หลังจากเหตุการณ์สงบลงและสามารถนำเรือกลับมาถึงเกาะได้อย่างปลอดภัย สามสาวต่างก็ช่วยพยุงร่างของเด็กหนุ่มกลับไปที่บ้านพัก โดยปล่อยให้พนักงานของรีสอร์ตจัดการเื่ที่เหลือต่อไป
แต่สิ่งที่น่าแปลกใจกลับเป็ตัวของเด็กหนุ่ม แม้จะโดนะเิทำให้เกือบตกเรือแต่ตามตัวกลับมีเพียงรอยลวกกับแผลถลอกเพียงเล็กน้อย หากไม่เห็นกับตารวมกับสภาพเสื้อผ้าที่ไหม้ไปคงยากจะเชื่อว่าถูกะเิในระยะประชิดจริงๆ
“ คงต้องไปซื้อเสื้อผ้าอีกชุดแล้วสิ แวะร้านขายชุดกันก่อนดีกว่า ” แน่นอนว่าพวกเธอย่อมไม่มีชุดของผู้ชาย ชุดที่เด็กหนุ่มสวมมาตลอดนั้นซื้อจากร้านค้าบนเกาะทั้งหมด
หลังจากซื้อชุดให้กับเด็กชาย ทั้งสี่ก็มาถึงบ้านพักแต่ที่น่าแปลกใจคือมีคนนั่งเล่นมือถืออยู่บนระเบียงห้องพักของพวกเธอ แถมยังเป็คนที่สองสาวรู้จักดีเสียด้วย
“ พี่กร? มาได้ไงเนี่ย ” เป็เพียงจันทร์ที่ทักพี่ชายบังเกิดเกล้าของตนออกไปก่อน ความสงสัยบังเกิดขึ้นมา เพราะพี่ชายที่ควรจะอยู่กรุงเทพกลับมาอยู่ที่นี่เสียได้ ทางด้านคนเป็พี่ชายเมื่อได้ยินก็เก็บโทรศัพท์ของตนก่อนจะเดินมาวางแขนบนระเบียงด้วยท่าทางกวนประสาทตามนิสัยเ้าตัวก่อนจะตอบกลับไป
“ ก็มารับพวกเธอกลับไงล่ะน้องสาวเอ๋ย คงไม่คิดจะเที่ยวต่อทั้งที่เพิ่งเจอเื่แบบนั้นมาใช่ไหมเอ่ย ” ปกติเธอคงอยากอัดพี่ชายจอมกวนประสาทคนนี้ซักหมัดสองหมัด แต่ประโยคหลังกลับทำให้เธอเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างประหลาดใจ
“ รู้ได้ยังไงเนี่ย ” ทางคนพี่ที่ได้ยินคำถามทำเพียงแค่ยิ้มอย่างกวนๆ ก่อนจะกวักมือบอกให้เข้ามาในบ้านพักแทนคำตอบ เพียงจันทร์ได้แต่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิดพลางเดินนำทุกคนเข้าไปก่อน
เมื่อเข้ามาในบ้านพักเด็กหนุ่มและเด็กสาวก็ได้เห็นคนที่เป็พี่ชายของสองสาว ผมสีดำสั้น ใบหน้าที่หล่อเหลาแต่ตอนนี้กลับดูน่าหมั่นไส้เพราะรอยยิ้มยียวน รูปร่างสูงและดูดีราวกับนายแบบแต่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่หาได้ทั่วไป
“ ทินกร นันทปภากร เป็พี่ชายของสองคนนี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ” ชายหนุ่มแนะนำตัว ก่อนจะเข้าไปตรวจดูอาการของเด็กหนุ่ม ส่วนน้องสาวทั้งสองของเ้าตัวคนนึงเข้าครัวไปทำอาหารจากวัตถุดิบที่ซื้อมา ส่วนอีกคนหนึ่งนั่งคิ้วกระตุกมองพี่ชายตัวเองอย่างกินเืกินเนื้อ
“ ดูไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ยว่าโดนะเิมาในระยะเผาขน ตามตัวมีแค่รอยลวกนิดหน่อยกับรอยถลอก แถมเริ่มหายแล้วด้วยซ้ำ ” คำพูดที่ไม่มีการกวนใดๆทั้งสิ้น กลับดูเป็คำพูดของหมอคนหนึ่งเสียมากกว่า
