บทที่28การปกป้อง(แก้คำผิดแล้ว)
“เกิดอันใดขึ้นอาจารย์”เหล่าศิษย์จากวิหารเรียกชินหมิงว่าอาจารย์โดยไม่ลังเลเลยเพราะสำหรับพวกเขาที่ไม่สามารถสัมผัสของชินหมิงได้ก็คิดว่าตัวของเขานั้นอยู่ในระดับที่สูงมากๆแต่ชินหมิงไม่ได้ตอบ“ไฮนิ๋วปกป้องวิหาร ข้าจะไปจัดการมันเอง”
“ตูมมมมมม”หลงอู๋พุ่งลงมาจากอากาศและยืนนิ่งด้านหน้าของวิหารส่วนตัวของชินหมิงก็ใช้เปลวเพลิงห่อหุ้มร่างกายและพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว หญิงสางวและชายชราวิ่งเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงดังยูหลินเองก็เช่นกัน พวกเขามาด้านหน้าของวิหารก็พบเหล่าศิษย์กำลังแสดงความสับสนและกังวลอยู่“เกิดอันใดขึ้นเหตุใดผู้พิทักษ์ของท่านหยางจึงมาอยู่ที่นี้”
“ท่านอาจารย์กล่าวว่าให้พวกเราเข้าไปภายในวิหารและท่านจะไปจัดการบางสิ่งขอรับ”ศิษย์จากวิหารคนหนึ่งกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินคำถามจากหญิงสาว พวกเขาเมื่อได้ยินก็ขมวดคิ้วทันทียูหลินคิดที่จะตามออกไปก็ถูกดาบของหลงอู่หยุดเอาไว้ทันที“ท่านผู้พิทักษ์ได้โปรดให้ข้าได้ตามไปเถอะ ข้านั้นจะสามารถช่วยเขาได้”
“ฟุมมมมม”ดาบที่หยุดด้านหน้าของนางปลดปล่อยพลังออกมาและฟันลงไปที่พื้นทำให้ร่างกายของหญิงสาวถูกส่งกลับไปทันทีเขาจ้องมองมาด้านหลังเล็กน้อยและกลับไปยืนท่าเดิมต่อ“พอเถอะหลินน้อยเจ้าตามไปก็มีแต่ทำให้เขาสู้ยากขึ้นเท่านั้นท่านหยางนั้นแข็งแกร่งมาก เขาจะกลับมาอย่างปลอดภัย”
“แต่…..ข้ากังวล”ยูหลินแสดงท่าทีที่แปลกออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวนั้นทำให้หญิงสาวและชายชราขมวดคิ้วแต่พวกเขาไม่ได้กล่าวสิ่งใดหลังจากเปลวเพลิงขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าพวกเขาจ้องมองขึ้นไปก็ปรากฏฝ่ามือของโครงกระดูกขนาดใหญ่ขยี้เปลวเพลิงนั้นจนแหลกเสียงระเบิดดังขึ้นไม่หยุดเปลวเพลิงปรากฏขึ้นกวาดทำลายล้างทุกอย่างอีกครั้งการต่อสู้แค่ดูจากระยะนี้ก็รู้ว่ามันรุนแรงเพียงใดแล้ว“ข้าจะไปช่วยเขา”
“วิ้ง ฟุม”หลงอู่ฟันเข้าใส่หญิงสาวทันทีแต่กับฟันเข้าใส่ร่างของแสงสว่างเท่านั้นส่วนตัวนางหายไปจากประสาทสัมผัสของหลงอู่แล้วเมื่อหลงอู่เห็นหญิงสาวจากไปได้แทนที่จะกังวลเขากับฉีกยิ้มภายในหมวกเกราะและฟันดาบทำลายป่าด้านหน้าของวิหารไปหลายส่วนก่อนที่จะหันกลับมาจ้องมองคนของวิหารไม่ต้องการให้ใครผ่านไปอีก“หลินน้อย”
“อาจารย์จะต้องไม่เป็นอันใด”เหล่าศิษย์ต่างกังวลแต่บางคนยังยิ้มออกมาพวกมันราวกับรอเวลานี้อยู่ ในตอนนั้นมีเพียงแค่หลงอู่เท่านั้นที่กำลังยิ้มออกมาอย่างยินดีกับเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นเขาราวกับรู้เรื่องราวทั้งหมดและตอนจบอยู่แล้ว“พยายามเข้าละเจ้าหนูหมิง”
อีกด้าน
การปะทะของเปลวเพลิงและพลังอำนาจแห่งความตายรุนแรงมากชินหมิงเผาทำลายกองทัพโครงกระดูกไปจำนวนมากแต่พวกมันราวกับไม่ยอมลดลงเลยแต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังยืนนิ่งและควบคุมเปลวเพลิงพุ่งออกไปทำลายทุกอย่างเป็นเส้นตรงไปทีหน้าของผู้ใช้อำนาจแห่งความตายจนมันถอยออกไป
“วันนี้เจ้าจะต้องตายเพื่อสังเวยแด่พี่น้องของข้า”ผู้ใช้อำนาจแห่งความตายคำรามออกมาพลังของมันอยู่ในระดับเทวะสมุทรขั้นที่หนึ่งแล้วและหลายวันที่ผ่านมามันใช้เพื่อทะลวงระดับพลังเท่านั้น ชินหมิงไม่ได้หวาดกลัวเขามุ่งเน้นไปที่การโจมตีไม่หยุดทำลายล้างเหล่าโครงกระดูกอย่างบ้าคลั่ง“เจ้านั้นแหละที่จะต้องตาย”
ระหว่างนั้นชินหมิงก็สัมผัสได้ถึงบางคนที่กำลังมุ่งหน้ามารอยยิ้มปรากฏขึ้นภายในใจของเขาทันทีชินหมิงพุ่งออกไปพร้อมกับใช้เปลวเพลิงนั้นโจมตีสร้างเส้นทางให้กับเขาผู้ใช้อำนาจแห่งความตายนั้นปลดปล่อยการโจมตีเพื่อสังหารชินหมิงแต่กับถูกเปลวเพลิงของชินหมิงทำลายได้ทั้งหมดและไม่นานชินหมิงก็ถึงตัวของอีกฝ่าย
“ท่านหยาง”เสียงดังขึ้นพร้อมกับความสนใจของชินหมิงพุ่งไปที่หญิงสาวพริบตานั้นหอกกระดูกก็แทงเข้ามาที่ท้องของเขา ชินหมิงกระอักโลหิตออกมาจำนวนมากเขาล้มลงคุกเข่าที่พื้นหญิงสาวที่รับรู้ว่าตนเองเป็นต้นเหตุก็กรีดร้องออกมาและล้มลงไปที่พื้นผู้ใช้วิญญาณเมื่อเห็นว่าหญิงสาวมาจากวิหารแห่งพระเจ้าก็โจมตีเข้าใส่ด้วยลูกกระดูกจำนวนมาก“ยูหลินระวัง”
“ซวก ซวก ซวก ซวก”หญิงสาวตกตะลึงจนไม่สามารถทำใดได้นอกจากหลับตาและในตอนนั้นเมื่อลืมตาขึ้นกับพบว่าชินหมิงใช้ร่างกายปกป้องนางด้านหลังของเขามีกำแพงเพลิงอยู่หญิงสาวนั้นเมื่อจ้องมองบาดแผลมากมายของชายหนุ่มนางหลั่งน้ำตาออกมาอย่างช่วยไม่ได้ชินหมิงลูบหัวของหญิงสาวด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะลุกขึ้นจากพื้น“ข้าจะสังหารเจ้าซะเจ้าผู้ใช้อำนาจแห่งความมืดเอ๋ย”
“หากเจ้าทำได้นะเจ้าคนกำลังจะตาย”ผู้ใช้อำนาจแห่งความตายคำรามออกมาด้วยสีหน้าดูถูกชินหมิงปลดปล่อยเปลวเพลิงออกไปก่อนที่จะใช้ไม้เท้ากระแทกลงไปที่พื้นอย่างแรงเปลวเพลิงพุ่งออกไปราวกับทะเลคลั่ง มันกลืนกินทุกอย่างด้านหน้าของเขา ชินหมิงยกมือซ้ายขึ้นปรากฏมังกรเพลิงจำนวนมากพวกมันพุ่งออกไปและระเบิดเข้าใส่ร่างกายของจ้าววิญญาณม่านพลังที่ปกป้องมันกำลังแตกออกและสุดท้ายมันก็ตายลงในที่สุด“แหะ แหะ”
“เลเวลอัพ”
“เลเวลอัพ”
“เลเวลอัพ”
ชินหมิงหอบหายใจอย่างหนักและหันมาจ้องมองหญิงสาวเล็กน้อยเขาโบกมือเก็บถุงมิติจากซากศพของผู้ใช้อำนาจแห่งความตายมาเมื่อปลายตาเห็นพอดีและส่งเข้าไปภายในช่องเก็บของ หลังจากนั้นก็เดินมาอุ้มหญิงสาวกลับไปที่วิหาร
“ข้ามาเพื่อแค่อยากจะช่วย….แต่ข้าทำท่านบาดเจ็บข้าขอโทษ”หญิงสาวกล่าวออกมาอย่างยากลำบากชินหมิงเพียงแค่ยิ้มรับหลังจากเดินเข้ามาถึงด้านหน้าของวิหารแห่งพระเจ้าพวกเขาจ้องมองร่างกายของชินหมิงที่มีลูกศรกระดูกอยู่บนหลังจำนวนมากและบาดแผลมากมายพวกเขาตกตะลึงอย่างมาก และมองเห็นยูหลินที่กำลังสั่นด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนกเหมืนกับว่าพวกเขาเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเขาเดินเข้ามาด้านหน้าของเหล่าลูกศิษย์พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม“ฝากนางด้วย”
“อาจารย์บาดแผลของท่าน”เหล่าศิษย์นั้นไม่ได้สนใจยูหลินเลยมีเพียงหญิงสาวที่เดินเข้ามารับยูหลินไปมือของนางสัมผัสโลหิตจำนวนมากจากร่างกายของชินหมิงนางสั่นโดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยและพายูหลินออกมาด้านข้างเหล่าศิษย์พยายามจะเข้ามากล่าวถาม แต่หลงอู่เข้ามาขวางและพยุงชินหมิงเดินจากไป“ข้าสบายดี”
สิ้นคำกล่าวของร่างกายของเขาก็ล้มลงไปที่พื้นสร้างความตกใจกับทุกคนอย่างมากแต่หลงอู่แทงดาบลงไปที่พื้นทำให้พวกเขาไม่กล้าเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะคุกเข่าลงและดึงชินหมิงขึ้นมาและนำโอสถเหลวสีแดงให้เขาดื่มบาดแผลของเขาฟื้นฟูช้ามากๆ จนพวกเขาตกตะลึง“โอสถของท่านอาจารย์ฟื้นฟูรวดเร็วมากพวกเราทดสอบแล้ว เหตุใดบาดแผลของท่านอาจารย์จึงฟื้นฟูช้านัก”
“ข้าเคยได้ยินว่าผู้หลอมโอสถนั้นบางคนไม่สามารถทานโอสถของตนเองได้เพราะพวกเขาไม่สามารถรับผลของโอสถที่ตนเองสร้างได้”หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวออกมาความโล่งอกที่ชินหมิงได้ดื่มโพชั่นเข้าไปก่อนหน้านี้หายไปทันทีแทนด้วยความกังวลมากขึ้นโลหิตของชินหมิงไหลออกมาจำนวนมากไหลไปทั่วเต็มพื้นไปหมดหลงอู่ก็เทโพชั่นขวดที่ห้าเข้าไปภายในปากแล้วแต่มันไม่ได้เร็วขึ้นเลย“แย่แล้วพวกเราต้องช่วยกันรักษาเขาด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์”
“แต่จะเข้าไปเช่นใดผู้พิทักษ์ของเขาไม่ยอมให้เราเข้าใกล้อาจารย์เลย”พวกเขาเริ่มกล่าวคุยกันยูหลินนั้นตั้งสติอยู่นานนางจ้องมองไปที่สภาพของชินหมิงและภาพความทรงจำที่เขาตกอยู่ในสภาพนี้เพราะนางเพราะความใจร้อนของนางมันทำให้นางหวาดกลัวแต่หากปล่อยไปเช่นนี้นางจะเสียใจไปชั่วชีวิตแน่ นางจึงเดินเข้าไปหาพวกเขาแต่หญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาขวางเอาไว้“เจ้าจะทำสิ่งใดอีกถึงเจ้าจะเป็นลูกของบุตรแห่งเทพข้าก็ไม่สนแล้วจากสภาพของท่านอาจารย์หากท่านสู้เองก็ไม่เป็นอันใดแต่เพราะเจ้ามันดือด้านหนีออกไปเพราะปกป้องเจ้าท่านอาจารย์จึงอยู่ในสภาพนี้เจ้าจะต้องการสิ่งใดอีก”