[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★

    บทที่ 129 น้องสาว!!!!

    ไป๋ลู่น้ำตาไหลพรากเป็นสายเลือดทันที 

    "จะให้ฉันไปจิ้นกับเฉียวเซียนอี๋เนี่ยนะ? ยัยนั่นไม่คู่ควรกับฉันสักนิด แล้วฉันเองก็รับความอัปยศแบบนี้ไม่ไหวเหมือนกัน!"

    ไล่เจี่ยนที่อยู่ปลายสายแทบจะร้องไห้โฮ 

    "เสี่ยวลู่! ทั้งเธอทั้งเฉียวเฉียวต่างก็เป็นศิลปินในโอวาทฉันนะ ช่วยอยู่กันเงียบๆ เจียมเนื้อเจียมตัวหน่อยได้ไหม! ช่วงนี้เลิกเล่นเน็ตไปเลยยิ่งดี! เธอน่ะแค่ไปกดไลก์ แต่ยัยเฉียวเฉียวเด็ดกว่า สวมวิญญาณนักรบคีย์บอร์ดด่ากราดกับชาวเน็ตตรงๆ เลย ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว! ตอนนี้แฟนคลับหลิวนาน่าเริ่มขยับปั่นกระแสโจมตีเธอแล้วด้วยนะ ช่วยต่อชีวิตให้เจี่ยนเจี่ยคนนี้อยู่ไปได้อีกสักสองสามวันเถอะนะแม่คุณ!"

    ฝั่งแฟนคลับหลิวนาน่าที่จ้องหาจังหวะอยู่แล้ว พอเห็นโอกาสก็รีบกระโดดงับทันที

    พวกนางพยายามมัดรวมไป๋ลู่กับเฉียวเซียนอี๋เข้าด้วยกัน เพื่อจะใช้เรื่องนี้ฟอกขาวให้หลิวนาน่าว่า 'เห็นไหม ดาราบ้านนี้เขาก็ใช้ความรุนแรงเหมือนกันนั่นแหละ!'

    แต่ก็นะ... ในเมื่อวีรกรรมที่หลิวนาน่าจงใจแช่งชักหักกระดูกผู้ใหญ่เพื่อกะจะล่อซื้อให้ไป๋ลู่สติหลุดมันมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนั้น ต่อให้ใช้ไฮเตอร์ทั้งโรงงานมาซักก็ฟอกไม่ขาวหรอก

    ทัศนคติของชาวเน็ตจึงกลับมาเป็นเอกฉันท์อย่างน่าประหลาด: ถ้าเจอเรื่องทุเรศขนาดนี้ แล้วลงไม้ลงมือได้ก็อย่ามัวแต่พ่นน้ำลาย ไป๋ลู่! เธอทำได้สวยมาก!

    ผลลัพธ์คือ ทัวร์ที่ตั้งใจจะมาลงไป๋ลู่กลับเลี้ยวรถกลับไปถล่มหลิวนาน่าจนแปดเปื้อนคาวปลาซ้ำซาก

    บรรดาแฟนคลับเลยกลายเป็นคนช่วยโกยดินกลบหลุมศพให้หลิวนาน่าด้วยมือตัวเองไปอีกหนึ่งกำ

    โธ่... พี่นาน่า ตอนยังมีชีวิตอยู่ (ในวงการ) ก็ถือว่าเป็นคนมีหน้ามีตาเหมือนกันนะเนี่ย

    "เสี่ยวลู่ เธอฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า!" ต้านต้านบีบแตรเสียงแหลมปรี๊ดเพื่อดึงสติที่หลุดลอยไปไกลของเธอกลับมาอย่างแรง 

    "ประธานอวี่กำชับมาเป็นพิเศษเลยนะ ว่าอยากให้เธอช่วยดูแลเด็กใหม่ในรายการหน่อย"

    "เด็กใหม่? เด็กใหม่ที่ไหนคะ?"

    "...เธอมัวแต่เหม่อจริงๆ ด้วย" ต้านต้านทวนซ้ำด้วยความจนใจ 

    "แขกรับเชิญที่จะมาแทนเฉียวเฉียวคือเด็กใหม่คนหนึ่ง กะจะใช้วาไรตี้นี้เป็นเวทีเดบิวต์น่ะ"

    ไป๋ลู่ถึงกับอึ้ง "เดบิวต์ผ่านรายการวาไรตี้เนี่ยนะ? โอเค... ครีเอทดี"

    ต้านต้านแทบกระอักเลือด 

    "ประธานอวี่บอกให้เธอช่วยประคับประคองน้องเขาหน่อย เบื้องหลังเขามีนายทุนยักษ์ใหญ่หนุนหลังอยู่นะ!"

    เหอะ มีนายทุนแล้วเจ๋งนักเหรอ?

    เบื้องหลังของเธอน่ะมีทั้งพ่อ ทั้งอา ทั้งปู่ย่าระดับตำนาน เธอยังไม่เห็นจะอวดเลย!

    "เจี่ยนเจี่ยส่งรูปกับประวัติเด็กใหม่คนนั้นมาให้ฉันแล้วนะ" ต้านต้านบอกต่อ

    ไป๋ลู่นอนขดตัวซุกเบาะรถอย่างหมดอาลัยตายอยาก "ไม่อยากรู้ ไม่สนใจสักนิดค่ะ"

    แต่พอไปถึงสนามบินและได้เห็นหน้าเด็กใหม่คนนั้นชัดๆ ไป๋ลู่ถึงกับช็อกค้างไปเลย

    ตี๋เจียเอ๋อร์ขยับเข้ามาใกล้เธอพลางปรายตาไปมองเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันที่กำลังยืนยิ้มเขินอายทักทายทีมงานอยู่ไม่ไกล 

    "เธอได้รับคำสั่งให้มาช่วยดูแล 'เด็กเส้น' คนนี้บ้างหรือเปล่า?"

    ไป๋ลู่พยักหน้าช้าๆ "ได้รับแล้วค่ะ เธอ..."

    "สุดท้ายยัยเด็กนี่ก็เลือกเดินซ้ำรอยพี่สาวตัวเองอยู่ดี" ตี๋เจียเอ๋อร์ลอบถอนหายใจเสียงแผ่ว 

    "ถ้าพอจะดูแลได้ก็ช่วยหน่อยเถอะ คนเรามันเลือกเกิดไม่ได้ หลิวเจียเจียก็คือหลิวเจียเจีย หลิวนาน่าก็คือหลิวนาน่า"

    ประกายตาของไป๋ลู่วูบไหวเพียงครู่เดียว ทว่ายังไม่ทันอ้าปากพูด หลินเย่ก็ส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายพุ่งพรวดเข้ามาสวมกอดแบบหมีๆ เข้าเต็มเปาจนตัวเธอเกือบแบนแต๊ดแต๋

    "พี่เสี่ยวลู่! พี่กำลังซุบซิบอะไรกับพี่เจียเอ๋อร์อยู่เหรอ ผมอยากฟังด้วย!"

    เสียงตะโกนลั่นของเจ้าเด็กนี่ทำให้คนทั้งห้องพักผู้โดยสารหันมามองเป็นตาเดียว

    เด็กสาวที่กำลังทักทายทีมงานอยู่เมื่อครู่รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา พร้อมส่งยิ้มเขินๆ ให้เธอ "สวัสดีค่ะพี่เสี่ยวลู่ ฉันชื่อหลิวเจียเจียค่ะ"

    ไป๋ลู่ส่งยิ้มหวานหยดย้อยกลับไป "ปีนี้ฉันอายุสิบแปด แล้วเธอละคะ?"

    "ฉันสิบเก้าค่ะ" หลิวเจียเจียยิ้มขวยเขิน "ที่แท้ก็ต้องเรียก 'น้องเสี่ยวลู่' นี่เอง"

    เธอยังคงยิ้มตาหยี "พี่เจียเจีย เรียกฉันว่าเสี่ยวลู่ก็พอค่ะ"

    "งั้นเสี่ยวลู่ก็เรียกฉันว่าเจียเจียเถอะนะ"

    "ได้เลยค่ะ"

    "ได้เวลาแล้ว เตรียมตัวขึ้นเครื่องเถอะครับ"   ทีมงานประกาศเตือน

    ตอนนั้นเองที่หลินเย่ก้มมองบอร์ดดิ้งพาสในมือแล้วอุทานลั่น 

    "พระเจ้า! ตั๋วเฟิร์สคลาส! ทีมผู้กำกับจอมงกนี่นึกสงสารพวกเราขึ้นมาแล้วเหรอเนี่ย!"

    ไป๋ลู่สบตากับตี๋เจียเอ๋อร์อย่างรู้ทัน

    เกรงว่าคนที่ทีมผู้กำกับสงสารคงไม่ใช่พวกเธอหรอก แต่เป็นเถ้าแก่ใหญ่ที่ประเคนมาให้หลิวเจียเจียต่างหาก พวกเธอแค่ได้อานิสงส์ใบบุญนั่งเฟิร์สคลาสไปด้วยก็เท่านั้น

    ไฟลต์เช้าตรู่ตอนหกโมงครึ่ง แถมรู้ดีว่าลงเครื่องปุ๊บต้องถ่ายทำต่อทันที ไป๋ลู่จึงจัดการสวมผ้าปิดตา ยัดหูฟัง เตรียมงีบเอาแรงเต็มที่

    ทว่าเพิ่งจะหลับตาลง เธอก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ของหลิวเจียเจียถามขึ้น 

    "พี่เจียเอ๋อร์คะ พนักพิงเก้าอี้นี่ปรับยังไงเหรอคะ? ฉันอยากจะเอนหลังแบบเสี่ยวลู่บ้างจัง"

    ตี๋เจียเอ๋อร์ตอบสุภาพ "กดปุ่มนี้ครับ กดค้างไว้ พอได้องศาที่ต้องการแล้วค่อยปล่อยมือ"

    "ขอบคุณค่ะ... พอดีฉันขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก..."

