ตอนที่3
“ชิ ข้าคงจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วสินะ” จิตของนางและคำภีร์ศาสตร์แห่งจักรวาลได้กลายเป็สสารมืดลอยเข้าไปรวมกับสสารมืดของนิลกาฬ
นิลกาฬที่กำลังปีนขึ้นข้างบนไม่สามารถรับรู้ได้ว่านางเข้ามาในจิตของเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากนั้น 20 นาที นิลกาฬก็สามารถปีนขึ้นมาได้ “เราต้องไปที่ปากถ้ำโดยเร็วที่สุด ผ่านมาหลาย ชม. แล้วข้างนอกน่าจะเริ่มมืดแล้ว เราต้องรีบกลับหมู่บ้านให้ไว้แล้วข้าสังหรณ์ใจไม่ดีหนังตาข้างขวาของข้าหระตุกไม่พักเลย" หลังจากพูดเสร็จนิลกาฬก็รีบวิ่งไปยังปากถ้ำทันที
หลังจากวิ่งมา 20 นาที ก็ถึงปากถ้ำ นิลกาฬเรียกใช้สสารมืด เขาพยายามนึกถึงสว่านขนาดใหญ่ สว่านที่เขาเรียกออกมานั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตร และเจาะหินที่ถล่มปิดปากถ้ำ
หลังจากที่เขาออกมาได้แล้วนั้น เขาก็ทำการสำรวจรอบๆแต่ก็ไม่เจอหมาป่าตัวนั้นเลย เขาจึงรีบวิ่งไปทางหมู่บ้านทันที
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เสียงโลหะกระทบกัน
“ท่านหัวหน้า พวกเราต้านมันไม่ไหวแน่ๆ ิัของมันแข็งเหมือนกับเหล็กเลย พวกเราฟัน แทง มันไม่เข้าเลย” ลุงดำพูดด้วยความร้อนรน
“ตอนนี้เราอพยบผู้คนในหมู่บ้านออกไปใกล้จะหมดแล้วหรือยัง” ลุงชางกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเงียบ
“ใกล้หมดแล้วครับท่านหัวหน้า”
“งั้นก็ดีพวกเองรีบหนีไปทันทีเลย เดียวข้าจะถ่วงเวลาไว้ให้ ยังไงก็ช่วยดูแลหลินหลินด้วย”
“ไม่ได้นะท่านหัวหน้าถ้าข้าไปพบคุณหนูโดยไม่มีท่าน ข้าเกรงว่า..”
วู้วววววว~
วู้วววววว~
“ทำไมถึงมีเสียงคำราม 2 ที่ได้ละ หรือว่าพวกมันจะมีมากกว่า 1 ตัว แย่แล้วทางนั้นมันทางที่ชาวบ้านอพยบไปนิ” ลุงชางพูดด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
“ท่านหัวหน้าท่านไปดูทางโน้นเถอะ เดียวทางนี้พวกข้าจัดการเอง”
“แต่ว่า..”
“ท่านไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ยังไงพวกข้าก็ขอฝากดูแลครอบครัวของพวกข้าด้วย” ลุงดำพูดเสียงเศร้าสร้อย
“ใช่แล้ว ท่านหัวหน้า ท่านล่วงหน้าไปก่อนเลย”
“ท่านต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้"
“เดียวเราจะต้านมันไว้เอง”
“พวกเ้า ข้าจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย” ลุงชางพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น และทำการคำนับพวกทหารและนักล่า
หลังจากนั้นลุงชางก็วิ่งไปทางที่ชาวบ้านอพยบทันที
“เอายังไงดี ท่านนายกอง” ทหารคนหนึ่งถาม
