ตอนที่ 3 ขายห้องพัก ต่อเติมบ้านเสริมความแกร่ง
หลังจากออกจากพื้นที่มิติ เธอพบว่ามีสายที่ไม่ได้รับหลายสิบสายในโทรศัพท์ และข้อความวีแชตอีกหลายร้อยข้อความ
เซียวิเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้น เธออยากรู้จริง ๆ ว่าลูกพี่ลูกน้องจะอยู่ได้โดยปราศจากเืของเธอเองหรือไม่
“นางสารเลว ในที่สุดแกก็จำวิธีรับโทรศัพท์ได้แล้วสินะ! การที่แกไม่ยอมบริจาคเืทำให้หนึ่งชีวิตต้องตาย ฉันจะแจ้งความแล้วปล่อยให้ตำรวจปะาชีวิตของแกซะ นางเด็กสารเลว!”
เซียวิเยวี่ยยกมือขึ้นปิดหู “เอะอะโวยวายอะไรขนาดนั้น แล้วใครเหรอที่ตาย?”
“ฉันสูญเสียเหลนชายหนัก 9 ชั่ง*[1] 8 ตำลึง*[2]ไปแล้ว! ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว ทั้งหมดเป็เพราะแกคนเดียวนางฆาตกร!”
คุณย่าสาปแช่งด้วยถ้อยคำรุนแรง
เซียวิเยวี่ยกินส้มแล้วตอบกลับอย่างใจเย็น
“น่าเสียดายจริง ๆ ทำไมเซียวฮ่วนฮ่วนถึงไม่ตายไปด้วยล่ะคะ?”
“นี่แกกล้าแช่งฮ่วนฮ่วนได้ยังไง แกมันไม่ต่างจากสัตว์นรกในคราบมนุษย์!”
“เป็ความผิดของเซียวฮ่วนฮ่วนเองที่ทำให้เด็กตาย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย? คุณหมอเตือนแล้วว่าร่างกายของหล่อนไม่เหมาะที่จะมีลูกคนที่สอง แต่หล่อนยืนกรานที่จะมีลูกให้ได้ ต่อมาคุณหมอแนะนำให้หล่อนกินน้อยลงในระหว่างตั้งครรภ์และควบคุมน้ำหนักตัวให้ดี หล่อนก็ยังดื้อรั้นที่จะกินเยอะเพื่อบำรุงเด็กจนตัวใหญ่ งั้นหล่อนก็สมควรได้รับผลที่ตามมาโดยการตกเือย่างรุนแรงระหว่างคลอด เด็กคนนั้นถูกเซียวฮ่วนฮ่วนฆ่าเองกับมือ”
เซียวิเยวี่ยหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า
“พวกคุณคิดว่าตราบใดที่มีฉันในฐานะถุงเืฟื้นฟู ก็จะสามารถเจาะเืของฉันไปได้ทุกเมื่อหากเกิดเื่ฉุกเฉินขึ้น แต่ทำไมฉันต้องยอมให้ทำแบบนั้นด้วย? ก็แค่กลุ่มคนโง่เขลาเบาปัญญาและบ้าอำนาจ จะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามายุ่งกับฉันอีก”
เธอกดวางสายในทันทีที่พูดจบ
บรรยากาศในห้องผู้ป่วยตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม หลังจากที่
เซียวิเยวี่ยวางสายโทรศัพท์ หญิงชราเป็ลมล้มพับเพราะความโกรธ
คุณลุงมีท่าทีโกรธเคืองและยังคงนิ่งเงียบ ขณะที่ป้าสะใภ้ก่นด่าไม่หยุดพลางหลั่งน้ำตาเป็สาย ทุกคนล้วนตำหนิเซียวิเยวี่ยที่ทำให้เด็กแรกเกิดเสียชีวิต ส่วนเซียวฮ่วนฮ่วนยังคงไม่ได้สติและอยู่ในหอผู้ป่วยหนัก โดยไม่รู้เลยว่าลูกที่คลอดออกมาได้จากไปแล้ว
เซียวิเยวี่ยไม่อยากรับผิดในเื่ดังกล่าว เวลานี้เธอกำลังยุ่งอยู่กับการคำนวณจำนวนเงินทั้งหมดในบัญชีธนาคาร
ในธนาคารแห่งประเทศจีนมี 2,680 หยวน ในธนาคารพาณิชย์อุตสาหกรรมแห่งประเทศจีนมี 5,600 หยวน และในบัญชีวีแชตอีก 0.58 หยวน
แค่นี้เองเหรอ?
