ฮั่วหนานอันนั่งพิงหัวเตียง มองบุตรสาวคนเล็กผ่านหน้าต่างห้องนอน ท่าทางยืนมองต้นไม้ด้วยความโศกเศร้าอยู่นานสองนาน ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาเป็อย่างมาก โทษตัวเองที่ทำให้ครอบครัวต้องมาตกระกำลำบากในชนบท
“นายท่านดื่มยาก่อนขอรับ” เสี่ยวเฟิงยกถ้วยยาต้มเข้ามาให้เ้านาย
ฮั่วหนานอันมองยาต้มที่ต้องใช้เงินหลายตำลึงแลกมันมา ความลำบากทำให้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของเงินอย่างแท้จริง
“ระวังร้อนนะขอรับ” เสี่ยวเฟิงช่วยประคองถ้วยเข้าไปใกล้เ้านาย
ฮั่วหนานอันใช้มือข้างที่สามารถใช้งานได้รับถ้วยยาจากเสี่ยวเฟิง ยารสขมกำลังผ่านริมฝีปาก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา
“ท่านพ่อ! ข้าอยากเป็บุตรสาวขุนนาง”
พรู๊ดดดดด!
ยาต้มรสขมถูกพ่นออกจากปากของฮั่วหนานอัน เพราะคำพูดของบุตรสาว
เสี่ยวเฟิงยกมือขึ้นลูบใบหน้า ยาทั้งหมดที่ถูกนายท่านสามพ่นออกมาเปรอะเปื้อนไปทั้งใบหน้าของตน ไหลลงตามลำคอจนหายเข้าไปในร่มผ้า
“เ้าว่าอะไรนะ!” ถามย้ำกับบุตรสาวอีกรอบ กลัวว่าสิ่งที่ได้ยินจะผิดเพี้ยนไป
“ท่านพ่อ! ข้าอยากเป็บุตรสาวขุนนาง”
ฮั่วิจูย้ำข้อความเดิม นางตัดสินใจแล้วว่าจะต้องเคี่ยวเข็ญบิดาเข้าสู่ราชสำนักให้จงได้ เพื่อสกุลฮั่วจะได้ไม่ตกเป็รองสกุลหลี่
“เ้าบ้าไปแล้วหรือ บิดาผู้นี้ของเ้า มิได้เก่งกาจเื่กิจการบ้านเมือง ก้าวเข้าสู่ราชสำนักก็เหมือนเดินเข้าถ้ำพยัคฆ์”
อุตส่าห์หลบหลีกจากราชสำนัก บุตรสาวกลับวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่าอยากเป็บุตรสาวขุนนาง
โธ่เอ๊ย! ยัยหนูน้อย เ้า้าส่งบิดาของตนเองไปตายหรืออย่างไร
ฮั่วิจูทราบดีว่าบิดาของนางเป็บุคคลที่เก่งกาจผู้หนึ่ง เพียงแต่ไม่ชอบความวุ่นวายในราชสำนักก็เท่านั้น
ในบรรดาบุตรชายสามคนของเหลียงอ๋อง บุตรชายคนโตและบุตรชายคนรองเข้าร่วมกองทัพั้แ่ยังเยาว์ เชี่ยวชาญในด้านการศึกมีวรยุทธ์แข็งแกร่ง
ผิดกับบุตรชายคนที่สามที่ไม่ยอมเข้าร่วมกองทัพ พร้อมให้เหตุผลว่า้าเป็มันสมองของสกุลฮั่ว
