พี่โอบขับรถฝ่าฝนมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ถึงคลินิกของพ่อพี่หมอ เนื่องจากเป็คลินิกที่มีขนาดใหญ่จึงมีที่จอดรถหลายที่
"อะ เราเอาร่มแล้วลงไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ถือของตามลงไป" เมื่อรถจอดสนิทพี่โอบก็เอี้ยวตัวไปหยิบร่มที่อยู่เบาะหลังมาให้ผมคันหนึ่ง ส่วนตัวเองก็หยิบมาไว้ในมืออีกหนึ่งคัน
"ขอบคุณครับ" ผมรับมาถือก่อนจะเปิดประตูรถลงไป ผมเดินอย่างเบาๆ เพื่อหลบเลี่ยงน้ำกระเซ็นมาโดนขาและกางเกง เมื่อมาถึงข้างหน้าประตูผมก็รีบหุบร่มก่อนจะเอาไปวางไว้ที่หน้าทางเข้า
"สวัสดีค่ะ มาติดต่ออะไรคะ" พนักงานต้อนรับเอ่ยทักทายผมอย่างสุภาพ
"ผมมารับลูกชายครับ ชื่อเ้าสำลี"
"อ๋อ คุณเรย์นี่เอง คุณหมอนักรบแจ้งไว้แล้วค่ะ ถ้าอย่างงั้นเชิญทางนี้เลยนะคะ" พนักงานต้อนรับพูดเสร็จก็เดินพาผมเข้ามาข้างในโซนสัตว์ต่างๆ ที่อยู่ในกรง
พอเข้ามาข้างใน ไม่ต้องรอให้พนักงานเอ่ยอะไร แค่เห็นหัวมุมห้องมีแมวน้อยตัวสีดำนอนขดตัวอยู่ ผมรู้ได้ทันทีว่านั้นคือเ้าสำลีลูกชายของผม
"เป็ยังไงบ้างครับคนเก่ง" ผมเดินเข้ามาหาเ้าสำลีก่อนที่จะเคาะกระจกของกรงเบาๆ
เ้าสำลีที่ได้ยินเสียงของผมก็รีบลืมตาขึ้นก่อนจะส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงออกมา
"เมี๊ยว" เ้าตัวน้อยยืดตัวขึ้นก่อนจะส่งเสียงเบา เ้าสำลีตาปิดลงมาครึ่งหนึ่งก่อนจะกะพริบตาช้าๆ อาการแบบนี้แสดงให้เห็นถึงว่าตอนนี้เ้าสำลีกำลังเอ่ยทักทายผมและกำลังแสดงความรัก โดยตอนนี้เ้าสำลีกำลังรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข บ่งบอกได้ว่าเ้าสำลีมีความมั่นใจและเชื่อใจ ที่ผมรู้ขนาดนี้เพราะว่าก่อนหน้านี้ผมค้นหาวิธีการต่างๆ ก่อนที่จะเลี้ยงเ้าสำลี จึงพอรู้ได้ว่าอาการของเ้าสำลีตอนนี้คืออะไร
"ว้าว! ดูตาเ้าสำลีสิครับมีความสุขเชียว สงสัยจะรู้ว่าวันนี้จะได้กลับไปอยู่กับเรา" ในระหว่างที่ผมกำลังมองตาแบ๊วๆ ของเ้าสำลีอยู่นั้น อยู่ๆ เสียงพี่หมอก็ดังขึ้นมาข้างหลัง
"ครับ สงสัยอยากกลับบ้านแล้ว" ผมพูดโดยที่สายตาไม่ได้ละไปจากเ้าสำลีเลย
"มาครับ เดี๋ยวพี่เอาเ้าสำลีออกมาให้" หลังจากที่พี่หมอพูดเสร็จ ผมก็เปิดทางให้อีกฝ่ายมาเปิดกรงของเ้าสำลี
พี่หมอเปิดกรงออกก่อนจะค่อยๆ ช้อนตัวเ้าสำลีขึ้นมาเบาๆ แล้วส่งมาให้ผม
ผมยื่นมือไปรับด้วยอาการสั่นเล็กน้อย มันเป็อาการสั่นเพราะดีใจ ผมดีใจที่วันนี้ก็มาถึงวันที่เ้าสำลีหายป่วยสักที ผมอุ้มเ้าสำลีอย่างทะนุถนอมส่วนเ้าสำลีนั้นก็แสนรู้ พอได้มาอยู่บนอกผมเ้าตัวน้อยก็รีบซุกหน้าเข้าที่มือผมทันที ผมหัวเราะออกมาเบาๆ กับการกระทำเ้าสำลี ก่อนจะกระชับตัวเ้าสำลีให้แน่นขึ้นกว่าเดิม และอีกอย่างที่ผมดีใจก็คือเ้าสำลีอ้วนขึ้นกว่าครั้งแรกที่ผมเจอ สงสัยว่าโรงพยาบาลสัตว์คงเลี้ยงดีทีเดียวเพราะเนื้อที่อยู่บริเวณท้องเ้าสำลีนั้นแน่นขึ้นกว่าครั้งล่าสุดที่ผมได้เห็น
"ขอบคุณนะครับ" ผมพูดขอบคุณพี่หมอเบาๆ