    หลินเย่โพล่งขึ้นมาอย่างตื่นเต้น "เจียเจียเจี่ย! ขึ้นเครื่องครั้งแรกจริงดิ? พี่ล้อผมเล่นปะเนี่ย!"

    น้ำเสียงของหลิวเจียเจียยิ่งฟังสั่นเครือด้วยความขัดเขิน 

    "ฉันไม่เคยไปต่างประเทศเลยค่ะ แม้แต่รถไฟความเร็วสูงครั้งแรกที่เคยนั่ง ก็คือตอนเดินทางไปเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองหลวง"

    เสิ่นซินลั่วอดรนทนไม่ไหวต้องเอ่ยถาม 

    "เจียเจียเรียนที่เป่ยอิ่ง คณะการแสดงใช่ไหมคะ?"

    "คณะนาฏศิลป์ค่ะ แล้วซินลั่วล่ะคะ?"

    "ฉันอยู่ ม.6 ค่ะ ปีนี้กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย"

    หลิวเจียเจียถามต่อ "งั้นเสี่ยวลู่ก็น่าจะอยู่ ม.6 เหมือนกันใช่ไหมคะ?"

    "ใช่ค่ะ พอจบรายการนี้ ฉันกับเสี่ยวลู่ก็ต้องกลับไปเรียนที่โรงเรียนแล้ว"

    "แต่ต้องทิ้งเวลาตั้งครึ่งปีไปกับการเรียนที่โรงเรียน เธอสองคนไม่กลัวว่าจะกระทบกับงาน..."

    ไป๋ลู่พลิกตัวส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเหมือนคนโดนรบกวนเวลานอนอย่างรุนแรง ก่อนจะตวัดผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงหนีความรำคาญซะเลย

    หลิวเจียเจียรีบแลบลิ้นปลิ้นตา 

    "พวกเราเบาสียงลงหน่อยดีกว่าค่ะ"

    หลังจากนั้นเสียงคุยก็หรี่ลงจนกลายเป็นเสียงงึมงำที่ฟังไม่ได้ศัพท์

    หลี่ฮ่วนที่นั่งอยู่ข้างๆ ชะโงกหัวเข้ามาถามด้วยเสียงกระซิบ "ไม่ชอบหลิวเจียเจียเหรอ?"

    ไป๋ลู่ตอบกลับเบาหวิวเหมือนยุงบิน "เปล่าค่ะ แค่ไม่ชอบที่สองคนนั้นเอาเรื่องของฉันไปเป็นหัวข้อสนทนา"

    หลี่ฮ่วนพยักหน้าเข้าใจ "อืม ทำแบบนี้มันน่ารำคาญจริงๆ นั่นแหละ"

    ก็นั่นน่ะสิ จะคุยเรื่องตัวเองก็คุยไปสิ แต่การลากเอาคนที่นั่งหัวโด่อยู่ข้างๆ ไปนินทานี่มันมารยาททรามชัดๆ

    ไม่นานนัก บทสนทนาของทั้งคู่ก็เงียบหายไป เหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังก้องหึ่งๆ

    พอก้าวเท้าลงจากเครื่องและรับกระเป๋าเสร็จสรรพ ทีมผู้กำกับก็ประกาศกฎเหล็กทันที

    "แปดสถานที่ท่องเที่ยว ในเวลาสามวัน ทุกอย่างเหมือนเดิม แต่เพิ่มกฎพิเศษขึ้นมาอีกข้อ... ห้ามแฟนคลับเลี้ยงข้าวหรือส่งเสบียงมาให้ในทุกรูปแบบเด็ดขาด!"

    ไป๋ลู่หน้ามุ่ยทันที 

    "คุณอาผู้กำกับคะ หนูรู้สึกว่าอากำลังเจาะจงเล่นงานหนูอยู่นะ!"

    ผู้กำกับส่ายหัว พลางปรายตามองไปทางซ้ายมือของเธอ "คนที่พวกเราตั้งใจจะเพ่งเล็งคือ 'เขา' ต่างหาก"

    ตัดภาพมาที่ตี๋เจียเอ๋อร์ เขาโกรธมาก แต่ต้องคีพลุคฝืนยิ้มเทพบุตรต่อไป

    หลินเย่รีบขยี้ซ้ำ "พี่เจียเอ๋อร์เคยอยู่ที่เกาหลีมาตั้งห้าปีเต็ม! งานนี้สบายบรื๋อล่ะสิ!"

