บทที่ 18 กินแตงโมสด ๆ
ฉินเจินถึงกับอึ้งกับแหล่งข่าวของเสิ่นจืออิน และ...เธอเพิ่งจะสามขวบ การกินแตงโมแบบนี้ทุกวันมันปกติจริง ๆ เหรอ?
เสิ่นมู่เหยี่ยทำหน้าบึ้ง “เธอเรียนรู้เื่พวกนี้มาจากไหน?”
เสิ่นจืออินวางมือลงบนเข่าอย่างว่าง่าย แล้วเอ่ยเสียงหวานใสไร้เดียงสา “เ้านกน้อยบอกฉันมาเอง~”
อีกอย่าง ถึงแม้ภายนอกเธอจะเป็เด็ก แต่เธอก็โตแล้วนะ
อายุมากกว่าคุณย่าทวดของทุกคนที่นี่อีก!
ในตอนหลัง เสิ่นมู่เหยี่ยไม่ได้รู้สึกหดหู่ใจอีกต่อไป แต่เขากลับถูกดึงดูดความสนใจด้วยเื่ราวที่ค่อย ๆ เปิดเผยออกมาเรื่อย ๆ
เสิ่นจืออินพูดจนปากแห้ง เธอเหนื่อยแทบตายเพื่อแบ่งปันเื่ราวนี้ให้กับหลานชาย
เธอพิงเบาะรถแล้วดูดนมเพิ่มพลัง ขอพักสักหน่อย
“แล้วยังไงต่อ? ลูกนอกสมรสของกู้โย่วถูกเปิดเผยหรือยัง?”
เสิ่นจืออินทำปากจู๋ “ใจเย็น ๆ สิ ฉันเหนื่อยนะ”
ระหว่างที่พูดคุย รถของฉินเจินก็วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อไปหากู้ไฮว๋
ตอนแรกหลินเฟิงเซี่ยวแปลกใจว่าทำไมพวกเขาถึงมาหา ฉินเจินอึกอัก เสิ่นจืออินเลยพูดตรง ๆ
เมื่อได้ยินเสิ่นจืออินพูดว่าป้าสะใภ้ของพี่เขยไปหาแม่ของเขา หลินเฟิงเซี่ยวก็ขยับตัวทันที
“ต้องเอาเมล็ดแตงโมไปด้วยไหม?”
ฉินเจิน “...”
เตรียมพร้อมมาเชียวนะเนี่ย
หลังจากที่กู้ไฮว๋รู้ว่าพวกเขากำลังจะไปทำอะไร เขาก็ไม่ได้ห้าม แต่เขาไปด้วยไม่ได้
ไม่ใช่ว่าเขายังมีความรู้สึกอะไรกับสามคนนั้นอยู่หรอกนะ ตอนที่รู้ว่าแม่ของเขาแอบคบชู้กับลุงใหญ่ ทั้ง ๆ ที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ในใจของเขาก็เหลือแต่ความเกลียดชัง
แต่ถ้าตอนนี้เขาไปที่นั่น แล้วทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันจริง ๆ เขาคงจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อทุกคนมาถึงบ้านพักตากอากาศที่แม่ของกู้ไฮว๋อาศัยอยู่ ก็มีคนมามุงดูอยู่หน้าบ้านไม่น้อยแล้ว
ได้ยินเสียงกรีดร้องด่าทอจากในบ้านพักตากอากาศดังมาแต่ไกล
หลินเฟิงเซี่ยวตื่นเต้นมาก เขาวิ่งตรงเข้าไปทันที กลัวว่าจะพลาดฉากที่หญิงแก่คนนั้นโดนตบ
เสิ่นมู่เหยี่ยก็อดใจไม่ไหว อุ้มเสิ่นจืออินตัวน้อยวิ่งตามไปติด ๆ
เสิ่นจืออิน “...”
