ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    บทที่ 77 สิ่งกระตุ้น

    เสียงอันดุดันของฉินลู่ทำให้นักศึกษาหญิงมองตาเขาทันที 

            จากนั้นเธอก็หลุดเข้าไปในห้วงอวกาศอันลึกล้ำไร้สิ้นสุดตามด้วยการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ของทางช้างเผือก 

            ฉินลู่เห็นว่านักศึกษาหญิงตรงหน้านิ่งแล้วจึงจับแขนเธอไว้แน่นและด้วยแรงของตำรวจที่ช่วยกันดึง จึงพาตัวเธอขึ้นมาได้ 

            พอนักศึกษาหญิงถูกดึงขึ้นมาปุ๊บ ตำรวจ 4-5 นายก็เข้ามาจับเธอกดไว้บนพื้น พร้อมใส่กุญแจมือและควบคุมตัว

            “หมอ ครั้งนี้เราต้องขอบคุณนายมากๆถ้าไม่ได้ความกล้าหาญของนายที่ช่วยตัวประกันเอาไว้แล้วล่ะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราต้องรอกันอีกนานแค่ไหน”เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าเดินมาจับมือทั้งสองข้างของฉินลู่พร้อมกับพูดขอบคุณ

            “ไม่เป็นไรครับอย่างไรผมก็เป็นหมอประจำห้องพยาบาลในมหาวิทยาลัยหวาชิง ยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอก” ฉินลู่พูดตอบพลางนวดแขนที่ตอนนี้รู้สึกปวดระบมเล็กน้อย 

            “อย่างไรก็ต้องขอบคุณที่นายช่วยเหลือกันฉันจะแจ้งทางสน.กับทางมหาวิทยาลัยเรื่องความดีความชอบครั้งนี้ของนาย” ตำรวจคนนี้ต้องการจะบอกฉินลู่ว่า เดี๋ยวเราจะจัดหารางวัลมามอบให้นะ 

            ฉินลู่ไม่ได้สนใจเรื่องสิ่งตอบแทนอะไรพวกนี้อยู่แล้วจึงหัวเราะพลางส่ายหน้าไปมา จากนั้นก็พูดอย่างสงสัยขึ้นมาว่า “เรื่องมันเป็นมาอย่างไรครับทำไมเธอถึงลุกขึ้นมาฆ่าคน แล้วยังกล้าทำอะไรที่บ้าคลั่งอย่างการจับตัวประกันอีก” 

            คุณตำรวจพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ตามหลักวิเคราะห์เบื้องต้นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาของเราคิดว่าเธอคลุ้มคลั่ง” 

            “เพราะได้รับสิ่งกระตุ้นที่รุนแรงเหรอครับ”ฉินลู่ถาม 

            “ใช่ได้รับแรงกระตุ้นจากความรักทำให้เสียสติ บังเกิดความคิดที่อยากจะแก้แค้นอย่างรุนแรงถ้าไม่ใช่เพราะว่าตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงพอดีป่านนี้เธออาจจะทำร้ายนักศึกษาไปมากกว่านี้แล้ว” 

            ฉินลู่พยักหน้าและพูดว่า “ตรงนี้หมดธุระของผมแล้วงั้นผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีว่ายังมีงานที่ต้องกลับไปทำต่อ” 

            “ได้เลยขอบคุณนายอีกครั้งนะที่ช่วยเรา”ตำรวจยื่นมือออกมาจับมือฉินลู่เพื่อเป็นการขอบคุณ จากนั้นฉินลู่ก็รีบเดินออกมา 

            ฉินลู่เดินลงมาตามบันไดชั้นดาดฟ้า เห็นเซี่ยหลิงที่กำลังมองเขาจากตรงทางเดิน“นายทำฉันตกใจแทบแย่นายอยากตายหรือไง! ถ้าตกลงมาจะทำยังไง!” 

            “ก็ฉันมั่นใจในตัวเองนี่นา เธอดูสิผลที่ออกมาก็ไม่เลวเลยนะ” ฉินลู่พูดพลางหัวเราะ 

            “นายนี่ชอบทำอะไรพิเรนทร์จริงๆปีนตึกแบบนั้นมันอันตรายมากนะ อีกอย่างตัวประกันเป็นใคร นายก็ใช่ว่าจะรู้จักเธอจะเสี่ยงชีวิตขนาดนี้เพื่ออะไร ถ้านายตกลงมาจะทำอย่างไร!” ดูเหมือนว่าเซี่ยหลิงกำลังแอบโมโหเบาๆ 

            “ทำไม” ฉินลู่พูดแซว“นี่เธอกำลังเป็นห่วงฉันเหรอ” 

