ตอนที่ 19 มดปลวกคิดจะเห็นโฉมหน้า์ ช่างเปลี่ยนท่าทีได้รวดเร็วเสียจริง
“หึหึ เ้าสำนักจ้าวเทียนแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์หยางซวี ฉู่อู๋จี๋แห่งราชวงศ์เทพสุริยัน และเซียวฮั่วแห่งตระกูลเซียวโบราณงั้นหรือ”
“มิคาดคิดเลยว่ายอดฝีมือระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นเ้าครองแคว้นถึงสามคนจะมาเยือนด้วยตนเองเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม หากพวกท่านคิดจะเข้าพบคุณชายกู้ก็ เกรงว่าคงจะต้องแสดงความจริงใจสักหน่อย”
เ้าสำนักไท่เสวียนยืนไขว้หลังอย่างสง่างาม ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเบื้องบน
บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน เอ่ยเสียงกังวานก้องไปทั่วทุกสารทิศ
เหล่าผู้าุโและศิษย์ของสำนักไท่เสวียนที่ยืนอยู่เื้ั ต่างเผชิญหน้ากับสถานการณ์ทั้งหมดโดยปราศจากความหวั่นเกรง
ทุกคนล้วนมีสีหน้าสงบนิ่ง แฝงไว้ด้วยแววดูแคลนเหยียดหยาม
ก็ในเมื่อตอนนี้ได้พึ่งพาอำนาจของบุรุษหนุ่มผู้นั้นแล้ว
บรรดาขุมอำนาจอื่นๆ ในดินแดนตงฮวง ก็ไม่ต่างอะไรกับฝูงไก่กาไร้ค่า
ดั่งสำนวนที่ว่า ‘เมื่อบุคคลใดเจริญรุ่งเรือง แม้หมาไก่ในบ้านก็ยังพลอยได้อานิสงส์ไปด้วย’ ก็เป็เช่นนี้เอง
ในยามนี้ เมื่อพวกเขารู้ถึงความจริงทั้งหมด ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยโสโอหังขึ้นมาบ้าง
ขุมกำลังอำนาจอื่นๆ จะนับเป็อะไรได้
เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณชายกู้ ก็คงไม่ต่างอะไรจากมดปลวกที่ถูกบดขยี้
หากมีผู้ใดกล้าหาญคิดล่วงเกิน เกรงว่าคงถูกกองกำลังลึกลับที่อยู่เื้ัคุณชายกู้กวาดล้างไปพร้อมกับูเาและสำนักอย่างมิเหลือร่องรอย
ด้วยอำนาจอันแข็งแกร่งเช่นนี้ พวกเขาจะต้องหวั่นกลัวสิ่งใดเล่า
“นี่มันอันใดกัน”
ทว่าในขณะนั้น บรรดาผู้คนนอกประตูสำนัก รวมถึงผู้าุโในอาภรณ์ขาวและพระอนุชาแห่งราชวงศ์เทพสุริยัน ต่างก็ตกตะลึงจนแทบตั้งตัวไม่ติด
เหล่าผู้ฝึกตนบนเรือรบโบราณ เรือเหาะ รวมถึงสัตว์อสูรร้ายต่างก็ตกอยู่ในอาการมึนงง
พวกเขาบุกมาเยือนด้วยความฮึกเหิม แต่กลับพบว่าสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนไม่ได้มีความคิดที่จะต่อต้านเลยแม้แต่น้อย
นี่มันเกินความคาดหมายของทุกคนโดยสิ้นเชิง
“เ้าสำนักไท่เสวียนหมายความว่าอย่างไร”
หลายคนต่างตกตะลึงเป็อย่างยิ่ง
มหันตภัยมาถึงตัวแล้ว แต่เหล่าผู้าุโและศิษย์เ่าั้กลับยังคงมีท่าทางมั่นใจ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นสะทกสะท้าน
เกิดอันใดขึ้นกันแน่
หรือว่าทุกคนในสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนจะเสียสติไปแล้ว
หรือว่าพวกเขามีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่
“คารวะคุณชายกู้อันใด นั่นหมายถึงผู้ใดกัน หรือว่าจะเป็บุรุษหนุ่มผู้มีข่าวลือว่ามีความสัมพันธ์แแ่กับสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนผู้นั้น”
‘หรือว่าทั้งหมดนี้เป็เพียงกลอุบายของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน’
