ตอนที่121 บัตรเบ่ง
สารวัตรกงซุนยิ้มแห้งด้วยความจำใจก่อนกล่าวรายงานผู้กำกับตามจริงเขาไม่กล้าเชื้อเชิญคนทั้งสามที่มาด้วยให้นั่งบนโซฟาหรือเก้าอี้ต่อหน้าผู้กำกับเพราะยังไม่แน่ใจว่าควรแสดงท่าทีอย่างไร
เขากล่าวรายงานผู้กำกับรวบรัดโดยไม่ได้เอ่ยถึงเหตุวุ่นวายในห้องโถงแต่อย่างใดว่า
“พอดีทั้งสามคนต้องการพบผู้กำกับครับส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้น ผมว่าท่านสอบถามเองดีกว่าครับผม”
เสิ่นลี่อิงไม่อยากเสียเวลากล่าวอะไรให้มากความเธอหยิบบัตรสมาชิกกองกำลังพิเศษออกมาจากกระเป๋าเงินที่อยู่ในกระเป๋าเป้แล้วยื่นต่อหน้าผู้กำกับบนโต๊ะทำงานทันที
พลางเอ่ยถึงเรื่องราวโดยสรุปว่า“สวัสดีค่ะผู้กำกับ นี่คือบัตรประจำตัวของฉัน ผู้กำกับสามารถตรวจสอบตอนนี้ได้เลยฉันมาที่นี่เพื่อยืนยันว่าถังเฟยสุ่ยไม่ใช่มือวางระเบิดโรงงานแอดวานซ์แต่จะเป็นใครนั้น เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องสืบค้นหาเองถังเฟยสุ่ยไม่ใช่แพะที่จะต้องมารับบาปให้ใคร รวมทั้งคนอื่นซึ่งไม่ใช่มือวางระเบิดตัวจริงหากพบว่าที่นี่กระทำการไม่ตรงไปตรงมา ฉันจะรายงานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องเอง”
เสิ่นลี่อิงจดจำบทบาทหน้าที่ของสมาชิกกองกำลังพิเศษได้เป็นอย่างดีเธอเลือกที่จะข่มขู่ผู้กำกับโดยตรงเพื่อไม่ให้เขาหรือตำรวจคนอื่นไปจับแพะรับบาปมาอีก
ผู้กำกับหลี่ตาโตด้วยความตื่นตระหนกเขาหยิบบัตรของเสิ่นลี่อิงขึ้นมาดูอย่างพิจารณาด้วยความใกล้ชิด
หลังจากนั้นยื่นให้สารวัตรกงซุนดูพอเด็กสาวกล่าวจบแล้วเขาสั่งการลูกน้องให้ทำการตรวจสอบด้วยน้ำเสียงลดอำนาจตัว
เองลงแต่ยังแฝงความอวดดีไว้ว่า
“สารวัตรกงซุนช่วยตรวจสอบบัตรประจำตัวไปยังต้นสังกัดที หากถูกต้องพวกเราจะได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เหมาะสมต่อไป”
ผู้กำกับหลี่ลอบปาดเหงื่อด้วยความหวาดกลัวหากว่าบัตรของเด็กสาวกลายเป็นบัตรจริงขึ้นมาตำแหน่งของเธอย่อมเทียบ
เท่ากับเขาได้ในทันทีถึงแม้ว่าตำแหน่งเริ่มต้นของเธอจะระบุไว้เพียงร้อยเอกก็ตาม
สารวัตรกงซุนนิ่งอึ้งตะลึงไปอย่างคาดไม่ถึงเขาไม่คิดว่าเรื่องที่เคยรู้มาเกี่ยวกับกองกำลังพิเศษ ซึ่งมีแต่เจ้าหน้าที่เก่งกาจเหนือกว่าทหารหรือตำรวจทั่วไปจะกลับกลายเป็นว่าเด็กสาวเป็นสมาชิกอยู่จริง
เขารีบรับบัตรมาจากผู้กำกับแล้วเชื้อเชิญทั้งสามคนให้นั่งบนโซฟาอย่างรู้หน้าที่ก่อนที่จะเดินไปโทรศัพท์อีกด้านในห้องเพื่อปล่อยให้ทั้งสามคนได้เจรจากับผู้กำกับไปพลาง
