จิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม

    บทที่ 47: แฝดงามแห่งวังหลวงและแผนการล่าครั้งใหม่

    ภายในห้องลับใต้ดินของจวนตระกูลซุนที่ถูกปกคลุมด้วยอาคมป้องกันหนาแน่น บรรยากาศบัดนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายพลังปีศาจที่เข้มข้นจนอากาศดูเหมือนจะบิดเบี้ยว หลินเฟิงในร่างราชันจิ้งจอกเจ็ดหางนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินหยกเย็น แสงสีม่วงทองวนเวียนอยู่รอบกายเขาประหนึ่งมังกรตัวน้อยที่กำลังหลอมรวมเข้ากับเส้นชีพจร หางทั้งเจ็ดที่งดงามและทรงพลังสะบัดพริ้วอยู่เบื้องหลังอย่างน่าเกรงขาม แววตาของเขาที่ลืมขึ้นมานั้นเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่สามารถสยบผู้คนได้เพียงแค่ปรายตามอง

     

    "ระบบ... หลังจากที่ข้าได้กลืนกินพลังหยินของหลินหลานจนทะลวงหางที่เจ็ดมาได้ ข้าสัมผัสได้ว่าความต้องการพลังของข้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล เป้าหมายต่อไปที่เจ้าค้นหาให้ข้า... มีความพิเศษอย่างไรถึงคู่ควรกับระดับของข้าในตอนนี้?" หลินเฟิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กังวานอยู่ในจิตใจ

     

    [ระบบตอบรับ: กำลังประมวลผลและวิเคราะห์เป้าหมายที่มีวาสนาสูงสุดในเมืองหลวง...]

     

    [ตรวจพบเป้าหมายระดับ 'มรดกสวรรค์': หมอหลวงหญิง หานซี]

     

    สถานะ: หัวหน้าหมอหลวงหญิงผู้ดูแลพระวรกายของฮองเฮาและเหล่าสนมชั้นสูง

     

    ความพิเศษของร่างกาย: ครอบครอง 'กายาหยินบริสุทธิ์นิรันดร์' ซึ่งเป็นร่างกายที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปี พลังหยินในกายของนางจะถูกกักเก็บและกลั่นกรองจนบริสุทธิ์ถึงขีดสุดตลอดเวลา

     

    วาสนาพิเศษ: เนื่องจากการเข้าออกวังหลวงและใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์ระดับสูงมาเป็นเวลานาน ร่างกายของนางจึงได้รับการชำระล้างด้วย 'กลิ่นอายมังกรหงส์' (พลังอำนาจแห่งราชวงศ์) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้พลังปีศาจของโฮสต์มีความมั่นคงและทรงอำนาจเหนือปีศาจทั่วไป

     

    หลินเฟิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ แววตาฉายแววแห่งความกระหาย "กลิ่นอายมังกรหงส์งั้นหรือ? ช่างน่าสนใจนัก หากข้าได้ครอบครองนาง พลังของข้าคงจะไม่ได้มีเพียงแค่ความลึกลับของจิ้งจอก แต่จะมีความสง่างามและน่าเกรงขามของราชวงศ์แฝงอยู่ด้วยสินะ"

     

    [ระบบแจ้งข้อมูลเชิงลึก: ความลับที่โลกไม่รู้... หานซีมีน้องสาวฝาแฝดนามว่า 'หานรั่ว']

     

    สถานะ: แม่ชีหญิงผู้บำเพ็ญเพียร (ยังไม่ได้ปลงผม) ณ อารามหลวงประจำเมืองหลวง

     

    ความพิเศษ: หานรั่วบำเพ็ญตบะสายขาวบริสุทธิ์ ครอบครอง 'จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์' ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับพลังปีศาจ แต่หากสามารถหลอมรวมได้ จะกลายเป็นพลังที่ไร้เทียมทาน

     

    พันธะสื่อจิตแฝด (Twin Soul Link): นี่คือจุดสำคัญที่สุด... ทั้งสองนางมีดวงวิญญาณที่เชื่อมถึงกันอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าคนหนึ่งจะรู้สึกเจ็บปวด สุขสม หรือรัญจวนใจ อีกคนจะได้รับความรู้สึกนั้นในระดับที่ใกล้เคียงกันทันที แม้จะอยู่ห่างกันคนละฟากเมืองก็ตาม

