ตอนที่ 8 — ศึกแรกในสมาคม
สามวันต่อมา เช้าวันจันทร์ สมาคมวิศวกรวงจรแห่งเมืองหยุนนาน
หลิงเซินก้าวผ่านประตูทองแดงของสมาคมเป็ครั้งแรกหลังถูกพักการเรียน ครั้งนี้ไม่ได้มาคนเดียว
เซียนหยูเดินอยู่ข้างหลัง ห่างจากนางสามก้าว ไม่มากไม่น้อยพอดี ระยะห่างของคนที่ตามมาแต่ไม่ใช่คนรับใช้ ของคนที่อยู่เคียงข้างแต่ไม่ใช่เพื่อน เขาสวมชุดที่ซ่างซีส่งมาให้ — ชุดที่ปรึกษาสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างดี แขนยาว คอปิด มีตราสัญลักษณ์สมาคมปักอยู่ที่อกซ้าย — แต่ท่าทางที่เขาสวมมันเหมือนกับสวมชุดนอน ผ่อนคลายจนดูเหมือนชุดเกิดมาพร้อมกับตัวเขา
ลานด้านหน้าที่เต็มไปด้วยนักเรียน เงียบลงเมื่อทั้งสองคนก้าวเข้ามา ไม่ใช่เงียบสนิท แต่เป็เงียบแบบที่เสียงกระซิบดังแทนเสียงพูด
"หลิงเซินกลับมาแล้ว..."
"ได้ยินว่าอาจารย์ซ่างซีเป็คนเรียกกลับ..."
"คนข้างหลังนั่นใคร..."
"ทาสของตระกูลหลิง ที่เพิ่งซื้อมา..."
"ทาส? แต่ทำไมใส่ชุดที่ปรึกษา..."
หลิงเซินเดินตรงไปไม่หยุด ไม่สบตาใคร ไม่ยิ้มให้ใคร ก้าวมั่นคงเหมือนคนที่รู้ว่ากำลังเดินไปไหน หลังตรง คางยกเล็กน้อย ท่าทางที่พี่สาวสอนให้ — 'อย่าให้ใครเห็นว่าเ้ากลัว แม้จะกลัวจนขาสั่น
ขาของนางสั่นจริงๆ เล็กน้อย แต่ไม่มีใครเห็น
"หยิงหยิง!" เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากด้านข้าง
หนานกงยุนวิ่งมาหา ผมแดงปลิวตามลมเช้าเหมือนเปลวไฟ ดวงตาสีแดงเข้มเปิดกว้างด้วยความดีใจ เธอเข้ามาจับแขนหลิงเซินแน่น ไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง
"กลับมาแล้ว!" เธอร้องเสียงดัง แล้วกระซิบ "ข้าจัดการเื่กับอาจารย์ซ่างซีเรียบร้อย หานเจาหลงถูกตำหนิอย่างหนัก ตอนนี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าข้า"
"ขอบคุณ" หลิงเซินยิ้มเมื่อเห็นเพื่อน ครั้งนี้รอยยิ้มไม่ต้องใช้แรง
หนานกงยุนเหลือบมองไปข้างหลังหลิงเซิน สายตาจับที่เซียนหยู
ดวงตาสีแดงเข้มหรี่ลง
"นี่คือ..." เธอเริ่ม
"เซียนหยู" หลิงเซินแนะนำสั้นๆ "ที่ปรึกษาใหม่ของอาจารย์ซ่างซี"
หนานกงยุนมองเซียนหยูจากศีรษะจรดเท้า สายตาประเมินอย่างไม่ปิดบัง เซียนหยูปล่อยให้เธอมองโดยไม่แสดงอาการอะไร ราวกับเป็ต้นไม้ที่ถูกคนจ้องดู — ไม่สนใจ ไม่หลบ
"เ้าเป็คนวาดวงจรด้านหลังม้วนคัมภีร์" หนานกงยุนพูดตรงๆ ไม่ใช่คำถาม
"ใช่" เซียนหยูตอบ
"ฝีมือนั้น..." เธอเลียริมฝีปาก นิสัยที่ทำเมื่อสนใจอะไรมาก "ข้า้าเห็นเ้าวาดสด"
