บทที่ 33
การค้นพบที่น่าทึ่ง
"ผมไม่้าเป็ศัตรูกับประเทศใด ๆ บนโลกนี้ หรือแม้กระทั่งมนุษย์ ผม้าแค่อุกกาบาต" หลี่ิกล่าวอย่างเคร่งขรึม
คาร์ลอสลังเลและพูดว่า "ฉันไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับอุกกาบาตพวกนั้นหรอกนะ มันเป็ความลับทางการทหาร"
ดวงตาของหลี่ิก็แข็งกร้าว ทั้งใบหน้าของเขาแข็งริมฝีปากของเขาขยับเล็กน้อยและพูดว่า "ให้ผมบอกสิ่งที่คุณควรจะรู้อยู่แล้วไหม ... "
"ซีไอเอที่คุณรับผิดชอบกำลังช่วยทหารในการค้นหาอุกกาบาต คุณเป็ผู้ให้ข้อมูลอุกกาบาตทั้งหมดกับพวกเขา ผมเชื่อว่าอุกกาบาตลูกอื่น ๆ จะตกอยู่ในมือของพวกทหารในไม่ช้าและจะถูกส่งไปยังสำนักงานของคุณอยู่ดี อย่างไรก็ตามพวกคุณไม่รู้ว่ามันจะส่งผลอะไรกับมนุษย์ถ้าอุกกาบาตเหล่านี้ตกอยู่ในมือของโอเว่นใช่ไหม นอกจากนี้ยังมีวิดีโอเกี่ยวกับผมในคอมพิวเตอร์ที่คุณพกพาไปไหนด้วย แน่นอนคุณอยากรู้จักผมให้มากขึ้น แต่ยิ่งคุณรู้มากเท่าไหร่ความเข้าใจก็ยิ่งน้อยลงไปเท่านั้น เป็สิ่งที่ดีสำหรับมนุษย์ที่จะพัฒนาการติดต่อกับอารยธรรมต่างดาว แต่วิธีนี้มีแต่จะเร่งการทำลายล้างอารยธรรมของมนุษย์เอง ถือซะว่านี้คือคำเตือนจากผมก็แล้วกันนะ”
“แล้วพวกเราควรจะทำยังไง?” คาร์ลอสพูดอย่างคลุมเครือ
การแสดงออกของหลี่ิผ่อนคลายลงเล็กน้อยและพูดต่อ: "สิ่งที่คำตอบนั้นแม้แต่ผมก็ไม่รู้หรอก ผม้าทราบว่าเมื่อใดที่อุกกาบาตลูกล่าสุดส่งมาถึงในประเทศ U เวลาและสถานที่ที่แน่นอน แน่นอนว่าคุณจะยังไม่รู้ตอนนี้ แต่คุณความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลนี้ ดังนั้นผมจึงมุ่งเป้ามาที่คุณคาร์ลอส คุณควรติดต่อผมให้ทันเวลาหลังจากที่ทราบข่าวนี่ คุณคาร์ลอสผมจะรอข้อความนั้นจากคุณ"
คาร์ลอสดูเหมือนจะสูญเสียความมั่นใจไป เขาถือพวงมาลัยด้วยมือขวาซ้ำ ๆ เขามีเหงื่อไหลออกมามาก
แสงแดดส่องเข้ามาทางหน้าต่างโดยไม่รู้ตัว ไม่ไกลม่านชั้นสองของบ้านถูกเปิดออกบิลเนลล์สามารถมองเห็นรถของคาร์ลอสจากด้านนอกได้ แต่ส่วนหน้าของรถดูผิดรูปไป ดูเหมือนว่าจะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่เมื่อดูไปเรื่อย ๆ ดูเหมือนว่าจะยังมีผู้โดยสารอยู่ข้างใน
เมื่อหน้าต่างถูกเปิดออกบิลเนลล์มองมาด้วยความกังวลและะโถามว่า "คาร์ลอสนั่นคุณเหรอ"
