มู่หรงซ่งฉือพูดจบก็จ้องซูลั่วเงียบ ๆ เพื่อรอคำตอบ
ซูลั่วส่ายหน้าอย่างใจเย็น “ขอโทษด้วยนะ ฉันมีทีมแล้ว”
“น่าเสียดาย ถ้าเธอไม่เข้าทีมฉัน คะแนนฝึกทหารรอบสุดท้ายของเธอคงสู้ฉันไม่ได้หรอก”
“ก็ไม่แน่เสมอไป”
มู่หรงซ่งฉือมองซูลั่วอย่างมีความหมาย “ถ้างั้น ฉันจะรอดู”
หลังจากมู่หรงซ่งฉือเดินจากไป ซูลั่วก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าจินแอนนี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตัวแข็งทื่อไปแล้ว
“แอนนี่ เหม่ออะไรอยู่?”
“ซูลั่ว! เธอบ้าไปแล้วแน่ ๆ! นั่นมันทีม ‘คณะสวรรค์ขององค์รัชทายาท’ เลยนะ มู่หรงซ่งฉือมาเชิญเธอด้วยตัวเองเลยนะ! ไม่แน่ว่าถ้าเธอเข้าไป อาจจะเขี่ยยัยลูกพี่ลูกน้องจองหองของฉันออกจากทีมได้เลยด้วยซ้ำ ทำไมเธอถึงปฏิเสธไปได้ล่ะ?!”
จินแอนนี่หงุดหงิดจนแทบอยากจะทึ้งหัวตัวเอง เธออยากจะพุ่งเข้าไปตอบตกลงแทนซูลั่วใจจะขาด!
ซูลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “ถ้าฉันเข้าทีมพวกเขา แล้วเธอจะทำยังไงล่ะ? ในเมื่อฉันรับปากว่าจะตั้งทีมกับเธอแล้ว ก็ผิดสัญญาไม่ได้สิ ที่สำคัญคือฉันไม่อยากได้พวกเขามาเป็นเพื่อนร่วมทีมด้วย”
ความหมายคือ...เธออยากร่วมทีมกับฉันมากกว่างั้นเหรอ?
จินแอนนี่อ้าปากค้าง ในดวงตามีน้ำเอ่อคลอขึ้นมา
ให้ตายสิ! ยัยซูลั่วนี่จะบิ้วเก่งไปไหน! พูดซะจนฉันเกือบจะซึ้งแล้วเนี่ย!
เมื่อเห็นว่าซูลั่วกำลังจะเดินไปไกล จินแอนนี่ก็รีบตะโกน “เฮ้! รอด้วยสิ เธอจะไปไหนน่ะ?”
“ก็ไหนบอกว่าจะไปหาเพื่อนร่วมทีมไง?”
“แต่ทางนั้นมันห้องทำงานของพวกอาจารย์นะ!”
ซูลั่วหันกลับมาพยักหน้า “ป่านนี้คนอื่นคงลงทะเบียนทีมกันเกือบหมดแล้ว เราไปหาอาจารย์โดยตรงเลยดีกว่า ไปขอรายชื่อคนที่ยังไม่มีทีม แบบนี้จะได้มีเป้าหมายชัดเจน ไม่ต้องเสียเวลา”
“เข้าท่า!”
ตอนที่ทั้งสองไปถึงห้องทำงาน ก็เจออาจารย์กู้ซีอยู่พอดี หลังจากพวกเธออธิบายความต้องการ กู้ซีก็พยักหน้าแล้วล็อกอินเข้าระบบเพื่อเช็กสถานะการตั้งทีมของนักเรียน
เธอตรวจสอบไปพลางพูดไปพลาง “พวกเธอมาตั้งทีมกันช้าไปแล้วนะ”
จินแอนนี่รีบชี้ “เป็นความผิดของซูลั่วทั้งหมดเลยค่ะ!”
ซูลั่วไม่ได้พูดอะไร เธอแค่รอดูผลลัพธ์อย่างใจเย็น
หน่วยรบเดี่ยวที่ยังไม่มีทีมเหลืออยู่แค่เจ็ดคน นักบินเมคคาเหลือสองคน และผู้บัญชาการเหลือหนึ่งคน
จินแอนนี่ตกใจ “อาจารย์คะ ตัวเลขไม่น่าจะถูกนะคะ ก่อนหน้านี้ไม่ได้บอกเหรอคะว่าจำนวนคนของทั้งสามสาขาจะพอดีกับการจัดทีม?”
