ยามเช้าอันสดใส ถึงแม้เมื่อคืนจนถึงตอนนี้เฟิ่งเทียนยังไม่ได้นอน แต่เขากลับกระชุ่มกระชวย ตื่นเต้นกับบ้านที่ได้อัพเกรด เช้านี้เขาเลยประเดิมห้องครัวใหม่ เริ่มต้นด้วยต้มโจ๊กมันเทศสีเหลืองทอง โรยเนื้อแห้งเล็กน้อย ตัดรสด้วยเกลือ ผัดคงซินช่ายไฟแดง กลิ่นหอมฟุ้งลอยเข้าห้องนอนลอยเตะจมูกน้อยๆของสองฝาแฝดให้ตื่นจากฝัน
“อื้มมม…หอมจังเลย” สองพี่น้องงัวเงียตื่นขึ้นมา จากนั้นพากันพับผ้าห่มผืนน้อย แล้วพากันออกจากห้องนอน แต่เมื่อทั้งสองออกจากห้องเห็นสภาพภายในบ้านที่เปลี่ยนไป มีห้องเพิ่มขึ้นจาก 1ห้อง เป็ 3 ห้อง มีเตาผิงในห้องรับแขก เห็นแค่นี้เด็กๆก็ต่างตื่นตัวชักไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ไหนกันแน่
“แง๊ พี่ใหญ่ขอรับ พี่ใหญ่อยู่ที่ใดขอรับ” เด็กแฝดผวากอดกันกลมเพราะไม่คุ้นชินกับสภาพบ้านที่ได้รับการอัพเกรด เฟิ่งเทียนได้ยินเสียงน้องๆร้องไห้ส่งเสียงถามหาตน ก็รีบเดินออกมาจากห้องครัวเข้ามาหาน้องๆ
“เฟิ่งหลง เฟิ่งจิน พี่อยู่นี่พวกเ้าไม่ต้องใไป”
“พี่ใหญ่ขอรับที่นี่ที่ไหน ทำไมพวกข้าตื่นมาก็มาอยู่ที่นี่หล่ะขอรับ” เฟิ่งจินสะอื้นถามพี่ใหญ่ เพราะทีแรกพวกตนคิดว่าคงถูกใครสักคนลักพาตัวมา
“ทำไมพวกข้าออกจากห้องนอนของเราแล้วด้านนอกเป็แบบนี้หล่ะขอรับ” เฟิ่งหลงกอดแขนพี่ชายแน่น พร้อมกับถามด้วยความสงสัย
“เอ่ออ ….. เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟัง น้องๆจำที่พี่เคยพูดถึงท่านเทพที่ให้อาหารอร่อยๆให้กับพวกเราได้ใช่ไหม เมื่อคืนนี้ตอนน้องๆหลับท่านเทพได้มาปลุกเรียกพี่ แล้วกล่าวว่าเพราะพวกเราเป็เด็กดี ถึงจะกำพร้าพ่อแม่แต่ก็ไม่เกียจคร้าน ท่านเทพจึงให้พรพี่ 1 ข้อ พี่จึงขอพรให้ท่านเทพซ่อมแซมขยายบ้านของเราให้พร้อมรับมือกับฤดูหนาวที่จะถึงนี้ ท่านจึงเนรมิตห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ แล้วก็โรงเรือนด้านหลังบ้านให้กับพวกเรา แต่ท่านเทพบอกว่า เราสามคนพี่น้องเท่านั้นที่จะเห็นสภาพบ้านที่ท่านเทพสร้างให้ แต่คนภายนอกเมื่อมองเข้ามาก็จะไม่เห็นความแตกต่างจากเดิม ดังนั้นน้องๆต้องสัญญาว่าจะไม่เล่าเื่นี้ให้ใครฟัง เพราะท่านเทพบอกว่าหากมีคนรู้ความจริงว่าท่านเทพประทานพรให้เรา ท่านเทพจะยึดคืนสิ่งของทั้งหมดที่ให้กับเรา แล้วทั้งอาหารและบ้านที่แข็งแรงอบอุ่นก็จะหายไป เราก็จะกลับไปลำบากไม่มีกินไม่มีบ้านอุ่นๆอยู่ ทั้งเฟิ่งจิน เฟิ่งหลง เข้าใจใช่มั้ย” เฟิ่งเทียนแอบลอบปาดเหงื่อทิพย์ที่แต่งเื่จนสีข้างแทบถลอกให้กับน้องๆทั้งสองฟัง
“อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณท่านเทพ(เสี่ยวเป่า)ขอรับที่ประทานพรให้กับพวกเรา พวกเราสัญญาว่าจะไม่บอกใครและจะเป็เด็กดีช่วยเหลือพี่ใหญ่ทำงาน และจะไม่ี้เีขอรับ”
ทั้งเฟิ่งจินและเฟิ่งหลงต่างคุกเข่าขอบพระคุณท่านเทพเสี่ยวเป่า หัวน้อยๆผงกขึ้นๆลงๆ ทำความเคารพ จนเฟิ่งเทียนบอกให้หยุด จากนั้นเฟิ่งเทียนจึงพาน้องๆสำรวจบ้านใหม่ เด็กๆดีใจมากที่จะได้มีห้องนอนของตน ห้องครัวก็มีอุปกรณ์แปลกตา ห้องน้ำก็มีท่อน้ำไม้ไผ่ต่อเข้ามา ไม่ต้องลำบากตักน้ำจากลำธารหลังบ้าน แถมยังมีแสงสว่างจากตะเกียงไฟรูปร่างแปลกตา เด็กแฝดทั้งสองต่างวิ่งเข้าห้องนั้น วิ่งออกห้องนี้ ส่งเสียงเจี้ยวจ๊าว เฟิ่งเทียนเห็นน้องๆมีความสุขก็นึกขอบใจที่อย่างน้อยตนเองข้ามมิติมา ยังมีระบบสุ่มเสี่ยวเป่ามาเป็ผู้ช่วย น้องๆของร่างนี้จะได้มีความสุขดั่งที่เขาได้สัญญาไว้
“เอาหล่ะ เดี๋ยวค่อยสำรวจกันต่อ ตอนนี้มากินข้าวเช้ากันเถอะพี่ใหญ่เตรียมไว้ให้แล้ว”
“ขอรับพี่ใหญ่" เด็กน้อยพากันเดินเข้าห้องครัวเพื่อนำอาหารมานั่งรับประทานที่ห้องรับแขก"
“เอาหล่ะเด็กๆกินให้อิ่มในครัวยังมีอีกมาก หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ พี่ใหญ่จะพาน้องๆขึ้นเขา สำรวจผักป่า สมุนไพร เพราะตอนนี้เราเหลือเวลากักตุนอาหารอีกประมาณ 10 วัน ถึงแม้เราจะมีอาหารเพียงพอแต่เราก็ควรจะมีสำรองเผื่อมีพายุหิมะ อย่างน้อยมีพืชผักสมุนไพร เราก็จะไม่เจ็บป่วยไม่ต้องลำบากออกไปหาหมอรักษา ฤดูหนาวนี้เราจะอบอุ่นอยู่ในบ้านกัน แต่เมื่อขึ้นเขาใครเหนื่อย ปวดขา หรือเดินไม่ไหว ต้องบอกพี่ เราจะได้นั่งพักกัน วันนี้เราไปสำรวจได้ของมาก็ดีถ้าไม่ได้ก็เก็บฟืนเข้าบ้าน เข้าใจไหมเด็กๆ”
“ขอรับพี่ใหญ่ พวกเราจะช่วยพี่ใหญ่สุดความสามารถเลยขอรับ” เด็กๆต่างทานข้าวเช้าอย่างมีความสุข กินให้อิ่มๆจะได้มีแรงขึ้นเขาสำรวจกับพี่ใหญ่ พวกเขาอยากจะมีส่วนร่วมช่วยเหลือพี่ใหญ่มากๆ ท่านเทพที่เฝ้ามองดูจะได้เมตตาครอบครัวของเรา และอวยพรพวกเราตลอดไป
****************