ตอนที่ 31 ความจริงใจเปี่ยมล้น
ณ เมืองหยางกวง
หลินเยี่ยรีบทำความสะอาดบ้านก่อนจะเดินทางไปรับยี่ยี่ที่โรงเรียน
หลงซือหยิงเพิ่งกลับจากการซื้อผักเดินตรงไปยังห้องครัวเพื่อทำอาหาร
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป อาหารชวนรับประทาน ทั้งสามกินมันอย่างเอร็ดอร่อย
ระหว่างมื้ออาหารบังเกิดเสียงเคาะประตูดังลั่น
หลินเยี่ยเดินไปยังประตู ส่องผ่านตาแมว และพบว่าเป็หลินชิ่งจู๋พร้อมด้วยคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่
หลินชิ่งจู๋นำครอบครัวของเธอมาเพื่ออ้อนวอนให้หลินเยี่ยช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยของนายใหญ่หลิน
เมื่อเห็นดังนั้นหลินเยี่ยจึงเดินกลับมารับประทานอาหารต่อโดยไม่คิดจะเปิดประตู
“ป่าป๊า ใครมาเคาะประตูเหรอคะ?” ยี่ยี่เอียงศีรษะถามพร้อมกระพริบตาอันกลมโตด้วยความสงสัย
“แค่คนแปลกหน้า ไม่ต้องสนใจหรอกลูกรัก กินต่อเถอะ” หลินเยี่ยกล่าวพร้อมหยิบปีกไก่ทอดโค้กชิ้นหนึ่งยื่นให้สูกสาว “ยี่ยี่ นี่ของโปรดลูก กินเยอะ ๆ สิ”
“ขอบคุณค่ะป่าป๊า!”
ยี่ยี่หยิบปีกไก่ขึ้นกัดและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยจนริมฝีปากเลอะไปด้วยน้ำมัน
หลงซือหยิงหยิบทิชชู่เช็ดปากยี่ยี่พร้อมพูด “ยี่ยี่ ค่อย ๆ กินสิจ๊ะ เดี๋ยวจะสำลักเอา”
“ปีกไก่ทอดโค้กฝีมือแม่ทูลหัว” ยี่ยี่เลียปากก่อนจะกัดและเคี้ยวต่อ
“ดูเ้าเด็กน้อยสกปรกคนนี้สิคะ” เมื่อเห็นความตะกละตะกลามของยี่ยี่ หลงซือหยิงทั้งโกรธและตลกในเวลาเดียวกัน
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
ยี่ยี่เพิกเฉยต่อเสียงนั้นและยังคงเพลิดเพลินกับปีกไก่แสนอร่อย
หลงซือหยิงประหลาดใจพร้อมมองหลินเยี่ย “มีคนมาหาคุณข้างนอก มีอะไรเร่งด่วนรึเปล่าคะ?”
