เย็นวันนั้น ครอบครัวของเย่เทียนเฉินทั้งสี่คนกินข้าวร่วมกันอย่างยินดีแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
ทุกคนต่างก็มีความสุขแม้ว่าจะยกเลิกสัญญาแต่งงานกับตระกูลฉีแล้ว แต่เดิมทีก็ไม่เคยคาดหวังอะไร
แต่การที่เย่หงสามารถเลื่อนจากรองผู้ว่าการรัฐไปเป็เลขาธิการคณะกรรมการได้ก็เป็เื่ที่ไม่กล้าจินตนาการถึงมาก่อนอีกทั้งยังได้รับหุ้นครึ่งหนึ่งของเครือไห่หวัง
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็เพราะการเปลี่ยนแปลงของเย่เทียนเฉิน
หลังจากที่รับประทานอาหารเย็นแล้ว ทั้งครอบครัวก็นั่งดูโทรทัศน์คุยเล่น ดื่มชา และกินขนมด้วยกันอย่างมีความสุข
ยามราตีเวลาเที่ยงคืนตรง ตอนที่บิดามารดาและน้องสาวของเย่เทียนเฉินนอนหลับไปแล้วเย่เทียนเฉินกลับนั่งขัดสมาธิ เขาหลับตาทั้งสองแน่น บนหน้าผากค่อยๆ มีเหงื่อเย็นๆผุดออกมา เขากำลังกระตุ้นพลังพิเศษในร่างกายของตนเอง
แก้วน้ำใบหนึ่งที่กำลังลอยอยู่เบื้องหน้าเย่เทียนเฉิน กำลังแผ่พลังสีฟ้าอ่อนออกมาแก้วน้ำใบนี้เดี๋ยวมีน้ำแข็งเกาะ เดี๋ยวสลายตัวเป็น้ำ ตามการเคลื่อนไหวของนิ้วชี้ข้างขวาของเย่เทียนเฉินนี่เป็เพียงการใช้งานที่ง่ายที่สุดของพลังประเภทน้ำ
เย่เทียนเฉินพบว่าแก่นพลังภายในสมองมักจะผันผวนเป็บางครั้งบางคราวนั้นไม่สามารถรวบรวมพลังพิเศษในชีพจรได้มีเพียงตอนที่ต่อสู้รุนแรงถึงขั้นความเป็ความตายเท่านั้นการสั่นไหวของของแก่นพลังงานจึงจะขยายใหญ่ขึ้น และสามารถรวบรวมพลังได้มากขึ้น
ตอนนี้พลังของเย่เทียนเฉินลดลงจากระดับพระเ้าเหลือเพียงระดับราชัน ลดลงมาถึงสามขอบเขต หาก้าฟื้นฟูกลับไปที่ระดับพระเ้าก็จำเป็ต้องต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งที่มีพลังมากมิฉะนั้นจะไม่สามารถกระตุ้นการะเิของแก่นพลังในสมองได้
ทันใดนั้นเย่เทียนเฉินก็พลันลืมตาขึ้น มือซ้ายพุ่งไปรับแก้วน้ำที่ตกลงมาอย่างรวดเร็วขณะเดียวกันก็ขมวดคิ้ว
เป็เพราะเมื่อสักครู่นี้เขาปลดปล่อยพลังพิเศษของตนเองสามารถััได้ถึงความแปรปรวนของพลังธรรมชาติที่อยู่รอบๆ รู้สึกได้ว่ามีคนเข้ามาในบ้านพร้อมกับไอสังหารอ่อนๆ
มุมปากของเย่เทียนเฉินปรากฏรอยยิ้มขึ้นดูท่าแล้วจะเป็ดั่งที่ชางหลางพูด ไม่ว่าจะเวลาใด ไม่ว่าจะยุคใดล้วนมีการต่อสู้และการฆ่าฟัน ไม่ว่าจะในที่แจ้งหรือในที่ลับหากตนเองแข็งแกร่งไม่พอ ก็เป็ได้แค่เนื้อปลาให้คนอื่นมาตัดแบ่งไป