"พี่เต็มใจครับ เพราะยังไงมันก็คือหน้าที่ของพี่" พี่หมอบอกก่อนจะถือวิสาสะเอามือมาลูบหลังเ้าสำลี
ผมยิ้มก่อนจะพาเ้าสำลีออกมาข้างนอก ตอนนี้ใจผมนั้นอยากให้เ้าสำลีกลับไปถึงบ้านจะแย่อยู่แล้ว
"เราจะกลับเลยใช่ไหม...แล้วของที่จะเตรียมมาใส่น้องล่ะ" ในระหว่างเดินออกมาข้างนอกพี่หมอก็เอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
"เรย์ครับ จะเอาน้องเข้ากรงไหมหรือเราจะอุ้มเอง" แต่ในระหว่างที่ผมกำลังจะตอบ อยู่ๆ ก็มีเสียงของพี่โอบเอ่ยขึ้น
"เอาน้องใส่กรงก็ได้ครับ เดี๋ยวเ้าสำลีเปียกฝน" ผมไม่ได้ตอบอะไรพี่หมอ แต่เลือกที่จะตอบคำถามพี่โอบแทน เพราะได้ยินแค่นี้อีกฝ่ายก็คงจะพอรู้แล้วว่าอะไรเป็อะไร
"คนนี้คือ?....." พี่หมอมีสีหน้าที่งงงวยก่อนที่เ้าตัวจะชี้มาทางพี่โอบ
"อ๋อ คนนี้พี่ชายผมเองครับ เขาอาสาพาผมมาน่ะ" ผมตอบก่อนจะเดินไปหาพี่โอบ
เรย์ตอบไปอย่างงั้นโอบที่ยืนอยู่ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร ทำเพียงแค่โค้งหัวทักทายหมอนักรบเท่านั้น
"อ๋อ ค่อยโล่งใจหน่อย" หมอนักรบตอบรับอย่างเข้าใจ แต่ประโยคหลังนั้นเบาจนเรย์ไม่ได้ยิน
"มาครับ เดี๋ยวพี่อุ้มเ้าสำลีเข้ากรงเอง เราไปจ่ายเงินเถอะจะได้รีบกลับบ้านกัน" พี่โอบว่าก่อนจะยื่นมือมารับเ้าสำลีที่อยู่บนอกผม ผมก็ได้รอช้า ทำการส่งเ้าสำลีให้อีกฝ่ายอย่างรู้งาน ก่อนจะเดินไปหน้าเคาน์เตอร์เพื่อที่จะชำระค่าใช้จ่ายของเ้าสำลีทั้งหมด
"ทั้งหมด 3x,xxx บาทค่ะ คิดรวมของทั้งสองคลินิกนะคะ" พนักงานว่าก่อนจะยื่นเอกสารมาให้ผมดู ผมดูรายละเอียดก่อนจะทำการจ่ายเงิน ผมเลือกใช้วิธีสแกนจ่ายเนื่องจากไม่ได้พกเงินสดมา
"นี่ครับ" เมื่อจ่ายเสร็จผมก็ยื่นสลิปให้พนักงานดู เมื่อเห็นยอดเงินเข้าพนักงานก็เอ่ยขอบคุณ เท่านี้ก็เป็อันเสร็จ
"เราจะกลับเลยหรือ" เมื่อเห็นผมจ่ายเงินเสร็จผมก็กำลังจะหันหลังออกจากคลินิก พี่หมอก็เดินมาจับมือรั้งผมเอาไว้เสียก่อน
"ครับ ผมคิดว่าจะกลับเลย เพราะมีเรียนต่อน่ะครับ" ผมมองการกระทำของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยตำหนิอะไร
แต่คนที่มาด้วยนั้น ไม่ได้คิดแบบที่เรย์คิด โอบจ้องมือที่หมอนักรบกำลังจับเรย์อยู่ไม่วางตา ไม่รู้ว่าเพราะคิดได้หรือเพราะถูกรังสีอำมหิตที่โอบส่งให้กันแน่ ไม่นานหมอนักรบก็ปล่อยมือของเรย์ลง
"อ่า...ถ้าอย่างงั้นถ้าถึงห้องแล้วทักแชทมาบอกพี่หน่อยนะครับ" สุดท้ายหมอนักรบก็จำใจต้องปล่อยมือเรย์ไป
"ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ สวัสดีครับ" ผมเอ่ยลาก่อนจะยกมือสวัสดีพี่หมอและพนักงานทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
"มาครับ เดี๋ยวผมถือเอง" พอมาอยู่หน้าคลินิกผมก็เอ่ยกับพี่โอบเบาๆ
"ไม่เป็ไร เราเดินตัวเปล่านั่นแหละดีแล้ว เดี๋ยวเปียก" พี่โอบตอบยิ้มๆ ก่อนจะดันหลังผมให้เดินไปข้างหน้า
เมื่อเห็นว่าไม่มีหนทางที่จะเถียงอีกฝ่ายได้ ผมก็หยิบร่มขึ้นมาก่อนจะเดินไปที่รถทันที โดยมีพี่โอบเดินตามหลังมาติดๆ ดีหน่อยที่ร่มของพี่โอบใหญ่จึงทำให้เ้าตัวและกรงแมวนั้นเปียก
