เื่ค่าประสบการณ์ สวี่หยางไม่ได้เก็บมาคิดให้วุ่นวายใจนัก อย่างไรเสียก็ต้องมีโอกาสทำให้พวกมหาปีศาจเคียดแค้นตนเองอยู่แล้ว ทว่าใน่สองวันนี้ สวี่หยางก็ไม่ได้อยู่ว่าง ๆ ในเมื่อไม่ต้องขึ้นเขาไปเฝ้ามหาปีศาจ เขาจึงตั้งใจว่าจะไปขุดสมบัติของเถาหลินออกมา
สมบัติของเถาหลินถูกซ่อนไว้ในป่าห่างจากทางทิศตะวันตกของเมืองสือฟางไปไม่ไกลนัก สวี่หยางที่เคยเปิดดูความทรงจำในอดีตของอีกฝ่ายมาแล้ว จึงสามารถค้นหาต้นไทรใหญ่ต้นนั้นพบในทันที สวี่หยางหันมองซ้ายขวา เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดอยู่แถวนั้น เขาถึงได้เริ่มลงมือขุดสมบัติ
ต้องยอมรับเลยว่าพวกมหาปีศาจนั้นรู้จักหาความสุขใส่ตัวจริง ๆ ของใช้ของมนุษย์พวกมันก็ต้องหามาให้จงได้ อันที่จริงสวี่หยางก็เข้าใจถึงสภาพจิตใจเช่นนี้ดี แม้ว่ามหาปีศาจจะมีอายุขัยยืนยาวและมีความแข็งแกร่งมาแต่กำเนิด ทว่าเมื่ออาศัยอยู่ในป่าเขา ล้วนต้องทนตากแดดตากลม กินเนื้อดิบดื่มเืสด จะไปมีของดี ๆ เหมือนในสังคมอารยธรรมของมนุษย์ได้อย่างไรกัน ทั้งของกิน ของดื่ม ของเล่น หรือความบันเทิงต่าง ๆ มหาปีศาจบางตนถึงขั้นชื่นชอบการชิงดีชิงเด่นกัน พวกมันรู้สึกว่าเื่พวกนี้น่าสนุกดี เผยให้เห็นธาตุแท้ของพวกนายทุนหน้าเืชัด ๆ ...
เพียงไม่นาน สวี่หยางก็ขุดพบหีบไม้แดงใบหนึ่ง ภายในหีบส่องประกายระยิบระยับไปด้วยแสงของอัญมณีและของมีค่า เต็มไปด้วยเพชรนิลจินดาและก้อนทองคำอัดแน่นอยู่ภายใน
"นี่มันจะเยอะเกินไปแล้ว!" สวี่หยางลอบกลืนน้ำลาย ทรัพย์สมบัติเหล่านี้ ต่อให้คนธรรมดาสามัญใช้ไปอีกสิบชาติก็คงไม่มีวันหมด
เขาหยิบถุงผ้าที่เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าออกมา กวาดเอาของในหีบใส่ลงไปจนหมดเกลี้ยง สวี่หยางกลับบ้านมาด้วยความเต็มอิ่ม เขาซ่อนของเ่าั้ไว้ในบ้านเป็อย่างดี สวี่หยางไม่ได้ให้ความสำคัญกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้มากนัก ทว่าในการติดสินบนบนล่างนั้นจะขาดของมีค่าไปไม่ได้เด็ดขาด และนี่ก็คือรากฐานที่จะใช้ปูทางให้กับเขาในภายภาคหน้า ไม่มีขุนนางคนไหนหรอกที่ไม่โลภ!
เมื่อวันหยุดสองวันสิ้นสุดลง สวี่หยางก็กลับมาบนเขาอีกครั้ง และทันทีที่ขึ้นมาถึง เขาก็มองเห็นพวกผู้คุมยืนรวมตัวกันอยู่ที่ลานกว้างพร้อมกับขุนนางส่งสารคนหนึ่ง สวี่หยางรีบก้าวเดินเข้าไปหา เมื่อขุนนางส่งสารเห็นสวี่หยางก็กวักมือเรียกเขาทันที
"หัวหน้าผู้คุมสวี่ รีบมาดูลูกน้องคนใหม่ของเ้าเร็วเข้า" ขุนนางส่งสารเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหลมเล็กและดัดเสียง สวี่หยางปรายตามองไปที่เป้ากางเกงของอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบดึงสายตากลับมาในทันที
"ใต้เท้า นี่มันเื่อันใดกันหรือขอรับ?"