“ต่อให้จะเร่งด่วนแค่ไหน ก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการได้ทานอาหารกับลูกสาวสุดที่รักหรอก” หลินเยี่ยกล่าวพร้อมกินข้าวต่อ
หลงซือหยิงอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าหลินเยี่ยเพิกเฉยต่อคนเ่าั้ ทว่าเธอก็ไม่สามารถพูดอะไรได้
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ยี่ยี่ไปยังห้องของเล่น ขณะที่หลงซือหยิงเก็บกวาดและล้างภาชนะ
ทันใดนั้น! เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเป็ครั้งที่สาม
ไม่นานเสียงอันแ่เบาของหลินชิ่งจู๋ก็ดังขึ้น “หลินเยี่ย ฉันเอง… หลินชิ่งจู๋ ฉันรู้ว่าคุณอยู่ในบ้าน ได้โปรดเปิดประตู”
“ไปซะ ผมไม่อยากพบใครตอนนี้” หลินเยี่ยตอบ
“ลุงของฉันเคยิ่เกียรติคุณมาก่อน ดังนั้นฉันจึงมาเพื่อกล่าวขอโทษ” หลิงชิ่งจู๋ชะงักก่อนจะกล่าวต่อ คุณลุงเพิ่งกลับมาจากมณฑลเปี้ยน ตอนนี้จึงอยากพบคุณ
หลินเยี่ยนั่งลงบนโซฟาโดยไม่ได้พูดอะไร
“หลินเยี่ย ฉันขอร้อง ได้โปรดเปิดประตู…” หลิงชิ่งจู๋กล่าวด้วยความเคารพ
แม้เธอจะอ้อนวอนเพียงใด หลินเยี่ยยังคงนิ่งเฉยและไม่ยอมเปิดประตู
หลินจงเทาแตะที่ไหล่หลิงชิ่งจู๋บ่งบอกให้ถอยกลับ ก่อนที่เขาจะก้าวเดินออกมาและเผยคำจริงใจ “คุณหลิน ผมคือหลินจงเทา บุตรตระกูลหลิน วันนี้ผมเดินทางมาพบคุณเป็การเฉพาะ”
ภายในห้องยังคงเงียบสงัด ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใด
“คุณหลินเยี่ย หากไม่เปิดประตู พวกเราก็จะรออยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะยอม” หลินจงเทากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงใจ
ก่อนหน้านี้ หลินจงเทาได้พิจารณาและตัดสินใจมาเพื่อเชิญหลินเยี่ยไปช่วยรักษาพ่อของเขา เพราะนี่ถือเป็โอกาสสุดท้ายสำหรับตระกูลหลิน
เมื่อพูดจบ หลินจงเทาและหลินชิ่งจู๋ยืนรออยู่หน้าประตูด้วยความเงียบ
ผู้ติดตามของทั้งสองยืนรอด้านหลังอย่างสงบ พฤติกรรมของพวกเขาส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายจากผู้คนที่เดินผ่านไปมา
ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง
ทุกคนยังคงรอคอยคำสั่งของหลินจงเทาและไม่กล้าขยับไปไหน
“ดิฉันไม่เคยเห็นใครเย่อหยิ่งถึงขนาดนี้มาก่อน พวกเราควรหยุด อย่าได้เอาความหวังตระกูลหลินมาฝากไว้กับเขาเลยค่ะ”
“ตระกูลหลินทำผิดต่อเขาก่อน เราต้องแสดงความจริงใจออกมาให้เขาเห็นสิ”
“คุณเป็ถึงนักธุรกิจรายใหญ่ เขาควรให้เกียรติฐานะและหน้าตาทางสังคมของคุณมากกว่านี้ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย!”
“หุบปาก!” หลินจงเทาจ้องมองและอุทานออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว “หากยังพูดอย่าหาว่าผมเสียมารยาท!”
"ค่ะ!"
เลขาหวงหดคอทันทีด้วยความใพร้อมปิดปากไม่ให้พูดเื่ไร้สาระออกมา
ผู้ติดตามคนอื่น ๆ ไม่กล้าพูดอะไรมาก พวกเขารอคอยหลินจงเทาอย่างเงียบงัน
ไม่นาน หลินชิ่งจู๋จึงพูดกับหลินจงเทาด้วยสีหน้าผิดหวัง “ดูเหมือนว่าคุณหลินเยี่ยจะโกรธมากและไม่ยอมยกโทษให้เราแน่นอนเลยค่ะ”
“ความจริงใจเป็ใบเบิกทางสำหรับทุกสิ่ง” หลินจงเทากัดฟันพูด
“เราควรรอต่อไปไหมคะ?”
"รอสิ"
“ต้องรออีกนานแค่ไหน?”
