ย่างเข้ายามเฉินรุ่งเช้าของอีกวัน รอยเท้าจำนวนมากประทับรอยบนพื้นดินกลางป่าไผ่ จินหยางยืนนิ่งอยู่ตรงกลางหลับตาใช้ความสามารถของเทียนคง ไม่นานก็ปรากฏภาพของหวังซุนใช้ทักษะท่าเท้าย่างก้าวพยัคฆ์ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด จินหยางค่อย ๆ ยกเท้าเหยียบไปที่รอยประทับบนพื้นทีละก้าว ทีละก้าว เกือบครึ่งเค่อเข้าก็เริ่มเร่งความเร็วอย่างเต็มกำลัง หวังซุนที่ตื่นขึ้นมาตอนเช้ามองหาจินหยางไม่เจอถึงแอบเข้าไปในป่าไผ่ เขาถึงกับตื่นใที่เห็นจินหยางใช้ทักษะท่าเท้าย่างก้าวพยัคฆ์ที่ตัวเขาเองแสดงให้ดูเมื่อวานได้อย่างชำนาญประดุจฝึกฝนมาหลายสิบปี น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาอาบสองแก้มด้วยความตื้นตัน เพราะการที่จินหยางทำเช่นนี้ได้มันยิ่งกว่าอัจฉริยะในรอบหลายร้อยปี เขาคิดจะกลับเข้าไปในบ้านเพื่อทำอาหารเช้า แต่ทว่าเขาต้องหยุดความคิดนั้นเสียก่อนที่เห็นจินหยางหยุดฝึกท่าเท้าก้าวเดินไปหยิบกระบี่ที่วางข้างต้นไผ่ ทันทีที่จินหยางเริ่มร่ายรำทักษะกระบี่จักรพรรดิ ใบไผ่ที่ร่วงเต็มพื้นก่อตัวหมุนวนรอบกายทันทีที่เด็กหนุ่มฟาดฟันกระบี่ออกไป ปราณกระบี่และใบไผ่พุ่งทะยานผ่านต้นไผ่หลายสิบต้นเป็รูพรุน ต้นที่อยู่ด้านหน้าถูกทำลายหักโค่นลง
จินหยางถึงกับตื่นใรีบวิ่งไปเก็บซากไม้ไผ่ที่หักโค่น หวังซุนเมื่อเห็นเช่นนั้นรีบปลีกตัวกลับเข้าไปในบ้านอย่างเร่งรีบ ทันทีที่เข้ามาด้านในเขารีบวิ่งไปค้นบางอย่างในหีบเหล็กตรงหัวเตียง เขาหยิบคว้าห่อผ้าสีเทาออกมา เมื่อเปิดออกมีคัมภีร์อยู่ในห่อผ้าถึงสามเล่ม เป็ทักษะฝ่ามือ เพลงเตะ และการใช้อาวุธลับ หวังซุนลูบคลำคัมภีร์ทั้งสามอย่างทะนุถนอม เพราะในอดีตก่อนที่เขาจะปะทะกับกลุ่มคนจากราตรีทมิฬ เขาได้พบคัมภีร์ทั้งสามในสุสานโบราณแห่งหนึ่งบนถ้ำบริเวณผาสูงในแคว้นเหอหนาน ที่นั่นเป็สุสานหลุมศพของยอดฝีมือผู้หนึ่งนามอู๋เจี๋ยที่โด่งดังเมื่อหลายร้อยปีก่อน ครั้งหนึ่งเขานำมันมาศึกษาแต่ทว่าก็หาได้สำเร็จแม้เพียงบทแรกของคัมภีร์ เพราะความเข้าใจของเขามีน้อยเกินไป แต่เมื่อเขาเห็นความเก่งกาจของจินหยางหลานชายของผู้มีพระคุณ เขามีความคิดที่จะมอบคัมภีร์ทั้งสามให้แก่จินหยาง
ครึ่งชั่วยามต่อมาจินหยางก็กลับเข้ามาในบ้าน ในระหว่างที่จินหยางกำลังทานอาหาร หวังซุนหยิบบางอย่างที่ช่องในอกเสื้อดึงออกมาเป็คัมภีร์สามเล่มวางเอาไว้บนโต๊ะข้างตัวจินหยาง
“นายน้อยขอรับ เมื่อในอดีตข้าพบเจอคัมภีร์สามเล่มนี้ในสุสานแห่งหนึ่งในแคว้นเหอหนาน”
จินหยางตื่นใไม่น้อยจ้องมองคัมภีร์ทั้งสามเล่มอย่างไม่วางตา
“มันคือคัมภีร์ทักษะอะไรเหรอขอรับท่านลุงหวังซุน?”
