ตอนที่สิบห้า
เหนือเดินนำขึ้นไปบนดาดฟ้า ก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ตรงกลางดาดฟ้าตัวเดิม เอี้ยวตัวกลับมามองแล้วยิ้มให้ผมที่เพิ่งก้าวขาออกจากประตูเข้าไปหามัน
“มีอะไรอยากพูดหรือเปล่า” เหนือเลิกหน้าถามขึ้น ก่อนที่ผมจะเดินไปหยุดลงตรงหน้ามัน ความรู้สึกแบบนี้เหมือนตอนที่เหนือเรียกผมขึ้นมาเอาไดอะรี่คืนไม่มีผิด
ถ้าไม่เกิดเื่เข้าใจผิดขึ้น ความสัมพันธ์ของผมกับเหนือจะเป็ไปในทางไหนกันนะ จะได้คบกันหรือได้แค่แอบชอบมันเหมือนเดิม
“ไม่มี” ผมตอบกลับเสียงอ่อน เอาเข้าจริงๆ ผมเตรียมตัวมาดีพอที่จะเริ่มต้นคุยเื่ของเรา แต่พอได้อยู่สองต่อสองแบบนี้แล้ว กลับพูดอะไรไม่ออกซะงั้น
“จริงเหรอแทน” เหนือโดดลงจากโต๊ะแล้วขยับมายืนตรงหน้า
“ไม่รู้สิ คิดไม่ออกเลยว่าจะพูดอะไรก่อนดี”
“ถ้ากูรู้เร็วกว่านี้อีกสักหน่อย ก็คงดี” ผมเลิกหน้าขึ้นมองเหนือด้วยความสงสัย ที่เหนือพูดมาแบบนี้แสดงว่าสิ่งที่ผมเคยพูดไปมันไม่เชื่อกันเลยสินะ
“ทำไม” ผมเลิกหน้าถามขึ้น พร้อมกับเหนือที่ยื่นมือมาจับไหล่ทั้งสองข้างของผมไว้
“คำตอบกูล่ะ”
“คำตอบอะไร”
“ไดอะรี่มึง” เหนือตอบกลับมาเสียงแ่ แล้วปล่อยมือออกจากตัวผมไป
“เอ่อ...” ผมแกล้งทำเป็นึกแล้วเอาแต่จ้องหน้า เหนือเห็นอย่างนั้นก็จ้องหน้าผมกลับไม่แพ้กัน
“ว่าไง” เหนือถามย้ำขึ้นอีกครั้ง ผมเลยโน้มตัวเข้าใกล้ ยกมือขึ้นคล้องคอเหนือไว้แล้วค่อยๆ ประกบริมฝีปากไปบนริมฝีปากเหนืออย่างแ่เบา แล้วละหน้าออกจากเหนืออย่างเชื่องช้า เพื่อเป็การตอบคำถามที่เหนือ้า
เหนือยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งทำลงไป มันใช้มือข้างหนึ่งมาประคองที่ต้นคอผมไว้ ส่วนอีกข้างเลื่อนลงมาโอบเอวแล้วค่อยๆ โน้มตัวลงมาประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากผมอย่างแ่เบาและค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนผมแทบทรงตัวยืนไม่ไหว
เหนือจูบผมอยู่อย่างนั้น แล้วยกตัวผมขึ้นนั่งบนโต๊ะ ลูบไล้ไปตามส่วนต่างๆ ของผม คล้ายกับว่าจะปลุกเร้าอารมณ์กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นเหนือละริมฝีปากออกไปแล้วจ้องหน้าผมอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบผมใหม่อีกครั้งและครั้งนี้
แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่จูบธรรมดาแบบก่อนหน้า เหนือสอดลิ้นแทรกเข้ามาในโพร่งปาก ตวัดลิ้นพัวพันแลกลิ้นกับผมไปมาอยู่อย่างนั้นจนผมเริ่มรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ ทำได้แค่ยกมือขึ้นดันอกเหนือไว้เพื่อให้มันรับรู้ แต่การกระทุกอย่างของเหนือต้องหยุดชะงัก เมื่อเสียงมือถือดังขึ้น