เมื่อมาถึงรถผมก็เดินเข้าไปนั่งในรถก่อนจะเก็บร่มทันที ส่วนพี่โอบก็เปิดประตูเบาะหลังก่อนจะเอากรงแมวไปวางไว้แล้วเ้าตัวก็เดินมาขึ้นรถมานั่งที่ฝั่งคนขับ
"ดูเหมือนเ้าสำลีอยากออกมาข้างนอกนะ เอาน้องออกมานั่งตักเราสิ ในรถพี่มีเบาะรองนั่งอยู่" พอเข้ามาในรถได้พี่โอบก็เอ่ยก่อนจะให้ผมหันไปดูเ้าสำลีที่ตอนนี้เหมือนจะอยู่ไม่สุข
ผมยิ้มกว้างออกมา เมื่อพี่โอบพูดอย่างงั้น คราแรกผมคิดว่าจะขอพี่โอบอยู่เหมือนกันแต่เพราะเกรงใจกลัวพี่แกจะบอกว่าไม่ชอบให้มีขนแมวในรถ ผมเลยไม่ได้พูดออกมา
โอบมองหน้าเรย์อย่างยิ้มๆ เพราะร่างสูงััได้ว่าคนตรงหน้ายังอุ้มลูกชายตัวเองไม่หนำใจและในใจคงอยากเอาออกมาอุ้มมากๆ แต่เพราะคงเกรงใจเขาเลยไม่ได้พูดมันออกมา
โอบมองท่าทางกระตือรือร้นของเรย์อย่างมีความสุข ทำไมไม่รู้แค่เขาได้เห็นรอยยิ้มนี้ใจเขาก็ชุ่มชื่นมีชีวิตชีวาขึ้นแล้ว
ผมหยิบเบาะรองนั่งมารองที่ขาเอาไว้ ก่อนจะเอี้ยวตัวไปเปิดกรงแมวเอาเ้าสำลีมาวางไว้บนตัก
"เป็ยังไงบ้างครับ หนูคิดถึงพ่อไหม" เมื่อจับเ้าสำลีมาวางไว้บนตัก ผมก็เอ่ยถามเ้าลูกชายด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย
พี่โอบยิ้มขำออกมาก่อนเ้าตัวขับรถออกจากคลินิก
ในระหว่างที่พี่โอบขับรถ ผมก็พูดเล่นกับเ้าสำลีอย่างไม่หยุดหย่อนแต่ก็ไม่ลืมที่จะคุยกับพี่โอบด้วยเช่นเดียวกัน ไม่รู้ว่าเพราะเ้าสำลีรำคาญเสียงผมหรือเพราะเหนื่อยจากการเล่นกันแน่ ไม่นานเ้าสำลีก็ขดตัวนอนลงทันทีและท่างขาของเ้าสำลีนั้นวางเป็รูปครึ่งหัวใจพอดี ผมเห็นจึงทำการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนที่จะทำมือเป็ครึ่งหัวใจแล้วเอาเข้าไปใกล้ๆ เท้าของเ้าก่อนจะกดถ่าย
รูปที่ได้ก็จะเป็รูปหัวใจพอดี
"น่ารักไหมครับ" ผมถ่ายเสร็จก็ยื่นมือถือไปให้พี่โอบดู
"น่ารักครับ" พี่โอบมองรูปก่อนจะจับหัวผมลูบเบาๆ ผมยิ้มออกมาตาหยีก่อนจะทำการเข้าเฟซบุ๊ก
"ผมอัปรูปดีกว่า ทุกคนต้องได้เห็นความน่ารักของลูกชายผม!" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นก่อนจะเริ่มปฏิบัติการอวดลูกชายทันที
Rayyyyy
ลูกชายหายดีแล้ว
ได้เพิ่มรูปหนึ่งรูป
(แนบรูปภาพเ้าสำลีและมือของเรย์ที่เป็รูปหัวใจ)
ถูกใจ 1.6k ความคิดเห็น 245 แชร์ 121
ชื่อใบหม่อน แต่บ้านปลูกชา : กรี๊ด!!!!! หลานชายกูหายดีแล้วเหรอวะ
กิตติพงษ์ : น่ารัก อยากเจอแล้ว
เลโอ ไม่เคยเมา : แบบนี้ต้องฉลอง เหล้าต้องมาแล้วแบบนี้
ฉันชอบกินโค้ก : สีดำด้วยน่ารักจังเลยค่ะ
พลอยสวย : ถ่ายลงบ่อยๆ นะคะ น้องน่ารักมาก
เพียงแค่เรย์ลงรูปไม่นานก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม
"ดูสิครับ คนเข้ามาคอมเมนต์เต็มเลย" ผมยืนโทรศัพท์ไปให้พี่โอบดู
"หึ" พี่โอบไม่ได้ตอบแต่หัวเราะออกมาอย่างขำขันกับท่าทางดีใจจนเกินจริงของผม
ก็นะ ชมผมๆ ก็ไม่อะไรมาก แต่มีคนชมลูกผมๆ ชอบมากที่สุดในโลกเลย
"ถ้าถึงห้องแล้วพี่โอบไปทานข้าวที่ห้องผมนะ" เมื่อเล่นโทรศัพท์จนพอใจผมก็วางมันลงก่อนที่จะหันมาคุยกับคนข้างๆ