กู้ซีตอบ “ยังมีบางคนที่ยังจัดกลุ่มไม่เสร็จ พวกเขากำลังเลือกคนกันอยู่ โอกาสของพวกเธอเหลือน้อยแล้ว ผู้บัญชาการก็เหลือแค่คนเดียว ส่วนหน่วยรบเดี่ยวเจ็ดคน พวกเธอก็ต้องไปหามาเพิ่มอีกสอง”
“ขอบคุณค่ะอาจารย์” ซูลั่วคัดลอกรายชื่อเสร็จก็เดินออกไป จินแอนนี่รีบวิ่งตามไปติด ๆ
กู้ซีมองแผ่นหลังของซูลั่ว หวังว่าเธอจะหาเพื่อนร่วมทีมได้สำเร็จ
แต่...นักเรียนที่ถูกทิ้งไว้ ถ้าไม่ใช่อ่อนแอเกินไป ก็คงเป็นพวก...มีปัญหาในการเข้าสังคมอย่างรุนแรง
พอออกมาข้างนอก ซูลั่วก็ยื่นรายชื่อให้จินแอนนี่ดู “ในบรรดาคนพวกนี้ เธอคุ้นหน้าใครบ้างไหม?”
“หน่วยรบเดี่ยวเจ็ดคนนี้ฉันรู้จักหมดเลย เรียนด้วยกัน แต่ว่ามีสองคนนี้ที่ค่อนข้างจะพิเศษหน่อย ฉันว่าเราไปหาอีกห้าคนก่อนดีกว่า”
ซูลั่วกลับสนใจสองคนนั้นมากกว่า “พิเศษยังไงเหรอ?”
“คนแรกเลย วอลเลซ เป็นเจ้าอ้วนที่นอกจากจะบ้ากินแล้ว ก็ไม่สนใจอะไรอย่างอื่นอีก ส่วนอีกคนที่เป็นหน่วยรบเดี่ยวชื่อเจียงชูหลี...นี่สิสุดยอด เพราะเขาคือคนงามน้ำแข็งที่ดังที่สุดในภาควิชาเรา เพราะเย็นชาเกินไป ปกติเลยไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ สองคนนี้คนหนึ่งควบคุมยาก อีกคนก็ร่วมมือด้วยยาก ไปเถอะ เราไปหาผู้บัญชาการคนเดียวที่เหลืออยู่ก่อนดีกว่า ไปช้าเดี๋ยวก็โดนคนอื่นตัดหน้า”
จริง ๆ แล้วซูลั่วไม่ค่อยสนใจนิสัยส่วนตัวของสมาชิกในทีมเท่าไร ที่สำคัญคือจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่
อีกอย่าง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด สมาชิกทีมห้าคนในครั้งนี้ก็จะกลายเป็นทีมหลักในอนาคต อาจมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยก็ต่อเมื่อมีสถานการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น
แต่ตอนที่ซูลั่วกับจินแอนนี่รีบไปถึงหน้าหอพักของผู้บัญชาการคนนั้น พวกเธอก็เห็นเจียงเฉินกับเบลคเพิ่งจะคุยกับนักเรียนหญิงคนนั้นเสร็จพอดี โดยหวังจะดึงเธอเข้าร่วมทีม
จินแอนนี่รีบพูดกับนักเรียนหญิงคนนั้นทันที “เธอไม่คิดจะเข้าทีมเราจริง ๆ เหรอ? ต้องรู้นะว่าคะแนนเก็บของซูลั่วสูงมาก ถ้าเข้าทีมเรา คะแนนรวมของทีมก็จะสูงปรี๊ดเลยนะ!”
นักเรียนหญิงคนนั้นสวมแว่น ท่าทางดูเรียบร้อย จริง ๆ แล้วเธอก็ไม่ได้อยากจะเข้ากลุ่มของเจียงเฉินเท่าไร แต่...
“ฉันเข้าทีมพวกเธอไม่ได้หรอก เพราะถ้าเข้าไป ก็จะกลายเป็นเป้าโจมตีของ ‘คณะสวรรค์’”
สมาชิกแต่ละทีมสามารถโจมตีกันได้ระหว่างการประเมินผล คะแนนของซูลั่วนำหน้ามู่หรงซ่งฉืออยู่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าทีมของซูลั่วจะต้องตกเป็นเป้าหมายหลักของคณะสวรรค์อย่างแน่นอน!
