ARC I: Sand and Grass
บทที่ 8: กองไฟ
ในค่ำคืนที่เย็นเยือกของทะเลทราย Ash Desert ที่ซึ่งความมืดและความเงียบเข้าปกคลุม ณ Oasis แห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือ ที่รายล้อมด้วยพื้นที่เขียวเป็วงรอบๆแอ่งน้ำแห่งชีวิต
มีปาล์มทะเลทรายยืนต้นสูงตระหง่านหลายสิบต้น พงหญ้าที่ไหวเอนตามสายลมที่พัดผ่าน กองไฟที่ถูกจุดเพื่อมอบความอบอุ่น พร้อมเสียงฟืนที่เผาไหม้อยู่เบาๆ ซึ่งคอยย้ำเตือนว่าราตรียังไม่ผ่านพ้น
กระโจมสามหลังที่ถูกผูกอยู่รอบๆกองไฟกองนี้ กับเสียงหัวเราะที่ดังออกมาจากกระโจมหลังที่ใหญ่ที่สุด ชวนให้สบายใจจนลืมสภาพอากาศที่แสนโหดร้ายยามค่ำคืนของทะเลยทรายไปชั่วครู่
ไม่มีใครชี้อาวุธใส่ใคร มีเพียงแค่ผู้ใหญ่ที่เคยลืมเลือนการมีชีวิต หญิงสาวที่ผ่านเื่ราวมามากมายเกินกว่าจะนับ ชายแก่ร่างเตี้ยที่เสียงดังกว่าใครๆ ชายตัวใหญ่ที่บอบช้ำจากาแบนร่างกาย
และเด็กคนหนึ่ง
"ป้า Aelthara คะ...เราสามารถเสกคนให้เป็กบได้จริงหรอคะ"
เด็กสาวถามด้วยความสงสัย ราวกับว่าเธออยากเห็นเวทมนตร์ประหลาดนั้น
"Liora ตัวน้อย...ถ้าเ้า้าเช่นนั้น...ข้าจะแสดงให้ดู"
Aelthara แกล้งร่ายเวทเป็ภาษาโบราณอย่างจริงจัง จน Bromm ที่อยู่ใกล้ๆ หน้าถอดสี
"Aelthara เ้า....เ้า...เอาจริงงั้นหรอ....ข้าคิดว่า...เ้าแค่...ล้อ...ล้อเล่น"
Bromm เริ่มลนลาน พูดจาติดๆขัดๆ
ไม่กี่อึดใจ Aelthara หยุดร่ายเวท และยืนขึ้นชี้มืออย่างเร็วมาทาง Bromm
เขาสะดุ้งใ จนเผลอทำหน้าเหยเก หลับตาปี๋ เผลออุทานไปเองเสียงดังว่า
"อ๊บ..อ๊บ...อ๊บอ๊บ..."
Aelthara ลดมือลง กลับสู่สภาวะปกติ เธอยืนมอง Bromm ด้วยสายตาที่สะใจเล็กน้อย พลางยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
Bromm เมื่อรู้สึกว่าเหตุการณ์ดูปกติ จึงลืมตาขึ้นมาก่อนข้างหนึ่ง ในขณะที่ยังร้อง อ๊บอ๊บ
"อ่าว...ข้ายังไม่เป็กบนี่...นี่เ้าแกล้งข้าหรอ"
"ก็เ้าสมควรโดน...ตาเฒ่าขี้บ่น...หึๆ"
เธอกล่าวด้วยความสุขุม ราวกับว่าเธอรู้ว่า Bromm ทำอะไรเธอไม่ได้
"ครั้งนี้ข้าจะไม่เอาความ!!"
เฒ่า Bromm กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ฮ่าๆๆ คุณตา Bromm เป็คนตลกจังเลย..."
