ในคืนนั้นฮ่องเต้ลู่เหรินจวินเสด็จไปตำหนักฮองเฮา ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว
สำหรับเขาหลินหรานเขาเรียกนางว่าคนรัก
ั้แ่เมื่อครั้งนางอยู่ในสถานะเชลยั้แ่ยังเยาว์ เพราะนางมีความชอบที่เหมือนกับเขาหลายอย่างทั้งเื่ตำรา เดินหมาก เขียนอักษร ขี่ม้า ยิงธนูสิ่งเหล่านี้เขาทำได้ดียิ่งเช่นเดียวกับนาง จึงทำให้สนิทสนมกับนางอย่างรวดเร็ว
เมื่อครั้งที่เขายังเยาว์เขาเคยคิดกระทั่งว่าหากเสด็จพ่อของเขา ไม่ได้เลือกเขาเป็ไท่จื่อ ในเวลานี้เป็อ๋องไม่ได้มีบัลลังก์ เขาคงจะแต่งให้นางและอยู่กับนางอย่างสงบ
ความจริงเขาไม่ได้มีความคิดที่จะมีภรรยามากมายหลายคน แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ประเพณี ในพระสนมของเขามีมากกว่าครึ่งที่เขาไม่เคยพบหน้าสักครั้ง และในครึ่งที่เขาพบหน้ามีครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่เคยพูดคุยกับเขา
การมีพระสนมมากเพื่อแสดงถึงอำนาจและความมั่งคั่งของราชวงศ์ การผูกสัมพันธไมตรีต่อขุนนาง การเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้นอื่น สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลหลักในการรับพระสนมของฮ่องเต้ทุกพระองค์ เขาเคยคิดจะผลักดันให้หลินหลานขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮา หรือภรรยาเอกของเขา แต่มีหลายเสียงคัดค้าน เขาเองก็พอจะทราบเหตุผลว่าเพราะอะไร
ขุนนาง ราชวงศ์ รวมถึงประชาชนไม่มีทางยอมก้มหัวให้นาง อีกทั้งหากมีบุตรกับนางเด็กที่เกิดจากสองราชวงศ์จะนำไปสู่ปัญหา
ดังนั้นโดยธรรมเนียมของแคว้นอันเหลียน ตำแหน่งฮองเฮาจะเป็บุตรีของขุนนาง หรือแม่ทัพที่รับใช้ภักดีต่อเชื้อพระวงศ์มานานเท่านั้น
เหรินจวินเปิดประตูเข้าตำหนักบรรทม และก็ต้องชะงักเมื่อได้พบกับจินฮวา ซึ่งตอนนี้อยู่ในชุดตัวในบางๆ บางเสียจนเห็นเอี๊ยมกลีบบัวที่นางสวมอยู่
จินฮวาที่เห็นว่าอยู่ๆ เขาก็โผล่มา นางเองก็ใเช่นกัน
เขาสังเกตเห็นว่าไหล่ของนางสะท้าน ดูเหมือนว่านางจะยังมีความกลัวอยู่บ้าง
“ข้าเอง” เมื่อนางได้สติใบหน้าที่ขาวซีดเมื่อครู่ ก็เริ่มมีสีแดงนวลจางๆ ออกมาให้เห็น “เ้ายังกลัวอยู่หรือ”
“ไม่ ข้าเพียงใเท่านั้น ข้าไม่คิดว่าจะมีผู้ใดมา อยู่ๆ ท่านก็มา จึงทำให้หวนนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ข้าถูกจับตัวไป”
“ข้าให้คนสืบหาตัวคนร้ายอยู่”
ในตอนแรกนางก็นึกกลัวอยู่ แต่เมื่อพบว่าตอนนี้เป็เขาความคิดของนางก็นึกย้อนไปถึงสิ่งที่เขาทำกับนางเมื่อคืนก่อน และนางก็นึกเขินอายเขาอย่างไรไม่ทราบ
“คืนนี้ท่านจะนอนที่นี่หรือ หากท่านจะนอนที่นี่ข้าจะไปนอนที่ห้องตะวันตก”
ทันทีที่มือนางดึงประตูเปิด ประตูบานนั้นก็ถูกผลักปิดอีกครั้ง เมื่อนางหันกลับไปมองก็ได้พบว่าเขามายืนซ้อนอยู่ด้านหลังนาง ซ้ำในตอนนี้นางยังได้กลิ่นกายหอมละมุนอันคุ้นเคยจากเขาอีกด้วย
“ข้ามานอนที่นี่ก็เพื่อคุ้มครองเ้า หากเ้าจะไปนอนห้องอื่น ข้าจะมานอนที่นี่เพื่ออะไร และวันพรุ่งเมื่อข้าไปตำหนักทรงงานเ้าต้องไปด้วย”
“ข้า...ข้าจะไปเพื่ออะไร”
“ข้าไม่ได้รับปากกับเ้าแล้วหรือว่าจะสอนตำราให้เ้า”
เมื่อได้ยินคำว่าเรียน นางก็ส่ายหน้ารัวทันที นางไม่ค่อยชอบสิ่งที่เรียกว่าการฝึกการเรียนมาั้แ่เป็แมวแล้ว แค่เยี่ยหลิงฝึกนางให้คอยอาหาร หรือฝึกให้มือนางยังรู้สึกว่ายาก เนื่องจากตัวนางเป็คนที่ไม่ค่อยมีน้ำอดน้ำทนมาแต่ไหนแต่ไร
