หยางลี่จู คิดถึงเื่ราวในอดีต ในตอนที่นางได้พบกับซิ่วอิง
“นี่ก็ผ่านมา 10 ปีแล้วสินะ” นางพึมพำเบาๆ
“ท่านย่า ท่านย่า มานี่สิคะ"หญิงสาวร้องเรียกหญิงชราให้มาทางเธอ แต่ไนขณะทึ่หญิงสาวกำลังตื่นตาตื่นใจหับเหล่านักรบของหยางลี่จูทันใดนั้น ได้มีศรธนูยิงมาทางด้านหลังของหยางลี่จู เพื่อที่ี่จะยิงใส่นางซิ่วอิงรับรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับหญิงชรา นางได้พุ่งตัวมาทางหญิงชราแล้วใช้ดาบปัดศรธนูออกทันที สายตาของหญิงสาวที่มีความไร้เดียงสาเมื่อสักครู่กับกลายเป็สายตาที่เ็าและพร้อมจะฆ่าได้ทุกเมื่อ หญิงชราที่รู้ตัวก่อนอยู่แล้วนั้นได้หันมามองหน้าของซิ่วอิงที่ตอนนี้นางกำลังมองหาคนที่จ้องจะทำร้าย องค์ไท่เฟย
“เ้าช้าไป สองก้าวนะซิ่วอิง”เสียงของหญิงชราพูดขึ้นทำให้ดวงตาของซิ่วอิงเมื่อสักครู่กลับมาเป็ดวงตาของหญิงสาวที่ไร้เดียงสาเหมือนเดิม
“ท่านย่า! ขออภัยเข้าค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าลงสำนึกผิด
“เ้าเป็อะไรหรือป่าว ปกติเ้าจะเร็วกว่านี้”นางถามซิ่งอิงด้วยความเป็ห่วง
“ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ” ซิ่วอิงตอบหญิงชรา และก้มหน้าอยู่ตรงนั้น
“ใครจะกล้าบอกได้ล่ะว่าหลานชายของท่านนั้นแหละเป็สาเหตุที่ทำให้ข้าตกน้ำ ส่งสัยจะมีไข้หรือป่าวนะ”นางคิดในใจ แต่หญิงชรามองออกว่าซิ่วอิงไม่ปกติ นางเดินมาจับที่ชีพจรของหญิงสาว
“วันนี้เรากลับเร็วหน่อย” หญิงชราบอก
“แต่ท่านย่าคะ”
“เ้าไม่ต้องพูด ร่ายกายเ้าไม่ค่อยแข็งแรง ทำไมไม่บอกข้าว่าเ้าไม่สบาย”
"ขออภัยเ้าค่ะท่านย่า" นางกล่าวขอโทษ
“ช่างเถอะ ไว้วันหลังข้าจะพาออกมาใหม่ไม่ต้องทำหน้าเศร้าอย่างนั้นหรอก”นางมองหน้าของหญิงสาวที่ทำท่าซึมเพราะกลัวว่าจะไม่ได้ออกมาอีกเนื่องจากร่างที่เธออาศัยอยู่ตอนนี้ไม่ค่อยแข็งแรง
เมื่อกลับมาถึงวังของท่านอ๋องหยางหญิงสาวแยกย้ายกับองค์ไท่เฟย นางเดินมาตามทางเดินไปยังห้องของตัวเองทั้งสองข้างทางของทางเดินนั้นมีดอกไม้ที่ปลูกโดยรอบดูแล้วสวยงามหญิงสาวเดินไปมองข้างทางไปด้วยความเพลิดเพลินในขณะที่กำลังเดินอยู่นั้นหญิงสาวไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครเดินตามอยู่ข้างหลังเธอข้างหลังเธอนั้นเป็บุรุษผู้หนึ่งที่มีความสง่างาม ไม่ต่างอะไรกับหยางเฟยหลงเขามองดูท่าทีของซิ่วอิที่กำลังเดินชมดอกไม้อย่างเพลิดเพลินและมีความสุขแต่เขาก็แอบสังเกตดูปฏิกิริยาของหญิงสาวเขาสังเกตได้ว่าหญิงสาวไม่น่าจะใช่คนที่อ่อนแออย่างที่เขาได้รับรู้มาผู้หญิงที่อ่อนแอจะไม่เดินและทำตัวโลดโผนแบบนี้ส่วนใหญ่จะต้องระวังและอยู่แต่ภายในวังไม่ออกไปเที่ยวตึกแต่ที่ไหน และเหตุใดคนที่มีร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ องค์ไท่เฟยถึงพาออกไปข้างนอกได้ ในใจลึกๆแล้วเขาก็แอบอิจฉาหยางเฟยหลงไม่ได้ เพราะบุรุษผู้นี้ได้แอบหลงรักซิ่วอิงมาอยู่นานแล้วเขารู้ทั้งรู้ว่าหญิงสาวอ่อนแอ อยากจะดูแลและทะนุถนอมนางแต่หากตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรได้เพราะซิ่วอิงได้แต่งานกับหยางเฟยหลงไปเรียบร้อยแล้วตอนนี้บุรุษผู้นั้น ทำได้แต่เพียงแค่ยืนมองหญิงสาวด้วยความเป็ห่วงเป็ใยแม้จะอยู่ดูแลได้เพียงแค่ห่างๆ เขาก็ยินดี เขายืนมองดูซิ่วอิงอย่างมีความสุขบุรุษผู้นั้นเดินตามนางไปเรื่อยๆ ในระหว่างที่กำลังเดินตามข้างหลังนางอยู่นั้นเขาได้เห็นซิ่วอิงสะดุดขาตัวเองและล้มลงกับพื้นด้วยความเป็ห่วงเป็ใยเขาจึงรีบเข้าไปประคองนางทันที
“พี่สะใภ้ท่านเป็อะไรไหม?” เขาถามซิ่วอิงด้วยความเป็ห่วงในขณะนั้นหญิงสาวได้เงยหน้าขึ้น เธอแปลกใจกับคนที่อยู่ตรงหน้า
“เอ๊ะใครกันหว่า? ทำไมฉันไม่เห็นรู้จักเลย”หญิงสาวคิดในใจเธอมีอาการงงงวยกับใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ข้างหน้าเธอ
“โอ้โห! โคตรหล่อเลยว่ะ หล่อกว่าเ้าหยางเฟยหลงอีกทำไมตอนฉันแต่งงาน ฉันถึงไม่ได้แต่งงานกับผู้ชายคนนี้นะ"ในขณะที่เธอกำลังคิดคำพูดต่างๆนานาอยู่ในใจ แต่สายตาของซิ่วอิงนั้นก็ยังมองดูชายที่มาช่วยประคองเธอทำให้คนที่ช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้นนั้นสงสัยกับใบหน้าของหญิงสาว
“พี่สะใภ้ท่านเจ็บตรงไหนหรือเปล่า? ท่านได้ยินข้าถามหรือไม่?”คำถามของบุรุษผู้นั้นทำให้ซิ่วอิงถึงกับเตือนสติคืนมาเธอมีท่าทางตื่นเต้นกับการตอบคำถามของชายหนุ่ม
“ท่านเรียกข้าว่าพี่สะใภ้งั้นหรอ?" เธอถามชายหนุ่ม
“ใช่ข้าเรียกท่านว่าพี่สะใภ้มันแปลกตรงไหนกันทำไมท่านถึงถามเช่นนั้น?"
“ข้าไม่รู้จักท่าน”
“ข้าหยางเฟยเทียนบุตรชายคนรองของอ๋องหยางซู”เขาตอบหญิงสาวที่กำลังยืนทำหน้าตางวยงง
“หยางเฟยเทียน เ้าเป็น้องของเฟยหลงงั้นหรอ?”
“ใช่แล้วพี่สะใภ้ ข้าคือน้องของท่านพี่เฟยหลงดังนั้นข้าจึงเรียกท่านว่าพี่สะใภ้ยังไงล่ะ”
“ข้าไม่เห็นรู้เลยว่าองค์ชายเฟยหลงมีน้องชายด้วย”
“ข้าไปประจำอยู่ชายแดนน่ะ เพิ่งกลับมาวันนี้เองงานแต่งของพวกท่านทั้งสองข้าก็ไม่ได้มาต้องขออภัยด้วย”
“ว้าวทำไมมารยาทดีกว่าเ้าเฟยหลงนะเนี่ยจางลี่เอ้ยทำไมถึงมาแต่งงานกับเ้าเฟยหลง ทำไมถึงไม่เป็เขาคนนี้นะ"หญิงสาวหันหน้าออกจากเฟยเทียนแล้วบ่นพึมพำกับตัวเอง
"พี่สะใภ้ท่านว่าอะไรนะ?