สักพักหนึ่งสารวัตรกงซุนรีบกลับมารายงานต่อผู้กำกับโดยเขาเหลือบมองเห็นชัดเจนว่าคนทั้งหมดยังไม่มีใครเอ่ยสนทนาสิ่งใดต่อกันสักคำว่า
“รายงานท่านผู้กำกับบัตรจริงครับ เป็นสมาชิกใหม่ที่เพิ่งรับเข้าไป อีกคนเป็นน้องชายเธอด้วยครับ”
เขารีบรายงานถึงสถานะของสมาชิกกองกำลังพิเศษอีกคนเพื่อให้ผู้กำกับได้รับรู้ถึงความสำคัญและอำนาจของครอบครัว
เด็กสาวพลางลอบปาดเหงื่อและคิดอย่างกังวลใจว่า
‘ซวยแน่เลยร้อยเอกเหอดันเจอตอเบ้อเริ่มเทิ่มขนาดนี้ งานนี้ตัวใครตัวมันนะ ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้แล้วไม่รู้ว่าที่ไปจับมา จะเป็นมือวางระเบิดจริงไหม?หากจริงก็ค่อยว่ากัน หากไม่ใช่ละก็ งานนี้นายอาจหลุดจากตำแหน่งได้เลย’
ผู้กำกับหลี่รีบเปลี่ยนท่าทีในการเจรจากับเด็กสาวเพื่อจบปัญหาโดยเร็วเขาไม่ต้องการถูกย้ายเพราะเรื่องนี้โดยเด็ดขาด เนื่องจากเมืองต้าเสิ้งเป็นบ้านเกิดของภรรยาที่ตั้งใจกลับมาดูแลพ่อแม่แก่ชราจึงสนทนากับเด็กสาวอย่างเป็นมิตรว่า
“สวัสดีเจ้าหน้าที่เสิ่นไม่นึกเลยว่าจะมาเยือนถึงที่นี่ เรื่องมือวางระเบิดโรงงานแอดวานซ์นั้นทางเราก็ต้องเร่งค้นหาคนร้ายตามคำสั่ง เดี๋ยวจะรีบสอบสวนและให้ความเป็นธรรมเองพวกเราจะไม่จับแพะแน่นอน ขอให้เจ้าหน้าที่เสิ่นวางใจได้แต่วันนี้คงต้องให้ตำรวจได้ทำการสอบสวนไปก่อนนะ หากผลการสอบสวนเป็นยังไงผมจะแจ้งกลับไปให้เจ้าหน้าที่เสิ่นรับรู้อีกที ตกลงไหม?”
ผู้กำกับหลี่มองเห็นชัดเจนว่าเสิ่นลี่อิงอยู่ในชุดนักเรียนของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งต้าเสิ้งฉะนั้นจึงคิดว่าเธอน่าจะให้ความสำคัญในการเข้าเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบเกาเข่าเหมือนเด็กคนอื่นจึงคิดที่จะยืดเวลาเพื่อให้การสอบสวนจบสิ้นกระบวนการแล้วค่อยรายงานให้เธอรับรู้ไปด้วยอย่างเข้าใจ
“ได้ค่ะแต่หวังว่าจะไม่มีการใช้กำลังกับถังเฟยสุ่ยนะคะ เขาไม่ใช่คนร้ายหรือผู้ต้องสงสัยหากจะยัดเยียดข้อหาให้เขา ต้องบอกเหตุผลและคำตอบที่ดีแก่ฉันได้”
เสิ่นลี่อิงเลือกที่จะข่มขู่ผู้กำกับหลี่อีกครั้งเธอไม่ต้องการให้เขาเล่นตุกติกภายหลัง จึงต้องปรามไว้ในทีอย่างรู้เท่าทัน
ผู้กำกับหลี่ยิ้มแห้งทันทีที่พบว่าเด็กสาวจากกองกำลังพิเศษมีความเฉลียวฉลาดและไม่ได้เคี้ยวง่ายๆ เหมือนอย่างที่คิดไว้ ทำให้เขาต้องคิดวางแผนหาคนร้ายใหม่อย่างรวดเร็วพลางกล่าวตอบรับเด็กสาวอย่างรู้หน้าที่ว่า
