ตอนที่ 9 หนทางยังมีอยู่
-ต่อจากตอนที่แล้ว-
เทรย์เวอร์ที่ได้รู้ถึงการมาของไคโร เขาจึงรีบบึ้งไปยังที่ที่ไคโรอยู่ทันที แต่ทว่าที่แห่งนั้นก็คือที่ที่ริโอน่าอยู่ด้วยเช่นกัน เขารู้ั้แ่วินาทีแรกที่ได้ยินว่าไคโรย่างกรายเข้ามาในคฤหาสน์ของเขาแล้วว่าไคโรมาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร
ขณะที่ทั้งคู่เผชิญหน้ากัน พวกเขาก็พูดจาไม่เป็มิตรใส่กันั้แ่ประโยคแรก ซึ่งแน่นอนและเห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ไม่ถูกกัน และจุดเื่ต้นก็มาจากองค์หญิงเช่นกัน
"เ้ามาทำอะไรที่นี่..?" เทรย์เวอร์เริ่มถามเข้าประเด็น
"ก็มาเพราะท่านริโอน่าไงครับ จะเพราะอะไรได้อีกล่ะ.."
เทรย์เวอร์หันไปทางริโอน่าทันที "นี่ท่านเรียกเขามางั้นหรอ..?"
ริโอน่าตอบด้วยการพยักหน้าเบาๆ
"เดี๋ยวเรามีเื่ต้องคุยกันนะองค์หญิง.." เทรย์เวอร์พูดจบก็หันกับไปทางไคโรอีกครั้ง
"ส่วนเ้ากลับออกไปได้แล้ว เราไม่เคยอนุญาตให้เ้าเข้ามาสักหน่อย เหตุใดจึงเข้ามาโดยพลการ"
"เอ๋!! ไม่เห็นรู้เื่นั้นเลยสักนิด ท่านมีกฎแบบนั้นั้แ่เมื่อไหร่"
" นี่เ้า!! " เทรย์เวอร์กระแทกเสียงขึ้น
"อา..ใจเย็นๆน่าองค์ชาย ท่านจะโมโหแบบนี้ต่อหน้าองค์หญิงไม่ได้นะครับ" ไคโรพูดด้วยท่าทีกวนโมโหฝ่ายตรงข้ามเล็กน้อย
"เหอะ!! อย่างเ้าน่ะไม่ต้องมาบอกเราหรอก เ้าควรบอกตัวเองดีกว่า ว่าให้เลิกตามองค์หญิงต้อยๆได้แล้ว" เทรย์เวอร์พูดไปพลางแสยะยิ้มไปพลาง
ไคโรเดินเข้าไปใกล้ๆเทรย์เวอร์
เขาเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อมองเทรย์เวอร์พร้อมกับพยักหน้าเบาๆ
"คนที่ควรออกไปให้ห่างท่านริโอน่า คือท่านมากกว่านะองค์ชายเทรย์เวอร์" ไคโรพูดด้วยน้ำเสียงที่เ็าบวกกับสายตาที่ฉุนเฉียว
เทรย์เวอร์ไม่หลบสายตาของไคโรเลยแม้แต่น้อย แต่เขากับเคลื่อนตัวเข้ามาเพื่อให้ใกล้กว่าเดิม จนวินาทีนี้ทั้งคู่แทบจะตัวติดกันแล้ว เทรย์เวอร์เบือนริมฝีปากไปที่ข้างหูของไคโรแล้วเอ่ยตอบว่า..
"ทำไมเราต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ นี่คู่หมั้นเรา เ้าตั้งหากที่ควรออกไป" เทรย์เวอร์เคลื่อนตัวกลับทันทีที่พูดจบและแสยะยิ้มให้เขา
"ฮ่ะๆๆ ไม่เจอกันตั้งนาน ท่านนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เป็คนที่น่ารำคารเหมือนเดิมเลยนะครับ" ไคโรไม่มีท่าทีจะยอมเขาง่ายๆ
"ให้มันพอดีหน่อยเถอะไคโร!!" บารอนเอ่ยแทรกขึ้น
"เ้าไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะพูดแบบนี้กับองค์ชายนะ"
บารอนยืนอดทนฟังที่ไคโรพูดกับองค์ชายมาสักพัก แต่เมื่อเขาเริ่มทำตัวไม่เหมาะสม บารอนจึงเตือนเขาทันที ก่อนที่ทั้งคู่จะเกิดการปะทะไปมากกว่านี้
ส่วนริโอน่าได้แต่ยืนอยู่ห่างๆเพื่อมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
"อ้าว!! ท่านบารอน อยู่ด้วยหรอครับ ผมก็นึกว่าท่านไม่อยู่ซะอีก"
"เ้านี่เหมือนเดิมเลยนะไคโร เมื่อก่อนไร้มารยาทยังไง ตอนนี้ก็ยังคงไร้มารยาทเหมือนเดิม" บารอนพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบตึง
"...." จากสายตาที่ยียวนกวนประสาทก็เปลี่ยนไปเป็หัวเสียทันที
"พอได้แล้ว" ริโอน่าโผงขึ้นมากลางบทสนทนา
"หยุดทำท่าเหมือนจะเฉือนเืเฉือนเนื้อกันสักที.."