"ได้ครับ แล้วเรามีเรียนกี่โมงนะ"
"มีตอนบ่ายโมงครับ วันนี้เรียนแค่ 2 ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว"
"แล้วตอนเราเรียนจะเอาเ้าสำลีไว้ที่ไหนล่ะ"
"ผมคิดว่าจะเอาไว้ที่ห้องนี่แหละครับ ผมจะกล่อมให้เ้าสำลีหลับก่อนไปเรียน ผมไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่หรอกครับ เพราะว่าเ้าสำลีไม่ค่อยดื้อมาก อีกอย่างผมซื้อกล่องวงจรปิดมาแล้วจะเอาไว้ส่องเ้าสำลีเวลาอยู่คนเดียว เท่านี้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้วครับ" ผมว่าพลางลูบตัวเ้าสำลีเบาๆ
"ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกแล้วกัน"
"ครับ"
เราสองคนคุยกันอย่างเพลินๆ ไม่นานพี่โอบก็ขับรถมาถึงคอนโดพอมาถึงเ้าสำลีก็ตื่นพอดี
"ตื่นแล้วเหรอเ้าตัวเล็ก หื้ม~~~~" ผมว่าพลางจูบลงหัวเ้าสำลีอย่างมันเขี้ยว
"ถึงแล้วครับ" เมื่อพี่โอบจอดรถเสร็จก็ลงจากรถก่อนจะขนของลงเต็มไม้เต็มมือ คราแรกผมจะช่วยแต่พี่โอบบอกว่าอุ้มเ้าสำลีไปเถอะ เขาทำคนเดียวได้ เมื่ออีกฝ่าย้าแบบนั้นผมก็ไม่ได้เอ่ยขัดใจอะไร
ผมยืนรอพี่โอบเก็บของให้เสร็จก่อนจะเดินไปพร้อมกัน เมื่อมาถึงหน้าห้องผมก็เปิดประตูเข้ามาในห้องทันที ผมพาเ้าสำลีไปวางที่โซฟาโดยมีพี่โอบเดินตามหลังมา
"ฝากดูหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมไปทำอาหารให้พี่ก่อน พี่อยากทานอะไรไหม" ผมกลัวว่าอีกฝ่ายจะหิวจนไส้กิ่วเสียก่อน จึงได้ทำการวางเ้าสำลีลงก่อนที่จะไปทำอาหาร
"พี่ขอเป็กะเพราหมูสับแล้วกันครับ พี่ขอเผ็ดๆ หน่อยนะ" พี่โอบว่าก่อนจะนอนราบไปกับพื้นโซฟาอย่างไม่เกรงใจเพื่อนอนเล่นกับเ้าสำลี
"โอเคครับ รอแป๊บหนึ่งนะ" ผมว่าก่อนจะปลีกตัวออก
เมื่อมาถึงห้องครัว ผมก็เริ่มทำการหาของทันที เนื่องจากไม่มีหมูสับเหลืออยู่ผมจึงต้องทำการเอาเนื้อหมูมาหั่นเป็ชิ้นเล็กๆ ก่อนจะนำมันมาปั่นให้ละเอียด เมื่อเสร็จแล้วผมก็ล้างมือก่อนจะเดินออกไปที่นอกระเบียงเพื่อทำการเก็บใบกะเพราเอามาทำอาหาร โดยผมเก็บผักสลัดมาด้วย พอเอาเข้ามาข้างในผมก็ทำการนำมันมาแช่น้ำเกลือล้างทำความสะอาด ผักสดที่จะใช้กินด้วยในวันนี้ผมเลือก 3 อย่างคือ ผักสลัด แตงกวาและถั่วฝักยาว ผมหยิบพริกและกระเทียมออกมาก่อนจะเอาพริกกระเทียมมาปั่นทิ้งไว้ ก่อนจะเริ่มทำการผัดกะเพราทันที ผมตั้งกระทะก่อนจะใส่น้ำมันลงไปพอร้อนนิดหน่อยก็ใส่พริกและกระเทียมที่ปั่นลงไปผักให้มันเหลือง พอเหลืองแล้วผมก็ทำการนำหมูสับลงไปผัด ผัดอยู่อย่างงั้นจนหมูเริ่มสุกผมก็ทำการปลุกรสเพิ่มความอร่อยและสุดท้ายก็เอาใบกะเพราใส่ลงไปเท่านี้ก็เป็อันเสร็จแล้ว ผมทำการตักข้าวที่หุงไว้ั้แ่ต้นใส่จานก่อนจะนำผัดกะเพรามาตักราดใส่บนข้าว เท่านั้นยังไม่พอผมทำการหยิบไข่ไก่ออกมาสองฟองก่อนจะนำมันมาทอดเป็ไข่ดาวโดยทำให้ไข่ขาวกรอบส่วนไข่แดงนั้นยังเยิ้มๆอยู่ หลังจากที่ดูผลงานแล้วผมก็ทำการยกทุกอย่างใส่ถาดก่อนจะนำมันไปที่โซฟา
ผมไม่ถือว่าต้องกินข้าวแค่บนโต๊ะอาหาร ในเมื่อเราสะดวกตรงไหนเราก็กินตรงนั้น