เย่เทียนเฉินเปิดประตูห้องนอนเดินออกไปอย่างไร้เสียง จากนั้นก็นั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขก ปากคาบบุหรี่ไว้มวนหนึ่งพลางสูบอย่างสบายอกสบายใจ
ขณะนี้เอง นักฆ่าสวมหน้ากากสองคนพังหน้าต่างเข้ามาเงียบๆตอนที่พวกเขาเข้ามาข้างในห้องรับแขกของบ้านเล็กๆ หลังนี้ ก็พบว่าบนโซฟามีคนๆ หนึ่งนั่งอยู่ต่างใกันชั่วขณะ
“ยินดีต้อนรับทั้งสองมาชมจันทร์ที่บ้านของฉัน!” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
นักฆ่าทั้งสองแม้จะรู้สึกตกตะลึงแต่ก็ไม่ถึงกับกลัว พวกเขาต่างก็เป็บุคคลที่คลุกคลีอยู่กับวงการนี้มาหลายปีครั้งนี้ได้รับค่าจ้างจำนวนมหาศาลห้มาทำภารกิจ ย่อมไม่ใช่นักฆ่าที่โจรกระจอกจะมาเทียบเคียงได้
หลังจากที่ตกตะลึงไปพักหนึ่ง นักฆ่าทั้งสองก็ควักมีดสั้นออกมาพร้อมกันแล้วพุ่งเข้าไปหาเย่เทียนเฉิน
เย่เทียนเฉินรู้สึกยินดีที่นักฆ่าทั้งสองไม่ได้พกปืนมาไม่ใช่ว่าเขากลัว เขาที่เคยเป็ผู้มีพลังพิเศษระดับพระเ้า ต่อให้ตอนนี้พลังจะลดเหลือเพียงระดับราชันการรับมือกับนักฆ่าสองคนนี้ก็เป็เื่ง่ายดายเพียงแต่เขาเกรงว่าเสียงปืนจะไปปลุกพ่อแม่และน้องสาวของตนจนตื่นรบกวนฝันหวานของพวกเขา
หลายปีมานี้ พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในความเครียดและความกังวลทั้งหมดเป็เพราะสิ่งที่เขาก่อขึ้น ดังนั้นในตอนนี้เย่เทียนเฉินไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนมารบกวนครอบครัวของเขาทั้งนั้น ใครกล้ามารบกวนต้องชดใช้ด้วยชีวิต!
นักฆ่าคนหนึ่งพุ่งทะลวงเข้ามาก่อน เขามีฝีมือไม่เลวแค่ะโครั้งเดียว คมมีดก็พุ่งไปยังลำคอของเย่เทียนเฉินด้วยความรวดเร็วอย่างหาที่เปรียบไม่ได้แล้ว
แต่ในตอนที่มุมปากของนักฆ่าปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจรอยยิ้มของเขาก็พลันชะงักไป
เนื่องจากเย่เทียนเฉินคว้าข้อมือขวาของเขาไว้ในอากาศแล้วเปลี่ยนแปลงทิศทางของมีดสั้นไปตัดลำคอของเขาจนสะบั้น แม้แต่เสียงร้องโหยหวนก็ยังไม่ทันดังออกมาด้วยซ้ำลมหายใจก็ขาดห้วงไป
ส่วนตอนที่นักฆ่าอีกคนหนึ่งเพิ่งจะพุ่งเข้ามาเย่เทียนเฉินไปโผล่เบื้องหน้าเขาในเกือบพริบตา ใช้มีดสั้นเปื้อนเืจ่อไปที่หน้าอกขู่นักฆ่าคนที่เหลืออยู่ให้ใกลัวจนไม่กล้าขยับเลยแม้แต่น้อย
“อย่า น้องชาย ไว้ ไว้ชีวิตฉันด้วย....”
