ตอนที่ 22 ความโชคดีของเด็กทั้งสามคน
หลินหร่วนมิได้เสียใจนาน เพราะนางได้ยินเสียงฆ้องและกลองดังมาจากหมู่บ้าน
ดูเหมือนว่าบัดนี้ชาวบ้านจะตื่นตระหนกกับเสียงการต่อสู้เมื่อครู่คาดว่าพวกเขากำลังเตรียมขับไล่สัตว์ป่าเ่าั้ออกไป
นางต้องพาเด็กน้อยสองคนออกไปให้พ้นทาง มิเช่นนั้นคงมิมีทางอธิบายได้ว่าพวกเขารอดชีวิตจากฝูงสัตว์ป่าได้เยี่ยงไร
หลินหร่วนกลับไปที่ห้องแล้วเปิดตู้ออกจากนั้นก็ดึงร่างเด็กสองคนที่หวาดกลัวจนตัวสั่นออกมา นางนำลูกเสือออกมาด้วยจากนั้นก็ส่งไปให้หลินหานที่ตัวสั่นเทิ้มมิหยุด
“อุ้มดี ๆ ล่ะ พวกเราไปหาที่ซ่อนกันก่อนเถิด”
“อา... อาหร่วน... แล้วหมาป่ากับเสือเล่า ? ”
หลินหร่วนเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา “อย่าได้กลัวไปเลยหมาป่าถูกเสือไล่ออกไปแล้ว ส่วนเสือก็วิ่งเข้าป่าไปแล้ว บัดนี้พวกเราปลอดภัยแล้วล่ะ”
“แล้วแมวตัวใหญ่นี่เล่า”
“เอาไว้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
หลินหร่วนกอดหลินซิ่วเอาไว้ในอ้อมแขนของนาง ส่วนอีกมือยื่นไปจับมือของหลินหานแล้วรีบออกไปจากลานบ้าน
ทันทีที่พวกเขาเดินออกมาจากประตู ก็ต้องตื่นใกับฉากด้านนอกกำแพง
ศพหมาป่านอนเกลื่อนอยู่บนพื้น กลิ่นเืโชยจมูก
ราตรีนี้จันทราส่องสว่างเป็พิเศษ สามารถมองเห็นทุกสิ่งอย่างบนพื้นได้อย่างชัดเจน
หลินซิ่วตื่นใจนต้องหดตัวอยู่ในอ้อมแขนของหลินหร่วนได้ยินเสียงฟันกระทบกันอย่างชัดเจน
หลินหร่วนเอื้อมมือออกไปลูบศีรษะของนาง“พี่สาวอยู่นี่ เ้ามิต้องกลัว”
หลังจากที่นางเอ่ยจบ นางก็ได้ดึงหลินหานวิ่งออกไปทันใด
เป็ไปมิได้ที่จะขึ้นไปบนูเายามราตรีบัดนี้พลังของนางมิเพียงพอ ทั้งยังมีเด็กสองคนติดสอยห้อยตามมาด้วย แม้ว่าูเาฝูหนิวจะมิอันตรายมากนักแต่นางก็มิสามารถเข้าใกล้ได้
และนางก็มิอาจเข้าไปในหมู่บ้านได้ดังนั้นนางจึงวิ่งเข้าไปในที่ดินเพาะปลูก
พวกเขาทั้งสามคนตรงไปยังป่าข้าวโพดเพื่อซ่อนตัว
บัดนี้ในหมู่บ้านเกิดเสียงดัง
ชายหนุ่มทุกคนในหมู่บ้านถูกส่งมารวมตัวกันโดยในมือของแต่ละคนถือจอบและขวาน ต่างก็มุ่งหน้ามายังทางเข้าหมู่บ้าน
มีคนเอ่ยขึ้นมาว่า "คาดว่าสัตว์ร้ายเ่าั้หนีเตลิดไปแล้วบัดนี้มิได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ แล้ว"
“หนีไปแล้วก็ดีเช่นกัน การเคลื่อนไหวครานี้ค่อนข้างยิ่งใหญ่มิทราบว่าพวกมันมีมากน้อยเพียงใด โชคดีที่พวกมันมิได้เข้ามาในหมู่บ้าน มิเช่นนั้นคงจะเดือดร้อนมิน้อย”
หมู่บ้านตระกูลหลินอยู่ติดกับูเา ในบางคราสัตว์ป่าบนูเาก็มักจะลงมาหาอาหารและบุกเข้าไปในหมู่บ้านโดยมิได้ตั้งใจ
บ้านเก่าตระกูลหลินอยู่ติดกับเชิงเขาและอันตรายเป็อย่างมากดังนั้นพวกเขาจึงใช้เงินภายในครอบครัวจนหมดเพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ในหมู่บ้าน