"รอไปก่อนเถอะ”
“คุณลุง… ยอดเยี่ยมมากค่ะ” หลินชิ่งจู๋แสดงความเห็นด้วยกับหลินจงเทาก่อนจะกล่าวต่อ “หนูจะรอกับลุง หากเขาไม่เปิด เราก็จะรอต่อไป”
แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าหลินเยี่ยจะเปิดประตูหรือไม่ แต่กลับยังคงรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
ตระกูลหลินเปรียบดัั่งเทพเ้าที่คอยเฝ้าประตูเพื่อคุ้มครองครอบครัวนี้อย่างเงียบ ๆ
ในที่สุด ประตูบ้านถูกเปิดออกเวลาสี่ทุ่มพร้อมหลินเยี่ยที่ยืนอยู่
“หลินเยี่ย ในที่สุดคุณก็เปิดประตู” หลินชิ่งจู๋กล่าวด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข สดใสราวดอกไม้
“เข้ามา!” หลินเยี่ยกวักมือเรียกทั้งสองเข้าบ้านไป
แท้จริงแล้วหลินเยี่ยไม่ได้ตั้งใจจะเปิดประตู แต่เพราะเขาประทับใจในความจริงใจและอดทนของตระกูลหลินจึงตัดสินใจให้โอกาสพวกเขา
“ขอบคุณค่ะ!” หลินชิ่งจู๋กล่าวขอบคุณเขาก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับหลินจงเทา
โถงของบ้านสะอาดและเป็ระเบียบ เนื่องจากยี่ยี่และหลงซือหยิงเข้านอนแล้วจึงเหลือเพียงหลินเยี่ยที่ยังคงอยู่ในห้องนี้
“สวัสดีครับ ผมชื่อหลินจงเทา เป็ลุงของชิ่งจู๋ครับ” หลินจงเทากล่าวแนะนำตัวด้วยท่าทีสุภาพ “ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องรบกวนคุณยามดึกแบบนี้”
"นั่งก่อนสิครับ!"
หลินเยี่ยชี้ไปยังโซฟาโดยไม่แสดงสีหน้าใด
“พี่น้องทั้งสามของผมเคยทำให้คุณเคืองใจมาก่อน ผมจึงเดินทางมาที่นี่เพื่อกล่าวขอโทษ” หลินจงเทากล่าวอย่างจริงใจก่อนจะนั่งลง “ครอบครัวเราตั้งใจจะซื้อูเาเทียนหูและวิลล่าริมทะเลสาบเพื่อมอบให้คุณแทนคำขอโทษ”
หลินจงเทาเป็คนเฉลียวฉลาด เมื่อรู้ว่าหลินเยี่ยชื่นชอบูเาเทียนหูั้แ่แรกพบ เขาก็ออกปากเสนอที่จะซื้อูเาแห่งนี้ให้ทันที
ทว่าหลินจงเทากลับยังไม่ได้พูดถึงการรักษาพ่อของเขา
“คุณลุงคะ บ้านพักริมทะเลสาบที่ว่านั้นหาซื้อได้ไม่ง่ายเลยนะคะ” หลินชิ่งจู๋กล่าวด้วยความใ
“ตราบเท่าที่คุณหลินเยี่ยชอบ ฉันพร้อมจะทำเท่าที่ทำได้หลินจงเทา้าแสดงความจริงใจผ่านวิธีนี้
"นี่… "
สิ่งเ่าั้ทำให้หลินชิ่งจู๋พูดไม่ออก
เขาหันมองหลินเยี่ยอย่างประหม่า “ลุงของฉันต่อคุณมาก หวังว่าจะไม่ปฏิเสธนะคะ”
อันที่จริง เธอประหม่ามากเพราะกลัวว่าหลินเยี่ยจะปฏิเสธ
ตราบใดที่หลินเยี่ยตกลงรับูเาเทียนหูและวิลล่าริมทะเลสาบ ก็เท่ากับว่าเขาตกลงที่จะช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยของนายใหญ่หลิน
“ผม้าเพียงูเาเทียนหู วิลล่าริมทะเลสาบนั้นไม่จำเป็” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเสนอให้ด้วยความจริงใจ หลินเยี่ยก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