"เ้าจะได้เห็น" เซียนหยูตอบ ไม่ปฏิเสธ ไม่ตื่นเต้น เรียบเฉย
หนานกงยุนยิ้มกว้าง ยิ้มแบบที่หลิงเซินรู้ว่าหมายถึง 'ข้าจะจำคำนี้'
⬥ ⬥ ⬥
ห้องทดลองชั้นสี่ เก้าโมงเช้า
ซ่างซียืนอยู่หน้าห้องทดลอง รอต้อนรับ เมื่อหลิงเซินและเซียนหยูเดินขึ้นมาถึง ท่านพยักหน้าให้ทั้งสองคน แล้วเปิดประตู
"ข้าเรียกวิศวกรรุ่นจูเนียร์มารวมตัวกันที่นี่" ท่านพูดเสียงเบา "สิบสองคน ซึ่งรวมถึงหลิงเซิน ข้า้าให้เซียนหยูสาธิตการวาดวงจรให้พวกเขาดู" เซียนหยูยกคิ้วข้างเดียว "สาธิต"
"ไม่ต้องทำอะไรพิเศษ" ซ่างซีพูด "แค่วาดวงจรธาตุลม ระดับ 1 ตามที่เ้าเห็นสมควร"
"ระดับ 1" เซียนหยูทวน
"ใช่"
"ข้าจะทำให้มันน่าสนใจ" เขาพูด
ซ่างซียิ้ม ยิ้มแบบที่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรที่คนอื่นคาดไม่ถึง
ข้างในห้องทดลอง นักเรียนสิบสองคนนั่งอยู่บนม้านั่งยาวสี่แถว หน้าตาผสมกันระหว่างความสงสัย ความตื่นเต้น และความไม่พอใจ บางคนกระซิบกัน บางคนมองมาที่ประตูด้วยสายตาท้าทาย
คนหนึ่งที่ไม่ได้กระซิบ แต่พูดเสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน
"ทาสมาสอนวิศวกร" ชายหนุ่มอายุสิบแปด ร่างสูง ผมรวบตึง ชุดนักเรียนรีดเรียบ แขนเสื้อพับขึ้นเผยให้เห็นข้อมือที่มีสร้อยคริสตัลราคาแพง "สมาคมเราตกต่ำถึงขนาดนี้แล้วเหรอ"
เสียงกระซิบที่กำลังจะเงียบลง กลับดังขึ้นอีกครั้ง หลิงเซินกำมือแน่น รู้สึกร้อนที่หน้า เซียนหยูไม่แสดงอาการอะไร เดินเข้าไปในห้องอย่างสบายๆ ราวกับไม่ได้ยิน
ชายหนุ่มที่พูดชื่อหลิวเฉินิ บุตรคนโตของตระกูลหลิว ตระกูลวิศวกรอันดับสี่ของเมือง คะแนนอันดับสามของรุ่น เป็ที่รู้กันว่าเขาไม่เคยชอบใครที่เขาเห็นว่าด้อยกว่า ซึ่งในความเห็นของเขาคือเกือบทุกคน
"อาจารย์ซ่างซีอาจจะชราจนตาฝาด" หลิวเฉินิพูดต่อ เอนหลังบนม้านั่ง ยิ้มเยาะ "ให้ทาสมาเป็ที่ปรึกษา ลดเกียรติสมาคมทั้งสมาคม"
"เ้าพูดจบแล้วหรือยัง" เสียงเซียนหยูดังขึ้น เรียบ สงบ ราวกับถามว่าฝนหยุดตกหรือยัง
หลิวเฉินิหยุด มองเซียนหยู
"ถ้าพูดจบแล้ว" เซียนหยูเดินไปที่กระดานดำขนาดใหญ่ที่ผนังด้านหน้า หยิบชอล์กขึ้นมาถือ หันหลังให้นักเรียนทั้งหมด "ข้าจะเริ่ม"
⬥ ⬥ ⬥
เซียนหยูยืนหน้ากระดานดำ
เขาไม่ได้หันมามอง ไม่ได้แนะนำตัว ไม่ได้พูดอะไรเกริ่นนำ เพียงแค่ยกมือขึ้น แล้วเริ่มวาด เส้นชอล์กสีขาวกรีดลงบนกระดานดำ
