บทที่ 20
อสุรกายั์ร่างมนุษย์
อสุรกายั์ร่างมนุษย์หยุดนิ่งมาได้สิบกว่านาทีแล้ว เืที่ไหลออกมาจากตัวมันก็แห้งสนิทแล้ว ฉันไม่เข้าใจเหมือนว่าทำไมมันถึงไม่ลงมือทำอะไรเลย
“มันคงไม่ได้เตรียมพร้อมร่างกายอยู่หรอกนะ” ฉันถามยูมิที่ยืนมองร่างอสุรกายั์อยู่ข้างๆ ฉัน
“ไม่รู้สิคะ บางทีมันอาจจะรักษาแผลอยู่ก็ได้”
“เราควรเอายังไงกับมันดี ทุกครั้งที่โจมตีพอเืมันไหล กลิ่นเหม็นเน่าก็รบกวนการเคลื่อนไหวของพวกเราจนแทบรวบรวมพลังไม่ได้เลย”
“บางทีไอ้เืนี่อาจมีความสามารถขัดขวางการรวมพลังของผู้กล้าก็ได้นะคะ”
ฉันจ้องมองอสุรกายั์ร่างมนุษย์อย่างจนปัญญา ไม่มีทางไหนฆ่ามันได้ในครั้งเดียวเลยหรือไง
“ฉันจะลองใช้ท่าขีปนาวุธดู เธอหลบไป”
ฉันบอกยูมิแล้วเริ่มตั้งท่าเตรียมยิงขีปนาวุธ
เมื่อฉันรวบรวมพลังสำเร็จก็ยิงขีปนาวุธออกไป เสียงะเิดังขึ้นพร้อมกับเศษชิ้นเนื้อของร่างอสุรกายั์สาดกระเซ็นไปทั่ว
“ดูเหมือนจะได้ผลนะคะ”
ร่างอสุรกายั์ทรุดลงนอนจมกองเื มันยังคงไม่ขยับไปไหน ไม่รู้เพราะอะไร แต่ที่แน่ๆ มันยังไม่ตาย
“ไม่ไหว ล้มมันไม่ได้”
“เอาไงดีล่ะคะ”
ใน่ที่พวกฉันหารือกันอยู่นั้น จู่ๆ เ้าอสุรกายั์ร่างมนุษย์ก็เริ่มขยับขึ้นมา มันกวาดเอาเครื่องในที่ตกอยู่บนพื้นยัดกลับเข้าไปในช่องท้องแล้วลุกขึ้นยืน
“ผะ แผลของมันสมานกันแล้วค่ะ!”
ฉันเบิกตาค้างเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า อสุรกายั์รักษาแผลตัวเองได้ไวยิ่งกว่าพวกเรากินยาฟื้นฟูร่างกายถึงสิบเท่า!!
“แบบนี้ไม่ดีแน่ ถ้าล้มมันไม่ได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว มันก็จะฟื้นฟูตัวเองแล้วสู้ใหม่ได้อีก”
“ตายแน่ๆ พวกเราตายแน่ๆ เลยค่าาา”
ยูมิแตกตื่นจนลนลานไปหมด ฉันจับมือเธอไว้ บอกว่าจะไม่เป็ไร ยูมิถึงค่อยสงบลง
“เราต้องหาจุดอ่อนมันให้เจอ”
“ถ้าเป็มนุษย์ จุดที่อ่อนแอที่สุดก็คือสมองไงคะ”
“ฉันจะลองยิงขีปนาวุธใส่หัวมันดู เธอถ่วงเวลาให้ที”
“รับทราบค่า!”
