เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า บรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดที่แสนเงียบสงัด ความโดดเดี่ยวภายในบ้านหลังใหญ่เริ่มทำหน้าที่เป็นลิ่มหนามทิ่มแทงจิตใจอันแหลกสลายของเจนนี่ฉับพลัน อยู่ ๆ เปลวไฟราคะอันไม่พึงประสงค์ก็ปะทุลิ่วขึ้นมาจากท้องน้อย อาการฮีสทีเรียพุ่งสูงทะลุปรอทจนเนื้อตัวของเธอร้อนผ่าวราวกระแสน้ำเดือด ร่างอวบอิ่มทุรนทุรายอยู่บนเตียงกว้าง สองมือนุ่มลนลานสอดแทรกนิ้วเรียวเข้าสู่ ใจกลางความลี้ลับที่ชุ่มฉ่ำ ระดมบดบี้เกสรสีหวานรัวถี่เพื่อหวังดับความรุ่มร้อน
ทว่าหยาดน้ำหวานใสที่หลั่งชโลมจนเปียกนิ้วกลับยิ่งตอกย้ำความเวิ้งว้าง นิ้วเรียวบางไม่เพียงพอต่อความกระหายอันบ้าคลั่งที่สลักลึกในระบบประสาทได้เลย
"อื้อออ... ไม่พอ... มันไม่พอ... ช่วยเจนนี่ด้วย..."
เสียงหวานคร่ำครวญสะอื้นไห้ทั้งน้ำตา เจนนี่คลานลงจากเตียงด้วยสติที่หลุดลอย ร่างกายกรีดร้องโหยหาความเจ็บปวดระคนเสียวซ่าน เธอเดินโซเซลงมายังห้องครัวด้านล่าง รื้อค้นตู้เย็นด้วยมืออันสั่นเทา แสงไฟสีขาวนวลจากตู้เย็นส่องกระทบใบหน้าเนียนที่บัดนี้ซีดเซียวปนแดงระเรื่อ สายตาปะทะเข้ากับแตงกวาญี่ปุ่นพันธุ์ผิวเนียนเรียบหลายลูก ผิวสัมผัสของมันเย็นเยียบทว่ารูปร่างกลับกระตุ้นภาพจำอันดิบเถื่อนในหัวสมอง
ทันทีที่ฝ่ามืออันสั่นเทาหยิบวัตถุผิวเนียนเรียบลูกเขื่องขึ้นมาจากความเย็นเยียบของตู้เย็น สติสัมปชัญญะของเจนนี่ก็ถูกตัดขาดออกจากโลกความจริงอย่างสิ้นเชิง... สปอตไลต์ในหัวสมองสว่างวาบ พัดพาร่างอวบอิ่มย้อนกลับไปสู่ห้วงอดีตยามที่เธอยืนอยู่กลางสนามในฐานะเชียร์ลีดเดอร์ผู้สง่างาม ทว่าในมโนภาพอันบิดเบี้ยวครานี้ เสื้อผ้าอาภรณ์ของเธอกลับมลายหายไป เหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าผุดผาด ท่ามกลางสายตาของผู้ชมที่เป็นชายหนุ่มนับร้อยนับพันคนรอบอัฒจันทร์ ซึ่งบัดนี้ลุกขึ้นยืนเปลือยกายอวดแผงอกและตัวตนอันแข็งขืนตระหง่านอย่างหิวกระหาย
ในความทรงจำที่ถูกทารุณกรรมซ้ำ ๆ จนแหลกสลาย สัญชาตญาณการเอาตัวรอดอันมืดมิดสั่งให้เจนนี่แปรเปลี่ยนความกลัวเป็นความคลั่งไคล้ หญิงสาวส่งยิ้มหวานหยดย้อยอันเย้ายวน ละทิ้งเกียรติยศทั้งหมดแล้วเยื้องย่างกายเชิญชวนให้มวลชนลวงตาเหล่านั้นก้าวเข้ามาขยี้ขยำเรือนร่างของเธอตามใจปรารถนา
ตัดสลับมาสู่โลกความจริงอันแสนหดหู่... เจนนี่นอนทอดกายอยู่บนพื้นครัวอันเย็นเฉียบ นัยน์ตาคู่สวยคู่เดิมบัดนี้เบิกกว้างทว่านิ่งงัน ตาลอยคว้างไร้โฟกัส มือนหนึ่งยกวัตถุเย็นเยียบเรียวยาวขึ้นมาจรดริมฝีปากอิ่ม รูดไล้และดูดดอมอย่างบ้าคลั่งในความมืด ยามที่สมองจินตนาการเห็นภาพท่อนลำใหญ่ยักษ์อันร้อนผ่าวของบุรุษนับร้อยกำลังกระแทกกระทั้นเข้ามาในโพรงปากอย่างดุดัน
ขณะเดียวกัน มืออีกข้างที่สั่นระริกก็จับวัตถุผิวเนียนอีกลูก ทะลวงสวนลึกเข้าสู่ ใจกลางความลี้ลับที่ชุ่มฉ่ำ ของตัวเองอย่างรุนแรงและกระชั้นถี่ จังหวะการขยับมือเป็นไปอย่างเกรี้ยวกราดดั่งคนมีอาการทางจิต บดบี้เนื้อนุ่มภายในจนเกิดเสียงแฉะชื้นระรัว
ในหัวสมองของเธอยามนี้เต็มไปด้วยความสุขสมอันบิดเบี้ยว ภาพการถูกรุมโทรมด้วยความเต็มใจหลั่งไหลเข้ามามอมเมาจนสรีระอวบอิ่มแอ่นระริก สะโพกมนขยับยกรับจังหวะลวงตาอย่างเร่งเร้า ทรงพาร่างกายและจิตใจที่พังทลายดิ่งลึกสู่กระแสธารราคะขีดสุด วินาทีที่ความเสียวซ่านพุ่งทะยานแตะขอบสวรรค์ เจนนี่เกร็งกระตุกรัวหน่วงแน่น รีดเค้นหยาดน้ำรักหลั่งพรูออกมาเสร็จสมอารมณ์หมายท่ามกลางมโนภาพอันแสนวาบหวาม ก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบ ทิ้งร่างนอนสลบไสลไปทั้งน้ำตา โดยมีวัตถุสิ่งนั้นยังคงฝังแน่นคาอยู่ในร่องรักที่ตอดรัดเบา ๆ อย่างน่าเวทนา
แสงสว่างของเช้าวันใหม่ไม่ได้ช่วยขับไล่ไอความหม่นหมองในใจของมิ้นท์ได้เลย รถยนต์ของผู้กองวุติเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านพักของเจนนี่ด้วยความเร่งรีบ หลังจากที่มิ้นท์พยายามต่อสายหาเพื่อนรักตั้งแต่รุ่งสางทว่ากลับมีเพียงสัญญาณว่างที่ไม่มีคนรับสาย ความกระวนกระวายใจบวกกับลางสังหรณ์บางอย่างบีบให้ทั้งคู่ต้องรีบมาดูให้เห็นกับตา
"เจนนี่! เจนนี่อยู่ไหมมึง!"
มิ้นท์รัวกำปั้นทุบประตูบ้านเสียงดังลั่น ทว่าภายในกลับเงียบสนิทราวกับบ้านร้าง ผู้กองวุติขบกรามแน่น สัญชาตญาณนายตำรวจบอกเขาว่ามีบางอย่างผิดปกติ ชายหนุ่มตัดสินใจใช้แรงกระแทกแม่กุญแจประตูหลังบ้านจนหลุดออก ก่อนจะพามิ้นท์ถลาเข้าไปข้างในทันที
"คุณมิ้นท์... ไปดูในครัว!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดสั่งยามที่สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นแสงไฟตู้เย็นที่ยังคงเปิดทิ้งไว้ ทันทีที่สองเท้าของมิ้นท์และผู้กองวุติผู้ก้าวพ้นขอบประตูห้องครัว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้หัวใจของคนทั้งคู่แทบหยุดเต้น
ร่างอวบอิ่มของเจนนี่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบ ผิวกายเนียนซีดเผือดสลับแดงระเรื่อจากพิษไข้ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เป็นชิ้นดี และสิ่งที่บาดลึกเข้าไปในจิตใจของคนมองจนแทบกระอักเลือด... คือวัตถุแปลกปลอมในตู้เย็นที่ยังคงฝังแน่นคาอยู่ในส่วนลึกของ ร่องเนื้อชุ่มฉ่ำ ที่บัดนี้บวมช้ำอย่างน่าเวทนา คราบหยาดน้ำตาและคราบน้ำหวานที่แห้งกรังตอกย้ำว่าค่ำคืนที่ผ่านมาเพื่อนรักต้องต่อสู้กับสภาวะจิตหลอนอันมืดมิดเพียงลำพังหนาหนักแค่ไหน
"เจนนี่! ฮือออ... เจนนี่มึงเป็นอะไรกูขอโทษ!"
มิ้นท์ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้นทรุดกายลงกอดร่างที่ไร้สติของเพื่อนรักด้วยความรู้สึกผิดจับใจ เธอโทษตัวเองที่ทิ้งเจนนี่ไว้ให้อยู่คนเดียวในสภาพจิตใจที่แหลกสลายขนาดนี้ ขณะที่ผู้กองวุติได้แต่ยืนนิ่งหมัดแกร่งทั้งสองข้างยึดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคู่คมสั่นระริกท่วมท้นไปด้วยความสมเพชตัวเองในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ปกป้องเหยื่อไม่ได้ และในฐานะผู้ชายที่ละเลยความเจ็บปวดของเธอ
"คุณมิ้นท์... ตั้งสติก่อนครับ" วุติฝืนสูดหายใจลึก ข่มกระแสความโศกเศร้าแล้วรีบทรุดตัวลงมาช่วย "หมอเอกกำลังจะเดินทางมาถึงที่นี่ในอีกไม่กี่นาที... เราต้องรีบจัดการตรงนี้ก่อน เราต้องรักษาศักดิ์ศรีของคุณเจนนี่เอาไว้ ไม่ให้เธอต้องอับอายไปมากกว่านี้"
คำเตือนสติของผู้กองหนุ่มทำให้มิ้นท์พยักหน้ารับทั้งน้ำตา สองมือสั่นเทาของมิ้นท์ค่อย ๆ เอื้อมไปดึงวัตถุเย็นเยียบชิ้นนั้นออกจากร่างของเจนนี่อย่างแผ่วเบาที่สุด พลันใช้น้ำอุ่นชุบผ้าสะอาดช่วยเช็ดทำความสะอาดผิวกายและคราบโลกีย์อันแสนขมขื่นให้อย่างละเมียดละไม โดยมีผู้กองวุติคอยช่วยประคองร่างและหันหลังให้เพื่อเกียรติของหญิงสาว
พวกเธอช่วยกันสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านให้เจนนี่ ก่อนจะอุ้มร่างอวบอิ่มที่ยังคงหายใจหอบรวยรินขึ้นไปพักผ่อนบนโซฟานุ่มในห้องรับแขก จัดแต่งสถานการณ์ทุกอย่างให้ดูเรียบร้อยราวกับเจนนี่เพียงแค่เป็นลมหมดสติไป เพื่อซ่อนเร้นรอยแผลใจอันเน่าฟะนี้ไว้เป็นความลับ... ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ของรถหมอเอกที่เริ่มดังขึ้นที่หน้าบ้าน