Liora ยิ้มอย่างสบายใจและหัวเราะอีกครั้ง
ทำให้ทั้งกระโจมตกอยู่ท่ามกลางความอบอุ่นอย่างไม่มีใครรู้ตัว
"เพราะยัยหนู Liora ชอบใจ Aelthara !! ไม่ใช่เพราะข้าใจอ่อน"
Bromm กล่าวกับเธอด้วยอาการที่เขินๆเล็กน้อย
"เอาล่ะ ข้าจะออกไปเติมฟืนเพิ่ม พวกเ้าพักเถอะ"
เขาเปลี่ยนเื่ พร้อมเดินหนีไปด้านนอกเหมือนกับว่าไม่เคยถูก Aelthara แกล้ง
"ตามแต่เ้า้าเลย ตาเฒ่าขี้โวยวาย...หึๆ"
และกระโจมหลังนี้ก็กลับสู่ความเงียบ ที่ไม่ได้รู้สึกอึดอัด ไม่นานนักเสียงดังแปลกๆ ก็เข้าแทนที่
"เสียงเล็กๆ จากท้องของหนูน้อยดังขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ"
"หนูขอโทษค่ะ....พอดียังไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่ตอนเที่ยง...แฮะๆ"
Liora กล่าวพร้อมหัวเราะแห้งๆเพื่อกลบเกลื่อน แม้หน้าเธอจะแดงจากการรู้สึกอายจนสังเกตเห็นได้
"มาเถอะ Liora มากินมื้อเย็นด้วยกัน"
Aelthara ไม่ได้มีท่าทีที่ตำหนิ หรือตัดสินเด็กสาวแต่อย่างใด เธอชวนเด็กสาวมาร่วมวงมื้อค่ำอย่างใจดี พลางมองไปทาง Edrin ที่ยืนอยู่ ณ มุมหนึ่งของกระโจมเงียบๆ
"เ้าก็ด้วย Edrin เรามีอาหารเพียงพอสำหรับทุกคน"
เธอกล่าวด้วยท่าทีที่เป็มิตรขึ้น
"ไว้ข้าจะตามออกไป...ขอบคุณ Aelthara"
เขากล่าวตอบด้วยท่าทีที่สงบขึ้นกว่าเดิม
"ตามมานะคะ พี่ Edrin"
เด็กสาวกล่าวกับเขาพร้อมรอยยิ้ม
Edrin พยักหน้าเบาๆ และยิ้มตอบ Liora อย่างสบายใจ
"แน่นอน Liora เ้ากินก่อนได้เลย"
"มาเถอะหนูน้อย ข้ามีซุปร้อนๆ และเนื้อตากแห้ง เ้ากินได้จนกว่าจะพุงกางเลยล่ะ"
Aelthara พูดเชื้อเชิญให้เด็กสาวตามออกมา
และภายในกระโจมกลับสู่ความเงียบ Edrin เข้ามาใกล้ๆ Rowan ที่นอนหมดสติอยู่ เขามองเพื่อนอยู่เงียบๆครู่หนึ่ง ก่อนจะแตะไหล่เบาๆ แล้วเดินตาม Liora ออกไป
ตรงกองไฟ เวลานี้คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นของซุปเนื้อแห้งที่ถูกปรุงขึ้นหอมกรุ่นทั่วบริเวณ เสียงเล็กๆ จากท้องของเด็กสาวดังขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางกลิ่นซุปที่ปรุงสุก และกลิ่นฟืนที่เผาไหม้
Liora นั่งอยู่ไม่ไกลจากกองไฟมากนัก เหมือนเด็กสาวที่อยากรู้อยากเห็นไปซะทุกอย่าง
เธอดูหม้อซุปที่กำลังเดือดอย่างจริงจัง ก่อนที่ Aelthara จะบอกให้เธอกลับมานั่งตามเดิม
Liora นั่งอยู่ตรงกลาง ด้านซ้ายมือของเธอนั้นคือ Aelthara และ Bromm
ไม่นานนัก Edrin ที่ตามมาทีหลัง ก็เข้ามาร่วมวงอาหาร เขาเลือกนั่งไกลจากกองไฟเล็กน้อยทางด้านขวามือของ Liora อยู่ไม่ห่าง
โดยด้านหลังของพวกเขา คือกระโจมสามหลังที่ถูกผูกอย่างแข็งแรง ด้วยเวทมนตร์หรือแรงกายของ Bromm ก็มิอาจรู้ได้
สายลมทะเลทรายยังคงพัดต่อเนื่องจนพงหญ้า และต้นปาล์มโดยรอบ สั่นไหวเป็ฉากหลัง
เสียงของใบปาล์ม และใบหญ้าที่ลู่ลม ดังชัดเจนในความเงียบ
ในบางทีเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อยู่นั้น ก็ไหวตามทิศทางที่ลมพัดผ่านเช่นกัน
ที่สำคัญความร้อนของกองไฟ อาจไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขารู้สึกอบอุ่นสำหรับค่ำคืนนี้
