียงครั้นรู้ตัวว่าถูกไล่ตามทัน จึงหันหลังมายืนหยัดพร้อมประจัญบาน ด้วยขณะนี้กองทหารผ้าเหลืองต่างถือคบเพลิงอยู่ที่ริมตลิ่งเต็มไปหมด โดยเฉพาะเตงหม้อที่ยืนตระหง่านอยู่บนก้อนหินใหญ่ จ้องเขม็งมาที่ตนด้วยจิตอาฆาตของอสรพิษร้าย
"ฮี่.ฮี่.มาดูกันซิว่า ระยะเพียงสามสิบก้าว มึงจะหลบลูกเกาทัณฑ์ของกูได้อย่างไร?" เตงหม้อย่ามใจะโก้อง
"เอาเลย ยิงมันๆๆ" เสียงลูกกระจ๊อกเชียร์กันดังสนั่นคุ้งน้ำ
หม่าเหลียงคิดในใจว่าหมดหนทางรอด หากแม้นเตงหม้อยิงลูกศรมาเมื่อใด ตนจะแอ่นอกรับให้คมศรพุ่งเสียบหัวใจ เขาจะได้ตายในทันที ไม่ต้องถูกจับตัวไปทรมาน นี่คือการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวครั้งสุดท้าย
เตงหม้อยกคันศรขึ้นมาช้าๆ เหนี่ยวสายสุดแขนเล็งมาที่ลำตัวของไส้ศึก ในขณะที่กำลังจะปล่อยลูกเกาทัณฑ์ บังเอิญเกิดลมตะวันตกพัดกระโชกมาอย่างแรง ทำให้รองแม่ทัพผ้าเหลืองเสียหลัก ลื่นตกจากก้อนหินใหญ่สูง 1 จั้ง (2.5เมตร)
"พรืด.เอื้ออ..ตุ้บ"
เสียงก้นกระแทกพื้นดังป้าปใหญ่ จนเตงหม้อส่งเสียงคราง
"อูย.ซี๊ด" ด้วยความเ็ป
เหล่ากองผ้าเหลืองต่างก้มหน้าก้มตากลั้วหัวเราะ เมื่อเห็นสภาพอดสูของนายตน จากนั้นจึงมองไปที่ลำธารกว้าง แล้วพากันวิพากษ์วิจารณ์กันให้ขรม เมื่อเห็นหม่าเหลียงยังคงยืนนิ่งเฉย ไม่ต้องลูกธนูดั่งคาดหมาย
"เฮ้ย.ไอ้เวรนั่น มันหลบลูกธนูได้ยังงั้นกัน?"
"เอ.ไม่ใช่นะ ข้าว่าท่านเตงหม้อยิงไม่ถูกมันต่างหาก"
"แต่ข้าว่า.ยังไม่เห็นลูกธนูพุ่งไปหามันเลยนะ"
"เออ.จริงๆด้วย แล้วลูกธนูมันหายไปไหนวะ"
ทันใดนั้นเสียงลูกธนูฝ่าอากาศดังหวีดหวิว
"ฟิ้ว..ฟิ้ว..ฉึก.."
"อ๊าก..ขากู" เสียงเตงหม้อร้องเสียงหลงด้วยความเ็ป
สายตานับร้อยคู่เพ่งมองไปยังร่างเหยียดยาวของเตงหม้อ แล้วอุทานเป็เสียงเดียวกันว่า
"รองแม่ทัพกู ซวย.ฉิบหาย ลูกธนูปักหัวเข่า"
อาฉีกับอาเฉินเห็นดังนั้นอดหลุดขำด้วยความสะใจมิได้ ฝ่ายเตงหม้อเองทั้งเสียเหลี่ยมทั้งอับอาย พลันะโโหวกเหวกแก้เก้อ สั่งให้สองหัวหมู่เข้ามาพยุงตน ส่วนทหารผ้าเหลืองที่เหลือให้เร่งไปจับตัวหม่าเหลียงโดยไว
"เฮ้ย..พวกมึงจับเป็นะโว้ย ห้ามใช้เกาทัณฑ์ กูจะทรมานมันให้หายแค้น"
เหล่าทหารผ้าเหลืองรับคำต่างกรูกันลงไปในลำธาร เพื่อล้อมจับไส้ศึกตามคำสั่งของรองแม่ทัพใหญ่