เหนือมองหน้าผมเหมือนกับยังอาลัยอาวรณ์ในสิ่งที่ทำอยู่ ผมเลยตีเข้าที่ไหล่มันไปอย่างหมั่นใส้
“ไม่รับหรือไง” ผมเลิกหน้าถามขึ้นเมื่อสายตาเหนือจับจ้องมาที่ผมอย่างไม่วางตา
“ขาว” ผมขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ เมื่อเหนือเอาแต่ยิ้มกรุ่มกริ่มให้แล้วยังอุทานคำว่าขาวนั่นอีก ถ้าผมไม่มองตามสายตาเหนือคงไม่รู้ว่าสิ่งที่มันมองอยู่คือหน้าทองแบนราบ
นี่เหนือปลดกระดุมเสื้อผมออกไปั้แ่ตอนไหนกันเนี่ย
เหนือละตัวออกจากผมแล้วแยกตัวออกไปยืนคุยที่มุมของดาดฟ้า ผมเอาแต่มองตามเหนือไปอย่างมีคำถามเต็มไปหมด มีอะไรที่ผมรู้ไม่ได้งั้นเหรอ เหนือถึงต้องเดินไปคุยไกลขนาดนั้น
ผมเลือกที่จะใส่กระดุมเสื้อไปอย่างเงียบๆ บางทีอาจเป็เื่ส่วนตัวที่เหนือไม่อยากให้ผมรับรู้ก็ได้ ว่าแต่เื่ส่วนตัวมันเื่อะไรกันละ ทำไมเหนือถึงดูมีความสุขกับการคุยขนาดนั้น
เหนือลืมไปหรือเปล่าว่าผมยังรอมันอยู่ตรงนี้ ก่อนหน้านั้นพวกเราทำอะไรกัน ทั้งที่ตอนแรกดูไม่อยากรับสาย แต่พอรับแล้วแทบไม่ได้สนใจผมด้วยซ้ำ นี่ผมควรยือรอเหนือคุยเสร็จหรือจะเอายังไงต่อดี
“โทษทีแทน ที่บ้านนะ” ผมยิ้มเจื่อนๆ ให้หลังจากเหนือเดินมาหยุดตรงหน้า แต่ทำไมผมถึงได้รู้สึกได้ว่าเหนือกำลังโกหก เหนือไม่ได้คุยกับที่บ้านอย่างที่ว่าหรอก
“มึงอ่านที่กูเขียนแล้ว” เมื่อผมเงียบไม่ได้ตอบโต้อะไร เหนือเลยเลิกหน้าถามขึ้นต่อ
“เมื่อกี้ คือ คำตอบที่กูขอ..” น้ำเสียงที่เหนือใช้ถามดูหนักแน่นมาก แต่สีหน้าที่แสดงออกมากลับตรงกันข้าม ดูเหมือนคนกำลังคิดหนักอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“อืม”
ผมรู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้มันไม่เหมือนกับสิ่งที่ผมคิดไว้เลย มันต้องมีความสุขไม่ใช่เหรอที่ได้สารภาพความในใจออกไปนะ ในเมื่อทั้งผมและเหนือต่างคิดเหมือนกัน ใจตรงกันขนาดนี้แล้ว แต่ทำไมผมถึงได้รู้สึกหน่วงขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก
“เหนือคบกันเถอะนะ/ขอโทษนะแทน” ผมหลับหูหลับตาสารภาพในสิ่งที่ควรจะทำมาตั้งนานแล้วออกไป พร้อมกับเหนือที่เอ่ยขึ้นมาแทบจะพร้อมๆ กัน
ผมได้แต่ยืนนิ่งๆ สมองขาวโพล่นไปหมด หลังจากได้ยินคำพูดนั้น นี่เหนือคงไม่ได้ปฏิเสธผมอยู่ใช่หรือเปล่า
จู่ๆ ผมก็รู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาพร้อมน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ จนต้องเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากให้เหนือเห็นว่าผมกำลังร้องไห้