Aelthara ตักซุปใส่ถ้วย ให้กับ Liora เป็คนแรก เด็กสาวที่เห็น Edrin นั่งเงียบๆอยู่ไม่ไกล จึงอาสานำซุปไปให้แก่เขา
"นี่ค่ะ พี่ Edrin ซุปร้อนๆจากคุณป้า Aelthara คนสวย"
"พี่ Edrin ต้องกินให้เยอะๆนะคะ...หนูกลัวพี่จะไม่มีแรงค่ะ"
เด็กสาวนำซุปมาให้เขา หลังจากพูดจบก็รีบกลับไปนั่งที่เดิม เหมือนเกรงว่าจะโดนแย่งที่นั่ง หรือพลาดมื้ออาหาร
Edrin มองเด็กสาวอย่างอ่อนโยน จากนั้นจึงเริ่มกินซุปนั่นเงียบๆ ช้าๆ สายตายังคงจับจ้องไปรอบๆแคมป์
เหมือนกับว่าเขากำลังเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา
"ส่วนนี่ของเ้า หนูน้อย...ระวังนะจ๊ะ มันค่อนข้างร้อน"
Aelthara ตักซุปให้แก่เธอ พร้อมยื่นให้อย่างระมัดระวัง
"ขอบคุณค่ะ คุณป้าคนสวย"
Liora รับถ้วยซุปมาด้วยความระมัดระวัง จนเผลอขมวดคิ้วตอนค่อยๆจับมันลง
"ฮ่าๆๆ ยัยหนู...เ้าจริงจังเกินไปแล้ว...เอ้านี่ข้าให้"
Bromm สังเกตเห็นถึงสีหน้าของเด็กสาวที่จริงจังจนเกินเหตุ พลางยื่นขนมปังให้เธอก้อนหนึ่ง
"ก็หนูกลัวซุปมันหกนี่คะ...เดี๋ยวคุณป้า Aelthara จะดุหนูเอา....ขอบคุณสำหรับขนมปังค่ะคุณตา Bromm"
เธอเถียง Bromm ด้วยความใสซื่อ ก่อนจะขอบคุณด้วยท่าทีที่ดีใจตามประสาเด็ก
Bromm ตักซุปของตัวเองใส่ชามของเขา ซึ่งใหญ่กว่าของทุกๆคน จากนั้นจึงเริ่มซดซุปเสียงดังมูมมาม
พร้อมกับเคี้ยวขนมปังทั้งๆที่ซุปยังไม่ทันได้กลืนลงคอ เสียงเคี้ยวในปากดังจ๊อบแจ๊บ เป็จังหวะ
Aelthara มองเขากินอยู่ครู่หนึ่ง จนเผลอแสดงสีหน้าที่ดูเวทนา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ชินกับภาพเบื้องหน้านี้แล้ว
Liora มองคุณตา Bromm กินอย่างเอร็ดอร่อย จนเธอเผลอเลียนแบบซดซุปร้อนๆเสียงดัง จนเผลอลวกปากเธอ
"โอ๊ย... ร้อนจัง...!"
เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วพูดต่อ
"เอ่อ...หนูจะระวังค่ะ"
เธอมอง Aelthara พลางขอโทษ เหมือนกลัวว่าจะโดนดุ
"ดีมากหนูน้อย"
Aelthara ไม่ได้ดุเธอแต่อย่างใด เธอเพียงแต่ใช้ช้อนตักซุป ซดมันเบาๆเหมือนชนชั้นสูงที่ถูกอบรมเื่มารยาทบนโต๊ะอาหารมาอย่างดี
Liora มองวิธีการกินซุปที่แปลกตาของ Aelthara และพยายามเลียนแบบ แต่ผลลัพธ์กลับเป็การกินซุปในท่าที่เก้ๆกังๆ
Aelthara เหล่มองเด็กสาวด้วยหางตา ขณะที่เธอตักซุปกินตามปกติ
เธอจึงเริ่มแกล้งเด็กสาวด้วยการจัดท่าทางที่แปลกๆ และยากเกินความเข้าใจของเด็กสาว
ผลลัพธ์ที่ออกมา หลัง Liora พยายามทำตามทุกระเบียบนิ้ว แต่ยิ่งทำให้ดูแปลกหนักกว่าเดิมเสียอีก
จน Aelthara หลุดหัวเราะเบาๆในลำคอ และต้องเอ่ยปากพูด
"หนูน้อย...สิ่งที่เ้าต้องทำก็เพียงแต่ กินซุปในชาม โดยไม่ต้องคิดเื่อื่น"
เธอพูดกับ Liora ด้วยนำเสียงที่นุ่มนวล ปราศจากการดุ หรือกล่าวโทษแต่อย่างใด
เด็กสาวเพียงแต่ยิ้มอย่างเขินๆ จากนั้นจึงค่อยๆกินซุปในถ้วย ด้วยท่าทีท่าสบายใจขึ้น
Edrin ที่มองอยู่ก็เผลอหัวเราะเบาๆ จน Liora แอบได้ยิน
"พี่ Edrin ! แอบหัวเราะหนูหรอ !"