ยูมิออกไปรบแนวหน้า ใช้ลูกเตะผู้กล้าโจมตีใส่อสุรกายั์ร่างมนุษย์แล้วก็เริ่มชกมันตามจุดต่างๆ เพื่อหาจุดอ่อนจุดอื่น
แต่ดูเหมือนอสุรกายั์จะไม่ยอมให้หาเจอง่ายๆ มันเริ่มตอบโต้ยูมิกลับด้วยการใช้มือปัดไปมาราวปัดแมลงวันน่ารำคาญ
ฉันที่รวบรวมพลังจนสร้างขีปนาวุธสำเร็จ กำลังเตรียมจะยิงออกไป ทว่าอสุรกายั์ร่างมนุษย์สังเกตเห็นฉันก่อน มันเตะรถบรรทุกคันหนึ่งมาใส่ฉัน
รถบรรทุกคันใหญ่ลอยละลิ่วมาหาฉันอย่างรวดเร็ว ไม่ทันรู้ตัวฉันก็เผลอยิงขีปนาวุธทำลายรถบรรทุกเพื่อปกป้องตัวเองไปซะแล้ว
แต่ยังไม่จบเท่านั้น อสุรกายั์ร่างมนุษย์พุ่งตรงเข้ามาหาฉัน มันใช้เท้าใหญ่ั์นั้นเตะร่างฉันจนสุดแรง
“เสร็จกัน!!”
อัก!!
ความเสียหายที่ฉันได้รับรุนแรงเกินกว่าที่ชุดผู้กล้าจะรับไหว ฉันได้ยินเสียงแตกหักและสลายหายไป เมื่อร่างของฉันร่วงหล่นลงกระทบพื้น ฉันก็รับรู้ได้ในทันทีว่าชุดผู้กล้าของฉันเสียหายจนสลายไปแล้ว
“คุณโนกิ!!”
ยูมิพุ่งตรงเข้ามาดูอาการของฉันด้วยสีหน้าปานจะร้องไห้
ฉันพยายามบอกเธอว่าไม่เป็ไร แต่ความเ็ปที่เล่นงานทำให้ฉันไม่สามารถพูดคำใดออกไปได้
“ไม่เป็ไรนะคะ ฉันจะรีบพาคุณกลับเข้าไปในกำแพงเดี๋ยวนี้แหละค่ะ!!” ยูมิใช้วิทยุสื่อสารติดต่อหาไมยะแล้วรีบสั่งการ “ไมยะคะ ฉันจะพาคุณโนกิกลับเข้าไปในกำแพง ช่วยเตรียมการรักษาโดยด่วนเลยค่ะ!!”
ยูมิอุ้มร่างไร้เรี่ยวแรงของฉันขึ้นแล้วะโหมายจะกลับเข้าไปในกำแพง ทว่าในจังหวะที่ลอยอยู่กลางอากาศนั้นไม่สามารถหลบการโจมตีใดๆ ได้ อสุรกายั์ร่างมนุษย์ใช้ฝ่ามือหนาั์ตบพวกเราหล่นลงพื้น
“อึก…!!”
ยูมิใช้ร่างกายของเธอรับแรงกระแทกแทนฉัน ทำให้ฉันที่อยู่ในอ้อมแขนไม่ได้รับาเ็เพิ่มมากนัก ทว่าในตอนนี้ชุดผู้กล้าของยูมิก็สลายไปแล้วเช่นกัน
เราทั้งสองคนไม่มีพลังป้องกันเหลืออีกต่อไปแล้ว!!
“มากันได้แค่นี้อย่างนั้นเหรอ”
ฉันไอโครกออกมาเมื่อความจุกที่กัดกินร่างกายคลายลง ยูมิเองก็พยายามสูดอากาศเข้าปอดอย่างเต็มที่ เราทั้งคู่นอนหมดแรงอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง
อสุรกายั์ตัวนั้นมีพลังทำลายล้างเกินกว่าที่เราสองคนจะต่อกรไหว แทบไม่มีหนทางที่จะเอาชนะมันได้เลย
“คะ คุณต้องปลอดภัย” ยูมิเอื้อมมือมาจับพวงแก้มของฉันแล้วพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ฉะ ฉันจะปกป้อง...คุณ”
“ยูมิอย่าเพิ่งหลบนะ ยูมิ!!”
ฉันเอื้อมมือไปเขย่าตัวยูมิ แต่เธอก็ไม่ตื่น ศีรษะของเธอมีเืไหลออกมาไม่หยุด ฉันตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นาแนั้น
“ไม่นะยูมิ ไม่!!”
