ตอนที่ 116 อย่าได้ปฏิบัติต่อสหายใหม่อย่างไม่เป็นธรรม
สิ่งที่ยากจะหยั่งรู้ที่สุดในโลกใบนี้ก็คือใจคน มีน้อยคนนักที่จะกล้าพูดความคิดเห็นของตนออกมาตรงๆ ต่อหน้า ส่วนใหญ่จะเลือกที่จะกระซิบนินทากันลับหลังเสียมากกว่า
หรือแม้แต่คนที่คอยขัดขวางอยู่ลับหลังก็มีอยู่ไม่น้อย เป็นไปได้หรือที่ผู้อำนวยการไช่จะไปพูดคุยเป็นการส่วนตัวทีละคนๆ เพื่อให้เข้าใจในเรื่องนี้? ต่อให้พูดไปจริงๆ คนเหล่านั้นก็อาจจะไม่มีความสามารถเช่นนี้ แต่ในเมื่อตัวเองทำไม่ได้ก็ยังจะอิจฉาคนอื่นที่ทำได้อีกอยู่ดี
“สหายหาน เรื่องนี้ปล่อยให้ฉันจะจัดการเอง เธอเพิ่งมา ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องลำบากใจแน่นอน”
ผู้อำนวยการไช่รู้สึกว่าในฐานะผู้นำที่มีคุณสมบัติครบถ้วน การปกป้องเจ้าหน้าที่ใหม่ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ
หานชีเยวี่ยพยักหน้า เรื่องนี้จึงได้ข้อสรุปอย่างราบรื่น ไม่นาน เสี่ยวหลี่ว์ก็เดินเข้ามาบอกว่าห้องทำงานของหานชีเยวี่ยเตรียมพร้อมเสร็จแล้ว
จริงๆ แล้วหานชีเยวี่ยไม่ได้ตั้งใจที่จะมาทำงานที่สำนักงานของสหคามเร็วขนาดนี้ แต่การมีห้องทำงานก็ดูจะสะดวกกว่านิดหน่อยอยู่ดี ไม่อย่างนั้นก็จะดูเหมือนว่าตำแหน่งของเธอไม่มีที่มาที่ไปไม่ถูกต้องอย่างไรก็ไม่รู้
“เสี่ยวหลี่ว์ พาหานชีเยวี่ยไปดูห้องทำงานที ถ้าขาดเหลืออะไรก็จัดหาให้เสีย อย่าปฏิบัติต่อสหายใหม่อย่างไม่เป็นธรรม”
หากบอกว่า ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการไช่แค่รู้สึกว่าหานชีเยวี่ยพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง และบังเอิญในสหคามก็มีตำแหน่งว่างพอดี เขาจึงเลือกหานชีเยวี่ยเข้ามาทำงาน แต่ในตอนนี้ หัวใจที่ชื่นชมในคนมีความสามารถของเขาได้เบ่งบานเต็มที่แล้ว เขาจึงรู้สึกหวงแหนคนมีความสามารถอย่างแท้จริง
เสี่ยวหลี่ว์รู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงของน้าตัวเอง เพราะอย่างไรเสียคำพูดที่เขาเคยพูดก่อนหน้านี้ยังคงดังก้องซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหู แต่นั่นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญก็คือ คุณน้าได้สร้างโอกาสให้เขาได้อยู่ตามลำพังกับสหายหานชีเยวี่ยแล้ว
เมื่อเห็นคนหนุ่มสาวทั้งสองเดินออกจากประตูไป มุมปากของผู้อำนวยการไช่ก็หยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา
หานชีเยวี่ยเดินตามเสี่ยวหลี่ว์ไปยังห้องทำงานทางด้านทิศตะวันตกของลานสำนักงานสหคามภายใต้การนำของเสี่ยวหลี่ว์ เนื่องจากต้องพักอาศัย แต่สหคามกลับไม่มีหอพักแยกต่างหาก เจ้าหน้าที่ในสหคามจึงใช้ห้องทำงานของตัวเองเป็นห้องนอนด้วย
ห้องทำงานของหานชีเยวี่ยก็เหมือนกับห้องทำงานของคนอื่นๆ มีเตียง โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้าอย่างละหนึ่งหลัง นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว อ้อ บนพื้นยังมีเตาที่ทำจากถังเหล็กวางอยู่อีกด้วย
“สหายหานชีเยวี่ย สภาพแวดล้อมในการทำงานของสหคามเรามีจำกัด ทุกคนก็มีแค่นี้แหละ” เสี่ยวหลี่ว์พูดด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เล็กน้อย
ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนล้วนใช้มาตรฐานแบบนี้ ห้องของผู้นำจะดีกว่าเล็กน้อย มีราวแขวนเสื้อและราวแขวนอ่างล้างหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างละอัน นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรต่างกัน
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ตนเองชอบ เสี่ยวหลี่ว์ก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย
หานชีเยวี่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “ไม่เป็นไรๆ ตอนนี้ฉันอาจจะยังไม่ได้พักที่สหคาม พวกเครื่องนอนอะไรพวกนั้น ไว้ฉันค่อยเอามาทีหลังก็ได้”
อย่างไรเสีย นี่เป็นแค่ที่พักชั่วคราวเท่านั้น หานชีเยวี่ยไม่ได้คิดจะตกแต่งให้เป็นรังน้อยแสนอบอุ่นจริงจังอะไรตอนนี้การทบทวนบทเรียนของเธอกำลังไปได้สวย เชื่อว่าหลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เธอจะต้องสร้างผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจให้แก่ตัวเองได้แน่
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่จริงใจและพึงพอใจของหานชีเยวี่ย ความกังวลในใจของเขาถึงได้จางลงไปได้เยอะ
“ต้องการให้ฉันช่วยไหม?”