“ไม่ต้องเป็นห่วงผมจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ถ้างั้นผมจะได้สั่งการลูกน้องเริ่มทำงานเลยหวังว่าเจ้าหน้าที่เสิ่นจะเข้าใจนะ”
ผู้กำกับหลี่ตัดสินใจเอ่ยไล่เด็กสาวทางอ้อมเขาไม่ชื่นชอบเธอที่รู้เท่าทันจนทำให้เขาอึดอัดใจจึงต้องการให้เธอออกไปจากห้องทำงานโดยตรง
อนึ่งเขาต้องการโทรศัพท์ไปรายงานความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแต่เขารู้ดีว่าไม่สามารถเปิดเผยสถานะของเด็กสาวโดยตรงได้เพราะกองกำลังพิเศษมีวิธีในการเอาผิดกับเขาได้มากมายโดยที่คาดไม่ถึง
“ตกลงค่ะแล้วฉันจะรอฟังข่าวจากคุณนะคะ อ้อ!อีกเรื่อง.....พอดีฉันมือหนักไปหน่อย ลูกน้องของคุณทำร้ายถังเฟยสุ่ยก่อนฉันมาทันพอดีเลยตอบโต้เล็กน้อย หวังว่าจะไม่ถือสาอะไร”
เสิ่นลี่อิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเธอนึกขึ้นได้เรื่องทำร้ายร้อยตำรวจเอกเหอ จึงกล่าวถึงที่มาของเหตุทำร้ายนั้นอย่างไม่กังวลใจพลางคิดว่าผู้กำกับย่อมไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้
“เข้าใจแล้วไม่เป็นไรหรอก” ผู้กำกับหลี่นึกว่าเป็นการทำร้ายร่างกายเล็กน้อยเขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ขอบคุณมากค่ะ”เสิ่นลี่อิงกล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาท
เสิ่นลี่อิงส่งสัญญาณให้พ่อและถังกวางรับรู้ว่าการสนทนาจบสิ้นแล้วเธอลุกเดินออกจากห้องพร้อมพ่อและถังกวางทว่าเหลือบมองเห็นผู้กำกับและสารวัตรกงซุนจะเดินออกมาส่งอย่างเป็นกันเอง
เธอไม่ต้องการให้บรรยากาศเอิกเกริกเกินไปจึงเลือกที่จะบอกความต้องการ ก่อนเดินออกมาจากห้องของผู้กำกับกันเองว่า
“ไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะพวกเราไปกันเองได้”
……….
ผู้กำกับหลี่และสารวัตรกงซุนพยักหน้าเข้าใจพวกเขาปล่อยให้เสิ่นลี่อิงเดินออกไปจากห้องพร้อมชายสองคนเอง
เมื่อทั้งสามคนพ้นหน้าห้องไปสักพักแล้วผู้กำกับหลี่สอบถามสารวัตรกงซุนอย่างร้อนใจเพราะรับรู้ได้ว่าจะต้องมีเรื่องราวว่นุวายเกิดขึ้นก่อนมาพบเขาแน่นอนว่า
“ว่าไงสารวัตรกงซุนเกิดเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นบ้าง?”
สารวัตรกงซุนยิ้มแห้งต่อหน้าหัวหน้าเขาตอบกลับตามจริงด้วยความรู้สึกหลากหลายที่มีต่อเด็กสาวคนสวยว่า
“จากที่พวกเราเคยรับรู้ข้อมูลของสมาชิกกองกำลังพิเศษมามันคงเป็นเรื่องจริงครับ เธอแข็งแกร่งเกินมนุษย์มนาเสียจริงเธอใช้พลังลึกลับซัดเสี่ยวเหอ กระแทกผนังห้องโถงจนสลบไปเลยครับไม่รู้ว่าป่านนี้จะฟื้นขึ้นมาหรือยัง?”
