เพียงสามเดือนหลังคลอตบุตรสาว หลินเอ๋อยังคงใช้ชีวิตไปโดยไร้วี่แววของสามีตนฉางเฟย ถึงกระนั้นนางก็ยังคงสู้ชีวิตไปอยู่เรื่อยๆเพื่อเลี้ยงลูกสาวที่อยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอน เหนื่อยจากงานแต่พอได้ยินเสียงของหลินเฟนก็ทำให้นางหายเหนื่อยได้แล้ว
สำหรับวันนี้หลินเอ๋อที่กำลังขายหมั่นโถอยู่ตามปกติ ในตอนเที่ยงของวันมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งมาขอซื้อหมั่นโถจากนางและได้ทำการนั่งรอ หลินเอ๋อก็จัดการหยิบหมั่นโถเพื่อเตรียมขายให้กับลูกค้า ทว่านางกลับไปได้ยินข่าวจากกลุ่มคนพวกนั้นเข้า
“จริงเหรอ ที่เ้าว่าทางการจับตัวจอมยุทธคนหนึ่งได้น่ะ”
“ใช่ ข้ายังได้ยินมาอีกว่าจอมยุทธคนนั้นเป็บัตรชายของตระกูลใหญ่ที่หนีคดีร้ายแรง องครักษ์วังหลวงจับได้เมื่อหลายเดือนก่อน เห็นว่าอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าก็จะมีการลงโทษปะาชีวิตจอมยุทธคนนั้นแล้ว”ถึงจะไม่ได้ยินชื่อแต่หลินเอ๋อก็รู้ได้ในทันทีว่าบุคคลที่พวกเขากล่าวถึง ต้องเป็สามีของนางแน่ๆ
“พวกท่าน”ไม่รอช้า รีบเข้าไปถามไถ่เื่ราวในทันที
“มีอะไรเหรอแม่นาง”
“ที่บอกว่า จอมยุทธท่านหนึ่งถูกจับตัวไปและจะปะา พวกท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าเขาถูกจับตัวไปไว้ที่ไหน”
“ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่บอกได้เพียงว่าสถานที่ใช้ปะาอยู่ที่เมืองซูถัง กลางแคว้นฉินนู้นเลย”
“ขอบคุณ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลินเอ๋อจึงตัดสินใจได้ในทันทีโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองอะไรให้ดี นางรีบกลับมายังบ้านของตนพร้อมบุตรสาว ก่อนจะรีบเก็บเสื้อผ้าใส่ห่อผ้าเพื่อเตรียมเดินทาง ในใจคิดเพียงว่าจะต้องใช่ฉางเฟยสามีของนางเป็แน่ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเขาโดนคดีอะไรก็ตาม แต่นางคิดเพียงว่าจะต้องไปช่วยเขาให้ได้
เมื่อจัดเตรียมของเสร็จเรียบร้อยหลินเอ๋อไปยังบ้านของท่านป้าฉวนเพื่อบอกกล่าวว่านางจะไม่อยู่บ้านซักระยะหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเร่งเท้าออกจากบ้านในทันที
ระยะทางจากที่นางถามท่านป้ามา บ้านของนางนั้นอยู่แคว้นอู่และแคว้นฉินนั้นอยู่ติดกัน ต้องเดินทางเป็เวลากว่าห้าวันกว่าจะไปถึง แต่ที่ท่านป้าฉวนเตือนนางอย่างหนักก็คือ มีข่าวโจรร้ายคอยดักปล้นนักเดินทางอยู่ตลอดๆ หากมีวรยุทธก็จะรอดตัวไปแต่หากไม่ก็ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น หลินเอ๋อถึงจะได้ฟังคำเตือนเช่นนั้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัวแต่อย่างใด