เสี่ยวหลี่ว์อาสาอย่างกระตือรือร้น แสดงออกว่าเขาสามารถไปช่วยได้
หานชีเยวี่ยรีบพูดว่า “ไม่ต้องหรอก สหายเสี่ยวหลี่ว์ ขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวพี่ชายฉันจะช่วยเอามาให้”
เสี่ยวหลี่ว์รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เมื่อคิดว่าพวกเราทั้งสองคนยังไม่ค่อยสนิทกันนัก ก็เลยปล่อยไป
ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจจะตกแต่งห้องทำงานนี้มากนัก แต่ของที่จำเป็นก็ยังต้องมีอยู่ กาน้ำร้อนเอย แก้วน้ำเอย อ่างล้างหน้าเอย ของพวกนี้ยังจำเป็นต้องมีอยู่ ในมิติของเธอมีของพวกนี้อยู่ แต่เธอไม่สามารถหยิบออกมาต่อหน้าเสี่ยวหลี่ว์ได้ เธอทำได้แค่รอโอกาสที่เหมาะสมในภายหลังเท่านั้น
ขณะที่เสี่ยวหลี่ว์ยังคิดจะพูดอะไรต่อ ก็มีคนมาตะโกนบอกว่าผู้อำนวยการไช่เรียกไปประชุม
เมื่อได้ยินว่าต้องไปประชุม เสี่ยวหลี่ว์ก็รีบพูดว่า “สหายหานชีเยวี่ย ห้องประชุมอยู่ทางนั้น เธอไปเองได้ใช่ไหม?”
หานชีเยวี่ยพยักหน้า เสี่ยวหลี่ว์ถึงได้รีบร้อนวิ่งออกไป
หานชีเยวี่ยไม่ได้รีบร้อน เธอตั้งใจสำรวจการจัดวางในห้องทำงานใหม่อย่างละเอียด จากนั้นก็หายวับเข้าไปในมิติ หยิบสมุดบันทึกเล่มเก่ากับหมึกออกมาหนึ่งขวด
ส่วนปากกาเพิ่งได้มาจากหวงพั่นหลานนั้น แค่หยิบออกมาก็ใช้ได้เลย
นี่เป็นการประชุมครั้งแรกในสหคามของหานชีเยวี่ยหลังจากมารายงานตัว สำหรับหานชีเยวี่ยแล้ว นี่เป็นเรื่องที่แปลกใหม่มาก ส่วนคนอื่นๆ ในสหคาม ต่างก็มีเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวหานชีเยวี่ยแล้วในเวลาอันรวดเร็ว
เมื่อรู้ว่าหานชีเยวี่ยไม่ได้มีภูมิหลังที่โดดเด่น ทั้งยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของชุมชนถวนเจี๋ย พวกเขาก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าย่อมมีบางคนที่ดูถูกหานชีเยวี่ยอยู่บ้าง เธอก็แค่ผู้หญิงบ้านนอกคนหนึ่ง ไม่รู้โชคดีอะไรถึงได้มาเป็นเจ้าหน้าที่ในสหคาม แต่คนแบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะอยู่ได้ไม่นาน บางทีอาจไม่ต้องใช้เวลานานมากก็อาจจะถูกส่งกลับบ้านไปได้เลย
ผู้อำนวยการไช่เป็นคนสุดท้ายที่เข้ามา ด้านหลังของเขามีเสี่ยวหลี่ว์เดินตามมาด้วย แค่เห็นแบบนี้ หานชีเยวี่ยก็รู้ชัดเจนแล้วว่าสหายเสี่ยวหลี่ว์คนนี้ต้องเป็นคนที่ผู้อำนวยการไช่ให้ความสำคัญมากเป็นแน่!