“อะไรนะ?!”ผู้กำกับหลี่ถามเสียงดังลั่นด้วยความตื่นตระหนก
เขาประหลาดที่เด็กสาวร่างผอมบางจะมีพละกำลังทำให้ลูกน้องมาใหม่ที่ร่างกำยำสูงใหญ่กว่าตัวเด็กสาวลอยไปกระแทกผนังห้องโถงได้พลางกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัวทันที
เขาโบกมือไล่ลูกน้องให้ออกไปพร้อมกำชับการสอบสวนที่จะมีขึ้นและงานด่วนที่ต้องเร่งหาตัวคนร้ายอย่างเคร่งเครียดแทนว่า
“เอาละ ออกไปทำงานได้แล้วอย่าลืมกำชับทุกคนให้เร่งหาตัวคนร้ายด้วย ไม่งั้นพวกเราอาจถูกเด้งกันทั้งหมด”
“เข้าใจแล้วครับ”สารวัตรกงซุนขานรับคำสั่งด้วยความเข้าใจ
เขารู้ดีว่าแรงกดดันไม่ได้เกิดจากเสิ่นลี่อิงคนเดียวทว่ามีมือลึกลับที่สั่งการให้ควานหาผู้รับผิดชอบเหตุระเบิดครั้งนี้ให้ได้ ซึ่งเป็นแรงกดดันจากทางเมืองหลวงที่มีผลต่อการทำงานของทุกคนที่นี่เป็นอย่างมาก
เมื่อสารวัตรกงซุนออกไปจากห้องทำงานแล้วผู้กำกับหลี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเจ้านายจากทางเมืองหลวงอย่างกังวลใจเขากล่าวรายงานโดยไม่ได้เอ่ยชื่อใครสักคนว่า
“เจ้านายครับผมหาแพะได้แล้ว แต่แพะมีคนช่วยสายแข็งทีเดียว ผมจะรีบหาใหม่ให้ได้โดยเร็วครับเจ้านายโปรดวางใจได้เลย ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ จะรีบทำงานนี้ให้เร็วที่สุดครับ”
ผู้กำกับหลี่ยกแขนขึ้นเช็ดเหงื่อที่ออกมาทั้งที่มีอากาศเย็นสบายทว่าเขาถูกกดดันรอบทิศทางจนเกิดความกังวลใจเพราะตำแหน่งที่มีอยู่อาจหลุดลอยไปให้คนอื่นพลางพึมพำอย่างหนักใจว่า
“ซวยจริง ๆ เลยนั่นก็เจ้านาย นี่ก็เจ้าหน้าที่เสิ่น มีแต่คนที่ฉันเล่นด้วยไม่ได้หาแพะใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ ตระกูลหลินก็เหลือเกิน น่าจะจบปัญหานี้ได้แล้วฉันจะไปรู้ได้ไงว่ามีศัตรูที่ไหนบ้าง? นี่มันยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก”
เขานวดหว่างคิ้วด้วยความหนักใจและได้แต่หวังว่าลูกน้องจะสามารถค้นหาแพะรับบาปได้ในเร็ววัน
เสิ่นลี่อิงให้ถังกวางอยู่รอรับลูกชายที่สถานีตำรวจเพราะมั่นใจว่าตำรวจน่าจะปล่อยตัวในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
“ลุงถังรอพี่ชายสุ่ยอยู่ที่โรงพักไปก่อนนะคะตำรวจคงสอบสวนไม่นาน”
“เข้าใจแล้วขอบใจมากนะอิงเอ๋อร์ เหลาคุนด้วย” ถังกวางกล่าวขอบคุณเพื่อนและลูกสาวเพื่อนอย่างซาบซึ้งใจ
จากนั้นเสิ่นลี่อิงให้พ่อมาส่งที่หน้าประตูโรงเรียนซึ่งใช้เวลาเสร็จสิ้นภารกิจไม่นานนัก จึงกลับมาทันเวลาไปกินอาหารกลางวันกับเพื่อนห้องห้าพอดี