เมื่อเริ่มออกเดินทางหลินเอ๋อพบว่าเวลาในตอนนี้คือ่เย็นแล้วและอีกไม่นานท้องฟ้าก็จะมืดลง เป็อันตรายต่อทั้งตัวนางและลูกน้อยที่ห้อยตามมาด้วย เพราะฉะนั้นต้องหาที่พักชั่วคราวเพื่อเติมพลังกายและให้นมเ้าตัวน้อย นางจึงรีบเร่งเดินทางต่อเพื่อหาที่พักให้จงได้
อีกด้านหนึ่ง
ณ บ้านตระกูลฉาง
“เรียบร้อยดีไหม?”เสียงของ ฉางซื่อ บุตรสาวคนสุดท้องของตระกูลเอ่ยถามกลุ่มคนปริศนาที่นางเรียกมาพบ
“ขอรับ ข้าส่งคนกระจายออกไปปล่อยข่าวแล้ว หากนางได้รับข่าวจะต้องรีบเร่งเดินทางเป็แน่”อีกฝ่ายตอบกลับ
“ดี หากเจอนางก็จงสังหารทิ้งเสีย อย่าให้มีชีวิตรอดมาพบพี่ชายของข้าเป็อันขาด”
“ขอรับ”เมื่อรับคำสั่งก็ทำการออกจากจุดนัดพบไป แต่ที่สวนกลับเข้ามาก็คือผู้เป็แม่ที่ดูเหมือนจะเห็นกลุ่มคนปริศนาที่พึ่งสวนกับนางออกไป
“เ้าคิดจะทำอะไรงั้นหรือลูกสาวแม่”เอ่ยถามด้วยความสงสัย ฉางซื่อหันมามองแม่ของตนก่อนจะเผยรอยยิ้มอันแสนชั่วร้าย
“ทำสิ่งที่คนเป็น้องอย่างข้าควรจะทำไงท่านแม่”
“เ้าพูดอะไรแม่ไม่เข้าใจ แต่อย่าให้ผลของมันมากระทบต่อตระกูลเราเป็พอ ตอนนี้พี่ของเ้าได้รับการแต่งตั้งจากองค์ฮ่องเต้แล้ว อีกไม่นานเขาก็จะได้รับความไว้วางใจให้ได้คุมกองทัพทางเหนือ ไม่เหมาะที่จะให้มีเื่เสียๆหายๆมากระทบ”
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าแค่้ากำจัดเสี้ยนหนามออกจากชีวิตพี่ของข้าไปเท่านั้น”เมื่อฉางซื่อเอ่ยเช่นนั้นผู้เป็แม่ก็รู้ได้ทันทีว่าลูกสาวของตนกำลังหมายถึงอะไร นางเผยรอยยิ้มที่แทบจะไม่ต่างจากลูกสาวของตนเลย
“งั้นก็จงรีบเร่งจัดการเสียให้เรียบร้อย ได้เื่ยังไงก็มาบอกแม่ด้วยแล้วกัน”ฉางซื่อพยักหน้าก่อนที่แม่ของนางจะเดินออกจากจวนไป
พลบค่ำ
หลินเอ๋อและบุตรสาวตัวน้อยของนางได้พบกับจุดพักแรมที่เหมาะสมพอดู มันเป็หมู่บ้านของนักเดินทางที่มักจะแวะเวียนกันมาพักเพ่อออมแรงและออกเดินทางต่อ ที่นี่มีครบทุกอย่างทั้งสุรา นารี และเครื่องผ่อนคลายจำนวนมากเพราะมันเป็หมู่บ้านขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับเขตุชายแดนของทั้งสองแคว้น
แต่ถึงกระนั้นที่นี่ก็ขึ้นชื่อในเองความไร้ซึ่งกฎหมาย เพราะคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็คนนอกกฎหมาย แถมที่นี่ยังมีการจ้างวานและเป็แหล่งรวมตัวของพวกนักฆ่า ทหารรับจ้างนักล่า และพ่อค้าตลาดมืดอีกจำนวนมาก ถึงแบบนั้นหลินเอ๋อก็ตั้งใจว่าจะพักที่นี่คืนเดียวแล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทางต่อ
และเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาหญิงสาวอุ้มลูกน้อยของตนเดินตรงเข้าไปยังโรงเตี้ยมใหญ่ที่ประดับไปด้วยโคมไฟหลากสีและเสียงดนตรีอันแสนเย้ายัวน ภายในหลินเอ๋อพบว่ามันเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งแขกที่มาพัก และเหล่านางรำพร้อมทั้งเสียงดนตรีที่กำลังบรรเลง
“ยินดีต้อนรับสู่โรงเตี้ยมซีเฉิงของเราขอรับ ไม่ทราบว่าแม่นาง้าให้ทางเรารับใช้ในเื่อะไรหรือขอรับ”ไม่รอช้าเสี่ยวเอ้อที่คอยต้อนรับลูกค้ารีบปรี่เข้ามาหาหลินเอ๋อในทันที
“ข้าอยากพักที่นี่”นางบอกความประสงค์ของตนไป
“ถ้าเช่นนั้นเชิญตามข้าน้อยมาทางนี้เลยขอรับ”ว่าแล้วก็รีบเดินนำฝ่าฝูงชนตรงไปยังโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งว่างอยู่ หลินเอ๋อก็เดินตามเขาจนมาถึงและนั่งลง”จะสั่งอะไรหน่อยไหมขอรับ”
“อื้ม”ว่าแล้วก็สั่งอาหารและน้ำมาเพื่อเติมพลัง และในระหว่างรอหลินเอ๋อก็มองดูการร่ายรำและฟังเสียงดันตรีที่ยังคงดังอยู่เรื่อยๆ โดยไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าตอนนี้นางถูกจับจ้องอยู่จากกลุ่มคนหลายกลุ่ม
“มาแล้วขอรับ”มาพร้อมเสียง อาหารที่หลินเอ๋อสั่งพร้อมน้ำถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้าของนาง แต่เมื่อจะลงมือกินจู่ๆโต๊ะของนางก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมานั่งร่วมโต๊ะด้วยโดยที่นางเองก็แทบไม่ทันได้สังเกตุเห็น ชายหนุ่มปริศนาสามคนในชุดองครักษ์ หน้าตาดุดันเอาเื่ต่างไม่พูดอะไรเพียงแค่ยกไหเหล้าขึ้นดื่ม ก่อนการสนทนาแปลกประหลาดจะเริ่มต้นขึ้น
“ข้าขอคนแรก ใครจะต่อจากข้าระหว่างพวกเ้าสองคนก็ตกลงกันเอาเอง”
“ข้าเห็นนางก่อน ต้องได้ก่อนสิ”อีกคนพูดขึ้น
“พวกเ้านั้นแหละที่จะต้องรอคิวต่อจากข้า เพราะข้าจะเป็คนแรก”ทั้งสามเถียงกันไปมาในขณะที่หลินเอ๋อยังคงได้แต่นั่งมองและฟังพวกเขาคุยกันอย่างงุนงง จนกระทั้ง
“ถ้าตกลงกันเรียบร้อยก็รอข้าอยู่ตรงนี้แล้วกัน”พูดจบหนึ่งในสามลุกขึ้นยืนเอื้อมมือหนาใหญ่ตรงไปหาหลินเอ๋อหวังที่จะจับตัวนาง
หมับ!!!...
ทว่ายังไม่ทันจะได้ััจู่ๆก็มีมือปริศนาอีกมือมารั้งแขนของเขาไว้ กลุ่มคนปริศนาพบเข้ากับความประหลาดใจกับชายแก่ในชุดคลุมคล้ายของสำนักบู้ตึ๊งทว่าไม่ใช่
“ไม่เห็นหรือว่านางกำลังจะกินมื้อค่ำเพื่อเติมพลังกาย พวกเ้าจะเสียมารยาทกับสตรีที่ไม่มีทางต่อกรณ์งั้นเชียวรึ”ชายแก่เอ่ยถามพร้อมมองทั้งสามคน
“ไม่ใช่กงการอะไรของเ้าตาเฒ่า อย่าแส่ไม่เข้าเื่”
“หาว่าข้าแส่งั้นรึ!”พูดจบตาเฒ่าปริศนากระชากร่างสูงใหญ่ให้ลอยขึ้นกลางอากาศก่อนจะใช้ปลายไม้เฒ้ากระทุ้งใส่จุดสำคัญบนร่างกายสะกัดลมปราณของอีกฝ่ายอย่างแรง ทำเอาร่างนั้นกระเด็นไปนอนกองกับพื้นทันที สร้างความแตกตื่อนให้กับคนทั้งโรงเตี้ยม
ย๊ากกกกกก!!!