และที่สำคัญ หลายคนก็ไม่อยากจะไปมีเรื่องกับกลุ่มคณะสวรรค์ทั้งห้า ซึ่งนี่คือเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมถึงไม่มีใครมาหาซูลั่วเพื่อขอตั้งทีมด้วย
ซูลั่วได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะเบา ๆ “อืม เข้าใจแล้ว ไปกันเถอะแอนนี่”
“แต่ซูลั่ว...ทีมเราก็จะไม่มีผู้บัญชาการน่ะสิ! เอ๊ะ ไม่สิ อาจารย์เคยบอกว่าอัตราส่วนนักเรียนภาควิชาการบัญชาการ ภาควิชาเมคคา และภาควิชาหน่วยรบเดี่ยว เป็นหนึ่งต่อหนึ่งต่อสามนี่นา”
เจียงเฉินพูดแทรกขึ้นมาทันที “มีนักเรียนภาควิชาการบัญชาการคนหนึ่งจู่ ๆ ก็เกิดอาการ ‘ช่วงเวลาอ่อนไหว’ ขึ้นมา ถูกส่งตัวไปแล้ว...ซูลั่ว เธอจะเข้าร่วมทีมของพวกเราไหม?”
คนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ เจียงเฉิน รวมถึงนักเรียนหญิงที่เพิ่งเข้าทีม ต่างก็มองเขาอย่างประหลาดใจ
เจียงเฉินจ้องมองซูลั่วอย่างจริงจัง
ช่วงนี้เขาเองก็ทึ่งในความสามารถของซูลั่วเหมือนกัน ตอนแรกเจียงเฉินรู้สึกโกรธและน้อยใจอย่างมาก คิดว่าตัวเองไม่ควรจะถูกผู้หญิงที่เคยดูถูกเอาชนะได้
แต่เมื่อคะแนนของซูลั่วแซงหน้ามู่หรงซ่งฉือไปหลายครั้ง แม้แต่เบลคและคนอื่น ๆ ก็ยังมาพูดกรอกหูเขาบ่อย ๆ ว่าน่าเสียดาย
น่าเสียดายที่ซูลั่วไม่ใช่คู่หมั้นของนายอีกต่อไปแล้ว ไม่อย่างนั้นนายจะได้หน้าขนาดไหน!
อีกทั้งช่วงนี้เพราะถูกตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต เจียงเฉินจึงไม่ได้ติดต่อกับซูเสี่ยวซีเลย ท่าทีน่ารักออดอ้อนของเธอก็ดูเหมือนจะค่อย ๆ จืดจางลงไป
แต่ทุก ๆ วัน เขากลับได้เห็นความยอดเยี่ยมของซูลั่ว!
ในใจของเขา ก็เริ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมานิด ๆ
วันนี้ เป็นโอกาสดีที่มาถึงตรงหน้า บางทีนี่อาจเป็นโอกาสให้เขาได้คืนดีกับซูลั่ว บางทีในอนาคตพวกเขาอาจจะได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันอีกครั้ง หรืออาจจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกขั้น...
“ขอโทษนะ ฉันไม่อยากร่วมทีมกับนาย” ซูลั่วปฏิเสธอย่างชัดเจน แล้วหันหลังเดินจากไป
มาร์ธาที่อยู่ข้างหลังเจียงเฉินถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง “ทีมก็จะตั้งไม่ได้อยู่แล้ว ยังจะมาหยิ่งอะไรอีก!”
จินแอนนี่ได้ยินแบบนั้นก็สวนกลับทันที “รู้ไว้ด้วยนะว่าซูลั่วเพิ่งจะปฏิเสธมู่หรงซ่งฉือไป! อะไรกัน พวกเธอยังคิดว่าทีมตัวเองจะดีกว่าคณะสวรรค์ขององค์รัชทายาทอีกเหรอ? หึ!”
พูดจบ เธอก็หันหลังวิ่งตามซูลั่วไป พอตามทันก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“ลั่วลั่ว...ทำยังไงดีล่ะ คนไม่ครบแล้วอ่ะ”