นักฆ่าที่เหลืออีกรู้สึกใกลัวจนสันหลังเย็นวาบคาดไม่ถึงว่าในบ้านธรรมดาๆ หลังนี้จะซ่อนตัวยอดฝีมือเช่นนี้ไว้ด้วย ตายังไม่ทันกระพริบด้วยซ้ำก็ฆ่าสหายของเขาตายแล้ว
“ไว้ชีวิตแกน่ะได้ฉันอยากรู้ว่าใครส่งแกมา มาทำอะไร หากตอบผิดล่ะก็ แกตายแน่”เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้มั้แ่ต้นจนจบ
ตอนนี้เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเย่เทียนเฉินนักฆ่าผู้นั้นก็ราวกับเห็นเทพแห่งความตาย เขาใกลัวจนตัวสั่นบุคคลตรงหน้าก็ไม่ต่างอะไรกับเทพแห่งความตาย สามารถฆ่าสหายของตนได้ในการโจมตีครั้งเดียวแม้แต่คิ้วก็ไม่ขมวดด้วยซ้ำ แถมยังยิ้มอยู่ตลอดเวลาจนทำให้รู้สึกเย็นไปถึงขั้วหัวใจ
“ฉัน ฉันมาลักพาตัวคนตระกูลเย่สามคน....”
“ใครส่งแกมา?”
“ฉิน ตระกูลฉิน”
เย่เทียนเฉินขมวดคิ้ว ตระกูลฉิน?
ตอนกลางวันฉีชางเซิ่งพูดไว้ว่าฉีหรูเสวี่ยกับฉินเหิงเกิดรักแรกพบทำไมตระกูลฉินถึงส่งนักฆ่ามาที่นี่อีก? เื่นี้จะต้องมีความลับอะไรอยู่แน่นอน
“ฉันอยากรู้ว่าทำไม?”
เย่เทียนเฉินใช้ด้านข้างของมีดตบเบาๆ ไปที่ขากรรไกรของนักฆ่าคนนั้นเป็การขู่ไม่ให้ผู้บุกรุกพูดโกหก นี่เป็กลวิธีในการไต่สวนด้วยตัวเองวิธีหนึ่ง
“เื่นี้ ฉัน ฉันก็ไม่รู้....”นักฆ่าคนนั้นมองเย่เทียนเฉินพลางพูดอย่างตะกุกตะกัก
“ฉันจะนับถึงสาม ถ้าหากไม่มีคำตอบล่ะก็คงต้องส่งแกไปตายซะแล้วล่ะ” เย่เทียนเฉินถอนหายใจครั้งหนึ่ง แล้วกล่างพลางส่ายหน้า
“เื่นี้ ฉัน ฉันไม่รู้จริงๆนะ ฉัน....”
“หนึ่ง!”
“สอง!”
“สาม....”
