มนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    ตอนที่ 59 พิธีกรรมที่แสนประหลาด

            สิ้นเสียงต่อรอง  อาจารย์หนุ่มก็นั่งเงียบ  ใบหน้าแลขรึมถนัดตา  คล้ายกำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง  แต่ไม่นาน  หมอไสยศาสตร์วัยเยาว์ก็เปิดปาก 


    “ ไม่ได้  เจ้าต้องทำตามข้อบังคับนี้อย่างเคร่งครัด  เพราะมันถูกบัญญัติมาตั้งแต่ครั้งที่เจ้าของวิชาคิดค้นคาถานี้ขึ้นมา ”


     

                เมื่อถูกหมอไสยศาสตร์หนุ่มยืนยันแบบนี้  สาวใหญ่ก็ไปไม่เป็น  และได้แต่ก้มหน้ารับคำโดยปริยาย 


    “ อ่า….ได้ค่ะ ”



            หลังจากนั้น  ทุกสิ่งก็กลับมาเงียบสงัด  ราวกับไร้สิ่งมีชีวิตใดๆในห้องนั้น  อันทำให้ศรีสมรอึดอัดสุดๆ  แต่ก่อนที่เจ้าหล่อนจะเปิดปาก  อาจารย์หนุ่มก็ชิงกล่าว 


    “ ว่าแต่เจ้าไม่สงสัยเลยหรือว่า….ถ้าทำผิดกฎในข้อที่สาม  แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ”


     

                สีหน้าของสาวใหญ่ดูเจื่อนลงทันตา  ก่อนจะฝืนยิ้มจาง  พร้อมตอบกลับแผ่วเบา 


    “ กะ…ก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ  แต่คาดว่ามันน่าจะต้องเจอเรื่องแย่ๆไม่ต่างจากการผิดเงื่อนไขในข้อหนึ่งและสองแน่  เลยไม่กล้าถาม ” 


    “ อืม…..ก็ถูก  แต่ในฐานะที่ข้าเป็นคนเริ่มพิธี  ก็จำต้องบอกทุกจุดให้เจ้ารู้ ” 


    “ ละ….แล้วมะ…มันจะเป็นยังไงล่ะคะ  ถ้าหนูผิดกฎข้อสาม ” ศรีสมรถามกลับแบบกล้าๆกลัวๆ  แถมกระแสที่ปล่อยออกมา  ก็ดูจะลดทอนลงไปอีกจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบอยู่แล้ว


     

               อาจารย์หนุ่มมองหน้าสาวใหญ่อยู่ครู่หนึ่ง  ดวงตาฉายแววเยือกเย็นและมืดมน  อึดใจต่อมา  เขาก็แถลงไขถึงสิ่งที่ศรีสมรต้องเจอ 


    “ ถ้าเจ้าผิดกฎข้อนี้  เผลอไปมองหน้าใคร  มันจะดลบันดาลให้คนๆนั้นเกิดอารมณ์กระหายใคร่เสพสมอย่างรุนแรง ” 


    “ หา……อาจารย์ว่าไงนะ  ที่พูดมา  ไม่จริงใช่มั้ย ”


     

               อาจารย์หนุ่มไม่ตอบกลับทันควัน  เขาเพียงนั่งนิ่งขึง  ท่วงท่าคล้ายอยากให้สาวใหญ่ไปพิจารณาเอาเอง  เพราะไม่อยากพูดซ้ำซากไปมากกว่านี้  ศรีสมรเลยร้อนใจและเสียงอ่อนลง 


    “ โอเคค่ะ  ดิชั้นเชื่อก็ได้  แล้วเราควรทำยังไงต่อไป  อาจารย์ช่วยแนะนำด้วย ”


     

                อาจารย์หนุ่มยังคงเงียบ  ดวงตาจ้องมองสาวใหญ่นิ่งๆ  วินาทีต่อมา  เขาก็เริ่มออกปาก 


    “ เจ้าก็แค่นั่งขัดสมาธิ  แล้วหลับตาลงเท่านั้นเอง ” 


