เพียงมินานหลังจากมหาพิธีกรรม "เชือดแขนรักษาลำตัว" จบสิ้นลงที่หน้าซุ้มประตูอาศรม นิมิตภาพเหตุการณ์ที่ มหาฤๅษีฤๅษีมุกดา ลงทัณฑ์ศิษย์โฉดต่อหน้ามหาชน พร้อมทั้งการร่ายเวททำลาย ตบะเดช ของ สุยุโน จนสิ้นสภาพความเป็นผู้ทรงอาคมและขับไล่นางออกไปจากอาศรมเทวะขรรค์ฟ้าอย่างไม่ใยดี ก็ถูกเหล่าพเนจรผู้มีหัวการค้าแอบบันทึกและอัปโหลดขึ้นสู่ "ข่ายใยมนตรามหาละลวย" (ติ๊กต๊อกอาคม) ในทันที
นิมิตภาพเหล่านั้นเปรียบเสมือนศรเพลิงที่พุ่งกระจายไปทั่วชมพูทวีป ดึงดูดสายตาของเหล่าผู้บำเพ็ญตบะและราษฎรน้อยใหญ่ให้หยุดชะงักกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตัวเลขยอดผู้เข้าชมนิมิตและเสียงประสาทพร (ไลก์) พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจพลุไฟที่จุดเฉลิมฉลองในคืนเดือนเพ็ญ และมินานนัก พื้นที่ข้อความสะท้อนจิต (คอมเมนต์) ก็คลาคล่ำไปด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์จากทุกหัวระแหงในแดนรามา
"ยักษ์วัดแจ้งแฝงตัวมา": "สะใจพิลึก! นี่สิถึงจะเรียกว่าความยุติธรรมที่จับต้องได้!"
"นักสิทธิ์พเนจร": "ตอนข้าเห็นนิมิตที่คชินทร์ถูกรุมทำร้าย ข้าโกรธจนธาตุไฟแทบแตกซ่าน อยากจะขี่เมฆาไปถล่มอาศรมนั้นด้วยตนเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด ไม่นึกเลยว่ามหาฤๅษีมุกดาจะออกตัวจัดการได้รวดเร็วปานกามนิตหนุ่มเช่นนี้!"
"กินรีพลัดถิ่น": "การทำลายตบะบารมีและขับออกจากอาศรม สำหรับหญิงที่ทะเยอทะยานอย่างสุยุโน ข้าว่ามันทรมานยิ่งกว่าการถูกขรรค์ชัยศรีฟันคอเสียอีกนะเจ้าคะ ช่างสาสมใจข้ายิ่งนัก!"
"วิทยาธรสายธรรม": "แม้ข้าจะเคยขุ่นเคืองอาศรมเทวะขรรค์ฟ้า แต่การที่เจ้าอาศรมมุกดาลงมือจัดการบุตรชายและศิษย์สายตรงโดยไม่เห็นแก่หน้าใครเช่นนี้ ก็นับว่ามีใจเป็นธรรมสมเป็นผู้นำฝ่ายธรรมะ ข้าขอประณามแค่ตัวบุคคล แต่ขอชื่นชมในการตัดสินใจของเจ้าอาศรมในครั้งนี้"
"วานรยอดนักสืบ": "หากมองให้ลึก เรื่องพรรค์นี้มันก็มีอยู่ทุกอาศรมแหละ สำนักไหนบ้างไม่มีมารศาสนาแฝงตัว? เพียงแต่เมื่อก่อนไม่มีข่ายใยมนตรามหาละลวย ข่าวเลยมิว่องไวเช่นนี้ อาศรมใหญ่ๆ ย่อมมีพวกกาฝากเป็นธรรมดา"
แผนการของมหาฤๅษีมุกดาเริ่มสัมฤทธิ์ผลอย่างน่าอัศจรรย์ ชื่อเสียงของอาศรมเทวะขรรค์ฟ้าที่เคยดิ่งลงเหวเริ่มกระเตื้องขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข้อความสะท้อนจิตในเชิงชี้นำ (ไอโอ) ปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมากเพื่อกลบกระแสความโกรธแค้นเดิม
ภายในโถงชั้นในอันเร้นลับของอาศรม มหาฤๅษีมุกดาจ้องมองหน้าจอศิลาเนตรทิพย์ในมือด้วยแววตาที่ผ่อนคลายลง ท่านพ่นลมหายใจยาวเหยียดออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปมอง อัศวิน บุตรชายที่บัดนี้สวมชุดศิษย์กวาดลานแต่นั่งยิ้มกริ่มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
"เจ้าช่างฉลาดแกมโกงนักอัศวิน... ข้อความที่เจ้าจัดตั้งคนให้เข้าไปเขียนชี้นำมหาชนในข่ายใยมนตรานั้น ได้ผลดียิ่ง อีกมินานเรื่องราวอัปยศนี้คงถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา"
"หึๆ ท่านพ่อ... ข้าอาจจะไม่มีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญตบะเดชขั้นสูงเหมือนศิษย์คนอื่น แต่เรื่องสติปัญญาและการปั่นหัวผู้คน ข้ากล้าพูดว่าข้าคือระดับมหาศาสดา!" อัศวินกล่าวอย่างภาคภูมิใจพลางเอ่ยต่อ "ท่านพ่อขอรับ ไหนๆ กระแสก็เริ่มเปลี่ยนแล้ว ทำไมเราไม่ถือโอกาสนี้เรียกศรัทธากลับมาแบบถล่มทลายเลยล่ะขอรับ? เช่น เราไปเสาะหาพเนจรระดับต่ำที่ยากไร้ แล้วมอบแก้วมณีรัตน์กับยาจินดามณีให้ต่อหน้ากล้องนิมิต ทำนิมิตภาพลักษณ์ใหม่ให้ดูใจบุญ..."