    ทีมผู้กำกับแสยะยิ้ม 

    "เพราะงั้นเราถึงต้องเพิ่มความยากไง งบประมาณของทุกคนจะถูกหักออก... สักหนึ่งในสามก็แล้วกัน!"

    สิ้นคำพูดนั้น ทุกคนถึงกับตาโตเมื่อเห็นทีมงานดึงแบงก์ร้อยใบใหญ่ออกไปจากซองเงินของแต่ละคนต่อหน้าต่อตา

    ไป๋ลู่โมโหจนกระโดดเขกหัวหลินเย่ดัง โป๊ก! 

    "นี่แน่ะ! โทษฐานปากมาก! ใครใช้ให้นายพูดมากฮะ!"

    หลินเย่กุมหัวแน่น วิ่งไปหลบหลังจู่ซินเอิน 

    "พี่เอินช่วยผมด้วย!"

    จู่ซินเอินแสยะยิ้มเย็นชา หิ้วคอเสื้อลากตัวเจ้าเด็กปากสว่างออกมา

    สั้นๆ สองคำ: "อัดมัน"

    "อ๊ากกก อย่าทำผมเลย——"

    ทุกคนกรูกันเข้าไปรุมสกรัมหลินเย่ทันที แม้แต่หลี่ฮ่วนที่ใจดีที่สุด ก็ยังถือโอกาสเขกหน้าผากเจ้าเด็กนี่ไปแรงๆ หนึ่งที

    หลินเย่…กระซิกๆ

    เสิ่นซินลั่วเองก็ใช้กำปั้นทุบหลินเย่ไปหนึ่งปึกพอเป็นพิธี

    มีเพียงหลิวเจียเจียคนเดียวเท่านั้นที่ยืนดูเฉยๆ แถมยังทำเป็นช่วยขอความเมตตา 

    "ไว้ชีวิตเขาเถอะนะทุกคน"

    ไป๋ลู่ลงมือโหดที่สุด เธอยกเท้าเตะป้าบเข้าให้ "เอาแบงก์ใหญ่ห้าใบของฉันคืนมา! นายเป็นหนี้ฉันนะ!"

    หลินเย่กุมกระเป๋ากางเกงไว้แน่นแต่ก็โดนเตะไปอีกป้าบ จนสุดท้ายต้องจำใจดึงเงินออกมาส่งให้เธอ 

    "พี่เสี่ยวลู่ ผมต้องกินข้าวไม่อิ่มแน่ๆ เลย"

    ไป๋ลู่คว้าหมับทันควัน "ปล่อยให้อดตายไปเลย!"

    คอมเมนต์ชาวเน็ตในไลฟ์ขำกันจนปอดโยก:

    [เสี่ยวเย่นะเสี่ยวเย่ แกจะไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนยั่วโมโหพี่เสี่ยวลู่ทำไมเนี่ย!]

    [ลูกพี่ลู่แห่งวงการนักเลง โหดเหี้ยมแต่ไม่พูดเยอะ ชอบว่ะ]

    [ขำจนจะขิตแล้ว 5555]

    [ยัยกวางอันธพาลก็น่ารักไปอีกแบบ โอ๊ยยย!]

    [ตั้งแต่ไป๋เสี่ยวลู่ตบหลิวนาน่าจนลุกขึ้นสู้ได้ เธอก็ดูเกรี้ยวกราดขึ้นชัดเจนเลยนะ]

    [สงสัยจะติดเชื้อมาจากคุณหนูเฉียวคนนั้นแน่ๆ]

    [คบคนแบบไหนก็เป็นแบบนั้น ไม่อยากให้เสี่ยวลู่ไปเล่นกับผู้หญิงอย่างเฉียวเซียนอี๋เลยจริงๆ]

    [ขอโทษทีนะจ๊ะ พอดีเสี่ยวลู่เขาชอบเล่นกับเฉียวเฉียวบ้านเราจ่ะ อกแตกตายไปซะ อกแตกตายไปซะ!]

    [สาระแนเก่งไปไหม? เขาจะคบใครต้องขออนุญาตหล่อนด้วยเหรอ? ตกลงเป็นแฟนคลับหรือเป็นแม่เขากันแน่? ตลกชะมัด!]

    [เออ... ไม่มีใครคิดเหมือนกันบ้างเหรอ ว่าหลิวเจียเจียคนนี้หน้าคล้ายหลิวนาน่าเลยนะ?]

    [พี่น้องป่ะ?]

    [หลิวนาน่ามีน้องสาวตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย!!!!]

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577