    “ อ่า….หลับตาอีกแล้วหรือคะ  แถมยังให้นั่งขัดสมาธิอีก ” สาวใหญ่ร้องท้วง  หางตาเหลือบมองกระโปรงทรงเอที่ตนเองสวมใส่มา  ซึ่งมันจะถลกสูงจนเกือบเห็นกางเกงในเลยทีเดียว  ถ้าเธอต้องอยู่ในท่านั้น  แต่อาจารย์หนุ่มก็ยังยืนยันคำเดิมแบบไร้เยื่อใย 


    “ ก็ใช่น่ะสิ  แต่ถ้าเจ้าไม่สะดวก  ก็กลับออกไปที่ประตูนั้น ”


     

                 ศรีสมรถึงกับหน้าเสีย  เพราะรู้ชัดว่าอาจารย์หนุ่มน่าจะโกรธเธอแน่ๆ  และถ้าเป็นแบบนั้นจริง  คงไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง  จึงรีบเอาใจ 


    “ อ่า…..ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ  ดิชั้นสะดวกจะทำพิธีจริงๆ  แต่ติดขัดตรงชุดที่ใส่มา  เอ่อ…มันค่อนข้างฟิตรัด  เลยทำให้ไม่สะดวกในการเคลื่อนไหว  ดังนั้น……”  


    “ ข้าไม่มีชุดให้เจ้าเปลี่ยน ” อาจารย์หนุ่มแทรกทันควัน  ราวกับรู้ว่าศรีสมรจะพูดคำนั้น  ซึ่งมันก็ถูกเผงเลยทีเดียว


     

                 สาวใหญ่วัยสะคราญไปไม่เป็นอยู่อึดใจ  เพราะครั้นจะปฏิเสธ  ก็กลัวอิทธิฤทธิ์ของอาจารย์หนุ่ม  ครั้นจะปฏิบัติตาม  ก็ต้องมีอะไรในกอไผ่ลอดออกมาให้บุรุษตรงหน้าเห็น  แต่พอบวกลบคูณหาร  ศรีสมรก็ตัดสินใจ  พลางแอบขบคิดอยู่ภายใน 


    “ โอเค  ตกลงก็ตกลง  และถ้ามาอีกในคราวหน้า  ชั้นจะไม่ใส่ชุดแบบนี้อีกแล้ว ”


     

                  เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น  สาวใหญ่ก็ค่อยๆยกตัวขึ้นเล็กน้อย  เพื่อเปลี่ยนท่าทางจากนั่งพับเพียบมาเป็นขัดสมาธิ  แน่นอนว่าท่วงท่าดังกล่าวย่อมทำให้ชายกระโปรงทรงเอร่นสูงขึ้นมาจนเลยครึ่งขาอ่อนที่ขาวผ่อง  ส่งผลให้กางเกงในผ้าแพรลอดผ่านช่องว่างออกมารำไร 


    “ ว้าย…..น่าอายจังเลย ” ศรีสมรรู้สึกเขิน  สองมือพยายามดึงชายกระโปรงลง  เพื่อไม่ให้ลิงตัวน้อยต้องหลุดออกมา  แต่มันก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่  เพราะยังปิดโคนขาอ่อนที่ขาวเนียนได้ไม่หมด  ทว่าสาวใหญ่วัยสะคราญก็ไม่เหนียมจนเกินไป  ด้วยหมอไสยศาสตร์หนุ่มตรงหน้าดูไม่มีท่าทีสนใจเรือนร่างที่ชวนขย้ำของเธอ 


    “ เอาล่ะ  เริ่มทำพิธี  ยกมือขึ้นมาพนมและหลับตา  ไม่นานก็จะเสร็จสมบูรณ์ ”


     

               เหมือนสาวใหญ่ยังปรับสภาวะทางอารมณ์ไม่ได้  จึงคอยรั้งชายกระโปรงทรงเอไม่ให้ร่นสูงกว่าเดิม  แต่พอถูกอาจารย์หนุ่มข่มขู่ด้วยสายตา  สาวเจ้าก็จำยอมปฏิบัติ 


    “ อืม……” อาจารย์หนุ่มแอบสะอึก  เพราะถึงจะบารมีแกร่งกล้ายังไง  เขาก็ยังเป็นบุรุษที่มีเลือดเนื้ออยู่  ดังนั้นพอเห็นสองมือของศรีสมรยกขึ้นพนมจรดทรวงอก  กระโปรงสั้นทรงเอที่สวมใส่ก็ร่นสูงถึงเอวเว้าคอดตามหลักสรีระ  เผยให้เห็นอันเดอร์แวร์ขาวที่คอยแพลมอยู่ภายใน 


    “ เอ่อ….อาจารย์คะ  เราเริ่มกันได้หรือยัง ” ศรีสมรอึดอัด  เพราะต้องนั่งนิ่งในสภาพที่ไม่ค่อยน่าดู  แถมยังต้องทนหลับตา  จึงร้องท้วงเสียงแหลม  เป็นเหตุให้อาจารย์หนุ่มหลุดจากภวังค์ 


    “ เอ๊ะ!  อ่า…ใช่แล้ว  ข้ากำลังจะทำพิธีถอนเดี๋ยวนี้แหละ ”


     

                 ศรีสมรรู้สึกผิดสังเกต  เพราะกระแสเสียงที่หลุดจากปากของอาจารย์หนุ่มดูร้อนรนเป็นพิเศษ  ในใจแอบสงสัย 


    “ เอ….มันเกิดอะไรขึ้น  ทำไมถ้อยคำของท่านอาจารย์ถึงดูเปลี่ยนไป ”


     

                แต่ไม่ทันได้คำตอบ  อาจารย์หนุ่มก็สงบใจ  พร้อมลงมือบริกรรมคาถาอาคม 


    “ คญม นึง ซม บอฮ์ลุป สะเม็ด พี เพียะรุวะกอ จุมงือ,เรือง เพียะรุวะ ตาม กอตียน กรี,เพียบ ละออ ปรอเสอร นาโมย เดล ทลับ เมียน,โสม ออย โพพ์ มาเซา ออย ซัง ขลวนแอง บัต พุย พี ขลวน นี้ ” 

    (กูจะขอถอนโองการ ภูตผีจงถอยห่าง ภูตพรายจงถอยหนี ไสยเวทใดๆที่เคยมี จงมลายหายสิ้นไปจากตัวมัน)


     

               แม้ว่าเจ้าหล่อนจะไม่เข้าใจภาษาของมัน  แต่เสียงบทสวดของประเทศเพื่อนบ้านที่แลควบกล้ำเกินเหตุก็ดังแว่วอยู่ไม่ขาด  อันชวนให้ศรีสมรรู้สึกขนลุก  และพอวนอยู่ประมาณ 20 จบ  อาจารย์หนุ่มก็หยุดบริกรรม  ทำให้ความสงัดกรูเข้ามาห้อมล้อม 


    “ เอ๊ะ!  ทำไมถึงเงียบไป  หรือว่า….เสร็จแล้ว ” ศรีสมรคิดแบบนั้น  แต่เจ้าหล่อนก็ยังไม่กล้าเปิดเปลือกตา  เพราะกลัวจะเจอผีรายล้อมรอบตัวเหมือนในวันแรกที่มาตำหนัก



             ในขณะที่การรอคอยผ่านไปอย่างเชื่องช้า  ศรีสมรก็ต้องสะดุ้งโหยงอีกครั้ง  ด้วยมีบางสิ่งมาสัมผัสที่หน้าผาก 


    “ ว้าย……” 


    “ อย่าเอะอะ  ส่งเสียงดัง  นั่งนิ่งๆ  ไม่งั้นพิธีจะเสีย  ของชั่วร้ายและผีโฉดชั่วจะย้อนกลับมาเข้าตัว  ทำให้เจ้าวิบัติในชั่วพริบตา ” อาจารย์หนุ่มรีบข่มขู่  ทำให้ศรีสมรสงบลงบ้าง 


    “ อ่า…ค่ะ ”