     

    เงื่อนไขการวิวัฒนาการ: หากโฮสต์สามารถเด็ดบุปผาแฝดคู่นี้ได้พร้อมกัน พลังหยินที่เกื้อหนุนกันผ่านพันธะวิญญาณจะกระตุ้นให้เกิดการระเบิดของพลังตบะ และส่งผลให้ 'หางที่แปด' งอกเงยออกมาได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยอื่น

     

    มุมปากของหลินเฟิงยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และร้ายกาจ "สื่อใจถึงกันงั้นหรือ? ช่างเป็นเรื่องที่สวรรค์ประทานมาให้ข้าจริงๆ จินตนาการดูสิ... ในขณะที่ข้ากำลังมอบบทเรียนรักที่เร่าร้อนให้กับหมอหญิงหานซีในห้องลับ น้องสาวผู้บริสุทธิ์ที่กำลังสวดมนต์อยู่ในอารามหลวงกลับต้องดิ้นรนด้วยความเสียวซ่านที่นางไม่รู้จัก ร่างกายที่ขาวสะอาดของแม่ชีหญิงต้องบิดเร่าด้วยความรัญจวนใจที่ส่งผ่านมาจากพี่สาว... ช่างเป็นภาพที่งดงามเหลือเกิน"

     

    เขาไม่รอช้า สั่งการผ่านกระแสจิตไปยังขุมกำลัง 'เงาจิ้งจอก' ที่เขาแอบสร้างไว้ในเงามืดของเมืองหลวง ให้ไปสืบหาข้อมูลทุกฝีก้าวของสองพี่น้องตระกูลหานอย่างละเอียดที่สุด ไม่นานนัก ข้อมูลลับที่แม้แต่หน่วยข่าวกรองของทางการยังเข้าไม่ถึงก็ถูกส่งมาถึงมือเขา

     

    หานซี พี่สาวคนโต เป็นสตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและเคร่งครัด นางอุทิศตนให้กับการแพทย์และไม่เคยชายตามองบุรุษใด ความงามของนางนั้นสง่าผ่าเผยดุจดอกโบตั๋นที่เบ่งบานในเขตพระราชฐาน ส่วนหานรั่ว น้องสาวคนเล็ก กลับมีความงามที่อ่อนหวานและบริสุทธิ์ดุจดอกบัวขาวกลางสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ นางแยกตัวไปบำเพ็ญเพียรเพื่อขอพรให้ตระกูลและบ้านเมือง เป็นที่เคารพรักของชาวเมืองหลวงในฐานะ 'เทพธิดาแห่งอารามหลวง'

     

    "หมอหญิงผู้สูงศักดิ์ที่ต้องรักษาภาพลักษณ์กับแม่ชีหญิงผู้เคร่งครัดในศีลธรรม... ข้าอยากจะรู้นักว่าหากพวกนางต้องแปดเปื้อนด้วยกลิ่นอายจิ้งจอกของข้า และถูกพันธนาการด้วยรสรักที่ไม่อาจถอนตัวได้ พวกนางจะยังรักษาความสงบนิ่งนั้นไว้ได้หรือไม่"

     

    หลินเฟิงเริ่มวางแผนการอย่างแยบยล เขาจะไม่บุ่มบ่ามเข้าไปหาพวกนางในร่างปีศาจ แต่จะใช้สถานะ 'หลินอวี่' บัณฑิตหนุ่มผู้มีความรู้ด้านสมุนไพรลึกลับที่หายาก เพื่อดึงดูดความสนใจของหานซี และในขณะเดียวกัน เขาก็จะใช้ความสามารถในการแทรกซึมเข้าไปในอารามหลวงเพื่อเริ่ม 'ปั่นป่วน' จิตใจของหานรั่วผ่านทางความฝันและนิมิต

     

    "หางที่แปด... ข้าจะคว้ามันมาให้ได้ และแฝดคู่นี้แหละที่จะเป็นบันไดให้ข้าก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุด!"