ฉันะโเรียกยูมิพลางร้องไห้อย่างคนเสียสติ
ทำยังไง ฉันต้องทำยังไง ยูมิ ยูมิกำลังจะตาย ใครก็ได้ช่วยด้วย!!
“ระบำเพลิงคุโนคิจิ!!”
เสียงร้องคำรามของเด็กหนุ่มจากที่ไหนสักที่ดังขึ้นพร้อมๆ กับเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ
“กรร!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนของอสุรกายั์ร่างมนุษย์ดังขึ้นก่อนจะถูกเปลวเพลิงนั้นแผดเผาจนมอดไหม้ไป
“ไม่เป็ไรใช่ไหม”
เด็กหนุ่มคนนั้นร่อนลงพื้นมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉัน เขาเป็เด็กหนุ่มที่มีร่างกายสมกับความเป็ชาย ทั้งสูง ทั้งคล่องแคล่วและดูแข็งแรง เรือนผมสีแดงของเขาเป็สีเดียวกับั์ตาคู่นั้น เป็สีของเปลวไฟที่ร้อนระอุ เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉัน ใช้จมูกโด่งนั้นดมฟุดฟิดแล้วค่อยยักยิ้มมุมปากอย่างโล่งใจ
“ดูทรงแล้วเธอยังปลอดภัย แต่เพื่อนของเธอท่าจะไม่ไหว”
เด็กหนุ่มคนนั้นปลดชุดผู้กล้าสีแดงสลับขาวออก ก่อนจะสวมมากาทามะของเขาให้ยูมิ
“ข้าขอยืมพลังของเทพแห่งอัคคีจงปกป้องร่างกายของเด็กสาวคนนี้ด้วยเถิด”
บทสวดนั้นแสดงผลในทันที ร่างกายของยูมิถูกห่อหุ้มด้วยชุดผู้กล้าสีแดงเพลิง
“เท่านี้เพื่อนเธอก็จะเืไม่ไหลเพิ่มแล้ว ฉันจะพาเพื่อนเธอเข้ากำแพงไปก่อน ส่วนเธอฉันจะมารับทีหลัง ระหว่างนี้ทานยาฟื้นฟูรอไปก่อนแล้วกัน”
เด็กหนุ่มคนนั้นโยนยาฟื้นฟูมาให้ฉันสองเม็ด จากนั้นเขาก็อุ้มร่างยูมิพาเข้าไปในกำแพง ฉันกลืนยาฟื้นฟูเข้าไปแล้วได้แต่นอนร้องไห้
มันเป็ครั้งแรกเลยที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์ แค่จะปกป้องเพื่อนยังทำไมได้
ยูมิต้องาเ็ เธอเกือบตาย พลังผู้กล้าที่ฉันมีแทบทำอะไรไม่ได้เลย
“จะนอนร้องไห้อีกนานไหม”
เด็กหนุ่มคนนั้นยืนเท้าสะเอวมองฉันด้วยสีน่าสมเพช เขาแค่นยิ้มแล้วอุ้มฉันพาเข้าไปในกำแพงโดยไม่สนว่าฉันจะพูดแก้ตัวอะไรออกไป
เมื่อฉันเข้ามาในเขตอาคม ฉันก็เห็นไมยะกำลังปฐมพยาบาลยูมิอย่างเต็มที่
“ฉันให้ยูมิทานยาฟื้นฟูไปแล้วค่ะ อีกไม่นานเธอจะดีขึ้น ต้องขอบคุณชุดผู้กล้าของ ‘เขา’ ที่ช่วยพยุงร่างกายของยูมิเอาไว้ เืก็เลยหยุดไหล อีกเดี๋ยวรถพยาบาลมา เราจะส่งตัวยูมิให้ทางโรงพยาบาลดูแลต่อไป ไม่ต้องเป็ห่วงอะไรแล้วนะคะ ยูมิปลอดภัยแล้ว”
“ปลอดภัยแล้วสินะยูมิ...ฮึก”
ฉันทรุดลงนั่งแล้วร้องไห้กอดร่างของยูมิเอาไว้ ไออุ่นของเธอ เสียงลมหายใจของเธอ เป็สิ่งเดียวที่ฉันกลัวว่ามันจะหายไป
ขอโทษนะยูมิ ขอโทษที่ปกป้องเธอไม่ได้ ขอโทษ...