Liora หันหลังมาพร้อมท่าทีที่ขึงขัง
"ข้าเปล่า...Liora เ้าน่าจะหูแว่วไปเอง"
Edrin พยายามกลบเกลื่อน
"แน่ใจนะคะ?"
เด็กสาวขมวดคิ้ว จ้องเขม็ง
"แน่สิ"
Edrin ตอบด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเล็กน้อย
"งั้น...หนูจะปล่อยผ่านก็แล้วกัน"
เด็กสาวหันกลับมาโดยไม่ว่าต่อ เหมือนกับว่าเธอได้ในสิ่งที่้าแล้ว
บรรยากาศรอบกองไฟ กลิ่นซุป และแสงที่อบอุ่น แต่ละคนนั่งกินซุป ขนมปัง มีเสียงหัวเราะบ้าง เสียงเรอบ้าง หรือแม้แต่เสียงเคี้ยวอาหารดังจ๊อบแจ๊บ แค่นี้มันก็เพียงพอแล้ว ที่จะกลบความเงียบของทะเลทราย Ash Desert
Bromm นั่งมองซุปหลังกินไปจนเกือบหมด และมองมาทาง Aelthara และพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนบ่น
"Aelthara เ้ารู้ทุกศาสตร์ของเวทมนตร์ และรู้จักตัวอักษรโบราณทุกเส้น เ้าอยู่มานานมากพอที่จะมีองค์ความรู้ของทุกสิ่งบนโลก"
เขาหยุด และตักซุปเข้าปาก ก่อนจะพูดทั้งอย่างนั้น
"แต่ในความคิดข้า ข้าคิดว่าเ้าต้องเรียนรู้เื่การปรุงซุปเพิ่ม...จ๊อบแจ๊บจ๊อบแจ๊บ"
Aelthara เมื่อได้ยิน Bromm กล่าวเช่นนั้น เธอเหลือบตามองซุปในมือ จากนั้นจึงมอง Bromm ด้วยสายตาที่ดูเยือกเย็นจนขนลุก
"ก็ได้...ข้าขอโทษ...แต่ข้าพูดเื่จริง.."
Bromm กล่าวขอโทษโดยที่ภายในปากยังคงเคี้ยวทั้งขนมปัง และซุกเนื้อแห้ง
"หนูคิดว่าคุณตา Bromm พูดถูกนะคะ...แต่ว่าหนูกินได้"
เด็กสาวพูดพลางรีบกินซุปที่อยู่ในมือต่อ
Aelthara มองเด็กสาว และมองซุปในชามตน จากนั้นจึงกล่าวต่อว่า
"งั้น...ไว้ข้าจะลองดูนะหนูน้อย"
และเธอก็ลูบหัวเด็กสาวด้วยความเอ็นดู
Bromm มองไปที่ Liora อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะถามออกมาว่า
"ข้าล่ะอดสงสัยไม่ได้...ทำไมเด็กตัวเล็กๆเช่นเ้า ถึงมาเดินอยู่กลางทะเลทรายแบบนี้"
Bromm กล่าวจบจึงหันไปมอง Edrin ที่นั่งอยู่ไม่ไกลจาก Liora
Aelthara มองมาที่ Bromm ด้วยสายตาที่เหมือนจะเทศนาเขา
Bromm มองหน้าเธอและเพียงแต่ยักไหล่เบาๆ พร้อมผายมือทั้งสองไปด้านข้าง
"หนูกับพี่ Edrin โดนคนใจร้ายไล่ตาม...เพราะพี่ Edrin ช่วยหนู"
"และจากนั้นพวกเราก็หนีออกจากเมือง....และมาลงเอยที่นี่"
Edrin กล่าวเสริม หลังจากที่ Liora พูดจบ
"แล้วก่อนหน้าที่เ้าจะช่วยยัยหนู Liora...มันเกิดอะไรขึ้นล่ะ"
Bromm ถามออกไปโดยไม่ทันคิด
"Bromm!"