คำว่าสามของเย่เทียนเฉินยังพูดไม่ทันจบนักฆ่าคนนั้นก็เปิดปากพูด อีกทั้งยังพูดอย่างรวดเร็วว่า
“คนตระกูลฉิน พ่อของฉินเหิงอยากจะแย่งตำแหน่งกับพ่อของคุณแต่ผลงานทางการเมืองสู้เย่หงไม่ได้ ก็เลยอยากลักพาตัวภรรยาและลูกสาวของเขาเพื่อข่มขู่”
“ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เองแกไปได้แล้ว อย่าลืมกลับไปบอกคนตระกูลฉินด้วยว่า ฉันเย่เทียนเฉินจะหาเวลาไปเยี่ยม”
นักฆ่าคนนั้นตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าคนๆ นี้ก็คือเย่เทียนเฉินอีกทั้งยังปล่อยให้เขากลับไปจริงๆ เขาเดินไปยังหน้าต่างด้วยความกระวนกระวายใจ ตอนที่กำลังเตรียมจะะโออกไปเสียงสวบก็ดังขึ้น ลำคอของนักฆ่าคนที่รอดอยู่ถูกแทงทะลุ เืพุ่งกระฉูดออกมาสองมือกุมคอของตนเองไว้ ล้มลงไปที่พื้นด้วยความใกลัว
“โทษทีว่ะฉันคิดว่าฉันไปบอกเองดีกว่า” เย่เทียนเฉินพูดพลางเกาหัว
ความเมตตาต่อศัตรูก็คือความโหดร้ายต่อตัวเอง
เย่เทียนเฉินไม่ใชพวกอวดดีและพวกชอบหาเื่ใส่ตัวแต่ใครกล้ามาหาเื่รังควานเขา เขาก็จะไม่ปล่อยไปเด็ดขาด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่ทำร้ายครอบครัวของเขา คนที่ทำแบบนั้นทำได้แค่ชดใช้ด้วยชีวิต
่วันสิ้นโลกป็นโลกที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่าสังหารทุกที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเื คุณไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าคุณ เป็เหตุผลที่เรียบและตรงไปตรงมา
ในคืนนั้นเย่เทียนเฉินนำศพของนักฆ่าทั้งสองไปทิ้งที่ไกลๆและลบร่องรอยของที่อยู่บนตัวของนักฆ่าทั้งสองออกจนหมด จากนั้นก็กลับบ้านมาทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุค่อยกลับไปนอนในห้องนอนของตนเอง
เช้าวันต่อมา เย่เทียนเฉินถูกเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นรัวๆปลุก เขาเปิดประตูออกไปดูพบว่าเป็น้องสาวของเขา
เย่เชี่ยนเหวิน เขาหาวออกมาพลางถามออกไปว่า
“เช้าตรู่ไม่หลับไม่นอนมาเคาะประตูห้องทำไม?”
“นี่ยังเช้าอยู่อีกเหรอ? แดดส่องก้นหมดแล้ว พ่อเรียกให้พี่ลงไป เห็นว่ามีเื่จะคุยกับพี่น่ะ!” เย่เชี่ยนเหวินพูดพลางกรอกตาใส่เย่เทียนเฉินไปรอบหนึ่ง
เย่เทียนเฉินหัวเราะฮี่ๆปิดประตูสวมเสื้อผ้าจากนั้น จากนั้นก็ลงไปชั้นล่าง เมื่อไปถึงชั้นล่างก็พบว่าเย่หงขมวดคิ้วแน่นกำลังถือหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งอ่านอยู่เมื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินลงมาแล้วก็บอกว่า “เทียนเฉิน มานั่งสิ!”
“พ่อ เรียกผมมามีเื่อะไรเหรอครับ?” เย่เทียนเฉินถามด้วยรอยยิ้ม
“ลูกดูหนังสือพิมพ์ฉบับนี้สิ!”เย่หงไม่ได้กล่าวอะไรมาก เพียงส่งหนังสือพิมพ์ในมือให้เย่เทียนเฉิน
เย่เทียนเฉินที่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยรับหนังสือพิมพ์มาอ่านพบว่าในหน้าที่สองของหนังสือพิมพ์มีหัวข้อข่าวหัวข้อหนึ่งเขียนไว้ว่า
เย่เทียนเฉิน ขายสหายร่วมรบคุกเข่าขอชีวิต!
แม้ว่าตัวอักษร “เฉิน”จะเปลี่ยนไปใช้ตัวอื่น แต่คนที่มีหน้ามีตาหน่อยต่างก็รู้ว่าเย่เทียนเฉินแห่งตระกูลเย่เคยเป็พวกไร้การศึกษาไปเข้าร่วมสมัครเป็ทหาร ภายหลังปลดประจำการกลับมาบ้าน
หลายคนต่างก็ได้ยินเื่ที่ทหารหน่วยรบพิเศษทั้งเจ็ดโดนลอบโจมตี
เพียงแต่มีน้อยคนที่รู้เื้ัเห็นได้ชัดว่ามีคน้าใส่ร้ายป้ายสีเย่เทียนเฉิน ้าให้เย่เทียนเฉินขายหน้าทำลายชื่อเสียงตระกูลเย่
เย่เทียนเฉินอ่านเนื้อหาข่าวลวกๆเขียนไว้ว่าตอนที่ตนเองไปรบกับสหายศึกที่ชายแดน พบกับการซุ่มโจมตี จนถูกพวกโจรจับเป็เชลยเพื่อจะมีชีวิตรอดจึงคุกเข่าร้องขอชีวิตและยอมขายเพื่อนพ้องทำให้ทหารหน่วยรบพิเศษห้าคนต้องตาย
ส่วนหานเจี๋ยก็อาศัยความสามารถของตัวเองรอดกลับมาได้แต่เื่ทั้งหมดถูกเย่เทียนเฉินปิดบังไว้ก็เท่านั้น
คุกเข่าขอชีวิต? ขายพวกพ้อง? เมื่อเย่เทียนเฉินเห็นคำเหล่านี้จิตใจก็ปั่นป่วนขึ้นมา
ในโลก่สิ้นโลกเย่เทียนเฉินมีเพื่อนไม่กี่คนที่สามารถต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันได้ เป็การร่วมเป็ร่วมตายที่สามารถเชื่อใจกันได้แม้ว่าเย่เทียนเฉินจะไม่ใช่คนดีอะไร แต่เื่คุกเข่าขอชีวิตกับขายพวกพ้อง ต่อให้เขาต้องตายก็ไม่ยอมทำเด็ดขาด
“พ่อเห็นได้ชัดว่ามีคนพุ่งเป้ามาที่ตระกูลเย่ของพวกเรา พุ่งเป้ามาที่พี่” เย่เชี่ยนเหวินพูดออกมาด้วยความโกรธ
“พี่หง เื่นี้มีอะไรแปลกๆ ต้องตรวจสอบหน่อยนะคะ”หลัวเยี่ยนแม่ของเย่เทียนเฉินสงสัย
เย่หงมองเย่เทียนเฉินจากนั้นจึงขมวดคิ้วพลางเอ่ยว่า
“หนังสือพิมพ์ฉบับนี้แม้จะไม่ได้เป็หนังสือพิมพ์หลักแต่ก็เป็หนังสือพิมพ์ซุบซิบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ขายให้แก่ตระกูลใหญ่กับคนระดับสูงบางส่วนโดยตรงพ่อคิดว่ามีคนจำนวนมากที่เห็นข่าวนี้แล้ว พ่อไม่เชื่ออยู่แล้วว่าลูกเป็คนแบบนี้แต่เมื่อหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ออกมาก็สร้างความเสียหายให้แก่ชื่อเสียงตระกูลเย่”
กริ๊งๆๆ...เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเย่หงหยิบโทรศัพท์ข้างๆ ขึ้นมา ทักทายด้วยเสียงเบาๆ ว่า
“พ่อ....”
หลังจากพูดออกไปเย่หงก็ฟังโทรศัพท์ด้วยใบหน้าขาวซีด กระทั่งโทรศัพท์ส่งเสียงตู้ดๆ ออกมา
เย่หงที่วางโทรศัพท์ลงมองไปยังภรรยาและลูกทั้งสองพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่ว่า
“พ่อโทรมา เขาโกรธมาก บอกว่าไม่อนุญาตให้พวกเรากลับไปที่บ้านหลักอีก”
“วันนี้แสงอาทิตย์ไม่เลวเลยผมออกไปเดินเล่นสักหน่อย เดี๋ยวกลับมา!”
เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้มไม่รอให้พ่อแม่และน้องสาวได้ตอบอะไรก็เปิดประตูบ้านเดินออกไปแล้ว....