“มันแน่อยู่แล้ว ก็ไปฆ่ามันนะสิ ถามได้ ฆ่ามานนนนน!!” ลุงดำะโสุดเลี้ยง แล้วก็พุ่งตรงเข้าไปหาหมาป่าทมิฬทันที
นิลกาฬรีบวิ่งมาทางหมู่บ้านทันที แต่แล้วเขาก็เห็นว่าทางด้านหมู่บ้านเกิดไฟไหมแถบจะทุกที่ ทำให้เขากังวลเป็อย่างมาก จึงรีบวิ่งไปที่หมู่บ้านให้เร็วที่สุด
เคร้ง เคร้ง
นิลกาฬเห็นคนกำลังสู้กับหมาป่าทมิฬอย่างเอาเป็เอาตาย ซึ่งหมาป่าทมิฬ ก็ได้มีาแเล็กน้อยตามตัว ส่วนคนที่กำลังสู้อยู่นั้นาแสาหัสเป็อย่างมาก แค่จะยืนก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว
หลังจากที่นิลกาฬสังเกตุดูดีๆ คนที่กำลังสู้อยู่กับหมาป่าก็คือลุงดำ
นิลกาฬรีบวิ่งไปทางลุงดำทันที
ลุงดำสังเกตุเห็นว่ามีคนกำลังวิ่งตรงมาทางเขา จึงได้รีบหันไปบอกว่าให้รีบหนีไป แต่ก็ยังไม่ทันได้ะโออกไปก็โดนหมาป่าตะปบเข้ามาทีลำตัวสะก่อน
ดีที่ลุงดำยังใช้หอกป้องกันทันแต่ก็โดนแรงตะปบของหมาป่าลอยมาทางนิลกาฬ
นิลกาฬวิ่งเข้ามารับตัวลุงดำเอาไว้ได้ทัน
“ลุงดำ ลุงเป็ยังไงบ้าง ยังพอไหวไหม และคนอื่นๆละ ลุง ลุง” นิลกาฬถามด้วยความร้อนรน
“เองรีบหนีไปนิล พวกข้าต้านมันไม่ไหวแล้ว ท่านหัวหน้าไปทางที่ชาวบ้านอพยบแล้ว ทางนั้นเองก็มีหม่าป่าทมิฬด้วยเหมือนกัน ข้าเกรงว่าต่อให้เป็ท่านหัวหน้าก็ไม่น่าจะสู้พวกมันไหว ข้าต้านมันจนพวกเราล้มตายไปหลายคนแล้ว ข้าเองก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว เองรีบหนีไปเถอะ อัก~” ลุงดำได้ประอักเืออกมา ดูจากลักษณะแล้วลุงแกก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว
“กรร~”
หมาป่าทมิฬได้หันมาขู่ใส่นิลกาฬ
“แกนะแก ั้แ่ที่ข้ามาที่นี้ก็คิดว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบไม่คิดเลยว่าจะต้องมาต่อสู้แบบนี้ ถ้าข้าไม่ปกปิดเื่พลังของข้า ทุกคนในหมู่บ้านก็คงจะไม่ต้องมาเจอเื่แบบนี้ แกไอ้หมาระยำ เตรียมร้องเหมือนหมาได้เลย” นิลกาฬนั้นโมโหเป็อย่างมาก จึงได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมด
“ปลดปล่อยพลังเทวะ มหาศาสตราเทวะ ปางแสดงธรรม”
รอบตัวนิลกาฬได้มีแสงสีทองอร่ามส่องสว่างออกมา และได้มีชุดเกราะสีทอง คุมทั้งตัวของนิลกาฬเอาไว้ มันทำให้ทั้งร่างของเขาเหมือนรูปปั้นทองคำ
หม่าป่าทมิฬสามารถััได้ถึงพลังที่หน้ากลัวออกมาจากตัวนิลกาฬ
นิลกาฬได้พุ่งเข้าไปหาหมาป่าอย่างรวดเร็วและต่อยเข้าที่ลำตัวฝั่งซ้ายของหม่าป่าอย่างจัง
ปู๊ง~ เสียงที่นิลกาฬต่อยหมาป่านั้น เสียงเหมือนฆ้องที่ถูกตีและดังก้องกังวาน