อัศวินพรั่งพรูแผนการสร้างภาพลักษณ์ จอมปลอม (พีอาร์) ออกมาเป็นชุดๆ โดยมีมหาฤๅษีมุกดาพยักหน้าเห็นพ้องเป็นระยะ โดยหารู้ไม่ว่าพายุมหันตภัยที่แท้จริงกำลังก่อตัวขึ้นที่เชิงเขา
ท่ามกลางความเงียบเหงาที่เชิงเขาอาศรม หญิงสาวในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนตาย มีคราบโลหิตอาคมติดอยู่ที่มุมปาก เดินโซซัดโซเซไปตามแนวลำธารพเนจร ร่างกายของนางบัดนี้ไร้ซึ่ง ตบะเดช พละกำลังทางอาคมภายในถูกทุบทำลายจนแหลกละเอียดดุจผงธุลีด้วยเงื้อมมือของคนที่นางเคยนับถือที่สุด
นางคือ สุยุโน หญิงสาวที่เคยหยิ่งผยองราวกับนางอัปสรบนสวรรค์ บัดนี้กลายเป็นเพียงหญิงอัปลักษณ์ที่แม้แต่สุนัขพเนจรยังมิอยากชายตาดู นางจ้องมองเงาของตนเองในน้ำลำธารแล้วหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งระคนเศร้าสลด
ความเคียดแค้นที่มีต่อ คชินทร์ ผู้เปิดโปงความลับนั้นมากมายเพียงใด แต่ความแค้นที่มีต่ออาศรมเทวะขรรค์ฟ้าที่เขี่ยเชิดนาทิ้งดุจขยะเน่าเสียนั้น กลับมีมากกว่าร้อยเท่าพันทวี!
"ธรรมะรึ? ... ยุติธรรมรึ? ... พวกเจ้าทุกคนนั่นแหละที่ต่ำช้ายิ่งกว่าพวกยักษ์แห่งกรุงลงกาเสียอีก!"
ในอดีต หากนางกลายเป็นคนพิการไร้อาคมเช่นนี้ นางคงมิอาจล้างแค้นใครได้เลย ทว่าในกาลสมัยแห่ง ข่ายใยมนตรามหาละลวย ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว!
สุยุโนล้วงเอาศิลาเนตรทิพย์ที่นางแอบซ่อนไว้ในสาบเสื้อออกมา แม้ตบะจะหายไป แต่พลังวิญญาณเฮือกสุดท้ายยังพอจะเปิดนิมิตภาพได้ นางกดเข้าไปในแอปพลิเคชันมหาละลวย แล้วเริ่มบันทึกนิมิตสดเหมือนที่คชินทร์เคยทำ
"ข้าคือสุยุโน... อดีตคู่หมั้นของคชินทร์ และอดีตศิษย์สายตรงของอาศรมเทวะขรรค์ฟ้า... ข้าขอใช้ลมหายใจสุดท้ายนี้ร้องเรียนต่อชาวชมพูทวีปและป่าหิมพานต์! มหาฤๅษีมุกดาที่พวกเจ้าเทิดทูนนักหนา แท้จริงแล้วคือจอมอสูรในคราบนักบุญ! ท่านแอบฝึกฝน 'เดรัจฉานวิชาสายสูบกลืนวิญญาณ' ของพวกมิจฉาทิฐิ! เหตุผลที่ท่านบรรลุระดับมหาอสูรได้รวดเร็วเพียงนี้ มิใช่เพราะบุญบารมี แต่เป็นเพราะท่านลอบสังหารเหล่าศิษย์ร่วมรุ่น และสูบกิน ตบะบารมี ของเมียตนเองจนสิ้นชีพ!"
ต่อหน้ากล้องนิมิต สุยุโนเปิดเผยความลับดำมืดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของอาศรม ความลับที่นางได้รับรู้ผ่านข้อความสะท้อนจิตปริศนา เมื่อมินานมานี้
นางมิเคยกล้าเอ่ยปากเพราะเกรงกลัวความตาย แต่วันนี้นางไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว นางต้องการเห็นอาศรมนี้พินาศไปพร้อมกับนาง!