บุรุษในสกุลฮั่วล้วนปักหลักอยู่ชายแดนและในค่ายทหาร พอฮั่วหนานอันแจ้งความประสงค์ เหลียงอ๋องจึงคิดว่า ถ้ามีบุตรชายสักคนเป็ขุนนางฝ่ายบุ๋น ปักหลักอยู่ในเมืองหลวงคงเป็เื่ดีแก่สกุลฮั่ว จึงสนับสนุนให้บุตรชายคนที่สามศึกษาตำราอยู่ในเมืองหลวง ไม่ต้องเข้าร่วมฝึกฝนในกองทัพ
เหลียงอ๋องพยายามเชิญอาจารย์ที่เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ มาสอนบุตรชายคนที่สามถึงจวน และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง บุตรชายคนที่สามต่างได้รับคำชมจากอาจารย์ทุกท่าน สามารถสอบผ่านคว้าคุณวุฒิซิ่วไฉได้ั้แ่อายุสิบขวบ
นี่คือนิมิตหมายอันดี เหลียงอ๋องและพระชายาพึงพอใจกับความสามารถของบุตรชายคนที่สาม พยายามผลักดันบุตรชายคนนี้ต่อไป แต่ใครจะคาดคิดว่า ม้าดีกลับกลายเป็สุนัขในเวลาต่อมา
ในวันหนึ่ง ระหว่างร่วมงามชุมนุมบทกวีที่ทะเลสาปอู๋ฮวาไห่ ฮั่วหนานอันเกิดพลัดตกน้ำ บุตรชายที่วางตัวไว้เป็ขุนนางฝ่ายบุ๋น กลับกลายเป็ตัวอะไรก็มิอาจทราบได้ สอบรอบต่อไปไม่เคยทำข้อสอบผ่านแม้แต่ครึ่ง อาจารย์ที่เคยชื่นชมกลับส่ายหน้าแล้วยอมแพ้
หลังจากพยายามสอบถึงสองครั้งก็ไม่ผ่านระดับภูมิภาค ผู้คนบอกว่าบุตรชายคนที่สามของเหลียงอ๋องพลัดตกน้ำจนโง่เขลา ฮั่วหนานอันจึงออกเที่ยวเตร่ กลายเป็คุณชายเสเพลจนเลื่องชื่อลือกระฉ่อนไปทั่วเทียนอัน
เหลียงอ๋องกับพระชายาคิดว่า ที่บุตรชายต้องเป็แบบทุกวันนี้ เพราะอุบัติเหตุในครานั้น จึงยอมทำเป็มองข้าม
เหลียงอ๋องคิดปล่อยให้บุตรชายดื่มด่ำความสุขในเมืองหลวงอีกสักปี ก่อนจะนำตัวเข้าร่วมทัพ แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าบุตรชายสุนัขของตนจะทำลายชื่อเสียงของท่านหญิงอันหยางจนได้สมรสกัน
พอบุตรชายสมรสกับท่านหญิงอันหยาง องค์หญิงใหญ่ที่รักบุตรสาวดั่งแก้วตาดวงใจ สั่งห้ามไม่ให้สกุลฮั่วนำทายาทลำดับที่สามเข้าร่วมกองทัพ เพราะกลัวว่าบุตรสาวจะต้องเป็หม้าย ฮั่วหนานอันจึงได้เสวยสุขอยู่ในเมืองหลวงต่อ
“เหตุใดท่านจะเป็ขุนนางไม่ได้ ผู้อื่นยังสามารถเป็ขุนนางได้ ท่านต้องเป็ได้เช่นเดียวกัน”
“นี่เ้าลูกสุนัข เ้ากล้ามาเสียงแข็งใส่ข้าหรือ ข้าเป็บิดาของเ้านะ”
จิ้มหน้าผากบุตรสาวที่ยืนเท้าสะเอว พร้อมกับทำใบหน้าจริงจังว่า้าให้ตนเป็ขุนนาง
“ก็ใช่อย่างไรล่ะ ถ้าคนอื่นเป็บิดาข้า ข้าก็คงไม่มาร้องขอที่ท่าน”