     

    แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วจวนตระกูลซุน แต่ภายในห้องโถงลับที่ลึกลงไปใต้ดิน บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความลึกลับและกลิ่นอายแห่งอำนาจ หลินเฟิงในร่างบัณฑิตหนุ่ม 'หลินอวี่' นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ชิงชันที่สลักลวดลายมังกรคาบแก้ว หางทั้งเจ็ดของเขาไม่ได้ถูกเก็บซ่อน แต่กลับแผ่สยายออกมาประหนึ่งพัดขนนกอันล้ำค่า แสงสีม่วงจางๆ วนเวียนอยู่ที่ปลายหางแต่ละข้าง บ่งบอกถึงพลังปีศาจที่อัดแน่นจนแทบจะล้นทะลัก

     

    เบื้องหน้าของเขาคือ ซุนเหม่ยหลิง หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของจวนและเป็นฟันเฟืองสำคัญในเครือข่ายการค้าของเขา นางสวมชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงที่ขับเน้นผิวขาวเนียนละเอียด บัดนี้นางกำลังคุกเข่าปรนนิบัติรินสุรารสเลิศให้หลินเฟิงด้วยท่าทางที่อ่อนน้อมและเต็มไปด้วยความรัก

     

    "เหม่ยหลิง... ข้อมูลที่ข้าให้เจ้าไปสืบเกี่ยวกับตระกูลหาน คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?" หลินเฟิงเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ผู้ฟังต้องยำเกรง

     

    เหม่ยหลิงวางจอกสุราลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษลับออกมาคลี่ออก "เรียนนายท่าน จากการที่ข้าใช้เครือข่ายการค้าสมุนไพรแทรกซึมเข้าไปในสำนักหมอหลวง ข้าพบว่าสถานการณ์ของหานซีในตอนนี้เปรียบเสมือนการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่กำลังจะขาดเจ้าค่ะ"

     

    นางเริ่มบรรยายรายละเอียดที่สืบมาได้ หานซีไม่ได้เป็นเพียงหมอหลวงหญิงธรรมดา แต่นางคือความหวังเดียวของตระกูลหานที่กำลังตกต่ำลงเนื่องจากบิดาของนางล้มป่วยจนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ นางต้องแบกรับความคาดหวังของฮองเฮาในการรักษาพระพันปีหลวง ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากไอเย็นฝังลึกในกระดูกมานานหลายสิบปี

     

    "หานซีพยายามใช้สมุนไพรฤทธิ์ร้อนแรงอย่าง 'โสมอัคคีพันปี' เพื่อขับไล่ไอเย็น แต่นั่นกลับเป็นดาบสองคมเจ้าค่ะนายท่าน" เหม่ยหลิงกล่าวต่อ "ยิ่งนางใช้ยาแรง ร่างกายของพระพันปีหลวงที่อ่อนแออยู่แล้วก็ยิ่งทรุดโทรม นางกำลังมืดแปดด้านและเริ่มหันไปพึ่งพาตำราโบราณที่อาจมีอันตราย นี่คือจุดที่นางเปราะบางที่สุด... ความกลัวที่จะล้มเหลวและทำให้ตระกูลต้องพินาศ"

     

    หลินเฟิงรับฟังด้วยความตั้งใจ แววตาของเขาฉายแววเจ้าเล่ห์ "แล้วน้องสาวของนางล่ะ? หานรั่วที่บำเพ็ญเพียรอยู่ในอารามหลวง เจ้าได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมไหม?"