เส้นแรก — วงกลมสมบูรณ์แบบ ไม่ใช้ไม้บรรทัด ไม่ใช้วงเวียน วาดด้วยมือเปล่าในจังหวะเดียว วงกลมที่กลมจนทุกคนในห้องรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ เพราะมนุษย์ไม่ควรวาดวงกลมด้วยมือเปล่าได้กลมขนาดนี้ หลิวเฉินิหยุดยิ้ม
เส้นที่สอง — เส้นตรงจากจุดศูนย์กลางไปยังขอบ ตรงสนิท ราวกับใช้ไม้บรรทัดวาด แต่ไม่ได้ใช้
เส้นที่สาม ที่สี่ ที่ห้า — เส้นโค้งเชื่อมต่อกัน แต่ละเส้นไหลเข้าสู่อีกเส้นอย่างลื่นไหล ไม่มีรอยสะดุด ไม่มีรอยหยุด เหมือนเขาไม่ได้วาดเส้นหลายเส้น แต่วาดเส้นเดียวที่ยาวต่อเนื่อง
ห้องเงียบลงเรื่อยๆ เสียงชอล์กกระทบกระดานเป็เสียงเดียวที่ได้ยิน — เสียงแหลมเล็กที่สม่ำเสมอ เหมือนจิ้งหรีดร้อง
เซียนหยูวาดอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุด ไม่ลังเล ไม่หันมาดูปฏิกิริยาของคนดู มือเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ ไม่เร่ง ไม่ช้า ราวกับเครื่องจักรที่ตั้งโปรแกรมไว้
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ใช่งานเครื่องจักร มันสวยเกินกว่าเครื่องจักร สามนาที เขาวาดเสร็จ
บนกระดานดำ ปรากฏวงจรธาตุลม ระดับ 1
หรืออย่างน้อยก็ดูเหมือนจะเป็วงจรธาตุลม ระดับ 1
เพราะโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกับที่ตำราสอน — วงกลมหลัก เส้นเชื่อมต่อ จุดพลังงาน ช่องระบาย — แต่ทุกส่วนถูกปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เส้นบางเส้นโค้งมากกว่าปกติ จุดบางจุดอยู่ผิดตำแหน่งจากตำรา มุมบางมุมเปลี่ยนไปไม่กี่องศา
"นี่คืออะไร" หลิวเฉินิพูดเสียงแข็ง พยายามรักษาท่าที "มันไม่ตรงกับตำรา"
"ถูกต้อง" เซียนหยูหันมาเป็ครั้งแรก "มันไม่ตรงกับตำรา"
"ดังนั้นมันก็ผิด"
"ดังนั้นมันก็ต่าง" เซียนหยูแก้ "ผิดกับต่างไม่เหมือนกัน"
เขาหยิบคริสตัลเล็กๆ จากกล่องที่วางอยู่บนโต๊ะทดลอง วางลงตรงจุดกลางของวงจรบนกระดานดำ แล้วกดพลังงานจำนวนเล็กน้อยลงไป ลมพัดออกมาจากกระดาน ไม่ใช่ลมอ่อนๆ ที่วงจรระดับ 1 ควรจะปล่อย แต่เป็ลมที่แรงพอจะทำให้กระดาษบนโต๊ะทุกตัวปลิวว่อน ม้วนคัมภีร์กลิ้งตกจากโต๊ะ ผมของนักเรียนทุกคนถูกพัดจนกระจาย หนานกงยุนที่นั่งอยู่แถวหน้าหัวเราะลั่น ผมแดงปลิวจนบังหน้า
หลิวเฉินิจับขอบม้านั่งแน่น ตาเบิกกว้าง
"นี่ระดับ 1?" เขาพูดเสียงแหบ
"ระดับ 1" เซียนหยูยืนยัน "แต่มีประสิทธิภาพเท่าระดับ 2 ถ้าเข้าใจว่าทำไม เ้าจะทำได้เหมือนกัน"
ห้องเงียบ
"ถ้าเข้าใจว่าทำไม" หนานกงยุนทวน เสียงเปลี่ยนจากหัวเราะเป็จริงจัง "อธิบาย"