     

                ของประหลาดนั้นวนเวียนอยู่แถวหน้าผากของสาวใหญ่อยู่พักหนึ่ง  ก่อนจะเลื่อนไปลูบไล้สองแก้มเปล่งปลั่ง  สุดท้ายก็ขยับมานัวเนียแถวริมฝีปากอวบอิ่ม   


    “ เอ…..ไอ้สิ่งที่อาจารย์เอามาถูไถปากของเรา  มันคืออะไรกันนะ  พิจารณาให้ดี  ก็มีลักษณะยาวเรียว  แต่ก็สากหยาบและแกร่ง  สภาพคล้ายไม้เนื้อแข็ง ” ศรีสมรลองสันนิษฐาน  แต่เธอคงไม่มีวันรู้ความจริง  เพราะเจ้าหล่อนไม่กล้าลืมตา


     

                แน่นอนว่าสิ่งที่คุณนายสาวคิด  ค่อนข้างจะถูก  เพราะวัสดุนั้นทำมาจากท่อนไม้จริงๆ  และมันก็คือ…..ปลัดขลิกประจำตัวของอาจารย์หนุ่ม 


    “ หึ  หึ….” หมอไสยศาสตร์วัยละอ่อนหัวเราะเบาๆในลำคอ  ก่อนจะผุดรอยยิ้มจางๆแถวมุมปาก  ดวงตาเรียวจับจ้องปลัดขลิกที่เตรียมมุดเข้าไปในโพรงปาก  และทันทีที่ท่อนไม้ขนาดเขื่องผลุบหายเข้าไป  ความกระสันก็เข้ามาเยือนจนดลบันดาลให้แลบลิ้นเลียปากแบบไม่รู้ตัว 


    “ อืม……..”


     

                ศรีสมรรู้สึกแปลกสุดๆ  เพราะท่อนไม้ดังกล่าวได้ขยอกโพรงปากของหล่อน  ราวกับเจ้าของมัน  ประสงค์จะใช้สิ่งนี้ทำออรัลเซ็กส์อย่างเมามัน  แต่เมื่อคิดถึงคาแร็คเตอร์ของอาจารย์หนุ่มที่ผ่านมา  ความโลกสวยจึงบังเกิด 


    “ อาจารย์คงไม่คิดทำลามกใส่ชั้นหรอกมั้ง  เพราะที่ผ่านมา  แกไม่เคยแสดงกิริยาแบบนั้นมาก่อน  และนี่น่าจะเป็นหนึ่งในพิธีกรรมถอนของ ”


     

              เมื่อเป็นเช่นนี้  ศรีสมรเลยเชื่อในศรัทธาตัวเอง  พร้อมปล่อยให้อาจารย์หนุ่มทำตามใจต่อไป  ซึ่งหลังจากเพลิดเพลินกับการทำออรัลเซ็กส์ด้วยท่อนไม้อยู่ครู่หนึ่ง  หมอไสยศาสตร์วัยละอ่อนก็ออกคำสั่ง 


    “ ทีนี้  จงเลิกพนมมือ  เอนกายลงไปในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน  แล้วเหยียดขาออกมา ”


     

              คิ้วเรียวของศรีสมรขมวดนิ่ว  ด้วเจ้าหล่อนไม่เคยพบเจอพิธีกรรมแบบนี้มาก่อน  ในใจนึกตุ้มๆต่อมๆ  ด้วยไม่แน่ใจว่าเธอจะโดนอาจารย์หลอกขยี้กามหรือไม่ 


    “ เอ….อาจารย์ให้เราทำอะไรกันนะ  หรือว่าแกจะคิดไม่ดีกับเราจริงๆ ” แต่ไม่ทันขบคิดให้วุ่นวาย  เสียงของหมอไสยศาสตร์ชื่อดังก็เริ่มแข็งขึ้น 


    “ จะทำหรือไม่ทำ  รีบตัดสินใจ  เพราะถ้าชักช้า  ของเข้าตัว  ข้าไม่รู้ด้วยนะ ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องมนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน