“เ้ามิเคยพบคุณชายแล้วเหตุใดจึงรู้ว่าเป็เขา” ฟางซินเริ่มโมโห
“เออะ!! ..แหะๆๆ ข้าแอบมองพวกท่านบ่อยๆ น่ะเ้าค่ะจึงรู้ว่าเป็เขา 555” ฟางอินลอบหันหน้าไปทางอื่น แต่เมื่อนึกขึ้นได้ก็หันกลับมา “ช่างเถอะๆ เื่ข้าแอบมองไม่ได้สำคัญอะไร แต่ข้ามีเื่ใหญ่จะเล่าให้ฟัง” หลังจากนั้นฟางอินก็เล่าเื่ทุกอย่างให้ฟางซินจนหมดโดยมีสาวใช้ลี่เอ๋อเป็ผู้ยืนยันทุกคำพูด
ฟางซินมือไม้สั่นอ่อนแรง แม้นางจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ฟางอินจะโกหกนาง อย่างที่ทุกคนในบ้านรู้กันว่าฟางอินเพียงแค่เลียนแบบ เพียงแค่อยากเก่งแบบพี่สาวนอกจากเื่แย่งข้าวของ นางก็ไม่ได้ร้ายกาจอะไร
“บุรุษผู้นั้นเป็คนวิปริต เขาร่วมรักกับเด็กสาว ภาพนั้นยังคงติดตาข้าอยู่เลยพี่ใหญ่ ท่านรู้เช่นนี้ท่านจะทำอย่างไร? " ฟางอินถามสีหน้าจริงจัง
“ข้าต้องไปถามความจากเด็กสาวที่ชื่อมี่หลิวก่อนว่ามันเป็ความจริงหรือไม่?”
“นี่ท่านไม่เชื่อข้า!!” ฟางอินตะคอกเสียงดัง
“ข้าเชื่อเ้า แต่ทุกสิ่งทุกอย่างข้ามิได้เห็นด้วยตาตนเองจึงต้องไปถามหาคนที่ถูกกระทำ หากเื่ที่เ้าพูดเป็ความจริงเด็กสาวคนนั้นคงมิยินดีเท่าใดนักหากจะต้องถูกกระทำเช่นนี้" ฟางอินพยักหน้าเข้าใจ ก็ใช่เื่ใหญ่เช่นนี้จะฟังความจากนางเพียงคนเดียวมิได้ ถ้าเช่นนั้นน..
“พรุ่งนี้เราไปสอบถามนางที่บ้านเลยดีหรือไม่เ้าคะ ข้าจะไปด้วย”
“นางเป็บุตรสาวสกุลใดเล่าเ้ารู้จักรึ?”
“ลี่เอ๋อรู้ว่านางเป็บุตรสาวของแม่ค้าขายปลาในตลาดเพราะลี่เอ๋อเคยพบเจอบ่อยๆ” หันไปหาสาวใช้ “ใช่หรือไม่?”
“เ้าค่ะมี่หลิวเป็บุตรสาวของป้ากวน กวนมี่หลิว” ลี่เอ๋อเป็คนพูด
“ตกลง!! พรุ่งนี้ยามซื่อ (09.00) เราจะไปพบนางกัน” ฟางซินตัดสินใจแน่วแน่
“เ้าค่ะ!! เช่นนั้นข้าขอกลับไปนอนพักแล้วนะเ้าคะ” ฟางอินลุกขึ้นยืน นางดีใจที่พี่ใหญ่ยอมออกไปตามหาความจริงพร้อมกับนางถึงแม้นางจะไม่เชื่อทั้งหมดก็เถอะ
“อืม..ไปเถอะ”
คล้อยหลังตู้ฟางอิน ฟางซินถึงกับหมดแรงจินเมี่ยวมองคุณหนูของนางอย่างเห็นใจ
“ดีเท่าใดแล้วที่ข้าฟังคำแม่ใหญ่มิยอมให้ชายใดแตะต้อง..ขนาดพี่เซี่ย..อึ่ก!! ฮึ” น้ำตาคลออยู่เต็มหน่วยจนเกือบจะร่วงริน “ข้ามันมิเคยรู้จักบุรุษสินะถึงได้ถูกเขาหลอกลวงเช่นนี้ บุรุษมักมาก วิปริต ข้าอยากจะสาปส่งพวกเขาให้ตายตกไปเสีย”
“โธ่..คุณหนูของบ่าว อย่าเสียใจเลยเ้าค่ะวันพรุ่งนี้เหตุการณ์อาจจะมิเป็เช่นนี้ก็ได้นะเ้าคะ คุณหนูรองอาจจะ..”
“นางมิโกหกกรอก เื่ใหญ่เช่นนี้มิใช่เื่ล้อเล่นอย่างน้อยยามนี้ข้าควรทำใจไปกว่าครึ่ง” ฟางซินลุกขึ้นเดินไปที่เตียงนอน “เ้าออกไปเถอะข้าขอนอนพักสักครู่”
จินเมี่ยวมองคุณหนูของนางอย่างเห็นใจแต่ก็มิพูดอันใด ก้าวเดินไปหน้าห้องและปิดประตูลง ความเงียบมาถึงชั่วอึดใจเสียงสะอื้นไห้ก็ดังขึ้น
“ฮึ่ก..ฮืออ..ฮืออ เหตุใดข้าต้องมาเจอบุรุษเช่นนี้” ยกป้ายหยกสีขาวที่ได้มาจากท่านยายคนนั้น “ยังจะมีผู้ใดที่ข้าจะมอบป้ายหยกนี้ให้ได้อีกเล่า” เช็ดน้ำตาอย่างหักใจหมดสิ้นกับความเชื่อที่ว่าความรักแท้ยังมีอยู่จริง ดียิ่งที่นางไม่ถลำลึกลงไปมากกว่านี้ ดียิ่งนักและวันพรุ่งนี้คือวันที่นางจะต้องตัดสินใจ
----++++++----++++---------+++++++
ยามซื่อ
บนรถม้าคันใหญ่สกุลตู้ ด้านในประกอบไปด้วยสองคุณหนูตู้ฟางซิน ตู้ฟางอินและสองสาวใช้จินเมี่ยวกับลี่เอ๋อ ผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อรถม้าก็เดินทางไปจอดลงหน้าบ้านหลังเล็กหลังหนึ่งไม่ไกลจากตลาด ตามคำบอกของลี่เอ๋อ สี่คนบนรถม้าลงจากรถไปที่บ้านหลังนั้น
“มีผู้ใดอยู่บ้านบ้างเ้าคะ?” ลี่เอ๋อเป็ผู้ะโเรียกด้านหน้าเอ่ยเรียกสองสามครั้งจน แอ้ดดด!!! เสียงประตูบ้านกลางเก่ากลางใหม่ถูกเปิดออก
“มีเื่ใดกันรึ..อ้อลี่เอ๋อ เ้ามีเื่ใดหรือว่าจะมาซื้อปลาวันนี้ข้าไม่ขายหรอกนะไม่ค่อยสบาย" ป้ากวนทำหน้าป่วยไม่มีแรง
“มิใช่เ้าค่ะป้ากวน ข้ามาหามี่หลิวป้าช่วยเรียกนางมาหาข้าได้หรือไม่เ้าคะ” ลี่เอ๋อยังถามหาบุตรสาวของป้ากวน
“นางยังมิกลับบ้านเลย บ่าวของคุณชายฝู่มาเรียกไปั้แ่เมื่อวานจนป่านนี้แล้วมิรู้ว่าจะกลับยามใด หากเ้ามีสิ่งใดก็ฝากข้าไว้ก่อน” ป้ากวนมิได้รู้เลยว่าคุณหนูอีกสองคนเป็ผู้ใด นางรู้จักเพียงแค่ลี่เอ๋อและรู้ว่านางเป็สาวใช้เพียงเท่านั้น
“ท่านป้า ข้ามีเื่จะสอบถามท่านเ้าค่ะ” ฟางซินหมดความอดทน ในเมื่อบุตรสาวยังไม่มาและมารดาก็กล่าวออกมาแล้วว่า บ่าวของคุณชายฝู่เป็ผู้มาตามบุตรสาวของนางไปั้แ่เมื่อวาน เช่นนั้นเื่ที่ฟางอินพูดไว้ก็เป็เื่จริงทั้งหมดแม้นางจะใจหาย แต่ความจริงก็คือความจริง
“สอบถามอันใด” ป้ากวนมองเด็กสาวหน้ารักดูมีชาติสกุลอายุรุ่นราวคราวเดียวกับบุตรของนาง
“ข้าอยากทราบว่า ท่านรู้รึไม่ว่าคุณชายฝู่ให้บ่าวมาเรียกหาบุตรสาวของท่านเพื่อไปทำสิ่งใด?” ฟางซินถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว สีหน้าของป้ากวนดูไม่ดีนัก
“เหตุใดข้าจะมิรู้เล่านังหนู แต่ถึงจะรู้แล้วข้าจะทำสิ่งใดได้ในเมื่อเื่มันเกิดขึ้นแล้ว เมื่อวันก่อนบุตรสาวของข้าลงมาจากรถม้าสกุลฝู่ร่างกายบอบช้ำมีแต่รอยรักเต็มไปหมด ข้าทำได้เพียงแต่ร้องไห้และบอกกล่าวกับนางว่าให้คุณชายฝู่มาสู่ขอนางเสียมิเช่นนั้นวันข้างหน้านางจะออกเรือนได้ยาก ทุกครั้งที่นางกลับมาคุณชายจะมอบถุงเงินมาให้เสมอแต่ข้าก็มิได้ดีใจ มี่หลิวยังมิถึงวัยปักปิ่นด้วยซ้ำแต่กลับถูกบุรุษผู้นั้นล่อลวง ข้า..าา” ป้ากวนน้ำตาไหลอย่างน่าสงสาร ความจริงทุกอย่างพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายความเจ็บช้ำจากผู้เป็มารดาทำให้ฟางซินอดไม่ได้ที่จะน้ำตาซึม
“ข้าบอกท่านแล้วพี่ใหญ่ เห็นหรือยังเล่าว่าคุณชายผู้นั้น..” ฟางอินยังพูดมิทันจบเสียงรถม้าก็ดังมาไม่ไกล สตรีทั้งห้าคนพากันหันมอง บ่าวชายที่ขับรถม้าสกุลฝู่สะดุ้งอย่างแรงจนล้อรถกระตุก เบรกลงตรงหน้าสตรีทั้งห้าในระยะกระชั้นชิด
“เ้าขับรถอย่างไรอาป้าน!!!!” เสียงตวาดของคุณชายจากในรถม้าดังขึ้นเมื่อรถหยุดลง กุบๆๆๆ ไร้เสียงตอบรับจากคนด้านนอกฝู่เซี่ยยี่ก็ไม่ได้สนใจยังคงใช้มือขยำโนมเนื้อจากเต้าน้อยๆ ของมี่หลิวไม่หยุด
ด้านนอกรถม้า สตรีทั้งห้าพากันเดินเข้ามาที่รถอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจอาป้านที่ถูกบ่าวขับรถม้าของฟางซินกระชากลงจากรถไปจับไว้ด้านล่าง เสียงหอบกระเส่ายังดังเล็ดลอดออกมาเป็ระยะๆ จิตใจคนทั้งห้าเต้นกระหน่ำ ตู้ฟางซินยืนอยู่ข้างๆ ผ้าม่านหนาทึบตรงประตูทางขึ้นรถม้ามือน้อยสั่นเทายามที่เอื้อมมือไปเปิดผ้านั้นออก
พรึ่บ!!!!! “กรี๊ดดดดดด”