     

    เหม่ยหลิงพยักหน้า "เรื่องนี้แปลกประหลาดมากเจ้าค่ะ ข้าได้ส่งสายลับที่แฝงตัวเป็นอุบาสิกาเข้าไปสังเกตการณ์ พบว่าหานรั่วไม่ได้บำเพ็ญเพียรอย่างสงบอย่างที่คนภายนอกเข้าใจ ทุกครั้งที่หานซีในวังหลวงมีความเครียดหรือความเจ็บปวด หานรั่วจะมีอาการ 'ไข้ใจ' ขึ้นมาทันที นางจะกระสับกระส่ายและละเมอถึงความรู้สึกที่นางไม่ควรจะรู้จัก... ดูเหมือนว่าพันธะสื่อจิตของพวกนางจะทำให้น้องสาวต้องรับภาระทางอารมณ์แทนพี่สาวอยู่เสมอเจ้าค่ะ"

     

    เมื่อได้ยินดังนั้น หลินเฟิงก็ตัดสินใจที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตนเอง เขาใช้พลัง 'ย่างก้าวไร้เงา' เร้นกายออกจากจวนตระกูลซุน มุ่งหน้าไปยังอารามหลวงที่ตั้งอยู่บนยอดเขาเขียวขจีในยามวิกาล

     




    ณ อารามหลวงประจำเมืองหลวง

     

    หลินเฟิงยืนอยู่บนยอดไม้สูงเหนือหลังคาอาราม แววตาสีม่วงของเขาเปลี่ยนเป็น 'เนตรปีศาจ' ที่สามารถมองทะลุผ่านสิ่งกีดขวางและมองเห็นกระแสพลังงานได้ เขาเห็นร่างของหานรั่วในชุดแม่ชีสีขาวสะอาดตานั่งขัดสมาธิอยู่หน้าพระพุทธรูป ร่างกายของนางเปล่งประกายแสงสีขาวนวลของ 'จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์' ออกมาอย่างต่อเนื่อง

     

    แต่สิ่งที่หลินเฟิงสังเกตเห็นคือ 'เส้นใยวิญญาณสีแดงจางๆ' ที่เชื่อมต่อจากกลางอกของหานรั่ว พุ่งตรงไปยังทิศทางของวังหลวง เส้นใยนั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงความวุ่นวายใจที่ส่งมาจากหานซี

     

    "ช่างเป็นภาชนะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ" หลินเฟิงพึมพำ เขาแอบปล่อยกลิ่นอายจิ้งจอกอ่อนๆ ให้ลอยไปตามลม เข้าสู่ห้องโถงที่หานรั่วนั่งอยู่

     

    ทันทีที่กลิ่นอายนั้นสัมผัสกับจมูกของหานรั่ว ร่างกายของนางก็สั่นสะท้าน แสงสีขาวรอบกายเริ่มกระพริบถี่ๆ นางลืมตาขึ้นด้วยความตื่นตระหนก แววตาที่เคยใสซื่อบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสน นางยกมือขึ้นกุมหน้าอกที่เต้นรัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ

     

    "ความรู้สึกนี้... มันคืออะไรกัน? เหตุใดข้าถึงรู้สึกร้อนรุ่มเช่นนี้?" เสียงหวานใสของหานรั่วพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา

     

    หลินเฟิงยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาพบแล้วว่าหานรั่วคือ 'จุดอ่อน' ที่แท้จริง เพราะนางไม่มีเกราะป้องกันทางอารมณ์เหมือนพี่สาว หากเขาเริ่มรุกรานหานรั่ว ความรู้สึกนั้นจะถูกส่งไปทำลายสมาธิของหานซีในวังหลวงทันที

     

    เขากลับมายังจวนตระกูลซุนและเริ่มเตรียม 'เหยื่อล่อ' ขั้นสุดท้าย เขาใช้ความรู้ทางการแพทย์จากโลกอนาคต ผสมผสานกับพลังปีศาจ ปรุง 'ยาเม็ดปรับสมดุลหยินหยาง' ขึ้นมา ยาเม็ดนี้มีกลิ่นหอมที่สามารถดึงดูดหมอทุกคนในใต้หล้า และที่สำคัญ มันคือคำตอบเดียวที่จะรักษาพระพันปีหลวงได้

     

    "เหม่ยหลิง... พรุ่งนี้เจ้าจงนำยาเม็ดนี้ไปให้หานซีดู แต่อย่าให้นางครอบครอง บอกนางว่าหากอยากได้สูตรยาและวิธีการรักษาที่ถูกต้อง เจ้าของยาเม็ดนี้รอพบนางอยู่ที่นี่"

     