ขุนนางส่งสารหัวเราะพลางเอ่ยว่า "หัวหน้าผู้คุมสวี่ คนของพวกเ้าตายกันไปหมดแล้ว ก็ต้องมีผู้คุมคนใหม่มาแทนที่ไม่ใช่หรือไง?
สองวันนี้เบื้องบนก็วุ่นอยู่แต่กับเื่นี้นี่แหละ
อ้อ แล้วก็เบื้องบนเห็นแก่ที่เ้ามีความดีความชอบในการสังหารปีศาจ ตำแหน่งหัวหน้าผู้คุมนี้ก็ยังคงเป็ของเ้าต่อไป และยังตกรางวัลเป็เงินก้อนหนึ่งให้เ้าเป็พิเศษอีกด้วยนะ!"
ขุนนางส่งสารเปิดผ้าคลุมสีแดงที่เ้าหน้าที่ผู้น้อยข้างกายถืออยู่ออก บนถาดนั้นมีก้อนเงินจำนวนสิบตำลึงวางเรียงรายอยู่อย่างเป็ระเบียบ เขาเอ่ยต่อ "หัวหน้าผู้คุมสวี่ ยังไม่รีบขอบคุณอีก?"
สวี่หยางคุกเข่าลงกับพื้นทันทีพลางเอ่ย "ขอบคุณเบื้องบนที่ประทานรางวัลขอรับ!"
"รับเงินไปแล้วก็จงตั้งใจทำงานให้ดี อย่าได้เกียจคร้านล่ะ!" สวี่หยางคุกเข่ายื่นมือรับเงินมา ขุนนางส่งสารกำชับอีกสองสามประโยคแล้วก็จากไปทันที สถานที่พรรค์นี้ คนอย่างพวกเขาไม่อยากอยู่นานนักหรอก
ยังไม่ทันที่สวี่หยางจะลุกขึ้นยืน พวกผู้คุมที่อยู่ด้านหลังเขาก็พากันหัวเราะร่วน พวกเขาเลียนแบบท่าทางของขุนนางส่งสารเมื่อครู่ และมีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า "ที่แท้ขันทีก็เป็แบบนี้นี่เอง..."
"อะแฮ่ม! พวกเ้าพูดจาให้มันระวังหน่อย!" สวี่หยางเอ่ยสั่งสอนพวกผู้คุมที่อยู่ตรงหน้า ผู้คุมเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังอายุน้อย ดูท่าทางแล้วคงไม่เคยผ่านการฝึกฝนอย่างเป็ทางการมาก่อน แต่ละคนยืนตัวอ่อนปวกเปียก ไม่เป็ระเบียบเอาเสียเลย
เมื่อถูกสวี่หยางตักเตือน ทุกคนถึงได้หยุดพูดคุยกัน สวี่หยางถือรายชื่อที่ขุนนางส่งสารเพิ่งมอบให้ไว้ในมือ เขาขานชื่อระบุตัวตนทีละคน แล้วเอ่ยขึ้น "เมื่อพวกเ้ามาอยู่กับข้าที่นี่แล้ว ต่อจากนี้ไปพวกเ้าก็คือลูกน้องของข้า"
"ข้าไม่ได้เรียกร้องอะไรจากพวกเ้ามากมาย ถึงเวลาเข้าเวรก็เข้าเวร ถึงเวลาขานชื่อก็ขานชื่อ การแจกจ่ายอาหารให้พวกมหาปีศาจสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง พวกเ้าก็ไปจัดเวรผลัดเปลี่ยนกันเอาเอง หากค่ายกลผนึกอ่อนกำลังลง ก็ให้ใช้ทับกระดาษกรีดมือตัวเองแล้วหยดเืลงไป เพียงเท่านี้ก็สามารถซ่อมแซมได้แล้ว
เื่นี้สำคัญมากนะ อย่าได้ทำเป็เล่นไป พวกเ้าคงไม่อยากทำงานได้ไม่กี่วันก็ต้องมาตายอยู่ในเรือนจำหรอกใช่ไหม!
ยามปกติหากไม่มีเื่อันใด บนเขานี้พวกเ้าจะไปที่ใดก็ได้ แต่หากจะลงเขาต้องมาขออนุญาตข้าก่อน เข้าใจหรือไม่?"
เดิมทีกฎระเบียบภายในมหาเรือนจำสยบอสูรก็มีไม่มากอยู่แล้ว พอมาอยู่ภายใต้การดูแลของสวี่หยางก็ยิ่งน้อยลงไปอีก เขาไม่ได้คาดหวังให้เด็กใหม่เหล่านี้กลายมาเป็กำลังรบอันใด และไม่ได้คาดหวังให้เด็กใหม่เหล่านี้สร้างผลงานอะไรด้วย ขอเพียงแค่ไม่สร้างความวุ่นวายให้เขาก็พอแล้ว
"แต่หลังจากนี้อาจจะยุ่งยากวุ่นวายหน่อยนะ!" สวี่หยางมองดูรายชื่อในมือ ถึงอย่างไรที่นี่ก็ยังเป็มหาเรือนจำสยบอสูร ทว่าตอนนี้ในเรือนจำชั้นที่หนึ่งกลับไม่มีมหาปีศาจหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่ตนเดียว หลังจากนี้จะต้องมีการส่งตัวมหาปีศาจมาเพิ่มอย่างแน่นอน
"มีแต่พวกเด็กเมื่อวานซืนทั้งนั้น" สวี่หยางเก็บสมุดรายชื่อพลางส่ายหน้า "พวกเ้าแยกย้ายกันไปได้แล้ว เื่ตารางเข้าเวรก็ไปตกลงกันเอาเอง ข้าจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเื่พวกนี้"
กลุ่มผู้คุมหนุ่มเหล่านี้ อายุน้อยที่สุดก็เพิ่งจะสิบหกปี อายุมากที่สุดก็แค่สามสิบปี ในบรรดาทั้งเจ็ดคน มีเพียงคนอายุสามสิบเท่านั้นที่แก่กว่าสวี่หยาง ส่วนที่เหลือล้วนอายุน้อยกว่าเขาทั้งสิ้น แต่ละคนต่างพากันโห่ร้องยินดี พร้อมกับะโว่าหัวหน้าผู้คุมสวี่จงเจริญอะไรทำนองนั้น...
เมื่อกลับเข้ามาภายในเรือนจำ กลิ่นคาวเืยังคงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ภายในเรือนจำที่ว่างเปล่า มีเพียงจางซง มหาปีศาจแสนดีตนนี้อยู่เพียงผู้เดียว
"น้องสวี่ เ้ากลับมาแล้วหรือ" จางซงเอ่ยทักทายผ่านประตูกรงขัง "หาน้ำให้ข้าดื่มสักชามทีสิ อ้อ แล้วก็ เมื่อไหร่ข้าจะได้ออกไปล่ะเนี่ย หลายวันที่เ้าไม่อยู่ ที่นี่ไม่มีมหาปีศาจอยู่เลยสักตน ข้าเบื่อจนจะบ้าตายอยู่แล้ว"
สวี่หยางมองจางซงอย่างหมดคำจะพูดพลางเอ่ย "เื่ของเ้า เบื้องบนไม่ได้บอกเ้าหรอกหรือ? อีกหนึ่งสัปดาห์เ้าก็จะได้ออกไปแล้ว! ความจริงเ้าก็ไม่ใช่คนช่างจ้อไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้พูดมากนักล่ะ?"
จางซงหัวเราะหึ ๆ พลางเอ่ย "ก็ใช่น่ะสิ พอไม่มีเ้ามันก็น่าเบื่อเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าก็มักจะคอยสังเกตเ้าอยู่บ่อย ๆ พอเ้าว่างเมื่อไหร่ก็ไปหาเื่กลั่นแกล้งพวกมหาปีศาจเ่าั้ ข้าก็เลยถือโอกาสดูเป็เื่สนุก แน่นอนว่ามันย่อมไม่น่าเบื่ออยู่แล้ว!"