เธอเป็นักศึกษามหาวิทยาลัย และมีเงินเก็บไม่มาก ทว่าเธอยังคงมีอะพาร์ตเมนต์
เด็กสาวลุกขึ้นยืนทันที เธอ้าขายชุดอะพาร์ตเมนต์สามห้องนอนที่เคยถูกครอบครัวลุงแย่งชิงไป และต้องรีบขายทอดตลาดให้เร็วที่สุด
อะพาร์ตเมนต์แห่งนั้นตั้งอยู่ใจกลางเมือง ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งยังอยู่ใกล้กับโรงเรียน โรงพยาบาล และซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ มันถือเป็ที่พักอาศัยที่คุ้มราคา ซึ่งทำให้ครอบครัวลุงอิจฉาอย่างมาก
อย่างไรก็ตามในปีที่สองของวันสิ้นโลกเกิดฝนตกหนัก อาคารสูงใจกลางเมืองล้วนจมอยู่ใต้บาดาลทั้งหมด ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยแถบนั้นไร้ค่า
เซียวิเยวี่ยเป็คนพูดจริงทำจริง เธอจึงลงมือทำทันที โดยขับรถตรงไปยังเขตซิ่งฝู ระหว่างทางเธอได้ติดต่อกับตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ช่วยเธอซื้อบ้านอีกด้วย
ตอนที่เซียวิเยวี่ยคุยโทรศัพท์กับย่าก่อนหน้านี้ เธอได้ยินเสียงแว่ว ๆ ของลูกพี่ลูกน้องชาย ดังนั้นสมาชิกครอบครัวทั้งหมดคงจะอยู่ที่โรงพยาบาล อีกอย่างเกิดเื่ใหญ่กับน้องสาวของเขาแบบนี้ แล้วเขาจะไม่ไปได้อย่างไร
เซียวิเยวี่ยแค่อยากจะฉวยโอกาสขโมยบ้านกลับมาในขณะที่ไม่มีใครอยู่
“คุณเซียว ้าขายจริง ๆ หรือครับ?”
ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์รู้สึกสับสน บ้านทำเลดีซึ่งหาจากที่ไหนไม่ได้อีก กลับมีคน้าขายทอดตลาดกะทันหัน
เซียวิเยวี่ยตอบกลับเสียงหนักแน่น “ค่ะ ฉันรู้ว่าราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้าน แต่ถ้าสามารถขายออกภายในสามวัน ฉันเรียกราคาแค่ 3 ล้านเท่านั้น คิดว่าอย่างไรคะ คุณจะรับเป็นายหน้าให้ไหม?”
เธอ้าเงินอย่างเร่งด่วน ดังนั้นจึงต้องยอมขายแบบขาดทุน หากราคาต่ำกว่าราคาตลาด 500,000 หยวน เช่นนั้นคงจะมีคนเข้ามาคว้ามันในไม่ช้า
นายหน้าเบิกตากว้างแล้วตอบกลับอย่างเร่งรีบ
“ตกลงครับ! อย่าว่าแต่สามวันเลย ถ้าผมลงประกาศขายบ้านในวันนี้ พรุ่งนี้คงจะมีคนเข้ามาติดต่อเยอะมากแน่นอน”
“ฉันมีคำขอเดียวเท่านั้น จะต้องชำระเต็มจำนวน” เซียวิเยวี่ยพูดเสียงเบา
“ได้เลยครับคุณเซียว”
พวกเขาเดินมาถึงหน้าอะพาร์ตเมนต์ระหว่างที่ทำข้อตกลง แต่กลับพบเครื่องใส่รหัสประตู…
เซียวิเยวี่ยรู้สึกโมโหอย่างเห็นได้ชัด นี่กล้าเปลี่ยนกุญแจบ้านคนอื่นงั้นเหรอ?