คาร์ลอสที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างกับหลี่ิ เมื่อได้ยินเสียงของภรรยาทักมาก เขาก็ลดหน้าต่างลงแล้วเอื้อมมือไปโบกมือ
สายตาของบิลเนลล์มองไปที่รถอย่างระมัดระวังเธอหันกลับมาและรีบใส่เสื้อโค้ทก่อนที่จะเดินลงไปชั้นล่าง ในเวลานี้คาร์ลอสหันกลับมาอีกครั้ง ที่ที่นั่งร่วมคนขับนั้นกลับว่างเปล่าไปแล้ว หลี่ิดูเหมือนจะหายไปแล้ว คาร์ลอสมองไปรอบ ๆ ก็ยังไม่เห็นอะไรจากนั้นจู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของคาร์ลอสก็ดังขึ้น
หยิบโทรศัพท์มือถือออกมามันเป็ข้อความมันเขียนแค่ประโยคว่า “อย่าลืมเื่อุกกาบาต”
คาร์ลอสลงจากรถอย่างรวดเร็วเขามองไม่มีสิ่งใดเลย บนถนนโล่งเหมือนกับคนคนนั้นไม่เคยอยู่แถวนี้ด้วยซ้ำ
“ ที่รักเกิดอะไรขึ้น” บิลเนลล์มองไปที่รถด้านหน้ารถที่เสียหาย
คาร์ลอสรีบวางโทรศัพท์มือถือและหยิบคอมพิวเตอร์ในรถออกมา เขาตอบไปว่า "ก็สบายดีไม่เป็ไรบางทีฉันอาจจะเหนื่อยเกินไปเลยไปชนตอไม้ข้างทางน่ะ"
บิลเนลล์ มองไปที่รถของคาร์ลอสโดยไม่รู้ตัว เธอรู้สึกแปลก ๆ จึงเช็กเข้าไปในรถไม่มีร่างอยู่ในนั้น ราวกับว่าคาร์ลอส อยู่คนเดียวมาโดยตลอด : "ไม่เป็ไร กลับเข้าไปในบ้านกันเถอะ"
คาร์ลอสพยักหน้าเบา ๆ และไม่พูดอะไรเพิ่มเติมพร้อมกับบิลเนลล์
ในขณะเดียวกันในอาคารรัฐบาลทรงกลมในเมือง S ผู้คนหลายคนในสำนักงานกำลังพูดถึงบางสิ่งบางอย่าง
บนที่นั่งในสุดของโต๊ะ มีชายผมสั้นใบหน้ารูปไข่อยู่ในชุดนายพลยศสูงกำลังนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะ และทั้งสองข้างของเขามีบุคลากรตำแหน่งสูงคนอื่นอีกห้าหรือหกคน กำลังนั่งอยู่ซึ่งทั้งหมดเป็สมาชิกหลักของกองทัพ
ตรงข้ามพวกเขามีชายผิวดำหัวโล้นร่างกำยำชื่อโอเว่นอยู่
"อุกกาบาตที่ส่งกลับจากประเทศ Y จะมาถึงท่าเรือหลักในเย็นวันนี้ ทหารของเราจะลอบขนส่งไปยังพื้นที่ที่ 51 อุกกาบาตลูกที่สองจะส่งถึงนายเร็ว ๆ นี้ตามด้วยอุกกาบาตลูกอื่น ๆ ที่กำลังอยู่ระหว่างทาง เป็ไปตามบันทึกความร่วมมือระหว่างพวกพวกเรา" แม่ทัพใหญ่ยื่นเอกสารให้ฝั่งตรงข้าม
โอเว่นหยิบมันมาชำเลืองมองแล้ววางลง เขาหยิบปากกาขึ้นมาและเขียนชื่อของเขาลงไปราวกับว่าเขาไม่สนใจมันั้แ่แรกอยู่แล้ว
