ตอนที่ 11 ความหลังที่เป็ปริศนา (1)
อิ่งเม่ยมองดูห้องเล็กๆ ที่เก็บกวาดจนสะอาด จากนั้นโบกมือไล่บรรดาสาวใช้ที่ฮวาจวิ้นหยางพามาให้ออกไปจากห้อง
นางเอนกายนอนบนเตียง ขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียด ดูจากท่าทีของฮวาจวิ้นหยางในวันนี้ต้องมีเื่อะไรเกิดขึ้นแน่ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทำดีกับนางเช่นนี้
อิ่งเม่ยยันกายขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง หันมองชิวเอ๋อร์ “ชิวเอ๋อร์ ระยะนี้เกิดเื่ใหญ่อะไรบ้างหรือไม่”
“เื่ใหญ่หรือเ้าคะ” ชิวเอ๋อร์นิ่งคิดชั่วครู่ ดวงตาสุกใสเป็ประกายเพ่งมองมาทางอิ่งเม่ย กล่าวอย่างไม่แน่ใจนักว่า “ถ้าจะบอกว่าเป็เื่ใหญ่ นอกจากเื่นายท่านผู้เฒ่าชนะศึกกลับมาอีกครั้งแล้ว ก็มีแต่เื่ไทเฮากลับวังเ้าค่ะ”
“เ้าหมายความว่าหลายปีมานี้ไทเฮาไม่ได้อยู่ที่วังอย่างนั้นรึ” อิ่งเม่ยเลิกคิ้วถาม รู้สึกหมดคำถามไปเลย ทุกอย่างเข้าใจได้ในทันใด
นั่นก็หมายความว่า หลายปีมานี้ที่จวนตระกูลฮวาปฏิบัติต่อฮวาอิ่งเม่ยเช่นนี้ เป็เพราะไทเฮาไม่อยู่นั่นเอง ส่วนฮ่องเต้ก็อยู่ห่างไกลเกินจะเข้าถึง แน่นอนว่าพระองค์ก็ไม่ค่อยได้สนใจเื่ของนางเช่นกัน หรือไม่ก็ทรงถามไถ่แล้ว แต่ได้รับฟังคำมดเท็จจากฮวาจวิ้นหยาง
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ไทเฮาเสียพระทัยต่อการจากไปของฮูหยิน จึงไปถือศีลกินเจที่วัดหลวงต้าเซียง จะว่าไปแล้ว ไทเฮาทรงรักและถนอมฮูหยินมากนะเ้าคะ” ชิวเอ๋อร์พอได้ฟังคำถามจากอิ่งเม่ย ก็บอกเล่าเื่ราวที่ตัวเองรู้ออกมาจนหมด แต่ว่าเื่พวกนี้ก็ไม่ใช่ความลับอะไร ผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็ทราบกันดี ทั้งพวกเขายังเคยวิพากษ์วิจารณ์กันมาแล้วด้วย
“อย่างนั้นหรือ” อิ่งเม่ยกลับไม่คิดว่าเื่ราวจะเป็เช่นนี้ หากเทียบกับความใสซื่อบริสุทธิ์ของชิวเอ๋อร์ เมื่ออิ่งเม่ยได้รับฟังเื่ราวทั้งหมดแล้ว ความรู้สึกแรกสุดไม่ใช่ความรักของไทเฮาที่มีต่อมารดาของนาง แต่กลับเป็ความสงสัยที่ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในจิตใจ
ตามเหตุผลแล้ว ตอนนั้นในเมื่อไทเฮาทรงรักและถนอมมารดาเพียงนั้น ผนวกกับการตายอย่างมีเงื่อนงำของมารดา เหตุใดไทเฮาจึงไม่ทรงมีคำสั่งให้สืบหาความจริง แต่กลับหลบออกจากราชสำนัก หนีเข้าวัดไปถือศีล และยังอยู่ถึงสิบกว่าปีอีกด้วย
ส่วนท่าทีของฮ่องเต้ก็ยิ่งทำให้อิ่งเม่ยสงสัยหนักกว่าเดิม ในยุคที่เห็นความกตัญญูยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดนี้ พระองค์ที่เป็ถึงประมุขของแคว้น เหตุใดจึงปล่อยให้ไทเฮาอยู่ที่วัดหลวงต้าเซียงได้ถึงสิบกว่าปี นี่มันไม่ปกติเอาซะเลย
ท่าทีของจวนตระกูลฮวาที่มีต่ออิ่งเม่ยก็แปลกประหลาดเช่นกัน ตอนมีฮ่องเต้อยู่ก็ปล่อยอีกฝ่ายตามยถากรรม แต่พอได้ยินว่าไทเฮากลับมา ก็เปลี่ยนท่าที เื่ทั้งหมดนี้ผิดปกติเกินไป
อิ่งเม่ยยังไม่กล้าออกปาก แต่ก็แน่ใจได้ว่าการตายของมารดานางต้องมีความลับอันยิ่งใหญ่อยู่เื้ัแน่...
ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องทรงอักษรของฮ่องเต้แคว้นเหิงหนาน เชียนเอ้าหลินประทับอยู่บนบัลลังก์ั เคาะมือเบาๆ กับโต๊ะเบื้องหน้า สายตาดุดันจ้องมองไปยังเชียนหงเยี่ยนที่ยืนก้มหน้าอยู่
“เ้าช่างบังอาจนัก” เชียนเอ้าหลินฟาดหนังสือกราบทูลในมือลงบนโต๊ะอย่างแรง สายตาดุดันราวมีดคมกริบที่ทะลวงผ่านม่านหมอกพุ่งเข้าใส่เชียนหงเยี่ยน พริบตานั้นรัศมีแห่งราชอำนาจของฮ่องเต้สาดกระจายออกมาโดยไม่ปิดบังอีก “ไม่ทันแต่งก็ยกเลิกเสียแล้ว องค์ชายของข้า เ้าช่างคิดออกมาได้นะ เื่สมรสของเ้ากับเม่ยเอ๋อร์ เสด็จย่าของเ้าเป็คนจัดการหมั้นหมายให้ด้วยตัวเอง ต่อให้เ้าไม่พอใจอย่างไร ก็ไม่ควรใช้วิธีที่ทั้งสองฝ่ายเสียหายเช่นนี้ คิดจะแต่งกับฮวาโหรวหลานรึ ข้าจะบอกให้ ไม่มีทางหรอก”
“เสด็จพ่อ ลูกรักหลานเอ๋อร์ด้วยใจจริงนะพ่ะย่ะค่ะ” เชียนหงเยี่ยนคุกเข่าโครมลงกับพื้น จ้องมองเชียนเอ้าหลินด้วยหน้าตาแสดงความจริงใจ ใบหน้าคมสันสะดุดตาแหงนมองด้วยสายตาแน่วแน่
“เ้าลูกทรพี นี่เ้าคิดจะทำให้ข้าโมโหจนตายรึ” เชียนเอ้าหลินตบโต๊ะปัง ถลึงตาอย่างดุดัน ใบหน้าบูดบึ้งชี้หน้าเชียนหงเยี่ยนที่ดึงดันไม่ยอมแพ้ นิ่งไปครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงถอนใจเฮือกใหญ่ “ช่างเถอะๆ หากเ้ากล่อมเสด็จย่าของเ้าให้ยอมได้ เื่ของเ้ากับเม่ยเอ๋อร์ ข้าจะไม่เอาเื่ก็แล้วกัน”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” ดวงตาเชียนหงเยี่ยนฉายแววตื้นตันเป็ล้นพ้น แต่ในใจกลับแค่นยิ้ม หากเสด็จพ่อทรงห่วงใยฮวาอิ่งเม่ยจริง เื่ราวผ่านมาตั้งหลายวันขนาดนี้แล้ว เหตุใดเพิ่งจะมาเรียกเขาเข้าเฝ้าเอาตอนนี้ ทั้งหมดนี้เป็เพราะเสด็จย่ากลับมาต่างหาก พระองค์แค่อยากให้เพลิงโทสะของนางย้ายมาลงที่เขาก็เท่านั้น น่าขันที่เขาเองยังต้องเสแสร้งแกล้งทำไปด้วยเช่นนี้