"มาแล้วครับ" ว่าเสร็จผมก็วางจานข้าวทั้งสองจานลงบนโต๊ะหน้าโซฟา
"ว้าว! หอมจัง น่ากินมากเลยครับ" ว่าเสร็จพี่โอบก็ลุกขึ้นนั่งก่อนจะยื่นหน้ามาดมกลิ่นหอมของผัดกะเพรา
"อะ! ผมลืมเอาแตงโมมาด้วยนี่น่า" เมื่อนึกได้ผมก็ทำการลุกขึ้นก่อนจะไปเอาแตงโมที่แช่เย็นไว้มากิน เวลากินของเผ็ดเราก็ต้องมีอะไรแก้เผ็ดด้วย โดยในวันนี้ผมเืเป็แตงโมสีแดงสวยมาดับร้อนในปาก
"ฮ่าๆๆ ทำไมเ้าสำลีไปอยู่ตรงนั้นล่ะครับ" ผมหัวเราะออกมาเมื่อเจอเ้าสำลีไปอยู่มุมขอบของโซฟาโดยที่กำลังทำหน้ายุ่งๆ อยู่
"ฮ่าๆๆ สงสัยจะไม่ชอบกลิ่นของกะเพราน่ะ ก่อนหน้านี้พี่อุ้มเ้าสำลีให้มาดูอาหารของเรา พอเอาเข้ามาใกล้ๆ ก็ดีดดิ้นหนีใหญ่เลย" พี่โอบอธิบายออกมาอย่างขำขัน เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า
"ฮ่าๆๆ น่ารักจังเลยครับ" ผมเห็นดังนั้นก็ไม่รีรอที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมารูปเก็บไว้
"มาครับ ทานข้าวกัน" เมื่อผมถ่ายรูปจนหนำใจแล้วก็นั่งลงก่อนจะชวนพี่โอบทานข้าว
"อืม อร่อยมากเลย!" พี่โอบชมก่อนจะยกนิ้วให้ผม แต่พอเคี้ยวไปเคี้ยวเคี้ยวมาหัวคิ้วทั้งสองของอีกฝ่ายก็เริ่มขมวดเข้ามาหากัน
"เป็อะไรครับ เผ็ดเกินไปเหรอ" ผมถามออกไปอย่างสงสัย
"อ๋อ เอ่อ ใช่ครับ พี่เผ็ดน่ะ" ว่าเสร็จพี่โอบก็รีบหยิบน้ำเย็นมาดื่มทันที
เรย์ไม่รู้เลยว่าการกระทำของโอบนั้นไม่ได้เป็เพราะเผ็ดเลย แต่เป็เพราะรสชาติของอาหารที่เ้าตัวคุ้นเคยจนเกินไป...
"เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาเพิ่ม" เมื่อเห็นว่าน้ำใกล้หมดแล้วผมก็ไปเอาน้ำมาใหม่ รอบนี้ผมยกมาทั้งเหยือกเลย
"ขอบคุณนะ" โอบเอ่ยขอบคุณก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่มอีกอย่างเนียนๆ
"ว่าไงครับ ตัวเล็ก" ในขณะที่ผมกินแตงโมอยู่นั้น เ้าสำลีก็เดินออกมาจากมุมโซฟาก่อนจะมาคลอเคลียแขนของผม สงสัยจะรู้แล้วแน่เลยว่าผมทานข้าวเสร็จแล้ว
เ้าสำลีเงยหน้ามองผมตาแบ๊วก่อนจะเอาหัวมาคลอเคลียผมเบาๆ และไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์ยาที่มีอยู่หรือเพราะเ้าสำลีชอบนอน ไม่นานหลังจากคลอเคลียผมเ้าสำลีก็เดินกลับไปที่มุมโซฟาเหมือนเดิมก่อนจะขดตัวนอนลงอีกครั้ง
"สงสัยเ้าสำลีจะชอบนอนนะพี่ว่า" พี่โอบว่าพลางเก็บจานชามที่อยู่บนโต๊ะ
"เดี๋ยวผมทำเองครับ" ผมเอ่ยแย้งก่อนจะแย่งของที่อยู่ในมือพี่โอบ แต่ก็ยังไม่ทันร่างสูงอยู่ดี
"เดี๋ยวพี่เอาไปล้างเองครับ เราน่ะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะนี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว เดี๋ยวไปเรียนไม่ทันนะ"
"จริงด้วย!" หลังจากที่พี่โอบพูดเสร็จ ผมก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะร้องออกมาอย่างใเพราะมันใกล้จะเที่ยงแล้วจริง
"รีบไปเถอะ"
"งั้นผมขอฝากด้วยนะครับ" ว่าเสร็จผมก็รีบลุกไปห้องน้ำทันที ที่ผมรีบร้อนแบบนี้ก็เพราะว่าผมเพิ่งตากฝนมาทำให้ผมเหนียวกว่าปกติผมจึงอยากสระผมก่อนที่จะไปเรียน