ผู้าุโในอาภรณ์ขาวนามจ้าวเทียน ซึ่งเป็ผู้าุโสูงสุดแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์หยางซวีครุ่นคิดอยู่ในใจ
ในฐานะผู้ที่ผ่านโลกมายาวนานหลายพันปี เขาจึงสามารถรับรู้ถึงความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว
สำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนดูสงบนิ่งเกินไป
ผู้ใดกันที่ทำให้พวกเขามีความมั่นใจเช่นนี้
ถึงแม้ว่าผู้าุโสูงสุดของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนจะฟื้นคืนชีพและบำเพ็ญเพียรจนบรรลุพลังอีกขั้น ก็ยังมิแน่ว่าจะสามารถต้านทานการรุกรานของขุมกำลังอันมากมายเหล่านี้ได้
ในยามนี้ บรรยากาศหน้าประตูสำนักไท่เสวียนเต็มไปด้วยความพิศวงยิ่ง
“ฮึ! คุณชายกู้คือผู้ใดกัน”
“ฟังดูแล้วคงยังเยาว์วัยนัก หรือจะเป็ทายาทของผู้บำเพ็ญเพียรผู้หลีกเร้นจากโลกภายนอก แต่ถึงกระนั้นแล้วอย่างไรเล่า”
“วันนี้ข้าได้นำศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์มาด้วย หากปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา ก็สามารถต่อกรกับผู้ที่มีพลังระดับจอมราชันได้”
ฉู่อู๋จี๋ จักรพรรดิเฒ่าแห่งราชวงศ์เทพสุริยันแค่นเสียงเ็า
เมื่อครู่ที่เขากล่าววาจา เสียงสะท้อนดังกังวานไปทั่วบริเวณ ทั้งแฝงไว้ด้วยอำนาจข่มขวัญอันน่าสะพรึงกลัว
ระหว่างราชวงศ์เทพสุริยันและสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนนั้น มีความแค้นบาดลึกมาอย่างยาวนาน!
วันนี้เป็โอกาสอันดีที่จะโค่นล้มสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน เขาจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปได้อย่างไร
“ชี้ทางรอดให้แล้วไม่เลือกเดิน กลับเลือกทางที่สิ้นสุดด้วยความตาย เหตุใดจึงต้องดันทุรังเช่นนี้”
“ฐานะของคุณชายกู้ มิใช่สิ่งที่พวกเ้าจะสามารถจินตนาการได้”
“มดปลวกคิดจะเห็นโฉมหน้า์ ช่างเพ้อฝันสิ้นดี”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เ้าสำนักไท่เสวียนก็ยืนกอดอกหัวเราะเยาะอย่างเสแสร้งด้วยท่าทางหยิ่งยโส
โดยพื้นฐานแล้วเขาเองก็เป็ผู้ใจกล้าและเด็ดเดี่ยว จึงย่อมมิพลาดโอกาสที่จะอาศัยบารมีของผู้อื่นมาข่มขวัญเช่นนี้
ในวันนี้จะต้องข่มขวัญขุมกำลังอำนาจทั้งหมดในดินแดนตงฮวงให้หวาดหวั่น
นับจากนี้ ดินแดนตงฮวงก็จะต้องยอมสยบต่อสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน!
ยิ่งไปกว่านั้น เื่นี้ยังได้รับความเห็นชอบจากคุณชายกู้แล้ว…
เมื่อคิดถึงเื่เหล่านี้ เ้าสำนักไท่เสวียนก็อดเผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมาอีกครั้งมิได้
ขุมกำลังอำนาจมากมายต่างจับตามองเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้ คาดว่าคงถูกสายลับจากขุมอำนาจหลายฝ่ายแอบส่งข่าวออกไปแล้ว และได้ก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้นอย่างแน่นอน
จักรพรรดิเฒ่านามฉู่อู๋จี๋นั้นเป็ผู้ที่มีอารมณ์ร้อน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็มิอาจทนฟังคำพูดนี้ได้ไหว ใบหน้าถึงกับเขียวคล้ำด้วยความเดือดดาล
“ฉู่อู๋จี๋ ช้าก่อน เื่นี้มิชอบมาพากล มันคงไม่ง่ายดายอย่างที่คิด เื่ราวในวันนี้ช่างแปลกประหลาดเสียจริง...”
ผู้าุโสูงสุดแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์หยางซวีขมวดคิ้ว รีบรั้งจักรพรรดิเฒ่าที่กำลังจะลงมือเอาไว้
แม้ว่าเขาจะนำศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักมาด้วย
แต่ในใจเขาก็ยังรู้สึกไม่มั่นคง
ปฏิกิริยาของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ ทำให้เขาไม่อาจสงบใจได้
เพราะนี่เป็การรวมตัวของขุมอำนาจมากมายในดินแดนตงฮวง
ในสถานการณ์ที่หมาป่ามากมายรุมทึ้งเนื้อก้อนเดียวกันเช่นนี้
สำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนกลับยังคงสงบนิ่งและหยิ่งผยอง
ทำให้เขายิ่งรู้สึกสงสัยในตัวบุรุษหนุ่มลึกลับผู้นั้นมากขึ้น การคาดเดาก่อนหน้านี้คงผิดพลาดทั้งหมด
ชาติกำเนิดของบุรุษผู้นั้นจะต้องน่าหวาดหวั่นเพียงใด ถึงทำให้เ้าสำนักไท่เสวียนมีความมั่นใจได้ถึงเพียงนี้
จ้าวเทียนมีชีวิตอยู่มานับพันปี มากด้วยประสบการณ์และมีความคิดที่เฉียบแหลม
ย่อมสังเกตวิเคราะห์เห็นความผิดปกติของสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เหงื่อเย็นไหลรินจากหน้าผาก แผ่นหลังรู้สึกเย็นะเื
“ข่าวกรองผิดพลาดงั้นหรือ หรือว่านี่จะเป็ข่าวลวงที่สำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนจงใจปล่อยออกมา”
ในขณะนั้นเอง บรรดาผู้คนจากขุมอำนาจอื่นๆ ก็มีสีหน้าแปรเปลี่ยนไป พวกเขามิใช่คนโง่ เมื่อคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้ในทันที
“ฮ่าฮ่า ซูไท่เสวียน เ้าพูดได้ถูกต้อง ข้าได้ยินข่าวลือมานานแล้วว่าบุรุษหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้นอยู่ในสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน ทางตระกูลเซียวของข้าได้ปรึกษาหารือกันเป็เวลานาน จึงได้ตัดสินใจเดินทางมาเพื่อคารวะและหวังจะยลโฉมบุรุษหนุ่มผู้นั้น”
“พวกข้าได้นำของกำนัลมากมายมาด้วย”
ในขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนร่างกำยำในชุดเกราะสีทองก็เดินออกมาจากเรือรบขนาดใหญ่ที่จอดอยู่หน้าเขตแดนของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน พลางหัวเราะเสียงกึกก้อง
ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้าเบื้องบน
“เซียวฮั่วนี่ช่างฉลาดเฉลียวเสียจริง...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของผู้ฝึกบำเพ็ญจากหลายฝ่ายก็เปลี่ยนไป
บางคนถึงกับตกตะลึง
นี่มันเื่จริงหรือ
เหตุใดผู้นำแห่งตระกูลเซียวโบราณจึงเปลี่ยนท่าทีได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
แต่นี่ก็เร็วเกินไปแล้วกระมัง
ก่อนหน้านี้ ใครกันที่กล่าวว่าจะกวาดล้างสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนจนสิ้นซาก
หลายคนสบถด่าในใจว่าไร้ยางอาย
แต่จากนั้นก็เริ่มพากันเอาอย่าง กล่าวว่า้าเข้าพบบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์
“ถูกต้อง พวกข้ามาเพื่อคารวะคุณชายผู้นั้น”
“ขอให้สำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนแจ้งให้เขาทราบด้วย”
‘ซูไท่เสวียนเ้าช่างมีเล่ห์เหลี่ยมนัก…’
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้จ้าวเทียนหน้าเปลี่ยนสีในทันที
ในขณะเดียวกันก็สบถด่าในใจว่า โชคยังดีที่เมื่อครู่มิได้บุกโจมตีสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนเสียก่อน
…