จริงสิ.. คงคุ้นหูเผ่าปีศาจเผ่ากึ่งมนุษย์และเผ่ามนุษย์กันดีอยู่แล้ว.. แต่เผ่าอสูรคงยังไม่รู้จักละสินะ..
อืมมม..จะให้อธิบายมันคือพวกมอนสเตอร์นั่นแหละแต่ไม่จำกัดความแค่ว่าเป็มอนสเตอร์เท่านั้นแหละนะ
เผ่านี้มีมาั้แ่โลกกำเนิดฉันเลยมีความรู้เกี่ยวกับมัน แต่เทพธิดาคดโกงไม่ให้ข้อมูลส่วนนี้ฉันเนี่ยสิ
เอาเป็ว่าเผ่าอสูรคือเผ่าที่ไม่มีใครเข้าใจมากที่สุดบนโลกใบนี้..นอกจากเทพหรือฉันน่ะนะ.. เผ่าอสูร
เผ่าอสูรเป็เผ่าที่เหมือนจะถูกจัดให้เป็เผ่าที่แข็งแกร่งมากเรียกได้ว่าหากอสูรทรงพลังอยู่เหนือเทพหว่ามี ซึ่งฉันไม่ค่อยเข้าใจนักไอ้คำว่า‘เหนือเทพ’ มันคืออะไร
แต่ไม่ใช่ว่าอสูรทุกตัวจะเก่งและมีสมองอะนะอย่างพวกหมาป่าอสูรมันก็เป็มอนสเตอร์ดาดๆ ทั่วไป
แต่อสูรที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าปกตินิดหน่อยจะไม่โจมตีมนุษย์หรือเผ่าอื่นพวกเขาปกครองและกินอยู่ในสถานที่เล็กๆ ของตัวเอง
แต่ก็มีบางครั้งที่ออกมาเดินเล่นในเมืองซึ่งบางประเทศอาจจะปฏิเสธอสูรแต่ก็ไม่ใช่ทุกประเทศนะอาณาจักรอาเดฟเป็หนึ่งในอาณาจักรที่ไม่ปฏิเสธอสูร
ที่รู้ก็มีแค่ประมาณนี้แหละลึกลับซะจนฉันต้องระวังพวกนี้ให้มากกว่าเผ่าปีศาจซะแล้ว จากคำบอกเล่าของลาน่า
ดูเหมือนว่าอสูรบางตัวมันน่ากลัวมากดังนั้นฉันจึงต้องระวัง..ระวังและระวัง
การเดินทางนี้ใช้เวลาค่อนข้างนานหลายวันอย่างต่ำเขาบอกว่าใช้เวลาเกือบๆ หนึ่งเดือนแน่นอนว่านั่นในกรณีที่ม้าวิ่งเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง
กว่าจะไปถึงคงใช้เวลาสามเดือนเป็อย่างต่ำถึงว่าท่านแม่กับท่านพ่อถึงคะยั้นคะยอให้รีบมาก่อนโรงเรียนเปิดสี่เดือน
แต่ฉันก็สงสัยว่าใช้เวทมนตร์บินไปเอาไม่ดีกว่าขี่รถม้าเหรอ แต่เหมือนจะไม่มีคนตั้งคำถามนี้เลย
ขนาดเลวี่ที่เชี่ยวชาญเวทมนตร์พอๆ กับฉันยังไม่ถามเลยนี่ทำให้ฉันไม่กล้าถาม ใครจะไปรู้ ถามออกไปอาจโดนปาดคอก็ได้นี่
ด้วยเหตุนี้จึงไม่ถามเมื่อตะวันตกดินพวกเราก็พักโดยตั้งที่พักหรูหรา และมียามเฝ้าตลอดตอนนอน
อันที่จริงนอกจากยามแล้วเลวี่กับซิลเวียยังเฝ้าฉันเหมือนกับฉันเป็นักโทษ เลวี่ไม่เท่าไหร่แต่ซิลเวียนี่เหมือนจะตัวสั่นทั้งคืนจนฉันอดไม่ได้ที่จะถามออกไป
“นี่เธอกลัวอะไรกันแน่นิ”
ซิลเวียหันมาตอบฉันทันทีสีหน้าของเธอดูกลัวไม่น้อย
“นี่เธอไม่รู้เหรอว่าที่ดินมันมีเทพแห่งพิภพอาศัยอยู่ ไอ้เทพบ้านี่มันชอบผู้หญิงมากตกดึกมันจะแอบเข้าไปหาคนที่นอนติดพื้นแล้วก็..”
