บทที่ 10
้ายารักษา
เสียงเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางบทสนทนาทั้งสองใช้ดวงตาของตนเองหันไปมองทางต้นเสียงนั้นที่ดังขึ้น
มันดังขึ้นมาจากบริเวณเต็นท์ด้านหน้าคนที่เดินออกมาจากภายในนั้นเป็ชายวัยประมาณสามสิบปีร่างกายสูงผอมสวมใส่ชุดคลุมยาว
เมื่อเห็นคนผู้นั้นเดินออกมาคนที่กำลังสนทนากับเดย์อยู่ได้หันไปถาม “ คุณมารค์ คุณคินเป็อย่างไงบ้าง!!! ”
เดย์สังเกตท่าทางคนที่ชกหน้าตัวเองั้แ่พบเจอกันครั้งแรกจนถึงในตอนนี้เขาดูจะเป็ห่วงคุณคินเป็อย่างมากดูเหมือนว่าจะมีความผูกพันบางอย่าง
ในตอนนี้เมื่อเอ่ยถามออกไปมันก็แสดงท่าทางที่ดูสนใจเป็อย่างมาก
มาร์คผู้ที่ปรากฏกายออกมาจากภายในเต็นท์พูดกลับมาอย่างรวดเร็ว “ ใจเย็นๆก่อนสิงห์คิวท่าทางที่ร้อนรนของนายกำลังจะทำให้ภายในค่ายนี้วุ่นวาย ”
เมื่อได้ยินทั้งสองฝ่ายพูดชื่อกันเดย์จึงรู้ว่าชายวัยยี่สิบปีผู้นี้ที่วิ่งเข้ามาชกหน้าเขาชื่อคิว
ส่วนอีกคนนึงคนที่ปรากฏกายออกมาจากภายในเต็นท์ชื่อมาร์ค
คิวแสดงท่าทางร้อนรนเขายังไม่สงบลงหลังจากที่ได้ยินคำเตือนของอีกฝ่ายแต่ทำการพูดสวนขึ้นในทันที “ จะให้ผมใจเย็นอย่างนั้นหรอครับคุณคินาเ็หนักขนาดนั้น ”
“ ถึงยังงั้นนายก็ควรใจเย็นๆโทมัสให้พวกเราสองคนกลับมาที่สถานีอย่างนี้ก่อนเพื่อมาแจ้งข่าวให้คนภายในค่ายรู้แต่นายกำลังทำให้คนภายในค่ายกำลังตื่นตระหนก ” มาร์คเอ่ยเตือน
เดย์หลังจากที่ได้ยินบทสนทนาเขาคิดอยู่แล้วว่าคนพวกนี้คือคนที่เดินทางกลับมา
เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่แนะนำพวกผู้คนภายในค่ายเขาจำได้ว่าคนพวกนี้ไม่ได้อยู่ภายในกลุ่มคนที่เขาทำความรู้จัก
มาร์คกวาดสายตาไปมองบริเวณรอบๆมองไปที่ผู้คนมากมายภายในค่ายที่กำลังมุงดูเขาทำการพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ ทุกคนไม่จำเป็จะต้องเป็ห่วงไปพักก่อนแล้วเดี๋ยวฉันจะเล่าเื่ราวทุกอย่างให้ฟัง”
ดูเหมือนว่าเขาจะเป็คนที่มีอำนาจพอสมควรภายในค่ายแห่งนี้หลังจากที่พูดออกไปคนที่กำลังมุงดูได้กระจายตัวอย่างรวดเร็วต่างพากันไปทำหน้าที่ของตนเอง
มาร์คใช้ดวงตาจ้องมองมาที่คิวและเดย์ก่อนจะพูดขึ้น “ ส่วนพวกนายสองคนตามฉันมา ”
เขาได้ชักชวนทั้งสองเข้าไปภายในเต็นท์
เมื่อได้เดินเข้าไปเดย์มองเห็นว่าภายในเต็นท์เต็นท์เหมือนกับสถานพยาบาลภายในสถานที่แห่งนี้มีเตียงผู้ป่วยสองเตียงและก็มีพวกยาอีกจำนวนมากที่ถูกรวบรวม
มาร์คที่เดินเข้ามาเขาเดินไปยังบริเวณเตียงที่มีร่างคินกำลังนอนอยู่
คินกำลังนอนคว่ำอยู่บนเตียงาแบริเวณแผ่นหลังกำลังแดงสดและก็ดูจะรุนแรงมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้