            “แหวะ!” เซี่ยหลิงฟึดฟัดเดินลงบันไดไป“ใครจะไปห่วงคนบุ่มบ่ามอย่างนาย” 

            “ฮ่าๆๆ ...” ตำรวจ2-3 คนที่อยู่ใกล้ๆ หัวเราะชอบใจและพูดว่า “รีบไปปลอบใจแฟนนายหน่อยเถอะ” 

            ฉินลู่ถูปลายจมูกเบาๆเขาอยากบอกว่าเซี่ยหลิงไม่ใช่แฟนตัวเอง แต่พอคิดๆ ดูแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีความจำเป็นอะไรที่ต้องอธิบายเลยเขาจึงพยักหน้าแล้ววิ่งตามเซี่ยหลิงไป

            เมื่อฉินลู่มาถึงใต้ตึกพวกนักศึกษาและอาจารย์ที่ยืนอยู่นอกแถบกั้นเขตต่างพากันจ้องมองมาที่ฉินลู่ตาไม่กระพริบ 

            “ทะ…ทุกคนมองฉันทำไม”ฉินลู่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย 

            แต่วินาทีต่อมา ทุกคนต่างพากันตบมืออย่างกึกก้อง 

            ท่ามกลางเสียงปรบมือยังมีเสียงโห่ร้องกับเสียงวี้ดวิ่วด้วย 

            คนที่ไม่รู้ก็คงเข้าใจผิดคิดว่าดาราสักท่านเพิ่งแสดงจบ 

            ฉินลู่นิ่งอึ้ง จากนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมาเขารีบโบกไม้โบกมือแล้วเดินออกจากตึกทันที 

     

    ครึ่งชั่วโมงผ่านไปฉินลู่ก็ได้กลับมาถึงที่ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยแล้ว 

            แต่เซี่ยหลิงในตอนนี้ยังไม่หายโกรธเธอนั่งอยู่ข้างโต๊ะทำงานด้วยท่าทางที่ไม่สบอารมณ์อย่างมาก 

            “ฮ่าๆ เซี่ยหลิงเธอไม่ได้ไปกินข้าวหรอกเหรอ” ฉินลู่เดินเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะ 

            “ไม่กิน!อิ่ม!” เซี่ยหลิงมองแรงใส่ฉินลู่ 

            “เลิกโกรธได้แล้ว หายโกรธฉันเถอะ”ฉินลู่หัวเราะพลางหยิบถุงที่ใส่ซาลาเปาลูกใหญ่ 4 ลูกออกมาจากด้านหลังวางไว้บนโต๊ะทำงาน แล้วพูดยิ้มๆ ว่า “อะ ให้ กินซะสิ” 

            “ฉันไม่กิน!” เซี่ยหลิงสะบัดหน้าหนีอย่างโมโห แต่ท่าทางที่เธอแอบเลียปากกลับถูกฉินลู่สังเกตเห็นก่อนความจริงที่เธออยากกินจึงถูกปิดเผย 

            “นี่ ฉันผิดไปแล้วคราวหน้าจะไม่ทำแบบนี้อีก จะไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายอีกแน่นอน” ฉินลู่ได้ทีก็รีบพูดขอโทษ 

            “นายจะทำเรื่องอันตรายหรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนายอยากรนหาที่ตายก็ไปเลยไป” 

            “ถ้าฉันตายไปแล้วชีวิตที่เหลือของเธอจะทำอย่างไรล่ะ! ใช่ไหม” ฉินลู่พูดแซว 

            “นายพูดบ้าอะไรของนาย!” ใบหน้าอันงดงามของเซี่ยหลิงขึ้นสีแดงด้วยความเขินอาย เธอจึงพูดโต้กลับไป 

            “ก็เห็นเธอโมโหขนาดนี้ไม่ใช่เพราะกำลังคิดเรื่องนี้อยู่หรืออย่างไร”ฉินลู่จับแก้มเซี่ยหลิงเบาๆ และพูดต่อ “ขอบคุณที่เป็นห่วงรีบกินเถอะ ปล่อยให้หิวนานเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ” 

            “เชอะ!”เซี่ยหลิงสะบัดหน้าหนีพร้อมขมวดคิ้วมุ่นแต่ก็อดไม่ไหว หยิบซาลาเปามาลูกหนึ่ง กัดเข้าไปคำโตราวกับซาลาเปานั้นเป็นศัตรูตัวฉกาจไฉนฉนั้น 

            “กินช้าๆ หน่อยไม่มีใครแย่งเธอหรอก” 

            หลังจากกินซาลาเปาลูกใหญ่ไป 2 ลูกอย่างรวดเร็ว ท้องของเซี่ยหลิงก็รู้สึกดีขึ้นบ้างแล้วจากนั้นก็เหมือนนึกอะไรได้ จึงหันไปถามฉินลู่ว่า “ซาลาเปานี่ซื้อมาจากโรงอาหารใช่ไหม” 