คนที่ได้รับความสำคัญขนาดนี้ ผู้อำนวยการไช่ยังมอบหมายให้เขามาเป็นผู้ช่วยของเธอ ไม่รู้ว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียกันแน่! ขณะที่หานชีเยวี่ยกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงผู้อำนวยการไช่เรียกชื่อเธอ “สหายหานชีเยวี่ย แนะนำตัวกับทุกคนหน่อย”
“ฉันชื่อหานชีเยวี่ย ปีนี้อายุสิบเจ็ดปีค่ะ เพิ่งจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายหมายเลขหนึ่งของเมืองเรา ดีใจมากที่ได้เป็นเพื่อนร่วมงานกับทุกคนค่ะ ฉันยังเด็กและไม่มีประสบการณ์เท่าไหร่ หากมีสิ่งใดที่ไม่เหมาะสม ก็ขอให้ทุกคนช่วยแนะนำด้วยค่ะ!”
หานชีเยวี่ยลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม พร้อมกับแนะนำตัวอย่างสั้นๆ ง่ายๆ
เมื่อเห็นว่าหานชีเยวี่ยพูดจบโดยไม่ติดขัดเลย ผู้อำนวยการไช่ก็รู้สึกพอใจมาก เด็กคนนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ ต้องมีอนาคตไกลอย่างแน่นอน
“ถึงสหายหานชีเยวี่ยจะยังอายุน้อย แต่ก็มีความสามารถมาก พวกเราทุกคนยินดีต้อนรับ!”
ผู้อำนวยการไช่เป็นคนเริ่มปรบมือก่อน คนอื่นๆ ย่อมไม่ตระหนี่คำชมเชย ปรบมือตามเช่นกัน หลังจากเรื่องนี้จบลง ผู้อำนวยการไช่จึงเข้าสู่เรื่องหลักของวันนี้
“วันนี้ฉันเรียกทุกคนมารวมตัวกันเพื่อประชุม เพราะมีเรื่องจะพูดคุยด้วย”
ผู้อำนวยการไช่กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องประชุมด้วยท่าทางเคร่งขรึม ทุกคนในห้องประชุมล้วนพากันนั่งตัวตรง มองผู้อำนวยการไช่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“สหคามของเรายังไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับโรงงานหลายแห่งในเมืองขึ้นมาได้ ตอนนี้ถึงเวลาที่ทุกคนต้องแสดงฝีมือแล้ว ฉันหวังว่าจะมีคนที่กล้ารับผิดชอบ ติดต่อกับโรงงานต่างๆ ในเมืองอย่างกระตือรือร้น”
ทันทีที่ผู้อำนวยการไช่พูดจบ ก็มีเสียงซุบซิบดังขึ้นมา
“สหายใหม่คนนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับโรงงานทอฝ้ายไม่ใช่เหรอ? เรื่องแบบนี้มอบหมายให้สหายใหม่ทำก็ได้นี่ ยังไงตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้รับมอบหมายงานอะไรของสหคามอยู่แล้ว”
หานชีเยวี่ย “…”
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เองเหรอ?
“ไม่ว่าทุกคนจะติดต่อเรื่องอะไรได้ ฉันจะแต่งตั้งให้คนที่ติดต่อได้เป็นหัวหน้าทีม รับผิดชอบทุกอย่างได้เต็มที่ หากทำภารกิจได้สำเร็จ ฉันก็จะแนะนำให้กับหน่วยงานระดับบน มอบหมายหน้าที่สำคัญให้ต่อไป”
เมื่อได้ยินว่าจะได้รับการแนะนำให้กับหน่วยงานระดับบน มีไม่น้อยคนเลยทีเดียวที่เริ่มสนใจ
เหนื่อยยากลำบาก ก็เพื่อโอกาสที่จะก้าวหน้าไม่ใช่เหรอ? แต่ภารกิจนี้มันยากเกินไป ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องอื่น หากพวกเขามีความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับโรงงานใหญ่ๆ ในเมืองได้จริงๆ ถ้าทำได้ถึงขนาดนั้น ตอนนี้พวกเขาก็คงไม่อยู่ในที่ห่างไกลแบบนี้หรอก