คิวด้วยความเป็ห่วงเข้าประชิดเตียงด้วยความเป็กังวล “ นี่มันอะไรกันแผลยังไม่ดีขึ้นเลยนิ ”
มาร์คตอบกลับไป “ แน่นอนว่าต้องไม่มีดีขึ้นอยู่แล้วแผลที่ได้รับมีสถานะผิดปกติมันชื่อว่ากัดกิน ดูเหมือนว่าจะเป็สถานะของสัตว์อสูรที่เป็บอสประเภทสัตว์ป่า ”
“ โดยทั่วไปแล้วถ้าโดนบอสประเภทนี้โจมตีโอกาสที่จะติดสถานะนี้มีเพียงแค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นแต่ไม่คิดเลยว่าจะโชคร้ายติดโดนสถานะด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว”
มาร์คอธิบายออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง
คิวเมื่อได้ยินคำอธิบายเช่นนั้นมันก็แสดงใบหน้าตึงเครียดมากขึ้น
เดย์หลังจากที่ได้ยินคำวิเคราะห์คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันดวงตาของเขาเหลือบไปมองคนที่ชื่อว่ามาร์คแล้วคิดภายในใจ “ คนคนนี้น่าจะมีสกิลบางอย่างที่สามารถระบุสถานะได้ ”
“ เพราะว่าความสามารถของเรายังไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่าสถานะที่โดนเป็อะไรสิ่งที่สังเกตเห็นเป็เพียงแค่พลังเวทย์ที่ห่อหุ้มเอาไว้เท่านั้น ”
เดย์แม้จะรู้สึกสงสัยแต่ใน่เวลาแบบนี้มันไม่ใช่่เวลาที่เขาจะถามออกมา
“ แล้วจะทำยังไงดีพวกเรากลับมาแจ้งข่าวเกี่ยวกับเื่นี้ช้าเกินไปถ้าเกิดว่าพวกเรารู้ข้อมูลว่ามันจะมีบอสอาณาเขตโผล่ออกมาแล้วกลับมาแจ้งข่าวให้เร็วกว่านี้คงไม่เกิดเื่แบบนี้ขึ้น” คิวพูดออกมาอย่างเจ็บใจ
ในขณะที่พูดออกมาอย่างเจ็บใจนั้นมันก็คิดขึ้นมาได้บางอย่างแล้วหันไปพูดกับมาร์คต่อ “ จริงสิถ้าเป็ยาพวกนั้นที่พวกเราได้มาจากซากปรักหักพังนั้นล่ะ ”
“ อย่านั้นเป็ยาที่สามารถรักษาสถานะผิดปกติได้นิ ”
“ ตอนนี้รอเพียงแค่โทมัสเดินทางกลับมาพวกเราก็จะสามารถนำเอายานั้นมารักษาคุณคินได้”
คิวนึกได้
พวกมันที่ออกไปสำรวจพื้นที่บริเวณรอบๆจำได้ว่าได้รับของชิ้นนึงกลับมามันเป็ตัวยาพิเศษที่สามารถลบสถานะผิดปกติได้
ในตอนนี้รอเพียงแค่โทมัสเดินทางกลับมาพวกเขาเองก็จะสามารถนำยานั้นมารักษาได้เพียงแค่นี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว
แต่ในขณะที่พูดออกไปเช่นนั้นอีกฝ่ายดวงตามองกลับมามาร์คพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ เื่นั้นไม่ได้ ”
“ หมายความว่ายังไงที่บอกว่าไม่ได้!!! ” คิวแสดงท่าทางโวยวาย
เมื่อแสดงท่าทางออกมาแบบนั้นมาร์คยังคงสงบนิ่งและก็ตอบกลับ “ อย่างที่บอกไปนั่นแหละไม่ได้ก็คือไม่ได้ตัวยานั้นนายเองก็รู้นี่ว่าพวกเราตกลงกันเอาไว้ว่าพวกเราจะใช้มันในการวิจัยและก็สร้างตัวยาใหม่”
“ ถ้าพวกเราใช้ตัวยานั้นมารักษาบางทีพวกเขาอาจจะไม่พบเจอตัวยาแบบนั้นและนำมาใช้ในการวิจัยเพื่อเพิ่มจำนวนพวกมันอีกแล้วก็ได้”