สวี่หยางเข้าใจในทันที ที่แท้เ้านี่ก็ชอบดูเวลาที่เขาไปกลั่นแกล้งมหาปีศาจนี่เอง
"จางซง ข้าขอถามอะไรเ้าสักอย่างสิ เ้าว่าพวกมหาปีศาจอย่างพวกเ้าน่ะ เกลียดอะไรมากที่สุดงั้นหรือ?" สวี่หยางหัวเราะหึ ๆ เดินเข้าไปใกล้จางซงแล้วยื่นชามน้ำส่งให้
จางซงดื่มน้ำพลางเดาะลิ้นแล้วเอ่ย "เื่นี้จะพูดยังไงดีล่ะ? นิสัยใจคอของมหาปีศาจแต่ละตนนั้นไม่เหมือนกันหรอกนะ หากดูจากลักษณะเผ่าพันธุ์ดั้งเดิม ก็จะมีสิ่งที่เกลียดชังเป็พิเศษอยู่เหมือนกัน
ยกตัวอย่างเช่นปีศาจหนู ปีศาจหนูย่อมต้องเกลียดแมวอย่างแน่นอน ของบางอย่างมันก็ฝังรากลึกอยู่ในสายเืนั่นแหละ!"
พอจางซงพูดเช่นนี้ ก็ถือเป็การชี้แนะเขาได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว สวี่หยางลอบด่าตัวเองในใจว่าช่างโง่เขลานัก ทำไมเขาถึงคิดเื่นี้ไม่ได้กันนะ
ทั้งสองคนพูดคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง สวี่หยางได้รับประโยชน์จากที่นี่ไปไม่น้อยเลย เมื่อได้รับข้อมูลสนับสนุนบางส่วนจากจางซง เขาก็รีบเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนจำบนยอดเขาลูกอื่นในทันที
สองวันต่อมา สวี่หยางก็ไปยั่วโมโหพวกมหาปีศาจมาได้อีกหลายตน ไม่ว่าวิธีไหนจะกวนประสาทเขาก็ล้วนนำมาใช้ ทั้งกลิ่นที่มหาปีศาจเ่าั้เกลียดชัง สัตว์ที่พวกมันเกลียดชัง ในที่สุดเขาก็สามารถฟื้นฟูค่าประสบการณ์ให้กลับมาอยู่ที่สามร้อยแต้มต่อหนึ่งชั่วยามได้สำเร็จ ทว่าพฤติกรรมทำตัวเป็ตัวตลกของเขานั้น ก็ทำให้ผู้คุมและหัวหน้าผู้คุมคนอื่น ๆ รู้สึกรังเกียจอยู่ไม่น้อย...
"หัวหน้าผู้คุม วันนี้จะมีการคุมตัวนักโทษมาที่นี่ ท่านอย่าเพิ่งเดินเตร็ดเตร่ไปไหนเลยขอรับ" จางหลิง ผู้คุมที่อายุน้อยที่สุดคว้าตัวสวี่หยางที่กำลังเดินเล่นอยู่ พร้อมกับเร่งเร้าให้เขารีบไปเตรียมตัวต้อนรับคนจากเบื้องบน
แม้ว่าจางหลิงจะอายุน้อยที่สุด ทว่าการกระทำของเขากลับดูเป็ผู้ใหญ่มากที่สุดในบรรดาผู้คุมใหม่ทั้งเจ็ดคน ไม่ว่าจะเป็การเข้าเวรหรือขานชื่อ เขาก็ทำได้อย่างละเอียดรอบคอบไม่มีขาดตกบกพร่อง แถมยังช่วยสวี่หยางดูแลจัดการพวกผู้คุมคนอื่น ๆ ได้อีกด้วย ทำเอาสวี่หยางไม่ต้องเหนื่อยแรงเลยสักนิด!
"นักโทษที่จะส่งตัวมาเป็ใครกัน?" สวี่หยางส่ายหน้าไปมา ไม่มีมาดของหัวหน้าผู้คุมเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาสนใจก็มีเพียงแค่นักโทษแข็งแกร่งหรือไม่ ชอบขี้โมโหหรือเปล่า แล้วก็เป็พวกเอะอะก็ฆ่าคนหรือไม่...