“ จะตอบได้รึยังคะ ไอ้คุณพี่ชาย ” เสียงสยองดังมาจากทางเพียงจันทร์ แต่ทางด้านชายหนุ่มกลับตอบด้วยสีหน้านิ่งไร้รอยยิ้ม
“ ไว้คุยกันที่บ้าน ” หญิงสาวได้แต่เงียบเมื่อััได้ถึงความจริงจังจากน้ำเสียง ก่อนจะเดินไปเตรียมชุดให้เด็กสาวที่กำลังอาบน้ำอยู่
“ เอ้า เสร็จแล้ว ” ชายหนุ่มตบไหล่คนไข้ของตนหลังจากทำแผลเสร็จ แต่เด็กหนุ่มกลับมองมาที่หน้าของเขาอย่างสงสัย
“ ไม่เหมือน ” หมอหนุ่มรู้ถึงข้อสงสัยของเด็กชาย เขาพาเด็กหนุ่มไปที่ระเบียง ก่อนจะเริ่มพูดคุยกัน ชายหนุ่มมองไปบนฟ้าที่มีทั้งดวงจันทร์และดาวส่องแสง
“ จันทร์น่ะเป็น้องสาวแท้ๆ ส่วนดาวน่ะพ่อของพวกเราเขารับมาเลี้ยง พวกเธอเลยสนิทกันเหมือนเพื่อนมากกว่า ” นี่คือคำตอบของสิ่งที่เด็กหนุ่มสงสัย ใบหน้าของชายหนุ่มคล้ายกับเพียงจันทร์อยู่ แต่กลับไม่มีสิ่งใดเหมือนดาราเลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะมองตามชายหนุ่ม
“ ว่าแต่ไอ้น้อง แกเป็ตัวอะไรล่ะเนี่ย เท่าที่ฟังมาะเิน่ะแรงเอาเื่แต่แกกลับมีแผลแค่นี้เองเรอะ ” เด็กหนุ่มทำท่าจะตอบแต่กลับไม่มีเสียงออกมา
“ ท่าทางแกเองก็เจอมาหนักสินะ เอาเถอะไว้ถึงบ้านแล้วค่อยคุยกันทีเดียว ” หลังจากเห็นอาการของเด็กหนุ่ม เขาก็พอเดาได้ว่าคงมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับร่างกายที่ผิดมนุษย์มนานี้อยู่หรอก ชายหนุ่มตบบ่าอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับเข้าไปกินอาหารเย็นที่น้องสาวไม่แท้ของตนทำขึ้น ส่วนเด็กหนุ่มก็พยักหน้าช้าๆก่อนจะเดินตามไป
“ อร่อย! อร่อยสุดๆ พี่คิดถึงอาหารฝีมือดาวม๊ากมาก คนละเื่กับพี่สะใภ้เราเลย อยากให้รายนั้นทำได้ดีเหมือนดาวบ้างจริงๆ ” จริงอยู่ที่อาหารของคนที่ถูกกล่าวถึงอาจจะพอกินได้ แต่รสชาติมันออกจะเป็เอกลักษณ์ไปซะหน่อย
“ สมควรแล้วล่ะ น่าจะให้อยู่แบบนั้นซักอาทิตย์ ” นานๆทีเธอจะได้เห็นพี่ชายคนนี้ลำบากกับเขาบ้าง นิสัยแบบนี้แต่ดันเป็หมอได้จนเธอชักสงสัยว่าเขาซื้อใบวิชาชีพมารีเปล่า
“ ค่อยๆกินก็ได้ค่ะพี่กร ” ปริมาณอาหารที่พี่ของพวกเธอกินไม่ต่างจากเด็กทั้งสองเท่าไหร่นัก แต่ไม่ค่อยน่าแปลกใจเท่าไหร่เมื่อได้กินอาหารที่มีรสชาติเป็เอกลักษณ์แบบนั้นมาระยะนึงก็พอยอมรับได้
ส่วนทางด้านเด็กทั้งสองคนนั้น ยังดีที่เด็กสาวเริ่มคุยกับพวกเธอบ้างแล้ว แต่เด็กหนุ่มยังคงไม่ต่างจากเมื่อวาน ถ้าไม่พูดตอบสั้นๆก็ทำเพียงพยักหน้าหรือส่ายหัวเพียงเท่านั้น
หลังจากมื้ออาหารจบลง ทั้งหมดก็อาบน้ำและเข้านอนเพื่อเตรียมตัวกลับในวันรุ่งขึ้น