เด็กนี่กระตือรือร้นกว่าเธออีก
แต่เขาก็ยังนึกถึงเธออยู่ ช่างเป็เด็กที่กตัญญูจริง ๆ
เมื่อพวกเขาวิ่งเข้าไป ก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากคนอื่นมากนัก เพราะทุกคนต่างจ้องมองไปที่บ้านพักตากอากาศด้วยแววตาเป็ประกาย
ป้าสะใภ้ของกู้ไฮว๋ไม่เพียงแต่พาลูกชายลูกสาวมาด้วย แต่ยังพาบอดี้การ์ดมาด้วย
ประตูบ้านตระกูลกู้ถูกเปิดทิ้งไว้ ทำให้เหล่านักข่าวสามารถบุกไปถึงแนวหน้า แล้วบันทึกภาพดึงผมตบหน้าอย่างเมามันด้วยกล้องวิดีโอ
ด้านนอกสมรภูมิมีทั้งเพื่อนบ้านและผู้ชมที่ได้ยินข่าวลือรีบวิ่งมากินเผือก
ทุกคนล้วนเป็คนในแวดวงไฮโซ ยังคงต้องรักษาหน้าตาบ้าง จึงไม่ได้เข้าไปใกล้มากนัก
“หม่าหลานจือ แกมันผู้หญิงสารเลว หน้าไม่อายจริง ๆ กระต่ายยังไม่กินหญ้าใกล้รัง แต่แกกลับกินเรียบ แถมยังเป็พี่ชายตัวเองอีก แกมันหิวขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันว่าแล้ว ทำไมพวกแกสองคนถึงได้ทำตาหวานใส่กัน ฉันอายุเยอะขนาดนี้แล้วยังไม่เคยเจอคนไหนต่ำช้าเท่าแกมาก่อนเลย!”
ดูเหมือนว่าป้าสะใภ้จะเป็นักสู้ที่แข็งแกร่ง ตอนนี้กำลังขี่อยู่บนตัวหม่าหลานจือ แล้วตบหน้าเธอไม่ยั้ง
ขณะที่ตบ ปากก็ด่าไปด้วย
หม่าหลานจือพยายามดิ้นไปมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถพลิกตัวได้ เธอจึงได้แต่ร้องโวยวายโต้กลับไปว่า
“หวังซี อย่าไปหลงเชื่อคำพูดของไอ้เด็กเวรอย่างกู้ไฮว๋นะ ผลตรวจดีเอ็นเอนั่นต้องเป็ฝีมือของมันแน่ ๆ ฉันไม่ได้ทำ ฉันกับพี่ใหญ่บริสุทธิ์ใจ!”
ยังไงตอนนี้ก็ต้องปฏิเสธหัวชนฝาไว้ก่อน
แต่ป้าสะใภ้ไม่ใช่คนโง่ที่หลอกง่าย ๆ หลังจากตบจนพอใจแล้ว เธอก็ยืนขึ้นพลางสะบัดผม ก่อนจะเรียกบอดี้การ์ดคนหนึ่งถือเอกสารเข้ามาหา
“แกคิดว่าฉันโง่เหรอ? ถ้าผลตรวจของกู้ไฮว๋เชื่อถือไม่ได้ งั้นผลตรวจของฉันล่ะ!”
พูดจบเธอก็โยนรายงานผลตรวจดีเอ็นเอใส่หน้าของหม่าหลานจือทันที
“ทั้งแกและลูกนอกสมรสของแก อย่าหวังว่าจะได้สมบัติแม้แต่นิดเดียวจากตระกูลกู้! อีกอย่าง เงินที่พวกแกเคยโกงจากกู้โย่วไปเท่าไหร่ รีบคืนมาให้หมด! นั่นเป็ทรัพย์สินร่วมของฉันกับเขา กู้โย่วไม่มีสิทธิ์เอาไปให้ใครตามใจชอบ”
หม่าหลานจือถูกตบหน้าจนบวมเป่งราวกับหัวหมู เมื่อเห็นผลตรวจดีเอ็นเอก็รู้ดีว่าเื่นี้ปิดไม่มิดอีกต่อไป
เธอปล่อยโฮออกมาอย่างน่าเวทนา แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
ความเกลียดชังที่มีต่อกู้ไฮว๋ ความเกลียดชังที่มีต่อหวังซี หรือแม้แต่ความเกลียดชังที่มีต่อกู้โย่วก็ตาม
“แม่ แม่ช่วยผมด้วย หยุดตีได้แล้ว!”
ตอนนี้กู้ิเองก็ถูกซ้อมโดยลูกชายของหวังซี สภาพของเขาแย่กว่าหม่าหลานจือเสียอีก
แม้ร่างกายจะเ็ป แต่ความรักที่หม่าหลานจือมีต่อกู้ินั้นเป็ของจริง เธอแผดเสียงร้องก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปขวาง
“พวกแกหยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
กู้อวิ๋นเองก็ถูกตบไปหลายฉาดเช่นกัน ตอนนี้นั่งร้องไห้อยู่บนพื้น
เธอร้องไห้ให้กับความอัปยศอดสูที่ได้รับ และร้องไห้ให้กับความสิ้นหวังในวันข้างหน้า
ตอนนี้คนทั้งวงในต่างรู้กันหมดแล้วว่าแม่ของเธอไปมีชู้ตอนที่ยังแต่งงานอยู่ แถมยังไปเป็ชู้กับพี่ชายของสามีตัวเองอีก แบบนี้เธอจะอยู่ในวงสังคมได้ยังไง
เมื่อคิดถึงชีวิตอันน่าเวทนาของตัวเอง กู้อวิ๋นก็พลันรู้สึกเกลียดชังหม่าหลานจือขึ้นมา
“ทั้งหมดเป็เพราะแม่ ทำไมแม่ถึงไร้ยางอายขนาดนี้ ไปมีชู้ตอนแต่งงานก็แย่อยู่แล้ว ยังไปยุ่งกับพี่ชายสามีตัวเองอีก หลังจากนี้จะให้หนูใช้ชีวิตยังไง!”
กู้ิเองก็เริ่มรู้สึกโกรธแม่ขึ้นมาบ้างแล้ว
ที่จริงแล้ว เขาเคยรู้เื่ชาติกำเนิดของตัวเองมาก่อน หลังจากที่พ่อของกู้ไฮว๋เสียไป หม่าหลานจือก็ไม่ได้ปิดบังเขาเื่นี้
ตอนนั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร แถมยังรู้สึกมีความสุขกับเงินที่ได้รับจากอาของเขาด้วยซ้ำ
แต่พอตอนนี้ทุกอย่างถูกเปิดเผยและย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขา เขาก็เริ่มรู้สึกเกลียดชัง และโกรธที่แม่ของตัวเองไม่ซื่อสัตย์ ไม่อย่างนั้นเื่มันคงไม่บานปลายแบบนี้
กู้ิผลักแม่ที่พยุงเขาอยู่ แม้จะไม่เอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา แต่แววตาตำหนิของเขาก็ทำให้หม่าหลานจือไม่สามารถมองข้ามไปได้
ดวงตาของเธอฉายแววไม่อยากเชื่อ “แก พวกแกโทษฉัน?”
หม่าหลานจือจ้องมองลูกชายอย่างไม่ละสายตา “แกก็โทษแม่งั้นเหรอ?”
กู้ิหลบสายตา ไม่กล้ามองหน้าเธอ “ถ้าไม่ใช่เพราะแม่กับลุงใหญ่...พวกเราคงไม่ต้องกลายเป็แบบนี้ ต่อไปนี้พวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
ในตอนนี้ เขาตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า การมีตัวตนของเขานั้น เลวร้ายยิ่งกว่าการเป็ลูกนอกสมรสเสียอีก
ตอนที่โดนตบตี หม่าหลานจือไม่ได้รู้สึกผิดหรือเสียใจแม้แต่น้อย มีเพียงความโกรธแค้นที่ไม่ได้ฆ่ากู้ไฮว๋ ลูกอกตัญญูคนนั้นเสียั้แ่ตอนนั้น
แต่ในตอนนี้ เมื่อถูกลูกชายที่ตนเองรักและเอ็นดูต่อว่า เธอรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ผู้คนรอบข้างต่างซุบซิบนินทา
หวังซีเห็นแบบนั้นก็รู้สึกว่าสมควรแล้ว นี่เป็ผลกรรมของหม่าหลานจือ
หลินเฟิงเซี่ยวก็คิดแบบเดียวกัน
แต่ก่อนพี่สาวของเขาโดนยายแก่ใจร้ายคนนี้ทรมานไม่รู้เท่าไหร่ ครั้งนี้ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด
หลังจากละครฉากใหญ่ของตระกูลกู้จบลง พวกเขาก็จากไป
ตลอดทาง หลินเฟิงเซี่ยวยังดูไม่หนำใจ เขาเล่าเื่ชั่ว ๆ ที่หม่าหลานจือกับลูกชายลูกสาวของเธอเคยทำไม่หยุดปาก
“กิจการของบริษัทในนามของพี่เขยกำลังไปได้สวย ภายใต้ความพยายามของเขาและพี่สาวของผม แต่ลูกชายของหม่าหลานจือกลับไม่ได้เื่ แถมยังติดการพนันอีก พอเกิดเื่ก็มาขอเงินพี่เขย สิ่งที่แย่ที่สุดคือ พวกเขายังทำเหมือนเป็เื่ที่ถูกต้อง ผมบอกเลยว่ามันน่ารังเกียจมาก”
“ส่วนยายแก่คนนั้นไม่ชอบพี่สาวของผม เพราะอยากจะยัดเยียดหลานสาวฝั่งบ้านเธอให้แต่งงานกับพี่เขย หวังจะได้ควบคุมเขา แต่พี่เขยไม่ยอมเลย ยืนกรานที่จะแต่งงานกับพี่สาวของผม”
“เื่น่ารังเกียจที่พวกเขาทำ ผมไม่อยากจะพูดถึงเลย ถ้าพี่สาวกับพี่เขยไม่ได้รักกันมากขนาดนี้ คงโดนพวกเขาทำลายไปนานแล้ว”