หลังจากที่ผมเข้ามาในห้องนอน ผมก็รีบไปเข้าไปอาบน้ำสระผมทันที
ในส่วนด้านของโอบนั้นก็เก็บของก่อนที่จะเอาไปล้าง แต่ก่อนที่จะลุกไปโอบก็หันมาเห็นเ้าสำลีที่กำลังขดตัวนอนอยู่ ด้วยอุณหภูมิแอร์ที่เย็นกว่าปกติโอบจึงทำการหยิบผ้าห่มพื้นเล็กที่อยู่บนโซฟามาห่มให้เ้าสำลี ก่อนที่เ้าตัวจะเดินไปห้องครัว โอบล้างจานชามเสร็จก็ทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว เมื่อเรียบร้อยแล้วโอบก็ไม่ได้รีรอที่จะอยู่ต่อ เนื่องจากรู้สึกเกรงใจเรย์และมีเื่ที่ต้องทำ
โอบได้ทำการเขียนโน้ตทิ้งไว้ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานก็เดินออกมาโดยมีผ้าโพกหัวไว้ ผมโพกหัวเดินออกมาก่อนจะมองรอบๆ เมื่อไม่เห็นพี่โอบผมก็เดินมาดูที่โซฟาก็เจอเ้าสำลีนอนขดตัวอยู่ที่เดิมเพิ่มเติมคือมีผ้าห่มผืนเล็กๆ ห่มตัวไว้อยู่ ก่อนสายตาผมจะเหลือบไปเห็นโน้ตที่ถูกทิ้งไว้
พี่กลับก่อนนะ
เลิกเรียนแล้วทักมาบอกพี่ด้วย
(โอบ)
"หึ" ผมหัวเราะออกมาก่อนจะกลับเข้ามาในห้องเพื่อเป่าผม
ผมใช้เวลานานพอสมควรก่อนจะเปล่าผมเสร็จ เพราะผมยาวเกินไปจึงใช้เวลานาน เป่าผมเสร็จผมก็ทำการแต่งชุดเพื่อไปเรียนทันที
วันนี้มีเรียนแค่ 2 ชั่วโมง ผมจึงเลือกใส่กางเกงและเสื้อโปโลของคณะส่วนรองเท้าก็เลือกที่จะใส่เป็รองเท้าเตะ เพราะวันนี้ฝนตกผมจึงเลือกใส่เพราะจะได้ไม่เลอะมาก ยิ่งผมขี่รถมอเตอร์ไซค์แล้วด้วยผมไม่อยากให้รองเท้าผมเปื้อนและก่อนที่จะไปผมก็จัดที่นอนเ้าสำลี ผมเลือกให้เ้าสำลีนอนในคอกก่อนเพราะว่ากลัวเ้าสำลีจะเดินซนแล้วทำให้ตัวเองาเ็ ผมจัดที่นอนให้เข้าที่ก่อนจะไปเอาตุ๊กตากระต่ายสีขาวนวลมาวางไว้ข้างๆ ที่นอน
"มาครับ" ผมช้อนตัวเ้าสำลีขึ้นมาอย่างเบามือก่อนจะวางไว้ที่นอนอย่างใจเย็น เมื่อเห็นเ้าสำลีไม่ตื่นผมก็มองอย่างมีความสุข
"ว่าง่ายแบบนี้ต่อไปนะครับ เดี๋ยวพ่อกลับมานะ" ว่าเสร็จผมก็ก้มลงจูบที่หัวของเ้าสำลีเบาๆ
ผมเก็บของก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ก่อนจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ผมก็มองสำรวจความเรียบร้อยก่อนและเมื่อไม่เห็นความผิดปกติ ผมก็ขี่รถออกมาจากคอนโด
เมื่อมาถึงคอนโดผมก็ทำการจอดรถก่อนจะรีบขึ้นไปห้องเรียนทันที เพราะตอนนี้อีก 5 นาทีจะถึงเวลาเรียนแล้ว
"มาสายวะ" ใบหม่อนเอ่ยแซวก่อนจะเปิดทางให้ผมเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ข้างใน
"เผลอเล่นกับเ้าสำลีเพลินไปหน่อย ฮ่าๆๆๆ"
"มีรูปอีกไหมกูอยากเห็นอะ ที่มึงลงไปน้องโคตรน่ารักเลย" เลโอพูดก่อนจะขอมือถือผมไปดูรูป ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรทำการเปิดโทรศัพท์ให้อีกฝ่ายดู
"น่ารักไหมไอ้กิต" เมื่อเลโอเห็นก็เอาไปอวดกิตที่นั่งอยู่ข้างๆ
"อืม น่ารักจริงด้วย ไว้ว่างๆ พาน้องมาเล่นกับพวกกูด้วยสิ" กิตมองก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ โดยที่มือของกิจนั้นก็เล่นผมของผมไปด้วย