            ฉินลู่ยิ้มอย่างชั่วร้ายพลางส่ายหัวไปมา “เปล่าซื้อจากร้านข้างนอกมาน่ะ” 

            “อ๊าก! ฉินลู่!นายตายซะเถอะ!” เซี่ยหลิงทำหน้าอึ้งจากนั้นก็แปลงร่างเป็นแมวน้อยเกรี้ยวกราด วิ่งเข้าไปข่วนฉินลู่ 

            “นี่ๆๆ อย่าข่วนฉันสิฉันไม่อยากไปฉีดยากันบาดทะยักนะ...” 

            ในระหว่างที่ฉินลู่กับเซี่ยหลิงกำลังหยอกล้อกันอยู่นั้น

            คลิปวีดิโอและรูปถ่ายของฉินลู่ที่ปีนตึกหอพักหญิงอย่างกล้าหาญก็ถูกเผยแพร่อยู่บนแพลตฟอร์มข่าวของมหาวิทยาลัยจนว่อนแล้ว 

            สามารถใช้คำว่าดังเป็นพลุแตก ดังแบบงงๆมาบรรยายตัวฉินลู่ในตอนนี้ได้เลย 

            บนแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยขอแค่เป็นโพสต์ที่เกี่ยวกับฉินลู่ โพสต์นั้นก็จะมียอดไลก์ยอดแชร์ที่พุ่งแรงแซงเพื่อนและเป็นประเด็นร้อนอยู่ตลอด 

            โพสต์ที่ยอดไลก์มากที่สุดก็คือภาพจากโพสต์ที่ฉินลู่ปีนตึกขึ้นไปช่วยคนแชร์ไปกว่า 1,000คนแล้ว ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นเพียงแพลตฟอร์มขอมหาวิทยาลัยเท่านั้นน้อยมากที่จะมีโพสต์ที่ถูกแชร์จนขึ้นเป็นเลขหลักพันในเวลาอันสั้นแบบนี้ 

            ชื่อเสียงของฉินลู่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น 

            ที่นอกรั้วมหาวิทยาลัยภาพที่ฉินลู่ช่วยคนไว้ก็ถูกนำไปเผยแพร่ในข่าวภาคค่ำบนสื่อมีเดียของเมืองจิงเฉิงด้วยแม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ แค่ 10 วิแต่ความกล้าหาญของฉินลู่ก็ได้ถูกประทับลึกลงกลางใจของผู้คนมากมาย 

            ทางมหาวิทยาลัยหวาชิงจึงจัดงานเพื่อแสดงความขอบคุณฉินลู่โดยมีคณะอาจารย์และนักศึกษามากมายพากันมาร่วมแสดงความขอบคุณ พร้อมกับมอบเงินจำนวน 3,000 หยวนเพื่อเป็นรางวัลของคนทำดีด้วย 

            ฉินลู่ปฏิเสธไม่ได้ จึงต้องยอมรับอย่างไม่เต็มใจ 

            ฝ่ายกิจการพิเศษของมหาวิทยาลัยรู้เรื่องนี้เข้าก็ไม่ยอมน้อยหน้าหัวหน้าฝ่ายที่เป็นเจ้านายของฉินลู่ก็มาหาเขาด้วยตัวเองอนุญาตให้ฉินลู่ไปพักผ่อนและไม่ต้องมาทำงานเป็นเวลาหนึ่งวัน ซ้ำยังมอบธงประกาศเกียรติคุณให้อีกด้วย 

            สำนักงานรักษาความสงบแห่งชาติเองก็ไม่วายมาร่วมแสดงความขอบคุณด้วยการมอบธงตัวแทนชาวฮั่นพลเมืองดีที่กล้าหาญชาญชัยให้กับฉินลู่ 

            ฉินลู่จับธงสองผืนนี้ไว้ไม่รู้ว่าควรจะแขวนไว้บนผนังห้องพยาบาลไหม 

            ถ้าไม่แขวน หัวหน้าฝ่ายกิจการอาจจะไม่พอใจ 

            แต่ถ้าแขวนก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนไม่ค่อยเต็มบาทเท่าไรนัก 

            “เฮ้อ” 

            ฉินลู่คิดอยู่นาน ก่อนสูดหายใจเข้าลึกสุดท้ายตัดสินใจเอาธงขึ้นไปแขวนบนผนัง 

            ที่เขาไปช่วยตัวประกันกับนักศึกษาที่คลุ้มคลั่งไม่ใช่เพราะอยากได้รางวัลหรือการตอบแทนอะไรพวกนี้เลยเขาเพียงแค่อยากช่วยก็เท่านั้น 

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน