เมื่อชาติก่อน นับั้แ่ท่านแม่ถูกกักอยู่ที่เรือนส่วนใน โต้วสือสยาก็ขับไล่อิ๋นชิวที่เพิ่งเติบใหญ่ได้เพียงนิดออกจากจวน เปลี่ยนให้บ่าวสูงวัยสุดเข้มงวดสองคนมาคุมอวิ๋นจือแทน อวิ๋นจือยังเยาว์วัยนัก ทั้งยังหวาดกลัวโต้วสือสยา ยิ่งไม่กล้าย่างกรายออกจากห้องแม้แต่ครึ่งก้าว ทุกคราที่เอ่ยถามถึงมารดา บ่าวสูงวัยทั้งสองจะทำหน้าถมึงทึงและเอาโต้วสือสยามากดดันนาง ทั้งยังไม่อนุญาตให้อวิ๋นจือพูดถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นในจวนอีก
อิ๋นชุนหยุดมือ หยิบขนมตังเมหนึ่งชิ้นใส่ปากนาง “จังชิวเสวียนเป็นักพรตเต๋าแห่งเขาจื่อหลิน บางทีชิวฮว่าอาจฟังผิด ฮูหยินผู้เฒ่าน่าจะจัดพิธีโกนผมไฟให้คุณชายน้อยทั้งสองคนมากกว่านะเ้าคะ”
“ข้าฟังไม่ผิด ฮูหยินผู้เฒ่าพูดเยี่ยงนั้นจริงๆ! นางบอกว่าบนกายแม่นางเจียงมีไอมาร” ชิวฮว่ากล่าวขวานผ่าซาก
อวิ๋นจือหวาดหวั่น นางสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี
“พี่อิ๋นชุน ใครเป็คนเชิญจังชิวเสวียนมาจวนหรือ”
อิ๋นชุนสงบอารมณ์ทันใด ตั้งท่าจ้องอวิ๋นจือ ระมัดระวังหน่อยๆ “คุณหนูถามเื่นี้ทำไมเ้าคะ”
อวิ๋นจือเขย่าแขนของอิ๋นชุน พลางพูดจาเรียกคะแนนสงสารว่า “เหตุใดพี่จึงเอาแต่ปิดบังข้าตลอดเลย อันที่จริงข้ารู้ตั้งนานแล้วว่าท่านแม่ถูกใส่ร้าย ขอแค่พี่บอกสาเหตุ ข้าจะรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดไม่ได้เป็แน่”
อิ๋นชุนไม่อยากบอกเื่พวกนี้กับเด็กที่ไม่รู้ประสีประสา ทว่าครั้นเห็นอวิ๋นจือที่เอาจริงเอาจังก็ใจอ่อน จึงค่อยๆ สาธยายเื่จริงอย่างค่อยเป็ค่อยไป “่ฤดูใบไม้ร่วงเมื่อปีที่แล้วฮูหยินผู้เฒ่าป่วยเป็โรคประหลาด มีอาการหดหู่ไร้ชีวิตชีวาทุกวัน เชิญหมอมาตรวจดูก็ยังไม่รู้สาเหตุ ฮูหยินจึงแนะนำยอดฝีมือผู้บรรลุหลักลัทธิเต๋า”
“คนคนนั้นก็คือจังชิวเสวียนหรือ” อวิ๋นจือพลั้งปาก ั์ตาฉายแววเกลียดแค้นแวบหนึ่ง
อิ๋นชุนแสดงท่าทีให้อวิ๋นจือสงบคำไว้ พลันอุ้มอวิ๋นจือมากอดไว้บนตัก กล่าวช้าๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ซึ่งแฝงความเดือดดาลอยู่ลึกๆ “หลังจากจังชิวเสวียนพบฮูหยินผู้เฒ่าก็บอกว่า มีคน้าใช้ดวงิญญาของฮูหยินผู้เฒ่าไปต่ออายุขัยของตนเอง สุดท้ายตอนที่ท่านโหวส่งคนไปทำความสะอาดห้อง ก็เก็บตุ๊กตาสาปแช่งตัวหนึ่งจากใต้เตียงแม่นางเจียงได้ และมิรู้ว่าเกิดอันใดจึงกล่าวหาว่าแม่นางเจียงเป็...เป็ตัวกาลกิณี” ครั้นกล่าวถึงตรงนี้ อิ๋นชุนก็ทอดถอนหายใจอย่างจนปัญญา
เมื่ออวิ๋นจือฟังจบ ในอกอัดแน่นด้วยความจงเกลียดจงชัง!
เห็นได้ชัดว่าเป็แผนการชั่วร้ายของโต้วสือสยา! เหตุไฉนแม่ลูกจอมเลอะเลือนถึงดูไม่ออก! โต้วสือสยาเป็หลานสาวห่างๆ ของฮูหยินผู้เฒ่าลู่ ยายเฒ่านั่นย่อมเข้าข้างนางเป็ธรรมดา แต่เหตุใดลู่เฮ่อเหนียนถึงเชื่อเื่โกหกงมงายเยี่ยงนี้ได้!
ได้ยินอิ๋นชุนกล่าวอีกว่า “แม่นางเจียงถูกกักขังอยู่ที่เรือนส่วนใน จังชิวเสวียนแปะยันต์ไว้เต็มไปหมด บอกว่าจะช่วยบรรเทาไอมารบนตัวแม่นางเจียงให้อ่อนกำลังลง ยังไม่ทันถึงสองวันฮูหยินผู้เฒ่าก็ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์จริงๆ ซ้ำยังกินได้ดื่มได้ หน้าตาดูผ่องใสขึ้นทุกวันๆ ท่านโหวจึงมิอาจมิปักใจเชื่อได้เ้าค่ะ”
ที่แท้เป็เช่นนี้นี่เอง
ในวันฉลองอายุครบหนึ่งเดือนนั้น คงมีเหล่าขุนนางหลั่งไหลกันมามากเป็แน่ นางต้องคิดแผนการแยบยลมากระชากหน้ากากโต้วสือสยาและจังชิวเสวียนนักพรตสารเลวนั่นออกให้จงได้! ทว่าก่อนจะเปิดโปงต้องเริ่มจากการสืบหา ‘โรคประหลาด’ ของฮูหยินผู้เฒ่าให้ได้เสียก่อน
ยามนี้นางเป็แค่เด็กน้อยอ่อนแอ ไม่มีกำลัง ไร้เส้นสายและปราศจากยศตำแหน่ง การสืบเสาะเื่เหล่านี้หาได้ทำง่ายไม่
อวิ๋นจือรู้สึกคลุ้มคลั่งอยู่ในใจหน่อยๆ
“คุณหนูอย่าเสียใจไปเลย ท่านโหวยังหวนนึกถึงสายใยรักในวันวานอยู่ ไม่งั้นคงไม่เชิญหมอมาตรวจดูอาการแม่นางเจียงหรอกเ้าค่ะ” อิ๋นชุนปลอบใจนาง
ชิวฮว่าลังเลเล็กน้อย เดินเข้ามากุมมืออวิ๋นจือราวกับปลอบน้องสาว กล่าวด้วยสุ้มเสียงละม้ายคล้ายนกกระจาบฝนที่ช่วยให้คนคลายความทุกข์ใจ “บ่าวไปยกเม็ดบัวต้มมาให้คุณหนูดีไหมเ้าคะ เม็ดบัวต้มหวานชื่นใจ กินแล้วจะรู้สึกเบิกบาน”
อวิ๋นจือพยักหน้า ฉีกยิ้มน่ารักน่าชัง ชิวฮว่าเดินออกไปด้วยจังหวะย่างก้าวสบายใจ
ดวงจันทร์สีเงินทอแสงสาดส่อง จวนอู่อันโหวอันเงียบสงัดถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาชั้นยามค่ำคืนสารทฤดู อวิ๋นจือผลักหน้าต่างลายฉลุเปิดออก เหม่อมองลานบ้านที่ปกคลุมด้วยไอหมอก สูดหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ
นาง ท่านแม่ อิ้นเกอร์และลูกในท้องที่ยังไม่เป็ตัวเป็ตน...
นางจะทำให้คนที่ใส่ความ ทำร้าย และกลั่นแกล้งนาง ต้องใช้เืมาเซ่นไหว้ เอาชีวิตมาชดใช้คืน!
ชิวฮว่าเดินผ่านเฉลียงทางเดิน ไปจนถึงในห้องครัวอันสงบเงียบไร้ผู้คน ยกต้มเม็ดบัวที่อุ่นอยู่บนเตาวางไว้บนจานรอง แล้วเดินออกมาอย่างไม่รีบร้อน
จือซย่าโผล่ออกมาจากด้านในห้องครัว มุมปากเผยยิ้มเ้าเล่ห์โอหังสะใจ รอจนชิวฮว่าเดินจากไปไกล จึงกลับเรือนกวนจวีด้วยใบหน้ายิ้มพรายดีอกดีใจ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/bda8e0532a28be00bbebbbebb7b3e4f6