เมื่อบันทึกนิมิตเสร็จสิ้น นางกดปุ่มส่งภาพขึ้นสู่ข่ายใยมนตรามหาละลวยทันที ก่อนจะทิ้งศิลาเนตรทิพย์ลงกับพื้นแล้วกระโจนร่างลงสู่สระบัวมรณะ จบสิ้นชีวิตอันน่าอดสูไปพร้อมกับเพลิงแค้นที่แผดเผา
มินานเกินสิบนาที นิมิตภาพ "คำสารภาพสุดท้ายของสุยุโน" ก็พุ่งทะยานผ่านความเร็วของมนตรามหาละลวย ยอดเข้าชมพุ่งทะลุหลักล้านภายในพริบตา แซงหน้าทุกข่าวสารที่เคยมีมา ข้อความสะท้อนจิตระเบิดราวกับภูเขาไฟประลัยกัลป์!
"ยักษ์วัดแจ้งแผงตัวมา": "โอ้พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! นี่มันเรื่องจริงรึเนี่ย?! มหาฤๅษีมุกดาแอบฝึกเดรัจฉานวิชาและฆ่าเมียตนเองรึ?!"
"กินรีพลัดถิ่น": "มิน่าล่ะ... ข้าสงสัยมานานแล้วว่าทำไมศิษย์ร่วมรุ่นของท่านเจ้าอาศรมมุกดาถึงได้อายุสั้นล้มหายตายจากกันไปหมด ไม่เหลือระดับมหาอสูรคนอื่นเลยในรุ่นเดียวกัน!"
"นักสิทธิ์พเนจร": "ในป่าอารัญมีเคล็ดวิชาสายมารที่ดูดกลืนขั้วขวัญวิญญาณผู้อื่นมาเป็นของตนเองจริงๆ ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนมีศิษย์ฝ่ายธรรมะหลายคนถูกถอน ขั้วขวัญวิญญาณ แล้วโยนความผิดให้พวกยักษ์ลงกา ที่แท้มันคือฝีมือของมหาฤๅษีมุกดาเองรึ?!"
"วานรยอดนักสืบ": "ยักษ์เมืองลงกากลายเป็นแพะรับบาปมานานปี ช่างน่าสลดใจแท้ ที่แท้ธรรมะที่พวกเรากราบไหว้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มันคือซากศพที่ฉาบด้วยทองคำ!"
ความพินาศเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าอาคมใดๆ ทั่วทั้งชมพูทวีปเกิดความปั่นป่วน สำนักคู่แข่งอย่าง อาศรมอสนีขรรค์ ไม่รอช้า รีบออกมาสำแดงตนกอบโกยศรัทธาด้วยการประกาศจะยกพลไปตรวจค้นอาศรมเทวะขรรค์ฟ้าเพื่อทวงความชอบธรรมให้แก่ผู้ที่ถูกลอบสังหาร
แม้แต่ภายในอาศรมเอง ข่าวนี้ก็สร้างความแตกตื่นดุจมฤตยูมาเยือน เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์รับใช้ต่างพากันหวาดระแวง กลัวว่าตนเองจะเป็น "เหยื่อ" รายต่อไปที่จะถูกสูบวิญญาณ ในวันนั้นเอง ศิษย์สายในจำนวนมากเริ่มหาข้ออ้างหลบหนีออกจากอาศรม ทิ้งเครื่องทรงเทวะขรรค์ฟ้าไว้ดุจสิ่งปฏิกูล
เมื่อมหาฤๅษีมุกดาได้รับนิมิตภาพนั้น ท่านถึงกับยืนนิ่งงันดุจหุ่นพยนต์ที่สิ้นพลัง ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมบัดนี้ดูชราภาพลงนับร้อยปีภายในเสี้ยววินาที
ท่านมิเคยนึกเลยว่า ความลับที่ท่านฝังไว้ใต้รากฐานอาศรมมานานนับร้อยปี จะถูกเปิดโปงและกระจายไปสู่สายตามหาชนด้วยนิมิตภาพเพียงกัณฑ์เดียว และที่สำคัญที่สุด... มันถูกทำลายด้วย "ศิลาเนตรทิพย์" สิ่งของชิ้นเล็กๆ ที่ท่านเคยมองว่าเป็นเพียงของเล่นไร้สาระ
"พันปีแห่งการสั่งสม... เกียรติยศสิบสามรุ่น... จบสิ้นลงเพียงเพราะเครื่องมืออาคมชิ้นเล็กๆ ชิ้นเดียวนี่รึ?"
มหาฤๅษีมุกดาพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ท่านรู้แจ้งแก่ใจแล้วว่าอาศรมเทวะขรรค์ฟ้าได้มาถึงกาลวินาศอย่างแท้จริง มิใช่พ่ายแพ้ต่อศัสตราวุธของศัตรูผู้ยิ่งใหญ่ แต่พ่ายแพ้ต่อกระแสแห่งความจริงที่ไม่อาจปิดกั้นได้อีกต่อไปในโลกยุคข่ายใยมนตรามหาละลวย!