ทั้งสามคนหยุดชะงักทันทีที่ริโอน่าเอ่ยขึ้น พวกเขาต่างพากันเบือนหน้าหนีไปคนละทิศคนละทาง
ริโอน่าถอนหายใจเบาๆ "ให้มันได้อย่างงี้สิ!! พวกท่านนี่ทะเลาะกันเป็เด็กไปได้ แยกย้ายกันเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"งั้นท่านก็บอกคนของท่านให้กลับไปสิ.."เทรย์เวอร์บอกริโอน่า
"ผมไม่กลับนะครับท่านริโอน่า.." ไคโรพูดขึ้นทันที
"ให้ผมจัดการเลยไหมครับองค์ชาย" บารอนพูดต่อทันที
ริโอน่ายกมือกุมขมับทันที พร้อมทั้งถอนหายใจยาวๆ
"เฮ้อ... อยากจะบ้าตาย"
"ก็บอกว่าให้หยุดไงเล่า" ริโอน่าตะคอกขึ้นเพื่อปิดสถานการณ์
"...."
"...."
"...."
ทั้งสามคนยอมหยุดแต่โดยดี เพราะเสียงของริโอน่าดูท่าจะเริ่มโกรธแล้ว ซึ่งเทรย์เวอร์ไม่อยากให้เธอโกรธ ส่วนไคโรก็ไม่อยากขัดใจร่างขององค์หญิง ส่วนบารอนนั้นแค่เงียบตามองค์ชายเท่านั้น
"นี่!! ลูซี่ที่ยืนอยู่ตรงนั้นน่ะ เ้าช่วยพาไคโรไปหาห้องพักสำหรับคืนนี้หน่อย" ริโอน่าะโเรียกลูซี่ที่ยืนอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆจากทางต้นไม้ด้านข้างของศาลา
ลูซี่ที่เดินมาก็เจอกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เธอทำได้เพียงยืนแอบดูอยู่ห่างๆเพราะหญิงสาวตัวเล็กๆอย่างเธอ ไม่สามารถเข้าไปร่วมบทสนทนาที่ดุเดือดนั่นได้
ลูซี่สะดุ้งใเมื่อริโอน่าเอ่ยเรียก
"เอ่อ... ได้ค่ะองค์หญิง" เธอพูดไปพร้อมกับค่อยๆขยับตัวออกจากต้นไม้ที่เธอใช้หลบภัย
"เรายังไม่ได้อนุญา..."
"เขาเป็คนของเรา ท่านจะไม่ให้เกียรติเรางั้นหรอ" เธอพูดแทรกก่อนที่เทรย์เวอร์จะพูดจบประโยค
"ก็ได้... " เทรย์เวอร์ตอบอย่างไม่เต็มใจนักพร้อมกับมองไปทางไคโรชั่วครู่แล้วจึงเดินจากไป บารอนที่เห็นเ้านายเดินไปแล้วจึงรีบหันมาโค้งคำนับริโอน่าเพื่อขอตัวออกไปด้วยทันที
ริโอน่าเห็นเทรย์เวอร์มีท่าทางไม่พอใจในการตัดสินใจของเธอ เธอจึงกังวลเล็กน้อย ตอนนี้ทั้งสองคนเดินกลับออกไปเรียบร้อย เหลือเพียงไคโรและลูซี่
ลูซี่เดินขึ้นมาที่ศาลา "ท่านไคมาั้แ่เมื่อไหร่งั้นหรอ..?"