ที่ไหนได้ก็แค่เื่เล่าฉันไม่คิดว่าเทพธิดาจะกลัวเื่เล่าหลอกเด็กแบบนี้พอคิดได้แบบนั้นฉันก็ถอนหายใจออกมา
แต่พอหลับตาลงฉันก็ต้องเบิกตากว้างทันที!
เดี๋ยวก่อนนะ ที่นี่คือที่ไหน?ที่นี่คือโลกแฟนตาซีที่โหดร้ายและทารุณ หมายความว่าเื่บ้าอะไรก็เกิดขึ้นได้!
บางทีเื่ที่ซิลเวียพูดอาจจะเป็เื่ที่มีอยู่จริงในโลกบ้าๆพรรค์นี้ก็ได้ ฉันถึงกับตัวสั่นทันที
“บัดซบ เกือบเลินเล่อไปแล้ว”
ฉันบ่นออกมาตอนกลางคืนหลังจากทุกคนเงียบไปแล้ว.. ฉันไม่คิดว่านั่นเป็เื่เล่าหลอกเด็ก เอ่อ..ต่อให้เป็แบบนั้นจริงฉันก็ต้องระวังเอาไว้ก่อน กันไว้ดีกว่าแก้!
ไม่สิตำนานเล่าขานส่วนใหญ่ก็เกิดขึ้นจริงจริงอยู่ที่เทพพิภพอะไรนั่นอาจจะไม่มีจริงแต่เื่ที่เกิดเล่าขานนั่นอาจจะเกิดขึ้นโดยฝีมืออะไรสักอย่าง
ดังนั้นฉันต้องระวังตัว! ใช่จะเลินเล่อไม่ได้ ฉันใช้ทักษะที่เคยฝึกมาในอดีตชาติ วิชาร่างกายอ่อน..เอ่อคือแค่ทำให้ร่างกายอ่อนแล้วหลบออกมาอ่ะนะ
ฉันออกจากที่พักและด้านนอกที่พักมีทหารยืนอยู่พอทหารเห็นฉันก็พูดออกมาทันที
“องค์หญิง ออกมาไม่ได้นะครับ!ตอนนี้เป็ตอนกลางคืนอาจจะมีอสูรหากินยามดึกอยู่ก็ได้”
“เอ่อ…”
ฉันไม่รู้จะทำไงดีก็เลยใช้เวทไปทันทีทำให้ทหารคนนั้นตาค้างสักพักก่อนจะหันไปทำหน้าที่ต่อ
มนต์สะกดเป็มนต์ที่ทำให้เขามองข้ามฉันไป.. และฉันก็เดินวาดวงเวทล้อมรอบที่พักจนเสร็จ
แต่ก็รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำด้วยความที่แถวนี้มีแต่ทหารเต็มไปหมดถึงจะโดนมนต์สะกดแต่มาทำเื่อย่างว่ากลางที่สาธารณะนี่ก็ไม่ใช่
ฉันเลยเดินหลบเข้าไปในป่าลึก..แต่ในตอนนั้นเองฉันก็ได้ยินเสียงซอกแซกในป่า พร้อมแสงไฟ ว๊าบๆ
“อ่วยอ้วยยยย”
แสงไฟที่กะพริบไปกะพริบมาถูกส่งออกมาจากทางต้นเสียงที่ดูอู้อี้ดังกล่าวแต่เหมือนทหารจะไม่ได้ยิน ฉันเลยสงสัยแอบมองดู
ตรงนั้นเห็นกลุ่มชายสามคนกำลังจับผู้หญิงกดลงกับพื้นอยู่ผู้หญิงคนนี้เหมือนกำลังเดินทาง แต่ไม่ใช่คนที่มากับพวกเรา
แม้ว่าจะสวมชุดขุนนางแต่ก็เหมือนขุนนางที่ไม่ได้รวยมากเพราะไม่มีคนติดตาม ชายที่เป็ผู้นำเหมือนจะหัวเราะออกมา
“ฮิๆ .. วันนี้จับลูกขุนนางได้เว้ย”
“เฮ้ๆ ใกล้ๆนี่มีทหารของอาณาจักรอาเดฟอยู่ เงียบๆ สิวะ”
“อื้อออออ อื้อออ”
ผู้หญิงคนนั้นถูกปิดปากก่อนชายที่เป็หัวหน้าจะเอามีดจ่อคอ แล้วพูด “อยู่นิ่งๆ สิวะถ้าไม่อยากตายก็ตามมาเงียบๆ!”
ฉันขมวดคิ้วกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ั้แ่ชาติก่อนหรือชาตินี้ฉันไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้มาก่อน นั่นคือการลักพาตัว!