Aelthara มองที่เขาพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
"เอ่อ...ข้าขอโทษ...ถ้าเ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็ไรนะยัยหนู"
Bromm พูดขึ้นหลังเริ่มสำนึกได้
"หนูเคยอยู่ในหมู่บ้าน มีทุ่งหญ้าเขียวๆ มีขนมปังแข็งๆ สตูจืดๆ กับป้าใจร้ายที่เลี้ยงหนูมา"
"ป้าใจร้ายมักจะตีหนูเวลาหนูซุ่มซ่าม แล้วก็ชอบบอกว่าหนูเป็ภาระ"
เธอเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย แววตาจ้องมองไปยังกองเพลิง สะท้อนให้เห็นความเงียบผ่านั์ตา
"บางวันหนูก็ได้กินอิ่ม แต่บางวันหนูก็ไม่ได้กิน"
บรรยากาศที่เคยเสียงดังครื้นเครงจากมื้อค่ำรอบกองไฟ เริ่มเปลี่ยนเป็ความเงียบ จนได้ยินเสียงฟืนที่เผาไหม้เบาๆ
"จู่ๆ ที่หมูบ้านของหนูก็มีคนตัวใหญ่ ถือขวาน พวกเขาไม่ได้ใช้ขวานผ่าฝืนเหมือนกับคุณลุงในหมู่บ้าน"
"ทุกคนเริ่มวิ่งหนี ป้าใจร้ายวิ่งหนี หนูพยายามวิ่งตาม แต่คนตัวใหญ่จับหนูไว้"
Edrin นั่งนิ่งไม่พูดอะไร เขากำมือแน่น และมีสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้นกว่าปกติ
"คนตัวใหญ่ทำให้ทุกคนในหมูบ้านเืออก หลังจากนั้นหนูก็ไม่เห็นป้าใจร้าย หรือคนอื่นๆอีกเลย"
Liora เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา แววตาเริ่มล่องลอยต่างจากก่อนหน้า และน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
Aelthara ที่นั่งอยู่ข้างเธอ เห็นแบบนั้นเลยโอบกอดเด็กสาวไว้จากด้านข้าง
Liora เช็ดน้ำตาตัวเอง และเล่าต่อ
"พวกคนตัวใหญ่จับหนูขึ้นเรือ มันเป็เรือที่มีหัวัน่ากลัว มีผ้าผืนใหญ่ๆสีดำอยู่กลางเรือ"
Edrin กัดฟันแน่นแบบไม่รู้ตัว เหมือนบางอย่างที่เด็กสาวเล่ามันทำให้เขาโกรธ
Aelthara ขยับเข้ามาใกล้เด็กสาว จับแตะมือเธอไว้
"จากนั้นหนูก็ตื่นมาอยู่ที่เมืองริมทะเล มีเด็กแบบหนูที่โดนจับมาเหมือนกัน"
"แล้วผู้คุมก็ล่ามโซ่หนู พาหนูเดินไปอีกที่ เป็เมืองในทะเลทราย และหนูก็ได้เจอพี่ Edrin เจอลุง Rowan"
"พี่ Edrin กับลุง Rowan ก็พาหนูหนีออกมาจากคนใจร้าย...แล้วก็มาที่นี่"
เด็กสาวปาดน้ำตาอีกครั้ง และนั่งหลังตรงมองไปที่ทุกๆคน และยิ้มได้อีกครั้ง
Edrin เมื่อเห็นเด็กสาวยิ้มได้อีกครั้ง เขาก็มีทาทีที่อ่อนลง แต่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม
Liora ยืนขึ้น ก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย เธอกลับหลังหันโดยมีกองไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่เื้ั
"ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ"
เธอยิ้มและมองไปที่ Aelthara Bromm และมองไปที่ Edrin เป็คนสุดท้าย
Edrin ยิ้มตอบ และพยักหน้าหนึ่งครั้ง ก่อนที่เด็กสาวจะหาวขึ้นมาฟอดใหญ่
"ฮ้าววว... หนูคิดว่าหนูอิ่มมากเลย แล้วก็ง่วงแล้วค่ะ..."