"ถึงสักพักแล้วล่ะ เ้าสบายดีนะลูซี่" ไคโรยิ้มทักทายเธอ
"ค่ะ องค์หญิงดูแลข้าเป็อย่างดีเลย" ลูซี่ก็ยิ้มตอบเช่นกัน
ลูซี่หันไปมองริโอน่า "ว่าแต่... องค์หญิงไม่เป็ไรใช่ไหมคะ สีหน้าของท่านดูเป็กังวล"
"อ๋อ... เราไม่เป็ไร เดี๋ยวเราขอกลับเข้าห้องก่อนนะ ่มื้อเย็นเราวานเ้ายกอาหารไปที่ห้องเราทีนะ แล้วก็อย่าลืมเผื่อของเ้าด้วยล่ะ" ริโอน่าหลบสายตาของทั้งสองคนและเดินจากไปทันทีที่พูดจบ
ไคโรและลูซี่มองหน้ากัน เหมือนเป็การส่งสัณญาณที่รู้กันดี ว่าควรปล่อยให้ริโอน่าอยู่คนเดียวสักพัก
่เวลานี้ที่เหลืออยู่ก็มีเพียงไคโรและลูซี่
"ท่านไคล่ะคะ ท่านสบายดีไหม" ลูซี่เริ่มเปิดบทสนทนา
ไคโรยิ้มให้เธอ "เราสบายดี ดีใจที่ได้พบเ้าอีกนะ"
"เช่นกันค่ะ ท่านไคโร" ลูซี่ยิ้มจนหน้าบาน
"ว่าแต่... เ้ารู้ไหมว่าทำไมท่านริโอน่าถึงอยากถอนหมั้น"
"ข้าไม่รู้เลยค่ะ เคยลองถามองค์หญิงแล้ว แต่ท่านไม่ได้ตอบอย่างจริงจังเลย แต่ท่านพูดประมาณว่า อาจจะไม่ได้รักองค์ชายแล้ว ซึ่งข้าไม่อยากจะเชื่อเื่นั้นหรอกค่ะ มันเป็ไปไม่ได้อยู่แล้ว ท่านคิดเหมือนข้าไหม.."
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน..." ไคโรเหม่อลอยมองไปทางที่ริโอน่าเพิ่งเดินไป
"แต่มีเื่นึงที่ข้ารู้นะคะ ตอนนี้องค์หญิงเริ่มเปลี่ยนไป"
"เปลี่ยนไป? ยังไง..." ไคโรหันไปสบตาลูซี่เพื่อสนทนาต่อ
"ท่านดูใจดีขึ้นและ่นี้ก็ไม่โมโหหรือพังข้าวของเลยค่ะ"
"งั้นหรอ ก็ดีสำหรับเ้าแล้วไม่ใช่รึ จะได้ไม่ต้องถูกดุบ่อยๆ"
"ไม่รู้สิ!! ข้าก็ชอบทั้งหมดที่องค์หญิงเป็นั่นแหละ" รอยยิ้มของลูซี่ทำให้ไคโรเผลอยิ้มตาม
"เพราะเ้าเป็แบบนี้ไง ข้าถึงถูกชะตาเ้ามากกว่าคนอื่น"
ภายในใจของไคโรนั้นชื่นชอบลูซี่อย่างมากเพราะเขาคอยดูแลองค์หญิงมาตลอดไม่ว่าองค์หญิงจะเปลี่ยนไปหรือทำอะไรก็ตาม ลูซี่มักจะชื่นชมและชื่นชอบสิ่งที่องค์หญิงทำเสมอ แม้ว่าบางครั้งจะถูกดุ แต่ลูซี่ก็คิดว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะลูซี่เคารพในการตัดสินใจขององค์หญิง
ซึ่งสิ่งนั้นก็ทำให้ไคโรถูกชะตากับลูซี่อย่างมาก และไว้ใจนางมากที่สุด เพราะตัวไคโรนั้นได้แอบหลงรักองค์หญิงมาั้แ่ยังเด็ก ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เติบโตมาพร้อมๆกัน แม้ว่าจะโตมากันคนละแบบคนละหน้าที่ก็ตาม แต่ไคโรมักจะชอบคนที่ชื่นชมองค์หญิงและเกลียดชังพวกที่ว่าร้ายหรือคิดจะทำร้ายองค์หญิงเป็ที่สุด
หากต้องยกตัวอย่างก็คงจะเป็เทรย์เวอร์ที่ชอบทำให้องค์หญิงขุ่นเคืองใจ และยังเป็คนที่ได้หมั้นกับองค์หญิงอีก ไคโรยิ่งไม่ชอบหน้าเขาเข้าไปใหญ่จนถึงขั้นเจอหน้ากันทีไรก็ถากถางกันตลอด
-สิบนาทีต่อมา-
ลูซี่และไคโรพูดคุยกันถึงเื่สารทุกข์สุกดิบของกันและกัน และพูดคุยเกี่ยวกับเื่ขององค์หญิงและองค์ชาย ซึ่งเวลาจึงค่อยๆผ่านไปเรื่อยๆ และในที่สุดทั้งคู่ก็พูดคุยกันจนเสร็จ
ทั้งคู่จึงพากันกลับเข้าไปภายในคฤหาสน์ ลูซี่นำทางเขาไปดูห้องพักสำหรับคืนนี้ ห้องของทุกคนที่เป็ผู้รับใช้ของที่นี่จะอยู่ที่ชั้นแรก ซึ่งมีราวๆประมาณยี่สิบห้องได้ และทุกห้องจะถูกเตรียมไว้อย่างดี มีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่างเหมือนกับห้องขององค์ชายและองค์หญิง
//ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน//
เทรย์เวอร์ที่นั่งหงุดหงิดอยู่ที่ห้องทำงานชั้นที่หกเพียงลำพัง เขากระวนกระวายเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น ซึ่งมันผิดวิสัยของตัวเขา การที่เขารู้สึกหงุดหงิดได้ขนาดนี้เป็เพราะไคโรชอบหาเื่เขา หรือเป็เพราะคนที่ไคโรมาหาเป็องค์หญิงกันแน่
ท่ามกลางความหงุดหงิด เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
" เฮ้อ!! "
เทรย์เวอร์กำลังคิดวิธีที่จะทำให้ไคโรออกไปจากคฤหาสน์ของเขา แต่ในขณะที่เขากำลังคิดนั้น บารอนได้เคาะประตูอยู่หน้าห้องเพื่อขอเข้าไปในห้อง
"มีอะไรงั้นหรอ..?" เทรย์เวอร์เอ่ยถามก่อน
"ใกล้มื้อค่ำแล้วครับ วันนี้องค์ชายจะลงไปทานที่ห้องอาหารหรือให้ผมยกมาที่นี่ดีครับ" บารอนพูดด้วยความใส่ใจ
เทรย์เวอร์หยุดคิดชั่วคราว แต่ขณะที่กำลังคิดอยู่นั่นจู่ๆเขาก็เผลอยิ้มออกมา
บารอนที่กำลังมองเทรย์เวอร์ขมวดคิ้วขึ้นทันที เขาสงสัยว่าทำไมเทรย์เวอร์ถึงยิ้มออกมา
"มื้อค่ำเ้าไม่ต้องยกมาที่นี่หรอกนะ.." เขายิ้มกรุ้มกริ่มออกมา
"ท่านจะลงไปทานที่ห้องอาหารหรอครับ..?"
"เปล่า... ยกไปที่ห้ององค์หญิงให้ที"
"เอ๊ะ!!" บารอนเบิกตากว้างด้วยความใ
เทรย์เวอร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินเข้าไปตบไหล่บารอนเบาๆ
"ช่วยทีนะ... เดี๋ยวเราจะรีบตามลงไป" เขาพูดจบก็เดินจากไป
บารอนยิ้มตามอย่างจนปัญญาพลางส่ายหัวเบาๆ
//ห้องนอนขององค์หญิง//
ในขณะที่ริโอน่านั่งอยู่เพียงลำพังในห้องนอนของเธอ เธอถูกห้อมล้อมด้วยการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่สง่างามหรูหรา บรรยากาศเงียบสงบ มีแสงอ่อนๆของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าลอดผ่านม่านเข้ามา ผนังที่ถูกทาสีด้วยสีครีมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
เตียงสี่เสาขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางห้องพร้อมผ้าปูเตียงซาตินสีครีมที่ดูเรียบหรู สองข้างหัวเตียงมีโคมไฟสีครีมที่ดูละเอียดอ่อนตั้งอยู่ซึ่งให้แสงที่นุ่มนวลและอบอุ่น
โซฟายาวสีแดงพร้อมหมอนเล็กๆสี่ใบสีครีมที่มีลวดลายหรูหราตั้งอยู่ด้านมุมข้างของห้องใกล้ๆกับหน้าต่างที่มีม่านสีแดงเืหมูปนสีครีม ห้องนี้มีสีครีมเป็หลักและสีแดงเืหมูเพื่อเพิ่มความหรูหรา
ริโอน่านั่งฟุบลงบนแขนที่วางอยู่บนโซฟาเพื่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง แสงของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้ามันทำให้ใจของเธอสงบลงได้
-ห้านาทีต่อมา-
"ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก" เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ริโอน่ารีบลุกจากโซฟาและตรงไปที่ประตูทันที
"แอ๊ดดดด" ริโอน่าเปิดประตูออก
"เอ๊ะ!! มีธุระอะไรงั้นหรอ" เธอถามเขาด้วยความสงสัย
"ขอเข้าไปได้ไหม"
ริโอน่ามองในหน้าของเขาพร้อมทั้งลังเลว่าจะให้เขาเข้ามาดีไหม
"เอ่อ... อืม... เข้ามาก่อนสิ" เธอจำใจให้เขาเข้ามา
เขาเดินเข้าห้องมาพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ
ริโอน่าปิดประตูลงและเดินตามหลังเขา
"มีธุระอะไรจะคุยกับเรางั้นหรอ... ไคโร!!"
เขาหันหลังหลับมาหาเธอ "จะว่ามีก็มี จะว่าไม่มีก็ไม่มี.."
เธอขมวดคิ้วทันที "จะกวนเรางั้นหรอ.."
"เปล่า... ข้าแค่อยากมาคุยด้วยน่ะ" เขาหันกับไปมองรอบๆอีกครั้งและเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเล็กที่วางอยู่ข้างๆโซฟา
ริโอน่าไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของเขาเท่าไหร่แต่ก็จำใจเดินไปนั่งที่โซฟาเพื่อพูดคุยธุระของเขาให้เสร็จๆ
"มีอะไรก็ว่ามาเถอะ" เธอเอ่ยถามเขาทันที
"เ้ามาอยู่ในร่างองค์หญิงนานรึยัง"
"วันนี้ก็น่าจะวันที่สี่แล้ว... ทำไมงั้นหรอ"
"สี่วันแล้วงั้นหรอ... แปลกแฮะ!!" เขาบ่นพึมพัมคนเดียว
"มีอะไรรึเปล่า...?" เธอเริ่มสงสัย
"ก่อนที่เ้าจะมาที่นี่ เ้าเจอท่านริโอน่าบ้างไหม"
"เจอสิ!! เจอในที่มืดๆ เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันคือที่ไหน แต่นางบอกเราว่ามันคือช่องว่างระหว่างมิติ"
"ช่องว่างระหว่างมิติงั้นหรอ..?" เขาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง
"....."
"แล้วท่านริโอน่าได้บอกอะไรเ้าไหม"
"ก็บอกนะ บอกว่าจะยกร่างนี้ให้ เพราะว่านางไม่อยากใช้แล้ว แต่ครั้นจะทิ้งไปก็ไม่ได้ นางว่าแบบนี้"
"...." ไคโรหยุดชะงักลง เขาค่อยๆก้มหน้าลงช้าๆ
"นี่... เป็อะไรรึเปล่า สีหน้าท่านดูไม่ดีเลยนะ"
"....." เขายังคงเงียบต่อไป
"....." ริโอน่าไม่ถามต่อเพราะคิดว่าเขาคงมีอะไรในใจ
สถานการณ์หยุดชะงักไปชั่วคราว ภายในห้องนั้นเงียบสงัดจน ได้ยินเสียงหายใจของใครบางคนดังขึ้นอย่างชัดเจน
เสียงหายใจของไคโรเริ่มดังและเร็วขึ้นราวกับว่าเขากำลังโมโหอยู่ ริโอน่าที่ทำได้เพียงนั่งมองไปรอบๆห้องเพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอไปมองไคโรที่ตอนนี้น่าจะกำลังรู้สึกแย่ เพราะสิ่งที่เธอพูด
-สองนาทีต่อมา-
"เ้าอยากถอนหมั้นจริงใช่ไหม" เขาเอ่ยอย่างกระทันหัน
เธอหันไปมองเขาทันที แต่เธอได้ลังเลที่จะตอบคำถามเล็กน้อย
"อืม... ก็ประมาณนั้น ทำไมงั้นหรอ"
"ข้าแค่อยากถามเพื่อความแน่ใจ เพราะตอนนี้ไม่ว่าเ้าจะอยากแต่งหรือไม่แต่ง ข้าก็ไม่สนแล้ว.." เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
ริโอน่ารับรู้ถึงไคโรที่เริ่มถอดสีหน้าลง เธอรู้ได้ในทันทีว่าตอนนี้เขาผิดหวังในคำตอบที่เธอมีให้ เขาผิดหวังที่รู้ว่าองค์หญิงอาจจะไม่กลับมา
"นี่... ฟังนะ เรามาช่วยกันหาวิธีที่ทำให้พบองค์หญิงกันเถอะ ถ้ามีวิธีล่ะก็... เราจะขอให้นางรับร่างนี้คืนเอง" เธอพูดเพื่อปลอบใจเขา
เขาเงยหน้าขึ้นทันที "มีวิธีด้วยงั้นหรอ..?"
"เราว่ามันต้องมีวิธีอยู่แน่ๆ ถ้าที่นี่มีพลังของออบรีย์ล่ะก็ ยังไงก็ต้องมีคนที่มีพลังมากพอที่จะพาเราไปพบองค์หญิง" เธอพูดอย่างมุ่งมั่น
เขาเบิกตากว้างพร้อมยิ้มจางๆ "จริงด้วย!! เหมือนจะมีอยู่นะ คนที่สามารถเปิดช่องว่างของมิติได้ อา... ทำไมข้าถึงคิดไม่ได้กันนะ"
"จริงหรอ!! ใครล่ะ?" เธอพูดด้วยความตื่นเต้น
"ตอนนี้ยังไม่รู้.."
"อ้าว.."
"แต่ยังไงก็ขอบใจเ้ามากนะ ตอนนี้ข้ารู้วิธีจะไปหาองค์หญิงแล้ว เพราะงั้นข้าจะช่วยเ้าให้ได้ถอนหมั้นกับองค์ชายเอง" เขาเริ่มกับมาพูดอย่างกระตือรือร้น
"เมื่อกี้ยังบอกว่าแต่งหรือไม่แต่งก็ช่างอยู่เลย" เธอพึมพัมเบาๆ
"...เ้าว่าอะไร ข้าไม่ค่อยได้ยิน"
"เปล๊า... "
"จะทำเสียงสูงทำไมเนี่ย!!"
"ก็บอกว่าไม่มีอะไรไงเล่า" เธอเริ่มบ่ายเบี่ยง
"...." เขาส่ายหัวเบาๆราวกับจะบอกเธอว่าอย่าไร้สาระ
ริโอน่าที่เห็นเขาเผยท่าทางที่น่าหงุดหงิดใจนิดหน่อย เธอจึงรีบเอ่ยขึ้น...
"แล้วนี่ท่านจะออกไปได้รึยัง อยู่นานๆเดี๋ยวคนอื่นมารู้ทีหลังเขาจะมององค์หญิงไม่ดีนะ"
"อะ!! จริงด้วย งั้นข้าขอตัวเลยแล้วกัน" เขาพูดพร้อมกับยืนขึ้น
เธอผายมือไปทางประตูอย่างไว " เชิญ..."
"เ้าก็ลุกมาเปิดประตูด้วยสิ!! ข้าเปิดมันได้ที่ไหนกัน มันมีเวทย์อยู่ที่ประตู เ้าน่าจะรู้ไม่ใช่หรอ"
"ค่าๆ... รับทราบ..." เธอลากเสียงยาวๆด้วยความเหนื่อยใจ
เธอเดินนำหน้าเขาเพื่อไปเปิดประตูให้ "แอ๊ดดดด" เสียงประตู
ไคโรที่กำลังจะเดินออกไปจากห้อง เขาได้หยุดเดินชั่วขณะและยืนอยู่ข้างๆริโอน่า
"มีอะไร?" เธอถามเขา
"ห้ามพูดแบบเมื่อกี้กับใครเด็ดขาด"
"ค่าๆ... น่ะหรอ" เธอแกล้งลากเสียงใส่เขา
"ชิ!!... ก็บอกว่าอย่าทำไง" เขาเริ่มชักสีหน้า
"ก็แล้วทำไมล่ะ..."
เขามองหน้าเธอแล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกับก้าวเดินต่อ
"ก็มันน่ารักเกินไปไงเล่า" เขาพึมพัมเบาๆคนเดียว
ไคโรที่ไม่ค่อยได้ัักับความน่ารักขององค์หญิงที่เขาหลงรักมากเท่าไหร่ เพราะปกติองค์หญิงจะดูสง่างามในสายตาของเขาเสมอ เมื่อเธอที่อยู่ในร่างขององค์หญิงทำท่าทีแบบนั้นออกมา เขาเลยคิดว่ามันน่ารัก เพราะนั่นเป็ใบหน้าขององค์หญิง
ส่วนริโอน่าฟังที่เขาบ่นพึมพัมไม่ชัด เธอจึงทำได้แค่ขมวดคิ้วและปิดประตูลงทันที