อีกสองคนเมื่อเห็นว่าพวกของตนถูกทำร้ายจึงพากันชักดาบออกจากฝักแล้วพุ่งเข้หาชายแก่อย่างไม่รีรอ หมายปริดชีพอย่างไร้ความปราณี
“วิชาดาบโลหิต กระหายไร้ที่สิ้นสุด!!”
“วิชาดาบโลหิต ดับจิตอาฆาต!!”ทั้งสองต่างพากันออกกระบวนท่าที่พวกเขาชำนาญ
“ดัชนีสลายกระดูก!...”เพียงดีดนิ้วฝ่าอากาศพุ่งเข้าใส่ร่างของทั้งสอง เพียงแค่นั้นร่างของพวกเขาก็สลายกลายเป็ปุ๋ยผงไปในที่สุดโดยที่ตาเฒ่าแทบไม่ต้องออกแรงมากมายเลย”ให้มันรู้ซะบ้างว่าไผเป็ไผ”พูดจับก็หันมาหาหลินเอ๋อที่ยืนใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่โดยมีลูกน้อยอยู่ในอ้อมกอด
“ระวัง!!”หลินเอ๋อะโเตือนสุดเสียงเมื่อเห็นว่าองครักษ์ที่ยังเหลืออีกหนึ่งคนกำลังพุ่งเข้าหมายปริดชีพชายแก่โดยที่เขาไม่รู้ตัว
ฟิ๊ววววว!!!...
เพียงดีดนิ้วโดยไม่ต้องหันกลับไปมอง ร่างของอีกฝ่ายก็สลายตามพวกของตนไปในทันที สร้างความตกตรึงให้กับผู้พบเห็นไม่เว้นแม้แต่หลินเอ๋อด้วย
“ถือซะว่าข้าพลาดเอง ที่ไม่ยอมใช้มันแต่แรก”พูดพร้อมยกมือข้างหนึ่งจับเคราของตัวเอง
“ท ท่านเป็ใคร”หลินเอ๋อเอ่ยถามขึ้น
“ตอนนี้ไม่เหมาะแนะนำตัว เอาเป็ว่าเราไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะมีคนพวกนี้โผล่มาอีกเยอะ”พูดจบก็หยิบห่อผ้าของหลินเอ๋อเดินนำออกมา ทำเอาสาวเ้าได้แต่งุนงงแต่ก็รีบตามเขาออกมาจากโรงเตี้ยม
“ทางนี้”เสียงของชายแก่ทำให้หลินเอ่อรีบตามเขาไป ไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร ไม่รู้ว่ามาจากไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้มันเื่อะไร แต่สิ่งที่นางรู้ได้ในทันทีจากเหตุการณ์เมื่อกี้หนึ่งอย่างก็คือ ตาเฒ่าคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดามากๆเลยทีเดียว
เมื่อพาหนีมาได้ไกลจากจุดเกิดเหตุพอสมควร ตาเฒ่าพาหลินเอ๋อและลูกสาวมาพักยังโรงเตี้ยมเล็กๆ จัดการจ่ายค่าห้องพักและค่าอาหาร
“ขอบคุณอีกครั้งท่านผู้เฒ่าที่ช่วยข้ากับลูกเอาไว้”
“ไม่เป็ไรๆ ว่าแต่เ้าคิดอะไรอยู่ถึงได้เข้าไปพักในโรงเตี้ยมแห่งนั้น ไม่รู้หรือไงว่ามันเป็ที่ของพวกตัวอันตรายทั้งนั้นเลย”หลินเอ๋อส่ายหน้าเป็คำตอบส่งกลับไป ตาเฒ่าได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
“ข้าชื่อหลินเอ๋อ นี่หลินเฟยบุตรสาวเพียงคนเดียวของข้า ว่าแต่ท่านผู้เฒ่า ท่านชื่ออะไรเหรอ”อีกฝ่ายหันมามองหลินเอ๋อก่อนจะบอกชื่อของตน
“ข้าชื่อ ชิงหลง”