“อ๋อเปล่าๆ ข้าก็แค่บ่นพึมๆของข้าคนเดียว”
“แล้วเ้ามีธุระอะไรกับองค์ชายเฟยหลงหรือเปล่า” หญิงสาวถามเขาทำให้เฟยเทียนนั้นได้มองดวงตาของหญิงสาวที่ไร้เดียงสา เขาอยากจะบอกหญิงสาวเหลือเกินว่าที่เขามาในวันนี้เพราะอยากมาเห็นหน้าของนาง
“ข้าตั้งใจจะมาคารวะพี่ใหญ่และพี่สะใภ้น่ะท่านแต่งเข้าตระกูลเราทั้งที ข้ายังไม่ได้ยินดีกับพวกท่านทั้งสองเลย”เขาพูดอย่างสุภาพและปกปิดความรู้สึกไม่ให้หญิงสาวได้รับรู้
“อ๋อ อย่างนั้นหรอ ท่าน้าจะพบองค์ชายเฟยหลงหรือเปล่าล่ะถ้างั้นเราก็ไปด้วยกัน”
“ข้าตั้งใจมาหาพี่ใหญ่ด้วยแหละงั้นข้าขอเดินไปพร้อมกับท่านได้ไหม?”
“ได้สิทำไมจะไม่ได้ทางเดินนี้ไม่ได้เป็ของใครคนใดคนหนึ่งสักหน่อย”พูดจบซิ่วอิงและเฟยเทียนก็เดินไปที่ตำหนักของหยางเฟยหลง ในขณะที่พวกเขากำลังเดินไปหาเฟยหลงเขาทั้งสองจะต้องผ่านศาลาแดงกลางสระน้ำซึ่งมีใครคนหนึ่งนั่งอยู่ที่นั่นพร้อมกับขลุยประจำตัวและเขาก็ได้สังเกตเห็นเฟยเทียนและซิ่วเองเดินคุยกันอย่างสนุกสนานสายตาของเขาจ้องมองหญิงสาวชายหนุ่มคู่นั้น คุยกันอย่างสนิทสนม ซึ่งเป็ครั้งแรกที่เขาทั้งสองเพิ่งพบเจอกันเหตุใดนางจึงทำตัวสนิทสนมกับคนอื่นได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วตัดสินใจหยิบอาวุธที่อยู่ข้างกายเป็มีดสั้นเล่มเล็กๆปาไปยังหญิงชายที่กำลังเดินคุยกันอยู่ตรงนั้น มัดสั้นถูกปาออกไปแล้วแต่ด้วยไหวพริบของนักรบผู้เก่งกาจที่เป็ถึงผู้คุมทหารทางชายแดนเขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างพุ่งตรงมายังเขาและหญิงสาวชายหนุ่มได้ใช้มือรับมีดสั้นนั้นอย่างรวดเร็วสายตามองไปยังสถานที่ที่ถูกปามีดออกมาซิ่วอิงเธอก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างพุ่งตรงมาหาเธอและเฟยเทียนหญิงสาวถึงกับใถอยหลังชนเสาตรงทางเดิน และแสดงทีท่าว่าหวาดกลัวยิ่งนักทำให้ชายหนุ่มอย่างเฟยหลงรีบเข้ามาประคองหญิงสาวทันที
“พี่สะใภ้ท่านเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เฟยเทียนถามด้วยความเป็ห่วงที่เห็นหญิงสาวที่ตัวเองแอบรักใกับสิ่งที่ถูกปาออกมาเ้าของมีดสั้นที่ปาออกมานั้นเดินตรงมาหาชายหญิงผู้นั้นทันที
“ท่านเล่นแรงแบบนี้มันอันตรายนะท่านพี่”เขาพูดพร้อมหันกลับไปมองชายหนุ่มที่กำลังเดินมาทางเขาแลละซิ่งอิง
“ถึงจะอันตรายเ้าก็สามารถรับได้ทุกครั้งเลยไม่ใช่หรือไง?”
“ถึงอย่างนั้นมันก็ใช่แต่ถ้าหากข้ารับพลาดและไปถูกแม่นางซิ่งอิงล่ะท่านจะรับผิดชอบได้หรอนางเป็ชายาของท่านนะ"
“แล้วยังไงเป็ชายาของข้า แล้วรู้จักหลบไม่เป็หรือไง?” คำพูดของชายหนุ่มทำให้ซิ่วอิงไม่พอใจอย่างยิ่งที่ผู้ชายที่เธอแต่งงานด้วยนั้นมีท่าทีเ็ากับเธอทำเหมือนกับว่าเธอเป็สิ่งของที่ไม่มีชีวิตและไม่มีความรู้สึกถ้าหากว่ามีดสั้นเล่นนั้นเฟยเทียนเกิดรับพลาด คนที่จะเกิดอันตรายก็คือเธอหญิงสาวที่นั่งลงเพราะความในั้นถึงกับดีดตัวลุกขึ้นยืนทันทีแล้วต่อว่าชายหนุ่ม
“นี่เ้า!!!"