เซียนหยูมองนักเรียนทั้งสิบสองคน จากคนหนึ่งไปอีกคน ช้าๆ ราวกับอ่านทุกใบหน้า
สายตาของเขาหยุดที่หลิงเซินเป็คนสุดท้าย
"วงจรธาตุลม ระดับ 1 ตามตำรา" เขาเริ่มพูด หันกลับไปที่กระดาน วาดวงจรอีกตัวข้างๆ — คราวนี้เป็วงจรมาตรฐานจากตำรา "ใช้เพื่ออะไร"
"ปล่อยลมเบาๆ" เสียงตอบดังขึ้นจากหลายคน "ใช้ทำลมไทรด ป้องกันแมลง"
"นั่นคือสิ่งที่ตำราเขียน" เซียนหยูพูด "แต่ข้าถามว่า 'ทำไม' มันปล่อยลมเบาๆ ไม่ใช่ลมแรง ไม่ใช่พายุ ไม่ใช่ลมร้อน ทำไม"
ห้องเงียบ ไม่มีใครตอบได้
เพราะตำราไม่ได้อธิบาย
⬥ ⬥ ⬥
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น หลิงเซินจะจำได้ไปจนตาย
เซียนหยูอธิบาย
เขาไม่ได้สอนวิธีวาดวงจร ไม่ได้สอนขั้นตอน ไม่ได้สอนเทคนิค สิ่งที่เขาสอนคือ 'ทำไม'
ทำไมเส้นต้องโค้งตรงนี้ — เพราะพลังงานไม่ได้เดินเป็เส้นตรง มันไหลเหมือนน้ำ และน้ำที่ไหลผ่านท่อโค้งจะเร็วกว่าท่อตรง
ทำไมจุดพลังงานต้องอยู่ตรงนี้ — เพราะมันคือจุดตัดของกระแสสองสาย เหมือนแม่น้ำสองสายที่ไหลมากัน จุดคือจุดที่แรงที่สุด
ทำไมช่องระบายต้องมีมุมนี้ — เพราะพลังงานที่ออกมาจากวงจรไม่ใช่ลมเฉยๆ มันคือพลังงานที่ถูกแปรรูป และมุมของช่องระบายกำหนดว่าพลังงานจะถูกแปรรูปเป็อะไร
"ถ้าเปลี่ยนมุมหนึ่งองศา" เขาวาดลงไปบนกระดาน "ลมจะแรงขึ้น ถ้าเปลี่ยนสององศา ลมจะร้อน ถ้าเปลี่ยนสามองศา..."
เขาหยุด หันมามองนักเรียน
"ใครอยากลอง" เขาถาม
มือของหนานกงยุนยกขึ้นก่อนใครตามด้วยมือของนักเรียนอีกสามคน จากนั้นอีกสี่คน หลิวเฉินิไม่ยกมือ แต่เขาก็ไม่ได้เอนหลังบนม้านั่งอีกต่อไป เขานั่งตัวตรง มือวางบนเข่า ดวงตาจับอยู่ที่กระดานดำ หลิงเซินยกมือขึ้นเป็คนสุดท้าย เซียนหยูมองนาง
พยักหน้า
"เริ่มกันเลย" เขาพูด
⬥ ⬥ ⬥
สี่ชั่วโมงต่อมา บ่ายโมง
นักเรียนทั้งสิบสองคนนั่งล้อมโต๊ะทดลอง หน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยรอยหมึกและชอล์ก กระดาษวงจรกระจายเต็มโต๊ะ คริสตัลที่ใช้แล้วกองเป็ูเาเล็กๆ ไม่มีใครลุกไปกินข้าวกลางวัน ไม่มีใครอยากหยุด เพราะสิ่งที่เซียนหยูสอนในสี่ชั่วโมงนั้น เปลี่ยนความเข้าใจของทุกคนเกี่ยวกับวงจรพลังงานจากรากฐาน
หนานกงยุนวาดวงจรธาตุลมได้สามรูปแบบที่ต่างกัน แต่ละแบบให้ผลลัพธ์ต่างกัน — ลมเย็น ลมร้อน ลมหมุน — ทั้งที่ตำราบอกว่ามีวงจรธาตุลม ระดับ 1 เพียงแบบเดียว
หลิวเฉินิวาดวงจรที่ถูกต้องตามตำราอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อเซียนหยูให้เขาเปลี่ยนจุดเดียว — เพียงจุดเดียว — ผลลัพธ์เปลี่ยนไปจนเขาต้องนั่งนิ่งมองกระดาษอยู่นาน