"ได้สิ แต่ไว้ให้เ้าสำลีปรับตัวได้ก่อนนะ น้องเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาลน่ะ กูยังไม่อยากให้ออกไปไหนหรือเจอใครเท่าไหร่"
"ได้ๆ" กิตว่าพลางจับปลายผมของผมเล่นไม่หยุด เมื่อเห็นว่าเพื่อเล่นจนเพลินมือผมก็ไม่ได้เอ่ยห้ามอะไร ก่อนที่ผมจะตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างตั้งใจ
หลังจากหมดเวลาสอนอาจารย์ก็จบการบรรยายทันที
"อาทิตย์หน้าจะเป็อาทิตย์สุดท้ายที่เราจะเรียนก่อนจะสอบกลางภาคนะคะนิสิต อาจารย์หวังเป็อย่างยิ่งว่ารายงานที่อาจารย์สั่งไปให้พวกเธอทำนั้นจะเสร็จและพร้อมนำเสนอกันแล้ว แล้วเจอกันค่ะนิสิตทุกคน สวัสดีค่ะ" ว่าเสร็จอาจารย์ก็เดินออกจากห้องไป
"เฮ้อ ใกล้สอบแล้วนิหว่า นี่กูยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย ไหนจะงานอีก" ใบหม่อนเอ่ยออกมาก่อนจะทำหน้าหมดอาลัยตายอยาก
"เออน่า มึงไม่ต้องห่วงหรอก มีกูซะอย่างไหนจะเรย์อีกยังไงเราก็รอเว้ยเพื่อน" เลโอตบไหล่ใบหม่อนเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้อีกฝ่าย
"ใช่ เดี๋ยวเราเริ่มติวเสาร์อาทิตย์นี้กันเลยก็ได้" เมื่อผมคิดทบทวนแล้วจึงเอ่ยออกมา เพราะงานที่ค้างอยู่ในมือนั้นเหลือไม่มาก ผมจะเอาไปทำ่ที่ว่างแทน ส่วนเวลาที่เหลือจะเอาไปติวหนังสือ ถึงแม้ว่าชาติก่อนผมจะเรียนผ่านมาแล้วแต่ก็ไม่ควรประมาทหรือี้เีจนเกินไป
และปี 2 เทอม 1 นี้ วิชาที่มีเรียนนั้นมีแค่ 5 ตัวเท่านั้น ตารางสอบกลางภาคของผมจึงเสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่ทางมหาลัยก็ได้ให้เวลานิสิตทุกคนในมหาลัยวิทยาลัย 2 สัปดาห์ในการสอบ ดังนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ผมจึงว่างก่อนที่จะได้เรียนต่อ
ผมมีแพลนว่าจะออกรถแล้วพาเ้าสำลีขับรถไปเที่ยวและเื่นี้ผมคิดว่าจะปรึกษาพี่โอบนั่นแหละ เพราะดูๆ แล้วเ้าตัวคงประสบการณ์เยอะน่าดูและที่เลือกพี่โอบคงจะปลอดภัยสุด เพราะถ้าไปให้พี่รามหรือริวช่วยผมคิดว่าผมคงไม่ได้ซื้อเองแน่นอน
"ปะกลับกันเถอะ กูอยากรีบกลับห้องแล้ว ไม่อยากปล่อยให้เ้าสำลีอยู่คนเดียว กลัวน้องตื่นมาแล้วกลัว" ผมว่าเสร็จก็รีบเก็บของใส่กระเป๋า
"โอเค ได้ๆ" เมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนของเพื่อนทั้งสามหนุ่มก็พร้อมใจกันลุกขึ้นทันที
"แล้วพวกมึงจะไปไหนกันต่อไหมอะ" ในระหว่างที่เดินกลับไปที่รถผมก็เอ่ยถามเพื่อนทุกคน
"กูว่าจะกลับไปนอนที่ห้องนั่นแหละ อากาศแบบนี้เหมาะแก่การนอนเป็อย่างยิ่ง" กิตตอบก่อนหยักไหล่
"กูคงไปร้านพี่ไทเกอร์เลยวะ จะรีบเข้าไปช่วยงานคนแก่หน่อย เห็นบ่นๆ ให้กูไปดูบัญชีช่วยน่ะ" เลโอตอบ
"กูก็จะไปกับไอ้เลโอนี่แหละ มาพร้อมมันก็เลยต้องกลับพร้อมมัน" ใบหม่อนว่าพลางกอดแขนเลโอไว้
"เหอะ! ไปทำบัญชีช่วยกูเลยมึงน่ะ" เลโอว่าก่อนจะโยกหัวใบหม่อนเบาๆ
"เออๆ แต่สั่งไก่ทอดกับพิซซ่าให้กูด้วยนะ กูอยากกินอะ" ใบหม่อนส่งเสียงออดอ้อนให้เลโอ
