”อืออ..ม”
รู้สึกหนักหัวจังเลย
ร่างกายก็หนัก
ฉันค่อยๆตื่นลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความไม่สบายตัวสักเท่าไหร่
แสงแดดค่อยสาดส่องเข้ามาผ่านผ้าม่านสีน้ำตาล และมองไปบนฝ้า เป็สีเทาที่ไม่คุ้นเคย
เตียงที่นอนอยู่กว้าง มองไปเป็ผ้าปูเตียงสีน้ำเงิน เหมือนที่นอนของผู้ชาย
ฉันเอียงคอมองไปรอบๆมีกระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์พับวางอยู่บนโต๊ะที่ไม่คุ้นเคยและจำไม่ได้
ฝันเหรอ...?
ค่อยๆขยับร่างกายพร้อมกับความปวดเมื่อยบนลำตัว
แล้วก็ปวดหัวตุบๆ
ปวดมากถึงกับเอามือกุมหัวขึ้นมา
”ตื่นแล้วเหรอ”
เสียงที่ดูแปลกใจ ของทาจิบานะ ส่งเสียงมา
”.........”
ทำไม ?
ทาจิบานะ ที่ปกติไม่น่าจะอยู่ตรงนี้ ดวงตากลมมองเข้ามาในกรอบสายตา
”ดูหน้าสิ”
”ถ้าปกติจะต้องส่งเสียงหนวกหูหรือไม่ก็โต้ตอบกลับบางอย่าง “ทำไม....”
“แล้วเธอกำลังจะเป็หวัดนะ”
”เอ๊ะ.....”
พอมองลงไปด้านล่าง สองเท้าของฉันดูเย็น ซีด
”ว้าย...”
ฉันขยับตัว หลบซ่อนร่างกายไว้ใต้ผ้าห่ม ส่วนทาจิบานะหัวเราะออกมาตลอด
”เห็นหมดแล้วล่ะ”
”อ๊ะ นี่ล้อเล่นใช่ไหม....?”
แต่ว่า นี่ไม่ได้ล้อเล่นหรอก
ร่างกายฉันไม่ได้สวมใส่อะไรเลย มันเป็ความจริงที่ว่าทาจิบานะเห็นร่างกายฉันหมดแล้ว
” แย่ที่สุดเลย”
ในขณะที่ยังรู้สึกเสียใจอยู่ อยู่ทาจิบานะก็ค่อยๆดึงผ้านวมออก
”อ๊าย ทำอะไรน่ะ”
ฉันได้แต่รู้สึกไม่ดีในขณะที่ทาจิบานะทำหน้าจริงจังแล้วพูดว่า “อ่ะ ใส่นี่แล้วไปอาบน้ำซะ”
”...เอ๊ะ ฮะ”
”ห้องน้ำอยู่ด้านขวาในสุดนะ มีผ้าขนหนูอยู่ในตะกร้า หยิบใช้ได้เลยนะ”
”เอ่อ...”
”เป่าผมให้แห้งด้วยล่ะ”
ทาจิบานะพูดเช่นนั้น แล้วลูบหัวฉันเล็กน้อยและเอามือออก
สายตาฉัน มองไปเห็นเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจายวางอยู่บนพื้น
ฉัน..ทำลงไปแล้วเหรอ ?
ร่างกายรู้สึกหนักและมีความขัดแย้งอยู่ในใจ
”แย่แล้ว.... ไม่ใช่นะ”
จำไม่ได้เลย
เมื่อวานฉันทำอะไรลงไป...
ยังไงซะ ต้องสวมเสื้อก่อน
เสื้อผ้าเมื่อวาน ยับไปหมดแล้ว
ฉันสวมใส่เสื้อในที่ตอนนี้รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็สวมใส่แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำตามที่ถูกบอก
ฉันมองตัวเองที่กระจกของอ่างล้างหน้าแล้วล้างหน้าทำความสะอาดเล็กน้อย
เครื่องสำอางค์ยังค้างอยู่ผิวก็แห้ง รู้สึกได้ว่าผิวสาก
ฉันต้องถูกมองในสภาพนี้.....
แต่ว่า...ก็ยังดีที่เป็ทาจิบานะ
ฉันยืนอยู่สักพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงเท้าเดินใกล้เข้ามา
”ทำยังไงดี”
ว่าแล้วก็รีบเดินเข้าในตรงส่วนอาบน้ำ
พอเป็เช่นนั้นเสียงที่ใกล้เข้ามา ฉันก็เดาถูกต้องทาจิบานะปรากฏตัวยืนอยู่่ประตูห้องน้ำ
”รู้วิธีใช้หรือเปล่า”
”เอ๊ะ? อ่า รู้สิ ...กึก”
เพราะรีบเปิดเสียงฝักบัว เพื่อแสดงให้เห็นว่ากำลังอาบน้ำ จึงรีบเปิดน้ำออกมาซึ่งนั้นก็ทำให้พลาดไปหน่อย น้ำถูกเสื้อผ้าฉันเปียกหมดแล้ว
“นี่ เธอโอเคหรือเปล่า”
คงไม่มีใครจะก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงะโออกมานะ
แกร๊ก.. เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ทาจิบานะโผล่หน้าเข้ามา
”เธอ..ทำอะไรอยู่น่ะ”
ทาจิบานะเข้ามาใกล้ฉัน แล้วถาม “ไม่เป็ไรใช่ไหม”
”ไม่เป็ไร ไม่เป็ไรสักหน่อย ไม่ต้องเข้ามา”
”หือ”
เขาพูดโดยใกล้เข้ามาด้วยความรู้สึกเป็ห่วง ฉันตอบรับแต่ไม่ได้ตื่นตระหนก
”เธอเปิดน้ำแบบนี้ ...เดี๋ยวเป็หวัดนะ”
อากาศตอนนี้คือฤดูหนาว ไม่ใช่ฤดูกาลที่รู้สึกดีต่อน้ำสักเท่าไหร่
พอเป็เช่นนั้นร่างกายฉันตอบสนองออกไปด้วยการจามออกมา “ฮัดชิ้ว”
”เปิดเครื่องทำความร้อนไม่มีความหมายเลยสิ”
”เอ๊ะ?”
”เธอนี่ ต๊องหรือไง”
ทาจิบานะพูดเหมือนดุอยู่ในทีแล้วปรับอุณหภูมิของน้ำให้อุ่นขึ้น ร่างกายของฉันเริ่มรู้สึกอุ่น
”เดี๋ยวก่อนนะ...”
”อยู่นิ่งๆสิ กำลังเติมน้ำร้อนอยู่”
ทะจิบานะใช้มือที่ว่างอีกข้างหนึ่งกดปุ่มสะสมน้ำร้อน เป็ปุ่มแบบวันทัชััเดียวก็สะสมน้ำจากน้ำประปาได้ ซึ่งทันสมัยกว่ารุ่นของห้องน้ำที่อพาร์ทเมนท์ของฉัน
”ทาจิบานะไม่เป็ไรหรอก เธอก็จะเป็หวัดเอานะ”
ขาของทาจิบานะเปียกแล้ว
”บ้าน่ะเธอ เป็ห่วงตัวเองเถอะนะ”
เมื่อทาจิบานะพูด ก็ส่งฝักบัวให้ฉัน “อาบน้ำดีๆล่ะ” แล้วค่อยๆผละออกไป
”คืออะไรน่ะ...”