“คัมภีร์ทักษะฝ่ามือ เพลงเตะ และอาวุธลับขอรับ ส่วนชื่อของคัมภีร์ทั้งสามข้าไม่ทราบ”
จินหยางรีบลุกขึ้นก้มคารวะ
“ข้าจินหยางขอบคุณท่านลุงหวังซุนมากขอรับ ตอนนี้ข้าอิ่มแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวไปฝึกวิชาก่อนนะขอรับ”
หวังซุนหัวเราะชอบใจยกใหญ่
“อย่าหักโหมมากนะขอรับคุณชาย เพราะพรุ่งนี้ท่านต้องประลองกับซุนหม่าแล้ว”
“ขอรับท่านลุงหวังซุน”
จินหยางรีบวิ่งเข้าไปในป่าไผ่ เขาหันไปมองรอบกาย
“เทียนคง มีผู้ใดอยู่แถวนี้หรือไม่?”
“ข้าไม่พบเจอผู้ใดขอรับ”
“ดี เช่นนั้นเ้าเริ่มสแกนคัมภีร์ทั้งสามนี่เถอะ”
“ขอรับคุณชาย”
จินหยางเปิดคัมภีร์ทั้งสามอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นก็ซุกซ่อนเอาไว้ที่ช่องภายในอกเสื้อ ไม่นานก็ได้ยินเสียงเทียนคงเอ่ยวาจาออกมา
“คุณชาย้าโอนถ่ายคัมภีร์ฝ่ามือเมฆนภา เพลงเตะแปดทิศ หมื่นลักษณ์ หรือไม่ขอรับ? ตอนนี้ข้าได้ทำการแก้ไขคัมภีร์ทั้งสามเสร็จสิ้นแล้ว”
เขายืนครุ่นคิดบางอย่างไม่นานก็แสยะยิ้มออกมา
“รอก่อน ข้าจะโอนถ่ายคัมภีร์ทั้งสามพร้อมกับโอนถ่ายไปยังกล้ามเนื้อพร้อมกัน”
ชั่วน้ำเดือดจินหยางก็เดินเข้ามาภายในบ้านอีกครั้ง
“ท่านลุงหวังซุนขอรับ ข้าจะเก็บตัวฝึกวิชาทั้งสามภายในห้องพัก ไม่ต้องทำอาหารรอนะขอรับ”
“คุณชายจะปิดด่านฝึกวิชา?”
“ขอรับท่านลุงหวังซุน ข้าคงต้องศึกษาคัมภีร์ทั้งสามให้ดีเสียก่อนก่อนที่จะฝึกมัน”
“ได้ขอรับ พรุ่งนี้เช้าก่อนยามซื่อข้าจะเรียกคุณชายก่อนการประลอง”
“ขอรับท่านลุงหวังซุน”
จินหยางรีบเดินเข้าไปในห้องพัก เขาขึ้นไปนอนบนเตียงพร้อมกับนำชายเสื้อม้วนขึ้นมากัดไว้จนแน่น
“เทียนคงเริ่มโอนถ่ายขอมูล”
สิ้นเสียงกล่าว จินหยางก็รับรู้ถึงความเ็ปแล่นไปตามกล้ามเนื้อภายในร่าง ร่างกายสั่นสะท้านถึงการเปลี่ยนแปลง ชั่วน้ำเดือดเขาก็ไม่สามารถทนความเ็ปที่เกิดขึ้นได้สติค่อย ๆ จางหายไปอย่างรวดเร็ว
รุ่งเช้าหวังซุนเคาะประตูหน้าห้องพักของจินหยางเสียงดังลั่น ทันทีที่จินหยางเปิดประตูออกมากลิ่นเหม็นบางอย่างโชยออกมาจนต้องใช้มือปิดที่จมูก หวังซุนหรี่ตามองรูปร่างของจินหยาง เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่จินหยางมีรูปร่างแปรเปลี่ยนไป มีมัดกล้ามขึ้นอย่างสมส่วนเป็ลักษณะของผู้ฝึกยุทธมาเป็เวลานาน
“นายน้อยรีบไปอาบน้ำเถอะขอรับ อีกไม่นานใกล้จะถึงเวลาประลองแล้ว”
“ขอรับท่านลุงหวังซุน”
ทันทีที่จินหยางเดินออกไปจากห้องหวังซุนก็แอบเข้าไปในห้อง เขาตื่นใไม่น้อยที่พบเห็นคราบบางอย่างติดอยู่บริเวณผ้าปูเตียงและผ้าห่ม มันคือคราบสิ่งสกปรกที่ถูกขับออกมาจากร่าง
“นายท่านจินทั้งสองวางใจเถอะ ข้าจะส่งเสริมและช่วยดูแลนายน้อยเป็อย่างดี อีกไม่นานนายน้อยต้องเป็ยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงภายในยุทธภพเป็แน่”
หลังจากจินหยางอาบน้ำแต่งตัวเสร็จหวังซุนก็พาจินหยางไปยังลานกว้างกลางหมู่บ้าน พบเห็นผู้คนมากมายต่างออกมายืนรอชมการประลอง ซุนหม่าก้าวเดินเข้ามาในลานกว้างด้วยท่าทางมั่นใจ สายตาจับจ้องมองไปที่จินหยางอย่างไม่วางตา ด้านหลังติดตามมาด้วยบรรดาลูกน้องทั้งหมด หวังลู่เฉินก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับกระบี่ไม้สองเล่มในมือ เขาเดินไปตรงกลางลานวางกระบี่ไม้ทั้งสองเล่มบนพื้น ก่อนจะถอยหลังออกมาด้านนอกพร้อมกับหันไปมองจินหยางและซุนหม่า
“เพื่อเป็การประลองที่ยุติธรรม ข้าจึงได้วางกระบี่ไม้ทั้งสองเล่มเอาไว้บนพื้น พวกเ้าสามารถเลือกใช้กระบี่ไม้ที่วางตรงนั้นได้”
“เทียนคงเ้าเห็นเป็อย่างไรกับกระบี่ไม้ทั้งสองเล่ม?”