“ไม่ต้องร้องนะคะคุณโนกิ ยูมิปลอดภัยแล้ว” ไมยะลูบหลังฉันอย่างปลอบใจ
“เอาล่ะๆ หมดหน้าที่ของฉันแล้ว ขอตัวล่ะ” เด็กหนุ่มคนนั้นตั้งท่าจะเดินจากไปเมื่อเห็นว่าไม่มีธุระต้องอยู่ต่อแล้ว
“โปรดรอก่อนค่ะ” ทว่าก็ถูกไมยะรั้งไว้
“หืม?” เด็กหนุ่มคนนั้นยักคิ้วขึ้นสูง เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยุดรอฟัง
“ท่านอิสึมิ มิโกะลำดับที่หนึ่งเชิญเท่าเข้าพบที่ตำหนักศาลเ้าอิสึมิเป็การเร่งด่วนค่ะ”
“ฉันต้องทำตาม?”
“หากยังอยากรักษาชีวิตเพื่อนของคุณเอาไว้ ได้โปรดทำตามด้วยเถอะค่ะ”
“หึ” เด็กหนุ่มคนนั้นยกยิ้มมุมปากแล้วยอมเดินไปยังศาลเ้าอิสึมิ
ฉันไม่เข้าใจหรอกว่าเขาโผล่มาจากไหน มีความตื้นลึกหนาบางยังไง แต่อย่างน้อยวันนี้พวกเรารักษาชีวิตเอาไว้ได้ ทั้งฉันและยูมิปลอดภัย แค่นี้ก็ขอบคุณที่เขาช่วยเราเอาไว้มากแล้ว
รายงานการต่อสู้ครั้งที่ 3
สรุปผลการต่อสู้
ผู้กล้าทั้งสองทำภารกิจช่วยเหลือขบวนอพยพได้สำเร็จ แต่ไม่สามารถต่อกรกับอสุรกายั์ร่างมนุษย์ที่วิวัฒนาการขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ทั้งคู่ได้รับาเ็กันค่อนข้างมาก
รายงานการได้รับาเ็
คุณไฮบิสุ ยูมิ ได้รับาเ็สาหัสบริเวณศีรษะ เบื้องต้นได้รับยาฟื้นฟูแล้ว ตอนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
คุณฮาซูโนะ โนกิ ได้รับาเ็จากการกระแทกเป็ส่วนใหญ่ มีอาการบอบช้ำ แต่ไม่มีเืคั่งในส่วนต่างๆ ของร่างกาย กระดูกไม่ได้รับความเสียหาย ใช้ยาฟื้นฟูสามถึงสี่วันก็กลับเป็ปกติ
รายงานทักษะการต่อสู้
คุณฮาซูโนะ โนกิ สำเร็จท่า ‘ฝนดอกบัว’ ที่ท่านอิสึมิแนะนำไป
คุณฮาซูโนะ โนกิ สำเร็จท่า ‘ปราการแห่ง์’ ซึ่งเกิดจากการฝึกฝนตนเองล้วนๆ
คุณไฮบิสุ ยูมิ สำเร็จท่า ‘รัวะุหมัด’ ซึ่งเกิดจากการฝึกฝนตนเองล้วนๆ
รายงานการใช้ชุดผู้กล้า
มากาทามะ (รุ่นที่1) สามารถรับการโจมตีจากอสุรกายั์ร่างมนุษย์ได้เพียงครั้งเดียวแล้วสลายไป
รายงานการใช้ยาฟื้นฟู
ยารักษา (รุ่นที่1) ทำงานได้เหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
จบการรายงาน
ไมยะ มิโกะลำดับที่สิบสอง