เยี่ยเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่ในสวน ในใจเขาดีใจมาก ทำให้ลืมความทุกข์ที่ผ่านมาทั้งสองวันไปจนหมด ขณะนี้ผมของเขาก็ยังมีกลิ่นไหม้ติดอยู่
เขาเดินพลังเคล็ดวิชาจักรพรรดิสูตรแล้วนั่งอยู่ในค่ายกลรวมลมปราณ แต่ค่ายกลนี้เล็กมาก ขอบเขตของมันครอบคลุมเพียงเยี่ยเฟิงที่นั่งอยู่เท่านั้น
รูขุมขนทั่วร่างของเขาเปิดออก เส้นชีพจรของเขาเหมือนกระหายพลังเยี่ยงโจร พวกมันเหมือนทางผ่านในแต่ละจุด พลังมายาที่เข้มข้นเข้าสู่ร่างกายของเยี่ยเฟิงตามทางผ่านที่เป็เส้นชีพจรต่างๆ พลังลมปราณที่หลับใหลอยู่ในจุดตันเถียนกำลังขยายใหญ่ และจุดตันเถียนที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานก็ขยายตามไปด้วย
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม พลังลมปราณสั่นะเือย่างเชื่องช้า ทำให้จุดตันเถียนใหญ่ขึ้นหนึ่งเท่า
“ค่ายกลรวมลมปราณนี้ช่างวิเศษนัก หากตอนแรกข้าวาดไว้ใต้เตียง เช่นนั้นแม้แต่เวลานอนข้าก็เหมือนกำลังฝึกฝนอยู่นะสิ!”
ทว่าตอนนี้เยี่ยเฟิงไม่ได้กังวลแล้ว เขาวาดค่ายกลลมปราณสำเร็จแล้ว ต่อจากนี้หากเขาอยากวาดที่ใด ก็เป็เื่ที่ง่ายดาย
หากภายในร่างของเยี่ยเฟิงไม่มีคัมภีร์จักรพรรดิ ด้วยพลังยุทธ์และการหยั่งรู้ของเขาในตอนนี้ ต่อให้เขามีเวลาอีกสิบวันหรือครึ่งเดือน เขาคงไม่มีทางวาดสำเร็จได้ เพราะถึงอย่างไรนี่ไม่ใช่ค่ายกลทั่วไป แต่เป็ค่ายกลจักรพรรดิที่ภายในมีความลึกลับมากมายซ่อนอยู่
เขานั่งเข้าฌานอยู่ในค่ายกลรวมลมปราณอยู่หนึ่งคืนเต็ม ในเช้าวันรุ่งขึ้นตอนที่เยี่ยเฟิงลุกขึ้น เรี่ยวแรงที่หายไปจนหมดในสองวัน ตอนนี้ฟื้นกลับมาเหมือนเดิมแล้ว เขาไม่รู้สึกอ่อนล้าแม้แต่น้อย
หลังจากอาบน้ำ เขาพุ่งตัวไปนอนทันที ตื่นมาอีกทีก็เป็เวลาเที่ยงวัน
หลังตื่นนอนเขาพบว่าชุนฮวากับชิวเยว่กำลังขะมักเขม้นอยู่ในห้อง คนหนึ่งยกน้ำเข้ามา อีกคนกำลังเช็ดหน้าผากให้เยี่ยเฟิง
“พวกเ้ากำลัง...” เยี่ยเฟิงอดไม่ได้จึงยกมือขึ้นดม ก่อนนอนเขาอาบน้ำแล้วไม่ใช่หรือ หรือยังอาบไม่สะอาด?
“คุณชาย ท่านฝันร้ายหรือเ้าคะ เหงื่อของท่านออกเยอะมาก!” ชุนฮวาหน้าแดงเล็กน้อย จากนั้นช่วยเช็ดตัวให้เยี่ยเฟิงต่อ
“เอ่อ...”