เมื่อใดก็ตามที่สัตว์ร้ายลงมาจากูเา ชาวบ้านจะช่วยกันขับไล่สัตว์ร้ายด้วยการตีฆ้องและกลองทว่ายังมิเคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงเลยสักครา
เยี่ยงไรเสียหลังจากที่ชาวบ้านยึดครองูเาฝูหนิวใน่มิกี่ปีที่ผ่านมาก็มิมีสัตว์ร้ายเข้ามาในหมู่บ้านอีกต่อไป
“คาดว่าพวกมันน่าจะหนีไปแล้ว เช่นนั้นก็กลับบ้านกันเถิด”
ทันใดนั้นก็มีคนเอ่ยว่า "บุตรทั้งสามคนของหลินจงอาศัยอยู่ที่เชิงเขามิใช่หรือเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังมาจากที่นั่น พวกเราไปดูกันดีหรือไม่ ? "
ทุกคนเพิ่งจะนึกขึ้นได้
“รีบไปดูเร็วเข้า เผื่อว่า... รีบไปเถิด ! ”
ชาวบ้านพากันไปที่บ้านหลังเก่าตระกูลหลินหลังจากได้เห็นภาพน่าสลดใจนอกบ้านหลังเก่าตระกูลหลิน พวกเขาก็พากันนิ่งเงียบในทันใด
หมาป่าตกตายไปมากถึงเพียงนี้ เด็กทั้งสามยังจะมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่ ?
ทุกคนจ้องมองไปยังประตูบ้านที่เปิดอ้าซ่า ทว่ามิมีผู้ใดกล้าเข้าไปเลยสักคน
“หลินจงเล่า เขาอยู่ที่นี่ด้วยหรือไม่ เขาเป็บิดาของเด็กเ่าั้ให้เขาเข้าไปดูเถิด”
“ข้ามิเห็นหลินจงั้แ่แรกแล้ว ข้าคิดว่าเขามิได้มาข้ามิเห็นผู้ใดในครอบครัวของหลินต้าเป่าเลย”
หลินต้าเป่าเป็ชื่อท่านปู่ของหลินหาน แม้ว่าเขาจะตกตายไปหลายปีแล้วทว่าทุกคนในหมู่บ้านยังคงใช้ชื่อของเขาเพื่อกล่าวอ้างถึงครอบครัวหลินจงเป็ประจำ
เมื่อนึกถึงความโลภของบุตรและหลานของหลินต้าเป่าและพวกเขายังหวาดกลัวต่อความตาย ชาวบ้านทุกคนจึงนิ่งเงียบทันใด
ชายหนุ่มร่างกำยำที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากล่าวว่า"มาเถิด เข้าไปกับข้าหน่อย"
ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มหลายคนลุกขึ้นยืน
พวกเขาเดินเข้าไปในลานบ้านด้วยกัน
ทันทีที่เข้าไป พวกเขาก็พบแอ่งเืขนาดใหญ่ในลานทันใดนั้นใบหน้าของพวกเขาก็เคร่งขรึมมากยิ่งขึ้น
"อาหัน อาซิ่ว อาหร่วนพวกเ้าอยู่ในบ้านหรือไม่ ? "
มิมีเสียงตอบรับกลับมา ชายหนุ่มเ่าั้จึงหันไปมองหน้ากันเลิ่กลั่กจากนั้นก็เปิดประตูแล้วเข้าไปสำรวจในบ้านอีกครา แน่นอนว่าพวกเขามิเห็นผู้ใดอยู่เลย
“จงไปแจ้งหลินจงว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับบุตรของเขา”
ทันใดนั้นก็มีคนรีบวิ่งกลับไปที่หมู่บ้าน
เพียงมินานหลินจงก็พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ชาวบ้านต่างก็มองดูเขาด้วยสายตาเห็นใจระคนตำหนิ
หลินจงมิได้สนใจสายตาของชาวบ้านเ่าั้ เขาเดินเข้าไปในลานบ้าน
"อาหัน อาหร่วน อาซิ่ว พวกเ้าอยู่ที่ใดกันรีบออกมาเถิด"
หลินจงค้นหาอย่างบ้าคลั่งในบ้านหลังเก่าเขาค้นหาทุกซอกทุกมุมและมิพบร่องรอยของเด็กทั้งสาม
สายตาของหลินจงเหลือบไปเห็นแอ่งเืในลานบ้านเข้าพอดีทันใดนั้นหลินจงจึงร้องไห้โฮออกมา
เมื่อชาวบ้านได้ยินเสียงร้องไห้ของเขา ทุกคนล้วนส่ายศีรษะพร้อมกับถอนหายใจออกมา