เธอหยิบค้อนที่เพิ่งใช้ซ่อมเล้าไก่ออกมาจากพื้นที่มิติ ทุบเครื่องใส่รหัสแหลกเป็ชิ้น ๆ แล้วผลักประตูเดินเข้าไป
“ไม่เป็ไรค่ะ เราเข้าไปได้แล้ว”
นายหน้าตะลึงงัน เธอเสกค้อนนั่นออกมาจากตรงไหนกัน?
ผู้หญิงที่ถือค้อนติดตัวออกไปข้างนอกแบบนี้ ไม่ใช่คนที่ควรเข้าไปยุ่งด้วยเลยจริง ๆ
เมื่อััได้ถึงปฏิกิริยาที่ผิดปกติของนายหน้า เซียวิเยวี่ยจึงหันไปอธิบายด้วยรอยยิ้ม
“พอดีลืมรหัสผ่านน่ะค่ะ”
นายหน้ากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากเย็นพลางมองดูเครื่องใส่รหัสประตูที่ถูกทำลาย เอาละ ในเมื่อเธอบอกว่าลืมก็คือลืม อย่างไรก็ตามบนโฉนดก็ยังเป็ชื่อของเธอ
ภายในห้องค่อนข้างเป็ระเบียบเรียบร้อย เซียวิเยวี่ยโทรเรียกบริษัทช่างทำกุญแจเพื่อเปลี่ยนกุญแจประตู จากนั้นจึงมอบกุญแจให้กับนายหน้าเพื่อให้เขาพาคนมาดูบ้าน
นายหน้าถ่ายวิดีโอภายในบ้านแล้วขอตัวออกไป เขามีท่าทีสุภาพตลอดเวลา ซึ่งทำให้เซียวิเยวี่ยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
หลังจากนั้นเธอได้ติดต่อบริษัทหวาโยวซึ่งเป็บริษัทปรับปรุงอาคารที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเผิงจิง บริษัทหวาโยวเป็บริษัทที่รักษามาตรฐานของคุณภาพเสมอมาและไม่ทำงานแบบมักง่าย นั่นคือเหตุผลที่เซียวิเยวี่ยไว้ใจเลือกใช้บริการ
เซียวิเยวี่ย้าต่อเติมบ้านพักหลังเล็กทางตอนใต้ของเมืองให้มั่นคงแข็งแรง เรียกได้ว่าเป็ป้อมปราการที่ไม่มีโจรสามารถบุกเข้าไปได้
หลังจากขับรถอีกสองชั่วโมงเพื่อกลับบ้าน หญิงกลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย ทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
“เปลี่ยนประตูรั้วทุกบานด้วยเหล็กกล้า ชนิดที่มีความสามารถในการป้องกันสูงสุดเท่าที่จะเป็ไปได้”
“บริษัทของเราเพิ่งจัดซื้อประตูกันขโมยเสริมโครงเหล็กแนวตั้ง 6 เส้นและแนวนอน 15 เส้น พวกมันต้านทานการะเิระดับสิบและมีความปลอดภัยสูง สนใจเป็สินค้าตัวนี้ไหมครับ?”
เซียวิเยวี่ยพยักหน้ารับ “เช่นเดียวกับประตูภายในของบ้านพัก แต่ละบานต้องมีมาตรฐานเดียวกันนะคะ”
“เปลี่ยนหมดเลยหรือครับ?” ผู้จัดการหวังคิดว่าฟังผิดไป ครอบครัวนี้เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นาน พวกเขาเบื่อประตูบ้านดั้งเดิมแล้วงั้นเหรอ?