“ ยาพวกนั้นฉันคุยกับโทมัสเอาไว้แล้วว่าจะใช้ในการเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นยังไงก็เพื่อประโยชน์ส่วนรวม” มาร์คตอบกลับมาอย่างเด็ดขาด
ตัวยาที่พวกมันสามารถได้มาตอนที่ออกสำรวจได้ทำการตกลงกันเอาไว้แล้วว่าจะใช้ในการเพิ่มจำนวน
โดยการนำเอาตัวยานั้นมาวิจัยวิเคราะห์และก็ลองพยายามเพิ่มจำนวนพวกมันขึ้นมาโดยการสร้างตัวยาใหม่
แน่นอนว่านั่นคือประโยชน์ส่วนรวมถ้าใช้มันในการวิจัยผลลัพธ์ที่ได้มาคงจะยิ่งใหญ่และเป็ประโยชน์กับทุกคน
แต่ถ้านำมันกลับมาและก็มารักษาให้กับคินจริงอยู่ว่าที่จะสามารถรักษาชีวิตได้แต่บางทีพวกมันอาจจะไม่เจอยาพวกนั้นอีกแล้ว
แน่นอนว่าชีวิตของพรรคพวกเป็สิ่งสำคัญแต่ว่าส่วนร่วมเองก็ต้องมาก่อน
เส้นทางทั้งสองเป็เส้นทางที่ตัดผ่านเข้าหากันอย่างไรพวกเขาก็จำเป็จะต้องเลือก
คิวแม้ว่าจะรู้สึกเจ็บใจมันกัดฟันแน่นแต่ก็ไม่สามารถโต้แย้งได้
ตัวของมันรู้ดีว่าโทมัสเป็คนยังไงเขาคงจะเห็นประโยชน์ส่วนรวมดีกว่าอย่างแน่นอนถึงแม้ว่าจะสนิทกับคุณคินขนาดไหนแต่ไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ต้องเห็นถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า
เพราะว่านั่นคือสัญญาที่พวกเขาทุกคนทำเอาไว้
คิวแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังแล้วก็พูดขึ้นมา “ ถ้าแบบนั้นฉันจะออกไปหายานั้นอีกก็ได้ ฉันจะกลับเข้าไปที่ซากอารยธรรมโบราณ”
“ นายบ้าไปแล้วงั้นเหรอคิวตอนที่พวกเราไปสำรวจที่นั่นแล้วก็ได้เ้ายาตัวนั้นมาพวกเราต้องผ่านมอนสเตอร์ไปขนาดไหน ”
“ นายเป็คนที่มีความสามารถสกิลของนายพัฒนาไปได้อีกไกลในวันข้างหน้าจะต้องเป็กำลังหลักให้ค่ายอย่างแน่นอนการที่เดินทางไปที่นั่งคนเดียวเท่ากับการรนหาที่ตาย ”
“ เอาแบบนี้ดีหรือเปล่ารอโทมัสกลับมาตอนนี้เขาเดินทางไปตามสัญญาณช่วยเหลือที่เห็นอย่างน้อยมากที่สุดก็อีกสองวันเขาคงจะเดินทางกลับมา ” มาร์คพูดขึ้น
คิวสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว“ าแของคุณคินในตอนนี้ทนได้อีกนานขนาดไหน ”
มาร์คหันไปมองแล้วก็ตอบกลับ “ มองดูแล้วน่าจะอีกประมาณสี่ถึงห้าวัน ”
“ แล้วถ้าอีกสองวันโทมัสไม่เดินทางกลับมาล่ะแล้วถ้าเดินทางกลับมาแล้วไม่รู้ว่าจะทำยังไงละ ” คิวสวนกลับ
มาร์คไม่สามารถให้คำตอบได้
คิวเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบก็เข้าใจในคำตอบเขาพยักหน้าแล้วเดินออกไปทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำแ่เบา “ ฉันจะทำตามใจตัวเอง… ”
เดย์ที่ยืนอยู่ท่ามกลางบทสนทนาของทั้งสองแสดงใบหน้าเรียบเฉยเหลือบไปมองคิวที่เดินออกไป
จบบท