    หลินเฟิงมองดูยาเม็ดในมือด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม แผนการล้อมกรอบบุปผาแฝดบัดนี้ถูกวางไว้อย่างรัดกุมแล้ว พี่สาวจะถูกล่อลวงด้วยความรู้และทางรอด ส่วนน้องสาวจะถูกรุกรานด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทาน

     

    "หานซี... หานรั่ว... พวกเจ้าไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้หรอก"

     

    ---

     

    บรรยากาศยามวิกาลภายในจวนตระกูลซุนเงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำไหลรินจากน้ำตกจำลองที่ช่วยขับเน้นความเงียบให้ดูขรึมขลัง หลินเฟิงในคราบของบัณฑิตหนุ่ม 'หลินอวี่' นั่งรอคอยอย่างสงบอยู่ภายในศาลาริมน้ำ บนโต๊ะหินอ่อนมีเพียงกาน้ำชาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นและตำราแพทย์โบราณที่เขาจงใจเปิดค้างไว้ในหน้าสำคัญที่กล่าวถึง 'พิษเหมันต์ฝังกระดูก'

     

    เขาไม่ได้แผ่พลังปีศาจออกมาแม้แต่น้อย แต่กลับใช้พลังสมาธิควบคุมกลิ่นอายรอบกายให้ดูเหมือนบัณฑิตผู้มีความรู้ลึกซึ้งและสันโดษ ทว่าในใจของเขากลับกำลังประมวลผลการมาถึงของ 'เหยื่อ' ที่ระบบเพิ่งแจ้งเตือน

     

    เงาร่างที่สง่างามในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาปรากฏขึ้นที่ปลายสะพานหิน หานซีเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่ระแวดระวังและเปี่ยมไปด้วยทิฐิ ใบหน้าที่งดงามราวกับสลักจากหยกขาวนั้นดูเคร่งเครียด แววตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัยและกังวล นางหยุดยืนอยู่ที่หน้าศาลา จ้องมองบัณฑิตหนุ่มที่นั่งอยู่ด้วยสายตาที่พยายามค้นหาความจริง

     

    "ท่านคือเจ้าของยาเม็ดที่ซุนเหม่ยหลิงนำไปให้ข้าดูงั้นหรือ?" น้ำเสียงของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์

     

    หลินเฟิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ยิ้มอย่างสุภาพแต่แฝงไปด้วยความลึกลับ เขาไม่ได้ลุกขึ้นต้อนรับในทันที แต่กลับรินน้ำชาอย่างใจเย็น "แม่นางหานซี... เชิญนั่งก่อนเถิด การที่ท่านยอมมาพบข้าที่นี่ แสดงว่าท่านเองก็เริ่มตระหนักแล้วว่า 'ทางตัน' ที่ท่านเผชิญอยู่นั้น ไม่มีใครในวังหลวงช่วยท่านได้"

     

    หานซีขมวดคิ้วแน่น นางไม่ชอบท่าทีที่ดูเหมือนจะรู้ทันของเขา แต่นางก็ยอมนั่งลงฝั่งตรงข้าม "อย่ามาเล่นลิ้น บอกข้ามาว่าท่านรู้เรื่องโรคของพระพันปีหลวงได้อย่างไร และยาเม็ดนั้น... ท่านปรุงมันขึ้นมาด้วยหลักการใด?"

     

    หลินเฟิงปิดตำราแพทย์ลงช้าๆ "หลักการนั้นเรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง... ท่านใช้โสมอัคคีเพื่อขับความเย็น แต่นั่นคือการรักษาที่ปลายเหตุ ยิ่งท่านเติมไฟ ร่างกายที่อ่อนแอของพระองค์ก็ยิ่งมอดไหม้ สิ่งที่พระองค์ต้องการไม่ใช่ไฟ แต่คือ 'การปรับสมดุลหยินหยาง' เพื่อให้ร่างกายขับพิษออกมาเอง"

     

    เขาเริ่มอธิบายทฤษฎีทางการแพทย์ที่ผสมผสานความรู้จากอนาคตและคัมภีร์ระบบ หานซีที่ตอนแรกตั้งแง่รังเกียจกลับเริ่มนิ่งฟังด้วยความตกใจ ความรู้ที่หลินเฟิงเอ่ยออกมานั้นเป็นสิ่งที่นางไม่เคยได้ยินจากอาจารย์คนไหน แต่มันกลับสมเหตุสมผลจนนางไม่อาจโต้แย้งได้