“ค่ะ เปลี่ยนทั้งหมด”
“ได้ครับ! ทั้งหมดนี้ล้วนมีแผ่นเหล็กเสริมแรง สามารถทานรับแรงกระแทกได้มาก และมีความปลอดภัยสูง ซึ่งค่อนข้างเป็ที่นิยมในหมู่คนรวยในปัจจุบัน”
“แล้วก็หน้าต่าง แทนที่พวกมันทั้งหมดด้วยกระจกกันะุด้วยนะคะ”
“คุณเซียวครับ กระจกกันะุค่อนข้างหนา มันประกบกันราวสามถึงสี่ชั้น ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้งานในที่พักอาศัย ปกติแล้วจะใช้ในธนาคารเท่านั้น ผมแนะนำให้พิจารณากระจกนิรภัยแบบพิเศษ…”
“ใช้กระจกกันะุนั่นแหละค่ะ เพิ่มความหนาของกระจกประตูและหน้าต่างทั้งหมด และใช้ประตูนิรภัยที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับทางเข้าหลัก ส่วนเื่เงินไม่ใช่ปัญหาค่ะ” เซียวิเยวี่ยพูดอย่างแน่วแน่
ในปีแรกของวันสิ้นโลก ธาตุแท้อันดิบเถื่อนของมนุษย์ค่อย ๆ ปรากฏออกมา การปล้นสะดมและการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งการฆ่าแกงกันเพื่อขนมปังชิ้นเดียวกลายเป็เื่ปกติในสังคม
แม้ว่ากระจกกันะุจะค่อนข้างหนา แต่ปัจจัยด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เซียวิเยวี่ยรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
เธอจำได้ว่าในปีที่สองของวันสิ้นโลกเกิดน้ำท่วมใหญ่ ครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิกสามคนถูกน้ำซัดออกไปกลางดึก
ภรรยาถูกรุมข่มขืนจนเสียชีวิต ส่วนสามีทำได้เพียงเฝ้าดูภรรยาถูกกระทำชำเรา ในระหว่างการต่อสู้ขัดขืนเขาถูกมีดแทงหลายครั้งและเสียเืจนตาย
ส่วนเด็กน้อยอายุต่ำกว่าสามขวบถูกโจรชั่วโยนลงมาจากอาคารชั้นที่สิบห้าเพื่อให้ตกลงไปตายทันที
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ ไม่มีใครในละแวกนั้นคิดเข้าไปช่วยเหลือ พวกเขาทั้งหมดต่างเฝ้ามองอย่างเฉยเมย
ความทรงจำของเซียวิเยวี่ยยังคงแจ่มชัด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในบล็อกที่สิบสามของย่านที่อยู่อาศัยทางทิศตะวันตก ทั้งคู่เป็อาจารย์มหาวิทยาลัยที่ได้พบกับจุดจบอันน่าเศร้า
เขตหวาฮั่นแบ่งออกเป็ย่านบ้านพักและตึกสูง ในเวลานั้น
เซียวิเยวี่ยขายบ้านพักของตัวเอง และย้ายเข้าไปอยู่ในโรงรถใต้ดิน เธอได้รับฟังเื่ดังกล่าวมาจากป้าเพื่อนบ้าน
เมื่อระเบียบสังคมวุ่นวายและขาดแคลนทรัพยากรอย่างรุนแรง ด้านมืดอันชั่วร้ายของมนุษย์จะถูกกระตุ้นให้ปรากฏออกมา
มีเพียงธรรมชาติของมนุษย์และแสงแดดเท่านั้นที่ไม่สามารถทนมองตรง ๆ ได้
เซียวิเยวี่ยจะไม่ยอมให้เกิดโศกนาฏกรรมน่าเศร้ากับครอบครัวของเธอ ดังนั้นเธอจึง้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวบ้าน!
ใครหน้าไหนกล้าบุกเข้ามา ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับออกไปแบบมีชีวิตอีก!
[1]ชั่ง หน่วยน้ำหนักของจีน เท่ากับ 0.5 กิโลกรัม
[2]ตำลึง หน่วยน้ำหนักของจีน 10 ตำลึง = 1 ชั่ง