ฮั่วหนานอันเห็นความจริงจังของบุตรสาว จึงขนลุกไปทั่วทั้งร่างกาย
“หมดสติไปหนนี้ สมองเ้าต้องกลับแน่ๆ ขุนนางมันเป็ง่ายเสียที่ไหน”
“กล่าวถึงระดับความสามารถของท่านแล้ว ต่อให้้าตำแหน่งจอหงวน[1]ท่านก็สามารถคว้ามันมาได้” ไม่มีผู้ใดรู้จักคนเบื้องหน้าดีเท่านางอีกแล้ว
ฮั่วหนานอันหัวเราะจนสั่นไปทั้งร่าง “เ้าประเมินบิดาของตนเองสูงเกินไปแล้ว บัณฑิตทั่วใต้หล้าล้วนหมายตาตำแหน่งนี้ ในใต้หล้านี้มีบุคคลเก่งกาจอยู่มาก บิดาเ้าจะเอาปัญญาจากที่ใดไปสู้กับคนพวกนั้น”
“เฮ้อ ท่านพ่อของผู้อื่นพยายามทำให้ลูกภูมิใจ เหตุใดท่านพ่อของข้าถึงได้ไร้ความสามารถเพียงนี้ พอกลับไปถึงเมืองหลวง ข้าคงต้องถูกคุณหนูพวกนั้นเหยียบย่ำอีกแน่ ข้ากับพี่สาวคงไม่มีหน้าออกไปพบปะกับบรรดาคุณหนูในเมืองหลวงอีกต่อไป”
ฮั่วิจูก้มหน้ามองปลายเท้า ไหล่เล็กๆ ตกราวกับว่ากำลังสิ้นหวัง ท่าทางดูคล้ายกับดอกไม้ที่กำลังเหี่ยวเฉาเสียไม่มี
“เ้าลูกสุนัข กล้าใช้ความน่าสงสารบีบบังคับบิดาของตนเองหรือ”
ดีดหน้าผากบุตรสาวเบาๆ แต่มันกลับเป็รอยแดง เห็นดังนั้นจึงรีบลูบรอยแดงให้จางหาย แทนที่รอยแดงจะจางหายกลับกลายเป็แดงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก มองไปทางประตูด้วยความร้อนรน กลัวภรรยาเข้ามาเห็นว่าตนทำให้บุตรสาวมีรอย
“ไม่ต้องมาจับหน้าผาก” ถอยห่างจากบิดา ใบหน้างอมีประกายบางอย่างผุดขึ้นมา
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้า้าเป็บุตรสาวของขุนนางจริงๆ นะเ้าคะ ถ้าท่านสอบเป็ขุนนางไม่ได้ ข้าจะนำความลับของท่านไปบอกท่านปู่”
บิดาคือกำลังหลักที่จะช่วยเหลือคนสกุลฮั่ว นางต้องเคี่ยวเข็ญคนเบื้องหน้าให้ได้ สกุลอื่นล้วนแข่งขันกันผลิตเมล็ดพันธุ์ดี เพื่อแย่งชิงตำแหน่งขุนนางในราชสำนัก แต่บิดาของนางกลับแตกต่างออกไป
“ความลับอันใด”
ฮั่วหนานอันเริ่มรู้สึกระแวงขึ้นมา บุตรสาวคนนี้สนิทกับตนมาั้แ่เด็ก ความลับของเขานั้นมีมากเหลือเกิน จนไม่รู้ว่าบุตรสาวจะหยิบยกเื่ใดมาขู่
“สาเหตุที่ท่านพ่อสอบเคอจวี่[2]รอบที่สองไม่ผ่าน มิใช่ว่าท่านความรู้ไม่ถึง แต่เป็ตัวท่านเองที่้าให้มันเป็แบบนั้น เพราะท่านไม่อยากรับราชการ”
“เ้าเด็กนี่ พูดจาเหลวไหลอันใดกัน!”
