สิ้นเสียงต่อรอง อาจารย์หนุ่มก็นั่งเงียบ ใบหน้าแลขรึมถนัดตา คล้ายกำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง แต่ไม่นาน หมอไสยศาสตร์วัยเยาว์ก็เปิดปาก
“ ไม่ได้ เจ้าต้องทำตามข้อบังคับนี้อย่างเคร่งครัด เพราะมันถูกบัญญัติมาตั้งแต่ครั้งที่เจ้าของวิชาคิดค้นคาถานี้ขึ้นมา ”
เมื่อถูกหมอไสยศาสตร์หนุ่มยืนยันแบบนี้ สาวใหญ่ก็ไปไม่เป็น และได้แต่ก้มหน้ารับคำโดยปริยาย
“ อ่า….ได้ค่ะ ”
หลังจากนั้น ทุกสิ่งก็กลับมาเงียบสงัด ราวกับไร้สิ่งมีชีวิตใดๆในห้องนั้น อันทำให้ศรีสมรอึดอัดสุดๆ แต่ก่อนที่เจ้าหล่อนจะเปิดปาก อาจารย์หนุ่มก็ชิงกล่าว
“ ว่าแต่เจ้าไม่สงสัยเลยหรือว่า….ถ้าทำผิดกฎในข้อที่สาม แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ”
สีหน้าของสาวใหญ่ดูเจื่อนลงทันตา ก่อนจะฝืนยิ้มจาง พร้อมตอบกลับแผ่วเบา
“ กะ…ก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ แต่คาดว่ามันน่าจะต้องเจอเรื่องแย่ๆไม่ต่างจากการผิดเงื่อนไขในข้อหนึ่งและสองแน่ เลยไม่กล้าถาม ”
“ อืม…..ก็ถูก แต่ในฐานะที่ข้าเป็นคนเริ่มพิธี ก็จำต้องบอกทุกจุดให้เจ้ารู้ ”
“ ละ….แล้วมะ…มันจะเป็นยังไงล่ะคะ ถ้าหนูผิดกฎข้อสาม ” ศรีสมรถามกลับแบบกล้าๆกลัวๆ แถมกระแสที่ปล่อยออกมา ก็ดูจะลดทอนลงไปอีกจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบอยู่แล้ว
อาจารย์หนุ่มมองหน้าสาวใหญ่อยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาฉายแววเยือกเย็นและมืดมน อึดใจต่อมา เขาก็แถลงไขถึงสิ่งที่ศรีสมรต้องเจอ
“ ถ้าเจ้าผิดกฎข้อนี้ เผลอไปมองหน้าใคร มันจะดลบันดาลให้คนๆนั้นเกิดอารมณ์กระหายใคร่เสพสมอย่างรุนแรง ”
“ หา……อาจารย์ว่าไงนะ ที่พูดมา ไม่จริงใช่มั้ย ”
อาจารย์หนุ่มไม่ตอบกลับทันควัน เขาเพียงนั่งนิ่งขึง ท่วงท่าคล้ายอยากให้สาวใหญ่ไปพิจารณาเอาเอง เพราะไม่อยากพูดซ้ำซากไปมากกว่านี้ ศรีสมรเลยร้อนใจและเสียงอ่อนลง
“ โอเคค่ะ ดิชั้นเชื่อก็ได้ แล้วเราควรทำยังไงต่อไป อาจารย์ช่วยแนะนำด้วย ”
อาจารย์หนุ่มยังคงเงียบ ดวงตาจ้องมองสาวใหญ่นิ่งๆ วินาทีต่อมา เขาก็เริ่มออกปาก
“ เจ้าก็แค่นั่งขัดสมาธิ แล้วหลับตาลงเท่านั้นเอง ”
“ อ่า….หลับตาอีกแล้วหรือคะ แถมยังให้นั่งขัดสมาธิอีก ” สาวใหญ่ร้องท้วง หางตาเหลือบมองกระโปรงทรงเอที่ตนเองสวมใส่มา ซึ่งมันจะถลกสูงจนเกือบเห็นกางเกงในเลยทีเดียว ถ้าเธอต้องอยู่ในท่านั้น แต่อาจารย์หนุ่มก็ยังยืนยันคำเดิมแบบไร้เยื่อใย
“ ก็ใช่น่ะสิ แต่ถ้าเจ้าไม่สะดวก ก็กลับออกไปที่ประตูนั้น ”
ศรีสมรถึงกับหน้าเสีย เพราะรู้ชัดว่าอาจารย์หนุ่มน่าจะโกรธเธอแน่ๆ และถ้าเป็นแบบนั้นจริง คงไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง จึงรีบเอาใจ
“ อ่า…..ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ดิชั้นสะดวกจะทำพิธีจริงๆ แต่ติดขัดตรงชุดที่ใส่มา เอ่อ…มันค่อนข้างฟิตรัด เลยทำให้ไม่สะดวกในการเคลื่อนไหว ดังนั้น……”
“ ข้าไม่มีชุดให้เจ้าเปลี่ยน ” อาจารย์หนุ่มแทรกทันควัน ราวกับรู้ว่าศรีสมรจะพูดคำนั้น ซึ่งมันก็ถูกเผงเลยทีเดียว
สาวใหญ่วัยสะคราญไปไม่เป็นอยู่อึดใจ เพราะครั้นจะปฏิเสธ ก็กลัวอิทธิฤทธิ์ของอาจารย์หนุ่ม ครั้นจะปฏิบัติตาม ก็ต้องมีอะไรในกอไผ่ลอดออกมาให้บุรุษตรงหน้าเห็น แต่พอบวกลบคูณหาร ศรีสมรก็ตัดสินใจ พลางแอบขบคิดอยู่ภายใน
“ โอเค ตกลงก็ตกลง และถ้ามาอีกในคราวหน้า ชั้นจะไม่ใส่ชุดแบบนี้อีกแล้ว ”
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น สาวใหญ่ก็ค่อยๆยกตัวขึ้นเล็กน้อย เพื่อเปลี่ยนท่าทางจากนั่งพับเพียบมาเป็นขัดสมาธิ แน่นอนว่าท่วงท่าดังกล่าวย่อมทำให้ชายกระโปรงทรงเอร่นสูงขึ้นมาจนเลยครึ่งขาอ่อนที่ขาวผ่อง ส่งผลให้กางเกงในผ้าแพรลอดผ่านช่องว่างออกมารำไร
“ ว้าย…..น่าอายจังเลย ” ศรีสมรรู้สึกเขิน สองมือพยายามดึงชายกระโปรงลง เพื่อไม่ให้ลิงตัวน้อยต้องหลุดออกมา แต่มันก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่ เพราะยังปิดโคนขาอ่อนที่ขาวเนียนได้ไม่หมด ทว่าสาวใหญ่วัยสะคราญก็ไม่เหนียมจนเกินไป ด้วยหมอไสยศาสตร์หนุ่มตรงหน้าดูไม่มีท่าทีสนใจเรือนร่างที่ชวนขย้ำของเธอ
“ เอาล่ะ เริ่มทำพิธี ยกมือขึ้นมาพนมและหลับตา ไม่นานก็จะเสร็จสมบูรณ์ ”
เหมือนสาวใหญ่ยังปรับสภาวะทางอารมณ์ไม่ได้ จึงคอยรั้งชายกระโปรงทรงเอไม่ให้ร่นสูงกว่าเดิม แต่พอถูกอาจารย์หนุ่มข่มขู่ด้วยสายตา สาวเจ้าก็จำยอมปฏิบัติ
“ อืม……” อาจารย์หนุ่มแอบสะอึก เพราะถึงจะบารมีแกร่งกล้ายังไง เขาก็ยังเป็นบุรุษที่มีเลือดเนื้ออยู่ ดังนั้นพอเห็นสองมือของศรีสมรยกขึ้นพนมจรดทรวงอก กระโปรงสั้นทรงเอที่สวมใส่ก็ร่นสูงถึงเอวเว้าคอดตามหลักสรีระ เผยให้เห็นอันเดอร์แวร์ขาวที่คอยแพลมอยู่ภายใน
“ เอ่อ….อาจารย์คะ เราเริ่มกันได้หรือยัง ” ศรีสมรอึดอัด เพราะต้องนั่งนิ่งในสภาพที่ไม่ค่อยน่าดู แถมยังต้องทนหลับตา จึงร้องท้วงเสียงแหลม เป็นเหตุให้อาจารย์หนุ่มหลุดจากภวังค์
“ เอ๊ะ! อ่า…ใช่แล้ว ข้ากำลังจะทำพิธีถอนเดี๋ยวนี้แหละ ”
ศรีสมรรู้สึกผิดสังเกต เพราะกระแสเสียงที่หลุดจากปากของอาจารย์หนุ่มดูร้อนรนเป็นพิเศษ ในใจแอบสงสัย
“ เอ….มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถ้อยคำของท่านอาจารย์ถึงดูเปลี่ยนไป ”
แต่ไม่ทันได้คำตอบ อาจารย์หนุ่มก็สงบใจ พร้อมลงมือบริกรรมคาถาอาคม
“ คญม นึง ซม บอฮ์ลุป สะเม็ด พี เพียะรุวะกอ จุมงือ,เรือง เพียะรุวะ ตาม กอตียน กรี,เพียบ ละออ ปรอเสอร นาโมย เดล ทลับ เมียน,โสม ออย โพพ์ มาเซา ออย ซัง ขลวนแอง บัต พุย พี ขลวน นี้ ”
(กูจะขอถอนโองการ ภูตผีจงถอยห่าง ภูตพรายจงถอยหนี ไสยเวทใดๆที่เคยมี จงมลายหายสิ้นไปจากตัวมัน)