นิลกาฬต่อยหมาป่าไปหลายหมัด หมาป่าทมิฬก็ไม่ได้อยู่เฉยๆให้นิลกาฬต่อยอยู่ฝ่ายเดียว มันเริ่มโต้ตอบกับนิลกาฬแต่กรงเล็บของหมาป่าที่โจมตีมา มันไม่สามารถทำอะไรชุดเกราะทองคำของนิลกาฬได้เลย ทำให้การต่อสู้ครั้งนี้เป็เขาที่โจมตีหมาป่าอยู่ฝ่ายเดียว
เมื่อหมาป่าทมิฬเห็นท่าไม่ดี จึงได้รีบหนีทันทีแต่ก็ไม่สามารถหนีพ้นนิลกาฬไปได้ หลังจากที่หมาป่าทมิฬวิ่งหนี เขาได้พุ่งตัวไปด้วยความเร็วสูงสุดไปดักหน้าหมาป่า และพนมมือขึ้นมา
“สัตว์โลกย่อมเป็ไปตามกรรม ทั้งเ้าและข้าต่างก็ต้องตายกันทั้งนั้น แต่เ้านั้นได้ฆ่าผู้คนมามากมายหลายชีวิตแล้ว และบัดนี้ก็ถึงเวลาที่เ้าจะได้ชดใช้กรรมของเ้าแล้ว [กระบวนท่าเทวะ ปางมารวิชัย]” นิลกาฬได้ชูมือข้างซ้ายขึ้นเหนือหัวและเหวี่ยงมือลงมา ก็ได้มีมือขนาดใหญ่สีทองอร่ามล่วงลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วราวฟ้าผ่า พุ่งลงมาทางหมาป่าทมิฬที่กำลังวิ่งหนี
ตูม~~ ฝุ่นตลบอบอวลเต็มพื้นที่ที่ฝ่ามือล่วงลงมา ตรงที่ฝ่ามือล่วงลงมาเกิดเป็หลุมลึกกว่า 2 เมตร ทำให้หมาป่าทมิฬตายทันที
“ท่านได้ฆ่า มอนสเตอร์ระดับราชันย์ ราชันย์หมาป่าทมิฬเขี้ยวเงิน ได้รับผลึกิญญา เมื่อท่านดูดซับลูกแก้วสามารถได้รับธาตุหยิน 20-40 แต้ม เนื้อสามารถกินได้”
“สัตว์โลกย่อมเป็ไปตามกรรม ไปสู่สุคติเถิด” หลังจากที่จัดการหมาป่าทมิฬเสร็จแล้วนิลกาฬก็รีบวิ่งไปทางลุงดำทันที
“ลุง ลุงทำใจดีๆไว้”
“แคก อะแคก อืม ข้าไม่ไหวแล้วละนิลเอ่ย ข้าเองก็พึ่งรู้ว่าเองแข็งแกร่งก็วันนี้และ หมาป่าทมิฬเป็มอนสเตอร์ระดับราชันย์ แม้แต่แม่ของคุณหนูหลินที่เป็ถึงระดับราชันย์ขั้นต้น ยังไม่สามารถจัดการมันได้เลย เ้าซ่อนพลังของเ้าสะมิดชิดเชียว ฝีมือของเ้าไม่ธรรมดาจริงๆสามารถทำให้พวกข้าไม่ตรวจสอบพลังของเ้าได้เลย แคก แคก”
“พลังนี้ข้ามีั้แ่แรก”
“ฮ่าๆ แสดงว่าเองไม่อยากจะใช้พลังนี้สินะนิล แคก แคก ข้าไม่ไหวแล้ว ขอให้ข้านอนตายอยู่ตรงนี้เถอะ เ้าเองก็รีบตามไปช่วยท่านหัวหน้าสะ พวกลูกน้องและพวกนักล่าก็คงตายตาหลับกันแล้ว เพราะเ้าสามารถจัดการหมาป่าทมิฬได้ เดียวข้าจะ..ต.าม..ไป..เล่า..ให้..พวก..นั้น..ฟั.ง..เอง..ว่า..เ้า..สามารถ..จัดการ..หมาป่า..ทมิฬ..ได้” หลังจากพูดจบ ลุงดำก็สิ้นใจตายทันที
ถึงแม้ว่าแกจะตายไปแล้ว แต่แกก็ยังคงยิ้มอย่างมีความสุขก่อนตาย
“ม่ายยยยย!!” นิลกาฬะโออกสุดเสียง
“ข้าจะช่วยชาวบ้านที่เหลือเอง ลุงดำลุงไม่ต้องเป็ห่วงนะ ถ้าผมจัดการเสร็จแล้วผมจะรีบมาฝังศพให้พวกท่านเอง” นิลกาฬปาดน้ำตาแล้วดูดซับลูกแก้วธาตุหยินทันที
ท่านได้รับธาตุหยิน 1 แต้ม
ท่านได้รับธาตุหยิน 1 แต้ม
….