“หวงตี้เหตุใด ท่านทำเพื่อข้าถึงเพียงนั้น ท่านอย่าลำบากตนเองเลย”
เหรินจวินจ้องมองใบหน้านาง คำว่าหวงตี้จากปากนางฟังแล้วรื่นหูนัก “เ้าอย่าได้กังวลข้าไม่ได้ทำเพื่อ เ้าข้าทำเพื่อตนเอง”
จินฮวาที่ได้ยินดังนั้น นางก็รู้สึกห่อเหี่ยวใจนัก ท่านแม่ของนางก็กล่าวว่าจะเข้าวังมาสอนเื่ขัตติยนารี เขาเองก็จะสอนตำราให้นาง”
“เห็นเ้าทำหน้าเป็สุขกับการเรียนถึงเพียงนั้น ไท่ซางหวงกำลังเป็ธุระหานักพรตและผู้ทรงศีลมาตรวจสอบเื่อิทธิฤทธิ์เ้าอยู่ หากเป็ความจริงไท่ซางหวงคงจะให้คนมาฝึกเ้าควบคุมพลังตนเอง”
ยิ่งได้ฟังไหล่ของนางก็ยิ่งตก เหตุใดเป็มนุษย์จึงยากเย็นอย่างนี้ หากนางเอาหัวไปให้ประตูหนีบตาย นางจะกลับเป็แมวหรือไม่
แต่คิดอีกที หากนางเอาหัวไปให้ประตูหนีบ นางคงเจ็บเป็แน่ ไม่ทำดีกว่านางกลัวเจ็บ
นางคิดอยู่ชั่วครู่นึงว่าจะทำอย่างไรดี นางมองไม่เห็นทางอื่นนอกจากเอาอกเอาใจเขา หวงตี้าแของท่านเป็อย่างไรบ้าง หากยังไม่ดีขึ้นข้าจะทาน้ำลายให้ท่าน าแท่านจะได้สมานตัวเร็วขึ้น
เหรินจวินที่ได้ยินคำกล่าวของนางก็ถึงกับชะงัก “เ้าไปได้ความคิดนี้มาจากที่ใด” เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาร่างบาง
ความจริงนางอยากจะหลบเขา แต่ร่างนางติดประตูอยู่ “ข้าได้มาจากสัญชาตญาณของตนเอง”
เหรินจวินก้มหน้ามองหน้านางใกล้ๆ พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็น “เ้าเคยทาน้ำลายให้ผู้ใดหรือไม่”
“...” จินฮวาตัวแข็งเพราะการกระทำของเขา มันใกล้ไป
เขาเห็นหญิงสาวไม่ตอบเสียที ดังนั้นเขาจึงขยับหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก
“ว่าอย่างไร”
ในตอนที่เขาพูด ลมอุ่นสายหนึ่งจากปากเขาปะทะเข้ากับใบหูนาง ในหัวของนางตอนนั้นนึกถึงริมฝีปากอุ่นๆ ที่เขาัักับผิวนางคืนก่อนขึ้นมา ประจวบกับใบหน้าของเขาที่ห่างกับนางเพียงฝ่ามือ
“เหมียว!!!” จินฮวาทรุดนั่งลงไปกับพื้น พร้อมกับร้องอุทานดังเช่นเมื่อครั้งยังเป็แมว
เหรินจวินยกคิ้วมองร่างบางที่นั่งตัวอ่อนปวกเปียก ใบหน้าแดงอยู่กับพื้น หากเป็ปกติบุรุษใดก็คงจะใช้คำว่า อ้ายเหรินในการเรียกภรรยาหรือคนรัก
“เหมียวหรือ ดีต่อไปข้าจะเรียกเ้าว่า อ้ายมาว”
จินฮวาที่ได้ยินคำนี้ก็นิ่งไป
“เธอเป็คนรักสวยรักงามน่าดู ดังนั้นผมจะเรียกเธอว่า อ้ายเหม่ยก็แล้วกัน ที่สำคัญคำว่าอ้ายเหม่ยยังออกเสียงคล้ายกับคำว่าอ้ายมาว ต่อไปนี้คุณคือแมวรักของผม”
“เ้านั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้น ไม่เข้านอนหรือ” น้ำเสียงของเขาทำให้นางตื่นจากภวังค์
“ท่านนอนเถอะ ข้าจะนอนพื้น”
“ขึ้นมานอนบนเตียงเถอะ กลางดึกเ้าก็จะปีนเตียงข้าอยู่ดี”
จินฮวาเงียบไป นั่นเป็ความจริงเพราะเขามีหลายส่วนที่เหมือนกับเยี่ยหลิงเ้านายที่นางรัก ดังนั้นนางจึงไม่เคยหักห้ามใจตนเองได้สักครั้งในการที่จะไปแอบอิงเขาเวลานอน
หมีไม่แน่ใจว่าทุกคนเห็นกันหรือยัง นี่เป็ตอนพิเศษเนื่องในโอกาสวันจูบสากลเมื่อวานนี้ค่ะ
ลิ้ง https://www.readawrite.com/a/9fdfc342db5cb57f19625b9d3ac5e1a5
ปล. เนื้อเื่ในตอนพิเศษนี้เป็่ที่กลับพิภพเซียนไปแล้ว แต่ไม่มีสปอยเนื้อเื่หลักของนิยายแน่นอนค่ะ แต่ก็จะมีนิดๆ หน่อยๆ อย่างเช่นชื่อจริงๆ ของเต้กับน้อง แต่ชื่อเ้าแฝดหมีก็ยังไม่ยอมปล่อย เหมือนเดิม 555 เอาเป็ว่าใครไม่ห่วงเื่สปอยก็สามารถกดเข้าไปอ่านได้เลยค่ะ แต่ถ้าใครห่วงสปอยมากๆ ก็เก็บไว้อ่านตอนที่เต้กับน้องกับพิภพเซียนนะคะ