เด็กทั้งสามคนนั้นน่าสงสารอย่างแท้จริง
เด็กทั้งสามมิทราบเกี่ยวกับเื่ราวที่เกิดขึ้นหลินหร่วนกอดเด็กน้อยสองคนที่ยังคงผวาใและนอนอยู่ในทุ่งข้าวโพดตลอดทั้งคืน
หลังจากที่ประสบเข้ากับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ หลินหร่วนก็รู้สึกมิพอใจต่อความทรุดโทรมของบ้านหลังเก่า
นางต้องหาเงินให้เพียงพอเพื่อสร้างบ้านที่มั่นคงโดยเร็วเมื่อถึงตอนนั้นกำแพงลานบ้านจะต้องสูงอย่างน้อย 2 เมตร คาดว่าความสูงเท่านี้คงมิมีสัตว์ร้ายะโเข้ามาได้อีก
เมื่อถึงยามเช้าตรู่ หลินหร่วนจึงปลุกหลินหานให้ตื่นขึ้นมา
“เ้ากับหลินซิ่วรอข้าอยู่ที่นี่ข้าต้องขึ้นไปบนูเา”
หลินหานผงะใจนต้องจับมือนางเอาไว้แน่น"เ้าจะไปทำอันใดบนูเา บัดนี้ยังไปมิได้ หมาป่าและเสืออาจจะยังอยู่บนูเา"
หลินหร่วนคว้าเสือน้อยที่หมดสติขึ้นมาเขย่าเบาๆ "ข้าต้องส่งมันคืน มิเช่นนั้น แม่เสือจะต้องลงมาจากูเาเพื่อสร้างปัญหาให้แก่พวกเราในราตรีนี้อีกเป็แน่"
หลินหานเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “นี่คือแมวตัวใหญ่มิใช่หรือ ? ”
แม้ว่าแมวตัวนี้จะตัวใหญ่ไปหน่อย แต่ก็ดูมิเหมือนเสือเลยสักนิด
หลินหร่วนยกศีรษะของเสือน้อยขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า"ดูสิว่านี่คืออันใด ? ”
เมื่อหลินหานเห็นคำว่า "หวาง" บนศีรษะของเสือน้อยเขาก็ตื่นใเป็อย่างมากจนต้องกรีดร้องออกมาและก้าวถอยหลังไปหลายก้าว
“เสือ นี่เสือ ! ”
หลินหร่วนมองเขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “เสือตัวเล็กเพียงนี้น่ากลัวตรงที่ใดกัน เมื่อคืนนี้เ้ามิได้อุ้มมันไว้หรอกหรือ ? ”
หลินหานมิกล้าคิดเื่นี้อีกต่อไปเขากลัวมากจนร่างกายของเขาแข็งเกร็ง
เมื่อคืนข้าอุ้มเสือตัวจริงเสียงจริง !
“เสือตัวเล็กแค่นี้จะทำอันใดข้าได้กัน เ้าดูแลหลินซิ่วให้ดีอีกประเดี๋ยวข้าจะกลับมา”
“อาหร่วน เ้าอย่าไปเลยนะ มันอันตรายจนเกินไป”
หลินหร่วนยักไหล่
“เชื่อข้าเถิด หากมิไป...ย่อมอันตรายกว่าแน่นอนเ้ามิได้เห็นพลังของแม่เสือเมื่อคืนนี้ หากข้ามิส่งลูกมันกลับไป ข้าเกรงว่ามิใช่แค่พวกเราที่จะตกอยู่ในอันตรายทว่าหมู่บ้านตระกูลหลินทั้งหมดก็จะตกอยู่ในอันตรายด้วยเช่นกัน”
ใบหน้าของหลินหานซีดเผือดมากยิ่งขึ้น
“มิต้องห่วง เมื่อคืนข้าปล่อยเสือออกไปได้วันนี้ข้าก็สามารถกลับมาอย่างปลอดภัยได้เช่นกัน เ้ากับหลินซิ่วรอข้าอยู่ที่นี่เถิดอีกครึ่งชั่วยามข้าจะกลับมา แล้วพวกเราค่อยกลับบ้านพร้อมกัน”
หลังจากที่หลินหร่วนปลอบประโลมหลินหานเสร็จเรียบร้อยแล้วนางจึงอุ้มเสือน้อยที่ยังมิได้สติขึ้นมา แล้วมุ่งหน้าไปยังูเาฝูหนิวทันใด
เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ วันนี้บนูเาฝูหนิวจึงเงียบเป็พิเศษนอกจากหลินหร่วนก็มิมีผู้ใดอีกเลย
ดังนั้นนางจึงขึ้นไปบนูเาได้สะดวกยิ่งขึ้น