นี่มันลักพาตัวกันชัดๆ ฉันควรทำไงดีหลบออกไปและไปบอกทหาร? ไม่สิ ทหารนั่นติดมนต์สะกดอยู่กว่าจะแก้ได้พวกมันคงหนีไปแล้ว
ฉันควรจะเข้าไปช่วย ไม่ได้สถานการณ์ที่ศัตรูเยอะกว่าจะประมาทและดูถูกศัตรูไม่ได้มีความเป็ได้ว่าศัตรูแต่ละคนจะแข็งแกร่งกว่า
และอะไรมายืนยันว่าผู้หญิงที่ฉันช่วยจะเป็คนดีไม่ลอบโจมตีฉันหลังจากช่วย มันอาจจะเป็การแสดง…
ฉันเหงื่อตกเพราะเริ่มรู้สึกเกร็งทำอะไรไม่ถูกในสถานการณ์นี้มองดูเด็กผู้หญิงอายุเท่าๆ เลวี่ถูกปิดปากเอามีดจ่อคอน้ำตาไหล
“ฉันควรทำยังไงดี! พี่!”
ฉันไม่รู้จะทำยังไงจริงๆทุกครั้งที่ฉันไม่รู้จะทำอะไรพี่สาวฉันจะคอยบอก คอยเตือน คอยแนะนำ..แต่ว่าเธอไม่อยู่แล้ว
ฉันต้อง..ระวังตัวในโลกที่ไม่มีมิตรสหายแบบนี้.. ใช่..ฉันไม่ควรช่วยเธอเพราะบางทีนี่อาจเป็กับดัก
“ฟังนะ ..เรนถึงแม้จะกลัวแต่ก็มีบางครั้งที่แม้จะกลัว คาดเดาสถานการณ์ไม่ได้ หรืออาจจะต้องแพ้แน่ๆ ก็ตาม..เรนก็ต้องลุกขึ้นสู้..เพราะมันจะดีกว่าถ้ามารู้สึกเสียใจในภายหลังว่าเมื่อตอนนั้น ตัวเองทำไม่เต็มที่… พี่รู้ว่าลึกๆแล้ว..เรนไม่ได้อยากเป็คนคิดมากแบบนี้..ใช่มั้ย?”
การลอบโจมตีเงียบๆ จะส่งผลดีที่สุด!ฉันใช้พลังเวทมนตร์เร่งความเร็วและการรับรู้ก่อนที่จะพุ่งไปข้างหน้าจนทะลุพื้นที่และเวลา
มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของชายสามคนนั้นเมื่อฉันปรากฏขึ้น ชายที่ระวังหลังให้ก็เห็นฉันทันที
“อะไร—”
ฉันเลือกโจมตีจุดตายทันทีนั่นคือสมองฉันบีบอัดพลังเวทปีศาจไว้บนฝ่ามือทั้งสองข้างเป็ก้อนพลังงานเวทก่อนจะยกมือขึ้นยิงไปซ้ายและขวาใช่สายสองคน
ด้วยจำนวนเวทที่ไม่เยอะฉันคิดว่าเขาไม่น่าจะตาย..แต่พอพลังเวทถูกปล่อยออกจากมือมันก็ทะลุหน้าของชายสองคนเหมือนทะลุเต้าหู้
ฉันใเพราะร่างกายมันทำไม..อ่อนแอแบบนี้ แต่ว่าชายร่างใหญ่คนนั้นก็ตอบสนองเหวี่ยงหมัดกลับหลังมาใส่ฉัน
“ช้ามาก!”
ฉันเผลอพูดออกไปแต่ว่าฉันไม่กล้ายิงพลังเวทอีกแล้ว ภาพสยดสยองของชายสองคนก่อนหน้าทำเอาฉันใจสั่น
ฉันจะทิ้งน้ำหนักไปด้านหลังหลบหมัดที่เหวี่ยงออกมาใช้มือค้ำพื้นและเหวี่ยงเท้าเตะใส่เอวชายคนนั้น
“กร็อบ!”
ร่างชายคนนั้นเป็เศษไม้แห้งถูกแท่งเหล็กบนกระดูกทุกส่วนถูกบดด้วยการเตะครั้งเดียวของฉัน..
ห้ะ.. หักเลยเหรอ?
..ไม่คิดว่าเสริมพลังกายแค่หนึ่งครั้งก็มากพอจนบดขยี้กระดูกคนได้เลย..ชายคนนั้นปลิวลิ่วอัดต้นไม้ทันที
เอ๋.. ง่ายไปมั้ยเนี่ย?