“ขะ ขอโทษเื่อะไร” ผมเช็ดน้ำตาออกล้วกๆ พยายามทำเสียงให้เป็ปกติแล้วหันกลับมาถาม
“ทุกเื่” เหนือก้มหน้างุดลงพร้อมตอบกลับเหมือนไม่กล้าสู้หน้า
“เื่นี้ด้วยหรือเปล่า” เหนือพยักหน้าตอบกลับเบาๆ
“เพราะเธอคนนั้นเหรอ” เมื่อเหนือเอาแต่เงียบผมเลยถามขึ้นอีกครั้ง ด้วยคำถามที่ผมแทบไม่อยากจะเอ่ยออกไปเลยสักนิด
“ไม่เชิงหรอกแทน แต่กูกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ถึงเราคบกันก็คงไปไม่รอดอยู่ดี” สิ่งที่ได้ยินทำเอาผมได้แต่แค่นยิ้มขึ้น พร้อมปาดน้ำตาที่กำลังไหลลงมาที่แก้มทิ้งอย่างไม่ใยดี เอาแต่จ้องหน้าเหนือกลับอย่างผิดหวังในสิ่งที่ได้ยิน ก็แค่ไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรสักนิดถ้าจะคบกัน
“งั้นเหรอ ไม่ใช่ว่ามึงคบกับเธอแล้วหรือไง” คำถามของผมทำให้เหนืออึกอักเล็กน้อย แล้วดึงตัวผมไปกอดไว้แน่นเหมือนกำลังปลอบใจกัน แต่มันไม่ทันแล้วตอนนี้รู้สึกผมมันแย่ไปหมดแล้ว
“แทน”
“ช่างมันเถอะ กูหวังมากเอง ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเื่กูกับมึงยังไงมันก็เป็ไปไม่ได้” ผมพยายามผลักเหนือออกห่างจากตัว แต่เหนือกลับไม่ขยับสักนิดแถมยังกอดผมแน่นขึ้นกว่าเดิม
“มันไม่ใช่แบบนั้นแทน เป็เพราะกูต้องไปต่างประเทศจริงๆ” ผมส่ายหน้าไปมาทั้งที่หน้ายังซบอกเหนืออยู่อย่างนั้น
“ก็แค่ไปต่างประเทศ ทำไมถึงคบกันไม่ได้ละ มึงคบกับเธอแล้วก็แค่บอกมา” ผมตอบกลับไปอย่างคนพาล ไม่คิดเลยว่าผมจะกลายเป็คนไม่มีเหตุผลแบบนี้ไปได้
“เธอไม่ได้ผิดอะไรแทน มันผิดที่กูเอง” สิ่งที่เหนือพูด ทำผมอึ้งจนแทบพูดอะไรไม่ออก นี่เหนือกำลังปกป้องเธออยู่งั้นเหรอ ผมใช้แรงที่มีทั้งหมดผลักเหนือออกห่างจากตัวอีกครั้ง ทำให้ทั้งผมและมันต่างเซออกห่างจากกันเล็กน้อย
“งั้นเหรอเหนือ งั้นเอาที่มึงสบายใจเลย ขอบคุณแล้วกันที่บอกตรงๆ หวังว่าหลังจากนี้เราคงไม่ต้องเจอกันอีกนะ” ผมจ้องหน้าเหนือพร้อมพูดประโยคสุดท้ายออกไปอย่างตัดพ้อ
ผมคิดว่าถ้าได้คบกับเหนือ ผมจะบอกเื่ที่ต้องย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดให้มันรับรู้ แต่จบแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ต่างคนต่างไปจะได้ไม่ต้องมีอะไรค้างคาใจกันอีก ถึงมันจะแลกมาด้วยความเ็ปก็ไม่เป็ไร
“กูชอบมึงแทน ความรู้สึกที่กูมี ไม่ได้ต่างจากมึงเลยนะเว้ย” ผมได้ยินเสียงแว่วๆ ตามหลังมาแต่ผมไม่มีอะไรต้องสนใจเหนืออีกแล้ว คำพูดที่ได้ยินก็คงไม่พ้นคำโกหก
เพราะผมเดินลงบันไดมา เธอคนนั้นก็เดินสวนขึ้นไป คนที่เหนือคุยโทรศัพท์ด้วยแล้วยิ้มอย่างมีความสุข คนที่เหนือคอยปกป้อง เธอคือคนที่ผมรู้สึกอิจฉามากที่สุด
...