หลิงเซิน... หลิงเซินวาดได้ช้าที่สุดในกลุ่ม ผิดบ่อยที่สุด ต้องลบและเขียนใหม่มากที่สุด
แต่เธอเป็คนเดียวที่ถามว่า 'ทำไม' ทุกครั้งที่เซียนหยูให้เปลี่ยนจุด และทุกครั้งที่เธอถาม เซียนหยูจะตอบ ตอบอย่างละเอียด ตอบอย่างอดทน ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ชัดเจนที่บ่งบอกว่าเขาเห็นค่าของคำถาม
"สมควรแล้วที่เลือกเธอ" หนานกงยุนกระซิบกับหลิงเซินตอนพักดื่มน้ำ ยิ้มกว้างจนตาหรี่ "เ้าถามดีจริงๆ"
"ข้าแค่ไม่เข้าใจ" หลิงเซินพูดเบาๆ
"นั่นแหละ" หนานกงยุนบีบไหล่เพื่อน
"คนที่ไม่เข้าใจแต่กล้าถาม ดีกว่าคนที่ไม่เข้าใจแต่แกล้งทำเป็รู้"
⬥ ⬥ ⬥
เย็นวันนั้น ลานด้านหน้าสมาคม นักเรียนทยอยกลับบ้าน แสงเย็นทาบลงบนอาคารหินเก่าทำให้มันดูอบอุ่นกว่าปกติ หลิวเฉินิเดินผ่านหลิงเซินและเซียนหยูที่กำลังจะออกจากประตู เขาหยุด ยืนนิ่งอยู่ครู่
"พรุ่งนี้" เขาพูดด้วยเสียงต่ำ ไม่มองตาเซียนหยู แต่ก็ไม่ได้หลบ "ข้าจะมาเรียนอีก"
เขาเดินผ่านไปโดยไม่รอคำตอบ หลิงเซินมองหลังเขาที่ค่อยๆ ห่างออกไป แล้วหันมามองเซียนหยู
"เขาไม่ได้ขอโทษ" นางพูด
"เขาไม่ต้องขอโทษ" เซียนหยูตอบ เดินลงบันไดหิน "เขาบอกว่าจะมาเรียนอีก นั่นดีกว่าคำขอโทษ"
"ดียังไง"
"คำขอโทษหมายความว่ารู้ว่าผิด" เซียนหยูอธิบาย มือสอดเข้ากระเป๋า "การมาเรียนอีกหมายความว่ายอมรับว่ามีอะไรต้องเรียน นั่นต้องใช้ความกล้ามากกว่าคำขอโทษ"
หลิงเซินคิดอยู่ครู่
"เ้าอ่านคนเก่ง" นางพูด
"ข้าอ่านตัวแปร" เขาแก้ "คนก็เป็แค่ตัวแปรชนิดหนึ่ง ซับซ้อนกว่าตัวเลข แต่ก็ยังอ่านได้"
"ข้าเป็ตัวแปรด้วยเหรอ" นางถาม ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เซียนหยูมองนาง
"เ้าเป็ตัวแปรที่ซับซ้อนที่สุดที่ข้าเจอั้แ่มาถึงที่นี่" เขาพูด
หลิงเซินไม่รู้ว่านั่นเป็คำชมหรือเปล่า แต่มันทำให้แก้มร้อนขึ้นมาเล็กน้อย
"เดินกลับบ้านเถอะ" นางพูดเร็ว หันหน้าหนี "พรุ่งนี้ต้องมาอีก"
"ั้แ่เมื่อไหร่ที่เ้าตื่นเต้นกับการมาสมาคม" เซียนหยูถามข้างหลัง
"ั้แ่มีคนสอนให้ข้าถามว่า 'ทำไม'" นางตอบ ไม่หันกลับ
เซียนหยูเดินตามไป ระยะห่างสามก้าวเท่าเดิม
แต่บางอย่างเปลี่ยนไป ระยะห่างนั้นไม่ใช่ระยะระหว่างเ้าของกับทาสอีกต่อไป มันคือระยะระหว่างครูกับศิษย์
และอาจจะ — แม้ทั้งสองคนยังไม่รู้ตัว — มันกำลังหดสั้นลงทีละน้อย
— จบตอนที่ 8 —
แดนนิยาย
ดินแดนที่ทุกเื่ราวเริ่มต้น
www.danniyay.com