“ได้ยินว่าคุณชายกับตระกูลหวังและตระกูลซือถูนัดประลองกันที่เวทีประลองเป็ตาย คุณชายไม่ไปได้หรือไม่ พวกข้าเป็ห่วง”
ดวงตาของสองสาวแดงเล็กน้อย เื่นี้พวกนางเพิ่งรู้มาเมื่อไม่กี่วันก่อน
เื่นี้เป็ที่ฮือฮาในเมืองอวิ๋นอู่มาก ผู้คนต่างเตรียมหัวเราะเยาะตระกูลเยี่ย พวกเขาคิดว่าเยี่ยเฟิงรนหาที่ตาย สวะที่ชื่อเสียงเน่าเฟะคนหนึ่ง กลับกล้าไปท้าทายหวังเซียวกับซือถูอวี่ด้วยความโอหัง
เห็นสองสาวใช้ดวงตายิ่งอยู่ยิ่งแดงจนน้ำตาแทบจะร่วงออกมา เยี่ยเฟิงจึงโบกมือพร้อมหัวเราะ “พวกเ้าไม่ต้องเป็ห่วง ข้ามีแผนอยู่แล้ว พวกเ้ารอดูละครฉากเด็ดก็แล้วกัน”
เขามองสาวใช้สองคนด้วยความขบขัน พวกนางดูเป็ห่วงเขาเหลือเกิน ในชาติก่อนญาติของเขามีน้อยเกินไป คนที่ห่วงใยเขาจึงมีแต่อาจารย์ทั้งสองและท่านปู่เท่านั้น ดูท่าเขากลับชาติมาเกิดใหม่ในครั้งนี้ไม่ได้มาเสียเที่ยวเสียแล้ว
หลังจากมองสองสาวใช้อย่างละเอียด พบว่าทั้งสองเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย หลังจากกินโอสถไขกระดูกไปไม่กี่วัน ผิวของทั้งสองดูอ่อนเยาว์ขึ้นไม่น้อย ยิ่งดูยิ่งมีชีวิตชีวา ยิ่งมองยิ่งดูดี
“ใช้ได้ มา! มารับไปอีกคนละหนึ่งเม็ด” เยี่ยเฟิงลากสองสาวใช้มาข้างเตียง แล้วมอบโอสถไขกระดูกให้พวกนางคนละเม็ด
สองสาวใช้ตกตะลึง พวกนางไม่มีเวลาแม้แต่จะขยี้ตา พวกนางส่องกระจกมองตัวเองทุกวัน ย่อมสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองทุกวันอยู่แล้ว หลายวันมานี้ ผิวของพวกนางทั้งขาวทั้งอ่อนนุ่ม อีกอย่างั้แ่กินยาชนิดนี้เข้าไป ร่างกายของพวกนางเบาหวิว รู้สึกสบายตัวมาก
ขณะนี้เมื่อเห็นเยี่ยเฟิงนำโอสถออกมาอีกสองเม็ด ทั้งสองจึงมีสีหน้าตกตะลึง เยี่ยเฟิงเคยบอกว่านี่เป็โอสถไขกระดูก แต่กลับมีผลกับความงามมากขนาดนี้
เยี่ยเฟิงหัวเราะ “พวกเ้าดูสิ แม้แต่โอสถเช่นนี้ข้ายังทำออกมาได้ ดังนั้นพวกเ้าไม่ต้องกังวลเื่เวทีประลองเป็ตาย ถึงเวลานั้นหวังเซียวกับซือถูอวี่ต้องพ่ายแพ้แน่นอน แต่เื่โอสถไขกระดูกพวกเ้าห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด”
เมื่อสองสาวใช้ได้ยิน พวกนางพยักหน้าอย่างเขินอาย ตอนนี้พวกนางถึงได้รู้ว่าคุณชายดีกับพวกนางขนาดนี้ ทำให้ทั้งสองรู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่น้อย
หลังออกมาจากห้องนอน เยี่ยเฟิงนำขวดหยกออกมาด้วย ด้านในบรรจุโอสถไขกระดูกอยู่ยี่สิบเม็ด เขาพึมพำกับตัวเอง
“ท่านปู่เคยติดตามฝ่าาไปออกรบนับไม่ถ้วน แม้ตอนนี้ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ ทว่าบนร่างกายมีาแที่มองไม่เห็นนับไม่ถ้วน หากไม่รีบบำรุง เกิดาแพวกนี้กำเริบพร้อมกันคงไม่ดีสักเท่าใด”
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาเดินไปที่ห้องครัว จากนั้นทุบจนโอสถไขกระดูกแหลกละเอียดทั้งขวด แล้วใส่ลงไปในโอ่งเก็บน้ำ ด้วยความสามารถของเขาในขณะนี้ เขาอยากปกป้องคนในครอบครัวให้ปลอดภัยก่อน
เมื่อทำเสร็จแล้วเขารู้สึกโล่งอก เขากลับไปที่เรือนหลังเล็ก แล้วเริ่มศึกษาค่ายกลไร้ร่องรอยต่อ ค่ายกลนี้สำหรับเขามีความหมายที่ไม่ธรรมดา อีกอย่างค่ายกลไร้ร่องรอยมีวิธีใช้สารพัดรูปแบบ หากกำลังหลบหนีอยู่ สามารถใช้ค่ายกลนี้หลบหลีกการตามล่าได้
สองวันต่อจากนี้ เยี่ยเฟิงได้เริ่มการทรมานตัวเองผิดมนุษย์มนาอีกครั้ง เมื่อพลังลมปราณถูกใช้จนหมด เขาก็กลับไปนั่งฟื้นฟูพลังภายในค่ายกลรวมลมปราณ จากนั้นค่อยออกมาวาดค่ายกลไร้ร่องรอยใหม่
ครั้งนี้เขาใช้เวลาไปหนึ่งวันครึ่ง จึงประสบความสำเร็จ เขาวาดค่ายกลไร้ร่องรอยขนาดเล็กตรงมุมหนึ่งของเรือนหลังเล็ก
จากนั้นไปเรียกชุนฮวากับชิวเยว่ แล้วให้พวกนางเข้าไปอยู่ในค่ายกล หลังจากเดินพลังให้ค่ายกลทำงาน เยี่ยเฟิงแอบสำรวจอยู่เงียบๆ จากนั้นเขาดีใจมาก เพราะด้านในเหมือนปราศจากสิ่งใด เขาทดลองอยู่หลายสิบครั้ง สุดท้ายจึงได้แน่ใจว่าค่ายกลนี้นอกจากจะสามารถปิดกั้นจิตััแล้ว ยังสามารถปกปิดการมองเห็นได้ด้วย
สาวใช้ทั้งสองต่างก็สนุกไปด้วย แม้จะเหนื่อยจนหายใจหอบ แต่ก็ยังรู้สึกสนุกอยู่
ส่วนเยี่ยอู๋เซิงที่อยู่ในห้องรับแขกตระกูลเยี่ยถึงกับงุนงง สองวันมานี้หลังจากตื่นนอน เขาพบว่าทุกเช้าจะมีชั้นไขมันสีแดงเข้มแทรกออกมาจากร่างกาย อีกทั้งยังมีกลิ่นเหม็นอีกด้วย พ่อบ้านโจวที่เป็เหมือนกันก็สงสัยเช่นกัน
สิ่งที่ทำให้เยี่ยอู๋เซิงสงสัยยิ่งกว่านั้น คือสองวันมานี้เขารู้สึกว่าร่างกายสดชื่นยิ่งขึ้นทุกวัน เหมือนกลับไปเป็หนุ่มอีกครั้ง ร่างกายเต็มไปด้วยพละกำลัง การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เขาคิดไม่ตก เขาแอบสั่งให้ตรวจค้นห้องรับแขกและห้องนอนหนึ่งครั้ง แต่ก็ไม่เห็นว่ามีสิ่งใดผิดปกติ
“นายท่าน ของในห้องครัวตรวจสอบหมดแล้ว ไม่มีสิ่งใดผิดปกติเลย!” พ่อบ้านโจวรีบวิ่งเข้ามาในห้องรับแขก แล้วรายงานเยี่ยอู๋เซิง
เยี่ยอู๋เซิงขมวดคิ้ว เื่เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่แน่ใจได้ว่าต้องมีปัญหาบางอย่างแน่นอน แม้ขณะนี้ร่างกายจะไม่ได้รู้สึกผิดปกติ แต่หากถูกคนวางยาโดยไม่รู้ตัว เช่นนั้นคงไม่ดีแน่
เยี่ยอู๋เซิงรีบเอ่ยขึ้น
“เ้ารีบไปตามเฟิงเอ๋อร์มา ดูสิว่าเขาเกิดเหตุการณ์คล้ายกันหรือไม่!”
พ่อบ้านโจวได้ยินรีบพยักหน้า แล้ววิ่งไปหาเยี่ยเฟิงที่เรือนหลังเล็กทันที
เยี่ยเฟิงในขณะนี้เสื้อผ้าขาดวิ่น เหมือนกับขอทานบนถนนไม่มีผิด ตอนพ่อบ้านโจวไปถึง เขากำลังทดลองค่ายกลไร้ร่องรอยกับชุนฮวาและชิวเยว่อย่างสนุกสนาน
“เอ่อ คุณชาย นี่ท่าน...” พ่อบ้านโจวยืนอยู่ตรงหน้าเยี่ยเฟิง จากนั้นมองสำรวจเขาหนึ่งรอบ มุมปากเขากระตุก สภาพของเยี่ยเฟิงในตอนนี้ สามารถไปเป็พี่ใหญ่ในดงขอทานได้เลย
“ลุงโจว มีธุระใดหรือ?” เยี่ยเฟิงเคารพพ่อบ้านโจวมาก จึงได้หยุดพักและถามเขา
“คุณชาย นายท่านให้ท่านรีบไปพบด่วน”
เยี่ยเฟิงขมวดคิ้ว ั้แ่เขาแสดงพลังต่อหน้าท่านปู่ในครั้งที่แล้ว เยี่ยอู๋เซิงก็ไม่เคยถามอะไรกับเขาเลย หรือวันนี้จะมีธุระอย่างอื่น?
เขาคิดอยู่สักครู่ แล้วพยักหน้า
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
เยี่ยเฟิงไม่เคยคิดว่าเื่ที่เกือบจะทำให้ตระกูลเยี่ยโกลาหลวุ่นวายไปหมดจะมีสาเหตุมาจากเขา
ขณะนี้ทั่วทั้งตระกูลเยี่ยชุลมุนไปหมด บ่าวไพร่มากมายถูกสั่งให้มารวมตัวกัน ส่วนหมอกำลังรอคำสั่งอยู่ที่ด้านหน้าห้องรับแขกตระกูลเยี่ย
ตอนเยี่ยเฟิงมาถึงด้านนอกห้องรับแขกเขาใไม่น้อย เขายังนึกว่าเกิดเื่อะไรขึ้นเสียอีก