ค่ำคืนงานเลี้ยงผมเลือกที่จะเข้าร่วมแค่่แรกของงานเพราะต้องเช็คชื่อครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นก็ขอตัวกลับก่อน ทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเห็นภาพเหนือกับเธอคนนั้นอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
บวกกับสายตาเพื่อนร่วมห้องที่ต่างจ้องมองมาผม แม้ว่าจะรับรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวผมกันแล้ว แต่การปฏิบัติต่อผมก็ไม่ได้ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่ ผมเลยคิดว่าถ้ายังอยู่ในงานต่อไป เพื่อนๆ คงหมดสนุกกันแน่
“มิน กูกลับก่อนนะ” เห็นมินกำลังพูดคุยกับเดปแล้วไม่อยากเข้าไปขัด แต่ยังไงก็จะกลับแล้วต้องบอกมันให้รู้สักหน่อย
“รีบกลับจังแทน ไม่สนุกเหรอ” ผมเลือกที่จะพยักหน้าตอบ ถึงจะมีมินกับเดปที่คอยคุยด้วย แต่มันก็ทำใจให้สนุกและมีส่วนร่วมกับงานเลี้ยงไม่ไหวจริงๆ
“กลับไปเถอะ ถ้าอยู่แล้วไม่โอเค ก็ไม่จำเป็ต้องอยู่” เดปมองไปที่กลุ่มเพื่อน แล้วหันกลับมามองผมพร้อมพูดขึ้น
“เอางั้นเหรอ ยังไม่อยากให้กลับเลยแทน” มินหันมองเดปเล็กน้อย ก่อนจะเข้ามาเกาะแขนผมไว้แน่น
“ปล่อยแทนกลับเถอะมิน”
“ก็ได้” มินทำหน้ามุ่ยใส่เดปเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนจะปล่อยมือจากผมแล้วตอบกลับเสียงอ่อน
ถ้าไม่มีผมอยู่ด้วยพวกมันอาจจะสนุกมากกว่านี้หรือก็ได้ เพื่อนๆ คงเข้ามาเล่นด้วย เข้ามาพูดคุยด้วย พอรู้สึกว่าตัวเองอาจทำให้ทั้งสองหมดสนุกก็รู้สึกแย่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ผมเห็นเหนือโอบเอวเธอคนนั้นแล้วเผลอเบะปากอย่างลืมตัว ไม่ได้คบกัน แล้วต้องแตะเนื้อต้องตัวกันได้ขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ได้คบกันต้องคุยกันสนิทสนมขนาดนั้นเลยหรือไง
หลังจากคืนงานเลี้ยงผมก็พยายามเลี่ยง พยายามหลบหน้าเหนือตลอด ทำยังไงก็ได้ที่จะไม่ต้องเจอหน้ากัน วันนี้ก็เหมือนกัน ขอแค่พิธีจบการศึกษาสิ้นสุดลง พ่อกับน้องก็จะมารับผมและเดินทางไปต่างจังหวัดทันที