แม้ว่าเจ้าหล่อนจะไม่เข้าใจภาษาของมัน แต่เสียงบทสวดของประเทศเพื่อนบ้านที่แลควบกล้ำเกินเหตุก็ดังแว่วอยู่ไม่ขาด อันชวนให้ศรีสมรรู้สึกขนลุก และพอวนอยู่ประมาณ 20 จบ อาจารย์หนุ่มก็หยุดบริกรรม ทำให้ความสงัดกรูเข้ามาห้อมล้อม
“ เอ๊ะ! ทำไมถึงเงียบไป หรือว่า….เสร็จแล้ว ” ศรีสมรคิดแบบนั้น แต่เจ้าหล่อนก็ยังไม่กล้าเปิดเปลือกตา เพราะกลัวจะเจอผีรายล้อมรอบตัวเหมือนในวันแรกที่มาตำหนัก
ในขณะที่การรอคอยผ่านไปอย่างเชื่องช้า ศรีสมรก็ต้องสะดุ้งโหยงอีกครั้ง ด้วยมีบางสิ่งมาสัมผัสที่หน้าผาก
“ ว้าย……”
“ อย่าเอะอะ ส่งเสียงดัง นั่งนิ่งๆ ไม่งั้นพิธีจะเสีย ของชั่วร้ายและผีโฉดชั่วจะย้อนกลับมาเข้าตัว ทำให้เจ้าวิบัติในชั่วพริบตา ” อาจารย์หนุ่มรีบข่มขู่ ทำให้ศรีสมรสงบลงบ้าง
“ อ่า…ค่ะ ”
ของประหลาดนั้นวนเวียนอยู่แถวหน้าผากของสาวใหญ่อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนไปลูบไล้สองแก้มเปล่งปลั่ง สุดท้ายก็ขยับมานัวเนียแถวริมฝีปากอวบอิ่ม
“ เอ…..ไอ้สิ่งที่อาจารย์เอามาถูไถปากของเรา มันคืออะไรกันนะ พิจารณาให้ดี ก็มีลักษณะยาวเรียว แต่ก็สากหยาบและแกร่ง สภาพคล้ายไม้เนื้อแข็ง ” ศรีสมรลองสันนิษฐาน แต่เธอคงไม่มีวันรู้ความจริง เพราะเจ้าหล่อนไม่กล้าลืมตา
แน่นอนว่าสิ่งที่คุณนายสาวคิด ค่อนข้างจะถูก เพราะวัสดุนั้นทำมาจากท่อนไม้จริงๆ และมันก็คือ…..ปลัดขลิกประจำตัวของอาจารย์หนุ่ม
“ หึ หึ….” หมอไสยศาสตร์วัยละอ่อนหัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะผุดรอยยิ้มจางๆแถวมุมปาก ดวงตาเรียวจับจ้องปลัดขลิกที่เตรียมมุดเข้าไปในโพรงปาก และทันทีที่ท่อนไม้ขนาดเขื่องผลุบหายเข้าไป ความกระสันก็เข้ามาเยือนจนดลบันดาลให้แลบลิ้นเลียปากแบบไม่รู้ตัว
“ อืม……..”
ศรีสมรรู้สึกแปลกสุดๆ เพราะท่อนไม้ดังกล่าวได้ขยอกโพรงปากของหล่อน ราวกับเจ้าของมัน ประสงค์จะใช้สิ่งนี้ทำออรัลเซ็กส์อย่างเมามัน แต่เมื่อคิดถึงคาแร็คเตอร์ของอาจารย์หนุ่มที่ผ่านมา ความโลกสวยจึงบังเกิด
“ อาจารย์คงไม่คิดทำลามกใส่ชั้นหรอกมั้ง เพราะที่ผ่านมา แกไม่เคยแสดงกิริยาแบบนั้นมาก่อน และนี่น่าจะเป็นหนึ่งในพิธีกรรมถอนของ ”
เมื่อเป็นเช่นนี้ ศรีสมรเลยเชื่อในศรัทธาตัวเอง พร้อมปล่อยให้อาจารย์หนุ่มทำตามใจต่อไป ซึ่งหลังจากเพลิดเพลินกับการทำออรัลเซ็กส์ด้วยท่อนไม้อยู่ครู่หนึ่ง หมอไสยศาสตร์วัยละอ่อนก็ออกคำสั่ง
“ ทีนี้ จงเลิกพนมมือ เอนกายลงไปในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน แล้วเหยียดขาออกมา ”
คิ้วเรียวของศรีสมรขมวดนิ่ว ด้วเจ้าหล่อนไม่เคยพบเจอพิธีกรรมแบบนี้มาก่อน ในใจนึกตุ้มๆต่อมๆ ด้วยไม่แน่ใจว่าเธอจะโดนอาจารย์หลอกขยี้กามหรือไม่
“ เอ….อาจารย์ให้เราทำอะไรกันนะ หรือว่าแกจะคิดไม่ดีกับเราจริงๆ ” แต่ไม่ทันขบคิดให้วุ่นวาย เสียงของหมอไสยศาสตร์ชื่อดังก็เริ่มแข็งขึ้น
“ จะทำหรือไม่ทำ รีบตัดสินใจ เพราะถ้าชักช้า ของเข้าตัว ข้าไม่รู้ด้วยนะ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