นิลกาฬได้รับธาตุหยินทั้งหมด 32 แต้ม รวมกับของเก่า 35 แต้ม เป็ 67 แต้ม
หลังจากดูดซับลูกแก้วเสร็จแล้วนิลกาฬก็รีบวิ่งออกไปทางที่ชาวบ้านอพยบทันที
เคร้ง เคร้ง เคร้ง
ลุงชางได้ใช้กระบี่เพลิงภูติ ฟันไปที่หมาป่าทมิฬ แต่ทว่าหมาป่าตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าตัวที่หมู่บ้าน ตัวทีหมู่บ้านมีขนาดเท่ากับช้าง แต่ตัวนี้มีขนาดเท่ากับวัว แสดงว่ามันจะต้องเป็ลูกหมาป่าตัวนั้นเป็แน่
กว่าลุงชางจะวิ่งมาถึงที่ที่ชาวบ้านอพยบมานั้น พวกชาวบ้านเกินกว่าครึ่งโดนหมาป่าทมิฬกินไปจนเกือบจะหมดแล้ว ยังดีที่ลุงชางมาทัน ไม่ยังงั้นหลินหลินอาจจะโดนกินไปแล้ว
หลังจากที่ลุงชางมาถึง ก็ต่อสู้กับหมาป่าทมิฬ ทหารที่เหลือ นักล่า ชาวบ้านและหลินหลินก็ได้หนีไปหลบยังป่าที่ห่างออกไป 200 เมตร มีเพียงหลินที่เข้ามาดูการต่อสู้ของลุงชางใกล้ๆด้วยความเป็ห่วงกลัวว่าจะเสียท่านพ่อไปอีกคน
เคร้ง เคร้ง เคร้ง
ดูเหมือนหมาป่ามันจะหงุดหงิดเป็อย่างมากที่ลุงชางมาขัดขวางการกินอาหารของมัน ถึงลุงชางจะเป็นักสู้ระดับกษัตริย์แต่ก็ไม่สามารถสู้กับมอนสเตอร์ระดับราชันย์ได้ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่โตเต็มวัยก็ตาม
หลังจากที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด หมาป่าทมิฬดูท่าจะหงุดหงิดมากขึ้น ที่ไม่สามารถทำอะไรลุงชางได้ มันเลยคิดว่าจะไปไล่ล่าพวกชาวบ้านที่เหลือก่อนหมาป่าได้ะโข้ามหัวของลุงชางไปทางที่ชาวบ้านหลบอยู่
แต่หมาป่ากลับเห็นอะไรที่หน้าสนใจกว่าเลยวิ่งไปอีกทางทันที ลุงชางแปลกใจว่าทำไมหมาป่ามันถึงวิ่งไปอีกทาง ทันใดนั้นลุงชางก็เห็นหลินที่แอบอยู่หลังต้นไม้
ลุงชางเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพุ่งเข้าไปขัดขวาง แต่ก็โดดหมาป่าตะปบกระเด็นลอยออกมา หมาป่าเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสามารถมาขวางมันได้แล้ว จึงพุ่งไปทางหลินอย่างรวดเร็วเพื่อหวังจะกิน
หลินเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งหนีทันที แต่ในขณะที่วิ่งหนีนั้นขาของนางไปสะดุดกับรากต้นไม้ ทำให้นางล้มหน้าทิ่มพื้น หลินได้หันมามองทางหมาป่านั้น
เมื่อหมาป่าวิ่งมาไวมาก มันจะถึงตัวของนางอยู่ มันกำลังจะอ้าปากเตรียมจะกินนางอยู่แล้ว
“ม่ายยยยย!!” ลุงชางะโออกมาเสียงดัง แต่ก็ไม่สามารถหักแหความสนใจของหมาป่าได้
ในทันใดนั้นเอง ก็มีเงา 1 เงาพุ่งมาจากด้วยหลังของหลิน และมีแสงสว่างสีทองเรืองรองอยู่ที่หมัดของเงาที่พุ่ง หมัดสีทองได้ต่อยไปที่หัวของหมาป่าทมิฬอย่างจัง
ปู๊ง~ ทำให้หมาป่าทมิฬปลิวไปตามแรงหมัด กระเด็ดไปกว่า 30 เมตร
ทั้งลุงชางและหลินต่างก็ใ และมองไปทางทิศที่เงานั้นปรากฏขึ้นมา
เมื่อมองดูดีๆแล้วเงาๆนั้นกลับกลายเป็
““นิล!!””
ปล.ผมแต่งเื่นี้เป็เื่แรก และทำเป็งานอดิเรกครับ
ปล.2 ผมอาจจะลงช้าหน่อย เพราะว่าผมเองก็ทำงานไปด้วยแต่งไปด้วย ผมจะพยายามลงให้ได้อาทิตย์ละ 3 ตอน ถ้าอาทิตย์ไหนลงน้อยหน่อยก็อย่าว่ากันนะครับ
ปล.3 อ่านแล้วเป็ยังไงก็ช่วยติชมกันด้วยนะครับ อาจจะพิมพ์คำผิดหรือตกหล่นไปบ้าง ผิดพลาดประการใดก็ขอโทษด้วยครับเนื่องจากผมแต่งเองคนเดียวไม่มีผู้ช่วย ขอบคุณครับ