เหลือแต่เพียงเสียงของน้ำอุ่นดังซ่า
เงาของทะจิบานะที่สะท้อนตรงกระจก ค่อยๆหายไป
ทำไมถึงรู้สึก อ่อนโยนจัง
รู้สึกแปลกไปนิดหน่อย แล้วจึงเปลื้องผ้า อาบน้ำอย่างจริงๆจังๆเสียที
เมื่ออาบน้ำเสร็จ ฉันสวมใส่เสื้อผ้าที่ยืมมา ฉันได้กลิ่นหอมอ่อนๆที่ทำให้ท้องฉันเริ่มร้อง
กลิ่นหอมนั้นไล่มาจากทางส่วนห้องนั่งเล่น
”โอ้ แช่น้ำอุ่นอย่างผ่อนคลายแล้วใช่ไหม” ทาจิบานะเดินเข้ามาใกล้ ริมฝีปากอยู่ใกล้ๆกับตัวฉัน
”ผม”
ทาจิบานะ ค่อยๆดึงผมฉันยืดออกมา
”เอ๊ะ?”
”ผมยังไม่แห้งเลย”
ใบหน้าที่แสดงคือยังรู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่
ก็ปกติ เจอแต่ทาจิบานะที่ชอบแกล้งฉัน
”ไม่เป็ไร เดี๋ยวเช็ดผมด้วยผ้าขนหนู”
ตอนนี้ ฉันเอาผ้าขนหนูมาพันม้วนรอบศีรษะ
แม้ว่าฉันจะไม่ได้ทำให้คนโดะเห็น แต่ถ้าเป็ทาจิบานะก็ไม่เป็ไรแล้วกัน ..ฉันแสดงท่าทีปกติ
”ผมยาวเหมือนกันนะ”
ผมของฉันยาวยื่นออกมา อยู่ตรง่หน้าอก
“ผมลอน เดี๋ยวก็แห้งง่าย” ผมลอนแบบคลายๆ จะแห้งง่าย ้าของผมจะรวบขึ้นเป็ทรงครึ่งศีรษะซึ่งมักจะเป็ทรงผมประจำของฉัน
”นอกจากนี้ในห้อง ยังมีความอบอุ่น”
ค่อยๆ มองไปรอบห้อง
มีทีวีเครื่องใหญ่วางอยู่ มีโซฟา และโต๊ะทานอาหารเย็นเท่านั้น
เฟอร์นิเจอร์มีขนาดใหญ่ แต่กลับไม่รู้สึกว่าแคบ
บางที ยังกว้างกว่าห้องนั่งเล่นที่ห้องฉันสามเท่า
”นี่ ทำไมพักอยู่ห้องกว้างจัง ที่นี่ชานเมืองเหรอ”
พอบอกเช่นนั่นทาจิบานะก็ถอนหายใจ “ฮ้า” “รอแป๊บนึง” และออกจากห้องนั่งเล่นไป
”....เอ๊ะ” อะไรกัน ...ทำไมไม่ตอบคำถาม ..
เขาใจดีเหมือนกับที่ทำปกติ ... ไม่เข้าใจความหมายเลย
ฉันยื่นริมฝีปากออกมาเล็กน้อยมองไปรอบๆห้องอีกครั้ง
สะดุดตาเข้ากับรูปถ่ายที่ติดผนังบริเวณเคาท์เตอร์ครัว
”เอ๊ะ อันนั้น”
ฉันเดินเอื้อมมือไปหยิบรูปถ่ายนั้นทั้งๆที่นี่เป็บ้านของคนอื่น
”ทะ.. ทำไม”
รูปถ่ายนั้นก็คือรูปถ่ายเมื่อตอนที่อยู่ชมรมปีนเขา ซึ่งมีฉัน ทาจิบานะ ชิมโบ และเพื่อนสนิทอีกคนของทาจิบานะชื่อ ยูกิ วาตารุ
แต่ที่รูปนั้น มีฉันและทาจิบานะ ยืนอยู่ตรงกลาง ใกล้ๆกัน
เป็ภาพที่ตอนนั้นยูกิบอกว่า เป็ภาพถ่ายที่งดงาม
”ภาพสวยใช่ไหม” ” ...เอ๊ะ.?”
ใกับใบหน้าที่เข้ามาใกล้จากด้านหลัง
ใบหน้าที่ดีจนหน้าใจหาย แต่ไม่ดีต่อหัวใจ