เมื่อมองไปที่โอเว่นที่ นายพลใหญ่ยิ้มและพูดว่า "ก่อนที่อุกกาบาตลูกที่สองจะถูกส่งมา นายต้องไปที่ CIA เพื่อถามคาร์ลอสดูสักหน่อย ฉันรู้ว่านายไม่ชอบหน้าไอหมอนั้น นายก็แค่ไปหาเขาและไม่ต้องตอบคำถามใด ๆ ที่เกี่ยวกับแผนการของพวกเรา คนของทางเราจะคุ้มกันนายตลอดเวลา จนกว่าจะกลับไปที่พื้นที่ 51 "
โอเว่นส่งเอกสารที่มีลายเซ็นคืนให้กับแม่ทัพใหญ่ไป และพูดว่า "ไม่ล่ะ ฉันจะไปรับอุกกาบาตด้วยตัวของฉันเอง หลังจากผ่านการสอบปากคำ พวกนายก็แค่เตรียมสิ่งที่ฉัน้าให้พร้อมก็พอ"
นายพลใหญ่เข้ามารับเอกสารและกล่าวว่า "นี้ก็เพื่อให้นายไม่ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาหลายเื่ที่ พ่อของโอลิเวอร์จ้องจะเอาเื่นาย เขาเองก็มีอำนาจมากในการต่อรอง เขามีล็อบบี้ที่แข็งแกร่งหากนายแสดงตัวมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาโดยไม่จำเป็ ส่วนพลังไฟฟ้าที่นาย้าพวกเราเตรียมไว้ให้แล้ว "
โอเว่นลุกขึ้นและวางมือบนโต๊ะ ด้วยน้ำเสียงสุดจะเซ็ง โอเว่นกล่าวต่อว่า: "นั่นคือปัญหาของพวกนาย ใครก็ตามที่ต่อต้านฉัน ฉันสามารถจัดการเขาได้ราวกับดีดนิ้วอยู่แล้ว ถึงยังไงฉันก็จะไปรับอุกกาบาตนั้นด้วยตัวของฉันเอง ถ้าพวกนายไม่เห็นด้วย นั่นคือจุดสิ้นสุดของการเจรจา”
แม่ทัพใหญ่ลังเลหลังจากมองไปที่โอเว่นแล้ว เขาก็พูดว่า "ฉันจะติดต่อกลับในภายหลัง ฉันต้องไปถามหน่วยงานเบื้องบนก่อนกว่าจะเอายังไงกับพวก CIA ดี"
โอเว่นหันไปราวกับไม่แยแสก่อนที่จะออกจากที่นั่งไป
…
ใน่บ่ายโทรศัพท์เครื่องหนึ่งดังขึ้นและคาร์ลอสที่กำลังนอนหลับอยู่ก็ลืมตาขึ้น โทรศัพท์ยังคงดังต่อไป คาร์ลอสลุกขึ้นนั่งและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากหัวเตียง ก่อนที่จะมองไปยังหน้าจอของโทรศัพท์ และรับสายทันที
"ทางกองทัพตกลงจะให้พวกเราถามคำถามของเกี่ยวกับโอเว่น ในอีกครึ่งชั่วโมงโอเว่นจะมาถึงสำนักงานแล้วนาย้ามาที่นี่ไหม" เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูด
คาร์ลอสพูดว่า "ฉันจะไปรับเขาเอง”
"ตกลง."
หลังจากวางสายแล้วคาร์ลอสก็รีบลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าและเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าอาบน้ำ ในขณะเดียวกันสายตาของเขาก็มองไปรอบ ๆ บ้านและร้องเรียก "บิลเนลล์ฉันต้องออกไปแล้วนะ บิลเนลล์?"
หลังจากอาบน้ำแบบรีบ ๆ ไปแล้ว เขาก็ไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ จากบิลเนลล์เลย คาร์ลอสเดินกลับไปที่ห้องและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง มีข้อความสั้น ๆ อยู่ “ฉันจะเอารถของนายไปซ่อม ถ้านายจะไปทำงาน ขับรถของฉันไปก่อนเลย นอกจากนี้ทำพิซซ่าเนื้อที่นายชอบเอาไว้แล้ว อย่าลืมอุ่นมันในเตาไมโครเวฟล่ะ”
คาร์ลอสวางโทรศัพท์มือถือลงแล้วตรงไปที่ห้องครัว มีจานและกุญแจรถอยู่บนโต๊ะอาหาร เขาอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา “เห้อ เธอนี่นะ” อย่างไรก็ตามคาร์ลอส ไม่ได้อุ่นพิซซ่าของเขาในเตาอบไมโครเวฟ เขารีบกินมันให้หมดภายในไม่กี่คำ แล้วรีบรับกุญแจไป
เขาออกจากในบ้าน รถสีดำของคาร์ลอสหายไป แต่รถสีแดงของบิลเนลล์จอดอยู่ในที่จอดรถของบ้าน
ไม่นานก่อนออกจากบ้านคาร์ลอสมาก็ใกล้จะถึงที่บ้านพักของออสเทน คาร์ลอสหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาขณะขับรถเพื่อเตรียมติดต่อออสเทน อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะได้โทรออก เขาก็เห็นออสเทนซึ่งรออยู่ริมถนนไกล ๆ คาร์ลอสวางโทรศัพท์มือถือกลับไปที่เดิม
รถหยุดช้า ๆ ขณะที่เข้าใกล้ออสเทน ก่อนที่จะเราเขามาและออกไปอย่างรวดเร็ว
ออสเทนเปิดแท็ปเลทของตัวเองและพูดว่า "ฉันได้วิเคราะห์วิดีโอที่นายให้มาอย่างละเอียดแล้ว ฉันไม่รู้ว่าจะบอกกับนายยังไงดีแต่มันน่าใจริง ๆ "
คาร์ลอสขับรถอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อเขาได้ยินออสเทนพูดแบบนี้เขาก็รู้สึกสงสัยและหันไปมอง
"จากข้อมูลของนาย โดยพื้นฐานแล้วมันแน่นอนว่ามันมีโล่สร้างขึ้นมาปกป้องรอบตัวของเขา ฉันไม่แน่ใจว่าโล่นั้นมาจากเสื้อผ้าหรือร่างกายของเขากันแน่ มันอาจจะมาจากเทคโนโลยีขั้นสูงชนิดอื่น ๆ ก็ได้ เรายังยืนยันไม่ได้แน่ชัดนัก" ออสเทนกล่าวต่อ
"เขามีป้องกันการยิงจากะุได้ทั้งหมดเลยรึ" คาร์ลอสมองไปที่ออสเทนข้าง ๆ เขาอีกครั้งและพูดด้วยความประหลาดใจ
ออสเทนดันแว่นของเขาขึ้น ใบหน้าของเขาแข็งเล็กน้อยและพูดด้วยเสียงที่จริงจังมาก "มากไปกว่านั้นอีก อาจจะฟังดูเกินจริง แต่ใช่ เขาป้องกันมันได้ทั้งหมดเลย..."
คาร์ลอสขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองไปที่ออสเทนด้วยความไม่เชื่อ
และออสเทนกล่าวต่อว่า: "ถ้านายดูวิดีโอนั้นดี ๆ นายจะพบว่าะุไม่ได้ถูกปัดป้องโดยโล่ชั้นนอก ทันทีมันทะลุเปลือกนอกเข้าไปก่อนที่มันจะถูกชะลอความเร็วและสูญเสียพลังจลน์ทั้งหมด ก่อนที่จะกะทบโล่ชั้นในด้วยซ้ำ นั้นไม่สอดคล้องกับแิทางด้านการป้องกันด้วยซ้ำ นั้นหมายความว่า... "
“พลังงานจลน์ของะุไม่ได้สลายไปเพราะัักับโล่ แต่ถูกดูดซับไปต่างหาก มันดูดซับพลังงานจากการเคลื่อนที่ของะุ มีโอกาสมากที่พลังงานนี้จะกลายเป็พลังงานของเขาเอง ยิ่งเราโจมตีเขาไปมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่านั้น!”