“แทนถ่ายรูปกัน” มินเอ่ยขึ้นเมื่อพิธีจบการศึกษาสิ้นสุดลง ทุกคนต่างทยอยออกจากห้องประชุมไป เพราะมีผู้ปกครองมาร่วมยินดีและรอถ่ายรูปอยู่ด้านนอก
“ทุกคน มาถ่ายรูปรวมกันก่อนนะ” แต่ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยตอบอะไรมินไป หัวหน้าห้องก็เรียกเพื่อนร่วมห้องไปถ่ายรูปรวมกัน มินดันตัวผมเข้าไปร่วมกลุ่มกับเพื่อนๆ เมื่อผมทำท่าจะไม่เดินเข้าไป
“มิน” ผมกำลังจะเดินตรงไปที่เหนือ เพราะคิดว่านี่คงเป็ครั้งสุดท้ายแล้วที่ได้เจอกัน ขอแค่ได้ถ่ายรูปใกล้เหนือสักรูปก็ยังดี แต่เสียงที่เรียกชื่อมินขึ้น ทำให้ผมต้องชะงักแล้วหันกลับไปมองอย่างไม่ชอบใจ
“อ้าววิว มาหาเหนือละสิ” บีมถามขึ้น ก่อนจะดึงมือเธอเข้าไปหยุดลงตรงหน้าเหนือ
“อืม” เธอตอบแล้วยิ้มออกมาอย่างเขินๆ ทำให้เพื่อนๆ ในกลุ่มเหนือต่างโห่แซวอย่างชอบใจกับท่าทีของเธอ
“ถ่ายรูปกับห้องเรามั้ยวิว” เพื่อนคนหนึ่งถามเธอขึ้น พร้อมกับเธอที่โบกมือปฏิเสธ แต่เป้กับซันช่วยกันดึงตัวเธอเข้าไปยืนข้างเหนือ แล้วจับมือเหนือขึ้นโอบไหล่เธอไว้ เหนือเองก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธหรือห้ามในสิ่งที่เพื่อนทำสักนิด
“โอเคงั้น จะถ่ายแล้วนะ ฝากด้วยค่ะครู” หัวหน้าเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะฝากกล้องให้ครูช่วยถ่ายแล้วรีบวิ่งเข้ามาในเฟรม
“แทน โอเคหรือเปล่า” มินถามขึ้น เมื่อเห็นว่าผมเอาแต่มองไปที่เหนือตลอด ผมคิดว่าจะได้ยืนใกล้เหนือในโอกาสสุดท้ายแบบนี้ กลับต้องมายืนอยู่ขอบสะงั้น
“ถ่ายรูปรวมห้องก่อนดีมั้ย อยากได้แค่รูปเพื่อนร่วมห้อง” อยู่ๆ เดปก็เอ่ยขึ้นเสียงแข็ง ทำให้เพื่อนๆ ที่กำลังแอคท่าถ่ายรูปกันอยู่ต้องชะงักและมองหน้ากันไปมาอย่างเลิกลั่ก
“ขอโทษนะ วิว ช่วยถ่ายให้หน่อยนะ” หัวหน้าได้ยินอย่างนั้นก็รีบวิ่งไปขอกล้องคืนจากครู เดินกลับมาหยุดที่ตรงหน้าวิวพร้อมขอให้เธอช่วยถ่ายรูปให้แทน
“ดะ ได้สิ” เธอตอบตะกุกตะกักแล้วยิ้มเจื่อนๆ ให้หัวหน้า ก่อนจะเดินไปตำแหน่งที่ยืนถ่ายรูป
“หนึ่ง สองสาม ชีท เปลี่ยนท่าๆ หนึ่ง สอง สาม....” พวกเขาถ่ายอยู่สองสามรูป ก่อนจะแยกย้ายกันไปถ่ายกันเอง ส่วนรูปถ่ายรวมหัวหน้าอาสาจะส่งให้ในแชท กลุ่มตามหลัง