ฮั่วหนานอันขยับกายอย่างรวดเร็วจนลืมความเ็ป พยายามปิดปากบุตรสาว แต่นางกลับไหวตัวทันจึงขยับหนีได้
นี่เป็ความลับที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด เ้าเด็กคนนี้รู้ได้ยังไง ถ้าเื่นี้ไปถึงหูเหลียงอ๋อง รับรองได้ว่าเขาจะต้องโดนจับโยนลงสระน้ำในฤดูหนาวอย่างแน่นอน
“ข้ายังรู้อีกว่า ที่ท่านไม่ยอมเป็ขุนนาง เพราะกลัวว่าตนเองจะสู้ใต้เท้าฉู่ไม่ไหว” ฮั่วิจูใช้ยาแรงกับบิดา
ฉู่อวิ๋นหาน คือ บุคคลที่ราษฎรในเมืองหลวงยกย่องว่าเป็บุรุษที่ควรค่าแก่ตำแหน่งบุตรเขย ไม่ว่าจะเป็ชาติตระกูล รูปร่างหน้าตา ที่สำคัญคือความสามารถ ตำแหน่งจอหงวนในรัชศกหย่งอี้ ปีที่แปด ถูกเขาใช้ความสามารถคว้ามันไปได้
ในอดีต บุรุษที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถขนาดนี้เคยถูกอัครมหาเสนาบดีหวังหมายตาเป็บุตรเขย ทุกอย่างกลับต้องพลิกผันเพราะข่าวลือที่เกิดขึ้นระหว่างท่านหญิงอันหยางกับคุณชายสามสกุลฮั่ว
ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงที่ ฉู่อวิ๋นหานและท่านหญิงอันหยางถูกผู้คนมองว่าเป็คู่์สร้างกันมาั้แ่ยังเยาว์
ฮั่วหนานอันแอบหลงรักท่านหญิงอันหยางมาั้แ่ยังเยาว์ ด้วยความสามารถของฉู่อวิ๋นหานที่มีมากล้น ฮั่วหนานอันกลัวพ่ายแพ้จึงไม่ลงแข่ง
เหตุผลทั้งหมด มิใช่แค่ฮั่วหนานอันกลัวแพ้จึงไม่ลงแข่งในการสอบ มีเหตุผลอีกอย่าง คือการเบื่อหน่ายราชสำนักอันวุ่นวาย
บิดากับพี่ชายทั้งสองอยู่ในค่ายทหาร ถ้าสกุลฮั่วมีเพียงฮั่วหนานอันคนเดียวที่อยู่ในราชสำนัก เ้าตัวกลัวถูกพวกจิ้งจอกเ้าเล่ห์รุมฉีกทึ้งจนร่างกายแหลกละเอียด จึงไม่้าเป็ขุนนาง
สายตาของฮั่วหนานอันจ้องบุตรสาวเขม็ง “เ้ารู้เื่พวกนี้ได้อย่างไร” ตนไม่เคยบอกผู้ใดมาก่อน เพราะความลับนี้คือความลับที่เขาเก็บซ่อนไว้ในใจมาโดยตลอด ไม่เคยปริปากบอกผู้ใดออกไป
ฮั่วิจูเห็นความจริงจังและสงสัยของบิดาก็พยายามทำเป็ใจดีสู้เสือ เื่พวกนี้นางรู้มาจากการบอกเล่าของคนตรงหน้าเอง
ชาติที่แล้ว ตอนที่สกุลฮั่วเหลือพวกตนเพียงสองคน เพื่อไม่ให้นางเศร้าจนเกินไป บิดาจึงยอมเล่าเื่ขบขันของตนเองให้นางฟัง
ฮั่วิจูระลึกชาติได้ถึงยี่สิบชาติภพ แค่การพูดโกหกหาใช่อุปสรรคแต่อย่างใด บางชาติภพนางเป็ถึงนักต้มตุ๋นอันดับหนึ่ง เพียงพลิกลิ้นก็สามารถพลิกแผ่นฟ้าได้
[1] จอหงวน(状元) คือชื่อตำแหน่งของผู้ที่สอบได้อันดับ 1 ในการสอบคัดเลือกข้าราชการของจีนโบราณ
[2] เคอจวี่ (科举) หมายถึง การสอบเข้ารับราชการของจีนโบราณ แบ่งออกเป็ทั้งหมดสามรอบ
รอบที่หนึ่งเรียกว่า (秀才) อ่านว่าซิ่วไฉ เป็การสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่น
รอบที่สองเรียกว่า (举人) อ่านว่า จวี่เหริน เป็การสอบคัดเลือกระดับภูมิภาค
รอบที่สามเรียกว่า (进士) อ่านว่า จิ้นซื่อ ในรอบนี้จะเป็การสอบคัดเลือกหน้าพระพักตร์ จักรพรรดิจะเป็ผู้ทดสอบด้วยตัวเอง