"ไม่ต้องมาอ้อนกูเลยค่ะ ไปอ้อนพี่กูโน้น" ถึงแม้ปากเลโอจะว่าไปแบบนั้นแต่เ้าตัวก็รีบยกโทรศัพท์ขึ้นมากดสั่งของกินให้ใบหม่อนเหมือนเดิม
"กูกลับก่อนนะ ไว้เจอกัน บ๊ายบาย" เมื่อมาถึงทางแยกผมก็รีบโบกมือลาเพื่อนก่อนจะเดินไปที่รถ เนื่องจากที่จอดรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์อยู่คนละที่ผมจึงต้องเดินแยกกับเพื่อน
ผมขับรถกลับคอนโดด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติเพราะผมกลัวว่าเ้าสำลีจะรอนานจึงไม่ได้ขี่รถช้าแบบเต๋าคลานดังที่เคยทำเป็ปกติ พอมาถึงคอนโดผมก็รีบจอดรถก่อนจะวิ่งเข้าห้อง เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เจอเ้าสำลีที่กำลังวิ่งวนรอบคอกอยู่
"เหมียวววววววววว" เ้าสำลีร้องยาวและดังมาก อาการแบบนี้ผมเคยอ่านเจอว่ามันคืออาการของแมวที่กำลังหิว แมวนั้น้าให้เรามาเทอาหารให้ แต่ผมก็เตรียมอาหารและน้ำไว้ให้เ้าสำลีแล้วนะ ทำไมถึงไม่ยอมกินล่ะ
"เป็อะไรครับ" ผมวางกระเป๋าลงก่อนจะอุ้มเ้าสำลีขึ้นมา
"เมี๊ยว"
"สวัสดีครับ" ผมเอ่ยทักทายตอบก่อนที่จะ "หิวแล้วทำไมไม่กินครับ รอพ่อเหรอ" ผมเอ่ยถามออกไป
"เมี๊ยว" เ้าสำลีนั้นก็รีบร้องตอบออกมาทันที ทำเหมือนสื่อสารกับผมรู้เื่ เ้าสำลีร้องอีกครั้งก่อนจะเอาหัวทุยๆ นั้นมาซบที่อกผม
ผมมองก่อนจะลูบหัวเ้าตัวเล็กเบาๆ
ผมคิดว่าเ้าสำลีอาจจะหิว แต่อาจจะเพราะรอผมมานั่งป้อนนั่งดูหรือเปล่าเ้าสำลีเลยไม่กิน เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็ยกจานชามอาหารออกมาด้านนอกก่อนจะเอาช้อนมาชงอาหารเม็ดเบาๆ
"จุ๊บๆ ทานได้เลยครับ" ผมทำการชงก่อนจะทำเสียงจุ๊บเบาๆ ใส่อาหารสองครั้ง ก่อนจะบอกเ้าสำลีกิน
และเหมือนมันจะได้ผล เมื่อผมปล่อยเ้าสำลีลงเ้าตัวเล็กก็รีบวิ่งมาที่ชามข้าวก่อนจะทำการกินอย่างมูมมาม
"หิวแย่เลย คงยังไม่ชินสินะ สงสัยคงต้องฝึกหน่อยแล้ว ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปคงได้อดข้าวอีกแน่ๆ" ผมคิดว่าคงต้องขอคำแนะนำจากพี่หมอแล้วล่ะ อาจจะเพราะเ้าสำลีชินกับการที่อยู่โรงพยาบาลสัตว์แล้วพนักงานอาจจะเอาให้กับมือเลยจะยังชินอยู่ หลังจากนี้คงต้องปรับเปลี่ยนนิสัยกันยาวเลย
"ค่อยๆ กินครับ" ผมว่าพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปและวิดีโอไว้ด้วย ตอนนี้โทรศัพท์ผมคงเต็มไปด้วยรูปเ้าสำลี
เ้าสำลีใช้เวลากินไม่นานก็เสร็จ หลังจากที่กินเสร็จแล้วนั้นเ้าสำลีก็เดินสำรวจไปทั่วห้อง ผมนั้นก็ไม่ได้ห้ามแต่ทำการมองอยู่ตลอดกลัวว่าเ้าสำลีจะะโแล้วของจะหล่นทับใส่
หนึ่งคนหนึ่งสัตว์ใช้เวลาเรียนรู้กันทั้งวัน ไม่ว่าจะตอนผมนั่งทำงานเ้าสำลีก็มานั่งเฝ้าหรือตอนผมรดน้ำผักเ้าสำลีก็นั่งมองอยู่ที่โต๊ะข้างๆ หรือจะตอนนอนเ้าสำลีก็มานอนที่ข้างๆ ผม ในห้องนอนของผม ในห้องนอนผมนั้นมีคอนโดแมวอยู่หนึ่งอัน ผมเอามาเผื่อเ้าสำลีอยากเปลี่ยนที่นอนตอนกลางดึกเ้าตัวก็จะสามารถเปลี่ยนได้เลย
และมันก็เป็แบบที่ผมคิด ตอนนอนๆด้วยกัน แต่พอผมตื่นมาเ้าสำลีนั้นไปนอนขดอยู่หลุมของคอนโดแมวแล้ว
○○○
ยังไม่แก้คำผิด