“เล่มที่อยู่ด้านหน้าของท่านตรงกลางของกระบี่มีโพรงขอรับ”
“คนพวกนี้หาได้มีความยุติธรรมั้แ่แรกอยู่แล้วสินะ”
จินหยางก้าวเดินไปหยิบกระบี่ด้านหน้าของตนที่มีโพรงขึ้นมาเขาหรี่ตามองไปที่ซุนหม่าที่แสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ส่วนซุนลู่เฉินยกยิ้มที่มุมปาก
“เอาในเมื่อพวกเ้าเลือกกระบี่ได้แล้วคงถึงเวลาการประลอง การประลองจะหยุดก็ต่อเมื่อมีผู้ใดผู้หนึ่งในพวกเ้ากล่าวยอมแพ้หรือหมดสติ หวังว่าพวกเ้าทั้งสองจะไม่ลงมือโเี้จนเกินไป เพราะอย่างไรเสียพวกเ้าทั้งสองก็ยังเป็คนของหมู่บ้านส่านเฟิง”
ซุนหม่าและจินหยางทั้งสองต่างเดินเข้ามาเผชิญหน้ากันตรงกลางลานกว้าง
“เริ่มทำการประลอง!!”
สิ้นเสียงกล่าวของซุนลู่เฉิน ซุนหม่าถีบเท้าพุ่งทะยานเข้าหาพร้อมกับฟาดฟันกระบี่ไม้ในมืออย่างเต็มกำลัง จินหยางหาได้ตื่นใตวัดกระบี่ไม้ในมือต้านรับ ปัก! ปัก! ปัก! กระบี่ไม้ทั้งสองปะทะกันได้เพียงสามครั้ง กระบี่ไม้ในมือของจินหยางก็หักสะบั้นกระเด็นร่วงลงพื้น ซุนหม่ายกยิ้มอย่างดีใจถีบเท้าพุ่งเข้าประชิดแทงกระบี่ในมือออกไปด้านหน้า จินหยางถีบเท้าะโตีลังกาไปด้านหลังด้วยทักษะย่างก้าวพยัคฆ์หมุนตัวเตะออกไปที่ข้อพับขาซ้าย เปรี้ยง! จากแรงปะทะซุนหม่าล้มลงไปกลิ้งกับพื้น จินหยางถีบเท้าพุ่งติดตาม ซุนหม่ารีบลุกขึ้นตวัดกระบี่สกัด จินหยางโยกตัวหลบไปทางซ้ายใช้กระบี่ไม้ที่หักในมือฟาดไปหัวไหล่ด้านขวาพร้อมกับหมุนตัวถีบเท้าซ้ายไปที่หน้าอกของซุนหม่าอย่างถนัดถนี่ เปรี้ยง! ซุนหม่ากระเด็นออกไปนอนสลบอยู่บนพื้น ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ จินหยางก้มลงหยิบกระบี่ไม้ของซุนหม่าขึ้นมาชูเหนือศีรษะ
“ข้าขอถามท่านซุนลู่เฉินบางอย่างได้หรือไม่ ท่านเอ่ยวาจาบอกกล่าวก่อนการประลองถึงความยุติธรรม แล้วเหตุใดกระบี่ไม้ทั้งสองเล่มในมือข้าถึงได้แตกต่างกันเช่นนี้ กระบี่ไม้เล่มที่ข้าเลือกมีโพรงอยู่ด้านในส่วนกระบี่ไม้ของซุนหม่าไม่มี หากท่านไม่อธิบายก็ไม่เป็ไรเพราะอย่างไรเสียการประลองในครั้งนี้ข้าก็เป็ฝ่ายชนะอยู่ดี”
ผู้คนทั้งหมดต่างได้ยินในสิ่งที่จินหยางกล่าว หรี่ตามองไปที่กระบี่ไม้ในมือของจินหยางพร้อมกับหันไปมองซุนลู่เฉินด้วยความสงสัย