     

    ในระหว่างที่สนทนา หลินเฟิงแอบปล่อย 'กลิ่นอายจิ้งจอกจางๆ' ที่มีฤทธิ์เพียงแค่ทำให้ประสาทสัมผัสไวขึ้นเท่านั้น เขาไม่ได้รุกรานทางกาย แต่ใช้การสบตาที่แน่วแน่และน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำเพื่อดึงดูดสมาธิของนาง

     

    ในขณะเดียวกัน ณ อารามหลวง หานรั่วที่กำลังสวดมนต์อยู่กลับรู้สึกถึง 'ความตื่นเต้น' และ 'ความเลื่อมใส' ที่ส่งมาจากพี่สาวอย่างรุนแรง นางเริ่มกระสับกระส่าย หัวใจเต้นรัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกที่พี่สาวกำลัง 'ทึ่ง' ในตัวบุรุษผู้นี้ถูกส่งผ่านไปยังน้องสาวจนกลายเป็นความสงสัยใคร่รู้ตามไปด้วย

     

    "พี่สาว... ท่านกำลังพบกับใครกัน?" หานรั่วพึมพำ แววตาของนางเริ่มสั่นคลอน

     

    เมื่อเห็นว่าหานซีเริ่มคล้อยตาม หลินเฟิงกลับเลือกที่จะหยุดการสนทนาลงกลางคัน เขาผุดลุกขึ้นแล้วประสานมือ "วันนี้ข้าคงบอกท่านได้เพียงเท่านี้ แม่นางหานซี... วิชาแพทย์ของข้าไม่ได้มีไว้เพื่อโอ้อวด แต่มีไว้เพื่อรักษาผู้ที่ 'คู่ควร' เท่านั้น"

     

    หานซีเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "ท่านจะหยุดเพียงเท่านี้งั้นหรือ? ข้ายังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนเลย!"

     

    "ความรู้ที่ลึกซึ้งต้องใช้เวลาในการซึมซับ" หลินเฟิงยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม "หากท่านต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม หรือต้องการยาขนานจริงเพื่อไปรักษาพระพันปีหลวง... อีกสามวันข้างหน้า จงมาพบข้าที่นี่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ข้าขอให้ท่านนำ 'ความจริงใจ' มาด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ความระแวง"

     

    หานซีเม้มริมฝีปากแน่น นางรู้สึกเสียหน้าแต่ในขณะเดียวกันนางกลับรู้สึก 'เสียดาย' อย่างบอกไม่ถูกที่การสนทนาจบลงเร็วเกินไป นางมองตามแผ่นหลังของหลินเฟิงที่เดินหายเข้าไปในเงามืดของจวนด้วยความรู้สึกที่สับสน

     

    "หลินอวี่... ท่านเป็นใครกันแน่?"

     

    การพบกันครั้งแรกจบลงด้วยชัยชนะเล็กๆ ของหลินเฟิง เขาไม่ได้พิชิตใจนางในทันที แต่เขาได้ฝัง 'เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัย' และ 'ความเลื่อมใส' ลงไปในใจของนางแล้ว และที่สำคัญที่สุด เขาได้ทำให้พันธะสื่อจิตของแฝดคู่นี้เริ่มทำงานในทิศทางที่เขาต้องการ

     

    "ครั้งแรกคือความสงสัย... ครั้งที่สองคือความเลื่อมใส... และครั้งที่สาม... เจ้าจะยอมสยบให้ข้าเอง หานซี"

     

    หลินเฟิงยิ้มกับตนเองในเงามืด แผนการขั้นต่อไปของเขาคือการเริ่ม 'รุกราน' หานรั่วในนิมิตฝันให้หนักขึ้น เพื่อให้น้องสาวเป็นฝ่ายกดดันพี่สาวให้กลับมาหาเขาเร็วขึ้นกว่าเดิม

    คล้ายกับเรื่องจิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498