เด็กสาวพูดพลางหาวไปด้วย
Bromm ขำออกมาเสียงดังอีกครั้ง พร้อมพูดว่า
"เตียงในกระโจมนั่น ข้าทำเองทุกระเบียบนิ้ว เ้าต้องนอนหลับสบายตลอดคืนแน่นอนยัยหนู"
Aelthara ลุกขึ้นพร้อมพูดกับเด็กสาว Liora
"อย่าเผลอชมเข้าล่ะ เดี๋ยวเ้าจะได้ทนฟัง Bromm พูดถึงกระบวนการสร้างมันั้แ่การเลือกไม้"
"ฮ่าๆๆ"
Liora หัวเราะขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มที่คุ้นเคย
"เอาล่ะหนูน้อย ข้าจะพาเ้าไปดูที่นอนนะ...เร็วเข้า"
Aelthara กล่าวก่อนจะพาเด็กสาวเข้านอน เธอหยุดตรง Edrin ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
"ฝันดีนะคะพี่ Edrin แล้วก็อย่ากินเยอะเกินไปนะคะ"
เมื่อพูดจบเธอจึงรีบวิ่งตาม Aelthara เข้าไปยังกระโจมหลังใหญ่ เด็กสาวเลื่อนเตียงมาให้อยู่ใกล้ Rowan โดยมี Aelthara ช่วยเธออีกแรง เพื่อที่ Liora จะได้นอนเฝ้าเขาได้อย่างอุ่นใจ
Edrin นั่งเงียบก่อนจะบ่นกับตัวเองเบาๆ
"ฝันดีเช่นกัน Liora"
กองไฟยังคงสว่างดังเดิม Bromm ลุกเอาฟืนมาใส่เพิ่ม เพื่อให้มั่นใจว่ามันจะสว่างจนถึงเช้า
"เ้าก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรนะ ไอ้หนุ่ม"
Bromm พูดขึ้นมา ขณะเพิ่มเชื้อไฟ
"อย่างงั้นหรอ....แต่ข้าฆ่าคน"
Edrin ตอบด้วยเสียงที่นิ่ง
"นั่นเพราะเ้าเลือกช่วยยัยหนู และช่วยเพื่อนของเ้า"
Bromm กล่าวแย้ง ด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังไม่สมกับเป็เขา
"แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร...ข้าก็ยังเป็อย่างเดิม"
Edrin กล่าวอย่างดูสิ้นหวัง
"เ้าอาจจะไม่รู้สึก...แต่ข้ามองออก ไอ้หนุ่ม"
Edrin มองมาที่ Bromm แล้วนิ่งไปสักพัก
"ท่านไม่กลัวหรือ?"
"สำหรับข้า คนอย่างเ้าไม่ใช่คนที่น่ากลัว เป็แค่คนที่หลงทาง"
"และ Aelthara หน่ะ.. เ้าเห็นสายตาของนางไหมล่ะ... นั่นแหละที่เรียกว่าน่ากลัว"
Bromm กล่าวด้วยทาที่จริงจังในตอนแรก และติดตลกเพื่อเปลี่ยนเื่ พลางทำหน้าล้อเลียนเธอด้วยการแลบลิ้นปลิ้นตา
"เื่นี้ข้าเห็นพ้องตามท่าน"
Edrin กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ
"เห็นไหมล่ะ ข้าไม่ได้รู้สึกคนเดียว ฮ่าๆๆ"
"เ้าเชื่อไหมก่อนที่เ้าจะเกิดหน่ะ ข้าเคยได้ชื่อว่าเป็อัจฉริยะนักประดิษฐ์แห่ง Thar-Durak มหานครหลวงแห่ง Iron Guard ที่นั่นคือบ้านของข้า อาณาจักรอันภาคภูมิของพวกเาาวคนแคระ แหล่งแร่เหล็ก และมิทธริลที่ใหญ่ที่สุดของทวีป"
เขาอธิบายให้ฟังอย่างภาคภูมิใจ และ Edrin นั่งเงียบๆ ฟังอย่างตั้งใจ
"และข้าสร้างทุกสิ่งที่นั่น อาวุธ ชุดเกราะ รวมถึงเทคโนโลยีาที่เ้ารู้จักกันทุกวันนี้ และมันทำให้ข้าเห็นช่องทาง"
"ทางที่ตัวข้า และครอบครัวจะอยู่สบายไปจนสิ้นลม"
Bromm เล่าด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจริงจังขึ้น
"ข้าใช้พร์ และความสามารถของข้า สร้างอาวุธาหลากหลายแบบ ข้าขายมันให้ทุกฝ่าย โดยไม่สนใจ"
"หวังเพียงสิ่งเดียว นั่นคือความมั่งคั่ง"
ั์ตาของ Bromm เริ่มสะท้อนความเศร้าออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว
"เมียข้าเคยเตือนแล้วว่าแบบนี้มันไม่ดี แต่ข้าไม่เคยฟัง เราทะเลาะกันและนางเลือกที่จะอยู่ใน Thar-Durak ต่อไป"
"ส่วนข้าน่ะหรือ ออกเดินทางไปทั่ว ใครเสนอเงินทองมากกว่า ข้าก็สร้างมันให้ไม่มีเกี่ยง หวังว่าวันหนึ่งข้าจะกลับมาบ้านด้วยความมั่งคั่งพอที่นางและลูกจะกลับมา"
"แต่ข้าหารู้ไม่ สิ่งที่ข้าสร้างมันทำให้ข้าไม่มีวันได้เจอพวกเขาอีก ข้าได้รู้ข่าวการโจมตี Thar-Durak มีพลเมืองล้มตาย บ้านของข้าเกือบจะจบสิ้น แต่ครอบครัวข้า....พวกเขาไม่รอด"
Bromm เล่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าจากก้นบึ้งของหัวใจ Edrin รับรู้มันได้จากน้ำเสียง ภายในของเขาตอนนี้ เขาร้องไห้อยู่ไม่หยุด
"ข้าเสียใจเื่ครอบครัวท่าน Bromm"
Edrin กล่าวอย่างจริงใจ
"ขอบใจนะไอ้หนุ่ม...หลังจากนั้นข้าก็เลิกทุกอย่าง แล้วก็อย่างที่เ้าเห็น ข้าทำงานร่วมกับ Aelthara ทดลองสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่จะสามารถเปลี่ยนโลกนี้ได้ ถ้าเ้าว่างข้ามีเื่จะเล่าอีกเพียบเลย ฮ่าๆๆๆๆ"
"เ้าเก่งมาก Edrin ที่ทนฟังตาแก่นั่นบ่นได้นานขนาดนี้ โดยที่ไม่หลับ"
Aelthara กล่าวขึ้นมาก่อนที่ Bromm จะสะดุ้งใหลังเสียงหัวเราะ
"ข้าไม่ได้นินทาอะไรเ้าเลยนะ....พูดจริง"
Bromm กล่าวอย่างลนลาน
"ไม่ต้องร้อนตัวไป Bromm ข้าไม่ได้ว่าอะไรเ้า"
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ
"หืมม...ครั้งนี้เ้าดูแปลกๆไป ปกติคงด่าข้าไปแล้ว...แต่ช่างเถอะ"
Bromm กล่าวขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แปลกไปนิดหน่อย พลางลุกขึ้นแล้วหาวฟอดใหญ่
"ข้าคิดว่าคงถึงเวลาพักแล้วล่ะ....ราตรีสวัสดิ์พ่อหนุ่ม...Aelthara"
"ราตรีสวัสดิ์ Bromm....ข้าคิดว่าจะอยู่เฝ้าต่ออีกหน่อย"
Edrin กล่าว สายตาของเขายังคงจ้องมองไปยังกองไฟที่ลุกไหม้
หลังเสียงหัวเราะ และเสียงเอะอะของ Bromm เงียบลง ความเงียบกับเสียงของสายลมทะเลทรายก็เข้าแทรก
Aelthara นั่งอยู่ตรงเงียบๆ เหมือนกำลังคิดถึงเื่บางอย่าง ไม่ไกลออกไปนัก Edrin ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม นิ่ง เงียบ แต่ไม่สงบ
"ข้าเคยคิดว่าโลกนี้คงไม่เหลืออะไรให้ข้าเชื่ออีกแล้ว...."
Aelthara กล่าวออกมาท่ามกลางความเงียบนั้น
"จนกระทั่งแม่หนู Liora โผล่มา..."
"และนางโชคดีที่เจอเ้า Edrin"
เธอกล่าวพลางหันมองไปทาง Edrin ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ
"เ้าคงคิดว่าไม่เป็เช่นนั้น...เหมือนที่เ้ากล่าวกับ Bromm"
เธอพูดขึ้นมาเหมือนกับว่ารู้คำตอบของ Edrin ล่วงหน้า
"เป็เช่นนั้น....Aelthara ข้าต่างหากที่โชคดี ได้พบกับ Liora"
Edrin กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้าเล็กน้อย
"ข้าคิดว่าตัวข้าเองก็โชคดีไม่ต่างจากเ้า...หึๆ"
นางกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง
"ครั้งหนึ่งข้าเคยคิดว่าเวทมนตร์ จะสามารถทำให้โลกนี้เป็ที่ที่ดีขึ้นได้..."
Aelthara นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเล่าต่อ
"และข้าเชื่อว่ามันเป็เช่นนั้น จึงได้ถ่ายทอดมันให้กับมนุษย์...เด็กสาวคนหนึ่งที่มีพร์อันน่าทึ่ง"
Edrin นั่งฟังด้วยความตั้งใจ
"สำหรับข้าชีวิตของมนุษย์นั้นแสนสั้น Edrin"
"ไม่กี่สิบปีที่ข้าสอนนาง จากเด็กสาวกลายเป็หญิงสาว ซึ่งมีความเชื่อไม่ต่างจากข้า ว่าเวทมนตร์ จะสามารถทำให้โลกนี้ดีขึ้น"
"แต่ไม่นานนัก โลกนี้ก็ได้ให้คำตอบของมันเอง และตอกย้ำว่าความเชื่อนั้นมัน ผิด"
"และนั่นทำให้ข้าเลิกหวัง"
หลังจากที่เธอพูดจบ ทุกอย่างก็ดูเงียบลงจนได้ยินเสียงฟืนที่กำลังไหม้ และมันเป็เช่นนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
"ข้าคิดว่าคืนนี้เ้าควรที่จะพัก...ไม่ต้องห่วงเื่อื่น ถ้ามีใครบุกรุก...อาณาเขตเวทของข้าจะแจ้งเตือนเอง"
Aelthara ลุกขึ้นและเดินกลับไปที่กระโจมของนาง
Edrin พูดตอบด้วยความไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่ Aelthara พูด
"เหมือนกับที่มันแจ้งเตือน ตอนที่ข้าผูกม้าน่ะหรอ...แต่ท่านก็ดูไม่ได้ระมัดระวังอะไรมากนัก"
เธอไม่ได้หยุดอยู่ตรงทางเข้ากระโจม ก่อนจะหันกลับมาพูดกับ Edrin ว่า
"ข้าอยู่มานานพอที่จะไม่ประมาท Edrin บางอย่างที่เ้าคิด อาจจะไม่ได้เป็เช่นนั้นเสมอไป..."
"และในคืนนี้บางทีความเชื่อของข้า ก็อาจจะไม่เหมือนเดิมเช่นกัน...."
เมื่อกล่าวจบ นางก็ก้าวเข้าไปในกระโจมพร้อมปิดม่านอย่างมิดชิด ทิ้งให้ Edrin นั่งอยู่กับความเงียบ ข้างกองไฟเพียงลำพัง
เขาเขยิบเข้ามาใกล้กับกองไฟเล็กน้อย และนั่งลงตรงที่เด็กสาวเคยนั่ง
เบื้องหน้าของเขา ยังคงมีเสียงฟืนไหม้เบาๆ ใต้เปลวเพลิง มันยังคงส่องสว่างแม้ในราตรีที่มืดสนิท
เหมือนใครบางคนที่ส่องสว่างจนทำให้ Edrin รู้สึกแบบนั้น
คนที่ตัวสูงไม่พ้นขอบโต๊ะ ซึ่งไม่เคยขออนุญาตที่จะส่องประกาย และไม่เคยขออนุญาตที่จะมอบความอบอุ่น
แม้ว่าโลกนี้จะไม่ใจดีเลยสักนิด
ในใจของเขาตอนนี้อาจจะยังไม่เชื่อมั่นอย่างเต็มอก แต่ความรู้สึกหนึ่งหลังจากบทสนทนาทั้งหมดที่เกิดขึ้นรอบกองไฟกองนี้
"หรือบางที การรู้สึกถึงการมีชีวิตอีกครั้ง อาจไม่จำเป็ต้องขออนุญาตใคร"
Edrin ยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น ใกล้ๆกับกองไฟ ในความเงียบ ท่ามกลางลมทะเลทรายยามค่ำคืน
เพียงคนเดียว
แต่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนอย่างเคย
ข้อความจากนักเขียน
ขอบคุณทุกคนนะครับ ที่อยู่ด้วยกันจนถึงบทนี้ พอดีมีเด็กคนหนึ่งฝากจดหมายมาให้ครับ ^^
