โจได้ยินก็กล่าวผ่านไมค์ด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เคารพผู้บังคับบัญชา ทุกคนหมอบเดี๋ยวนี้”
เสียงสั่งการสบายๆของเขาไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกกลัวแม้แต่น้อย กลับกันพวกเขายิ่งหัวเราะดังมากขึ้น
“เฮ้ยๆ แกรีบหมอบเร็วอย่าทำให้หัวหน้าโกรธ ฮ่าๆ”
“แกนั่นแหละหมอบ ก๊ากกก”
สีหน้ายิ้มแย้มของโจเปลี่ยนเป็เรียบเฉย ทันใดนั้นทุกคนก็รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกจนใบหน้าซีดเผือด ไม่นานทุกๆคนก็ล้มลงไปนอนกับพื้น ทุกคนเต็มไปด้วยความกลัวและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ดีมาก หลังจากนี้คลานต่ำรอบสนามคนละรอบ” โจออกคำสั่งต่อไปเขากลับมายิ้มอีกครั้ง
พอทุกคนได้ยินเสียงก็หันไปทางโจที่ยืนยิ้มแย้มอยู่บนเวที พวกเขารู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เพราะชายหนุ่มผู้นี้เป็คนทำ แต่ไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง
โจแบมือและปรากฏลูกไฟขึ้นในพริบตา เขางอนิ้วชี้ด้วยนิ้วโป้งแล้วดีดลูกไฟไปที่ท้ายแถว พอมันตกลงบนพื้นไฟก็ลุกโชนขึ้นมาจากนั้นไฟมันก็ค่อยๆลามมาที่ทหารฝึกหัด
“หากไม่อยากโดนไฟลวกก้นก็จงคลานต่ำรอบสนามซะ” โจพูดด้วยรอยยิ้ม แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นคือรอยยิ้มของปีศาจ
ไม่รู้เป็เพราะอะไรพวกเขาไม่สามารถลุกขึ้นได้ เหมือนถูกก้อนหินกดทับเอาไว้ทำได้เพียงใช้มือลากตัวเองไปบนพื้น
ทุกคนต่างคลานต่ำไปรอบสนามและกรีดร้องด้วยความกลัวว่าไฟจะเผาก้น ตอนนี้ไม่มีใครสงสัยแล้วว่าโจเป็หัวหน้าหรือไม่
ใช้เวลาอยู่ครึ่งชั่วโมงทุกคนก็คลานจนครบรอบสนาม จากนั้นพลังที่กดทับพวกเขาก็หายไปทุกคนค่อยๆพากันยืนขึ้น ใบหน้ายังคงซีดเผือดมองไปที่ชายหนุ่มบนเวทีด้วยแววตาหวาดกลัว
“จัดแถวให้เวลา 5 วินาที” โจสั่งด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนรีบเข้าแถวอย่างเป็ระเบียบด้วยความรวดเร็ว ไม่มีใครกล้าหัวเราะหรือพูดอะไรขึ้นมาอีก
“ขอโทษทีที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดไป ผมเป็หัวหน้าของพวกคุณจริงๆ” พูดเสร็จเขาก็นำตรามาติดไว้ที่อกซ้าย ทุกคนที่เห็นก็พากันสาปแช่งอยู่ในใจ แทนที่จะเอาขึ้นมาติดั้แ่แรกแต่ไม่ยอมทำเห็นได้ชัดว่าพยายามจะกลั่นแกล้งพวกเขา
เห็นทุกคนเงียบเขาก็พูดต่อ “วันนี้ที่เรียกมารวมตัวเพื่อมาดูว่าพวกคุณฝึกกันไปถึงไหนแล้ว ผมจะแนะนำพวกคุณทีละคน”
ทุกคนพากันตื่นเต้น เมื่อครู่พลังที่กดทับพวกเขาเห็นได้ชัดว่าเป็ของหัวหน้าคนใหม่ ไม่มีใครแคลงใจแม้แต่คนเดียว
“จงใช้พลังที่คิดว่าแรงที่สุด โจมตีมาที่ผมและผมจะประเมินพร้อมแนะนำ” โจชี้ไปที่คนแรกในแถว “คุณเป็คนแรก”
ชายอายุประมาณสิบเก้าปีก้าวเท้าขึ้นมา เขาลังเลว่าควรจะโจมตีดีไหม เพราะกลัวว่าโจจะาเ็
“เร็วๆหน่อย ยังมีคนอื่นรออยู่” โจกล่าวเร่งหลังจากเห็นท่าทางลังเลของชายคนนั้น
ชายคนนั้นสูดลมหายใจเกร็งพลังไว้ที่ฝ่ามือและกระแทกมันออกไป
ฟู่!!
เสียงกรีดร้องของสายลมพัดผ่านร่างของโจ มันรุนแรงถึงขนาดทำให้พื้นเกิดรอยเป็รูปตัว V โดยที่โจยืนอยู่หลังตัว V ในสายตาคนอื่นมันเป็การโจมตีที่รุนแรง แต่สำหรับโจนี่เป็เพียงลมที่ทำให้เขาคลายร้อน
เห็นท่าทางของโจที่ยังคงสบายดีทำให้ชายคนนั้นตกตะลึง เขาเค้นพลังทั้งหมดเพื่อโจมตีแต่กลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
“มีความเข้าใจเื่ลมค่อนข้างดี แต่การควบคุมพลังงานยังบกพร่องอยู่เยอะ หลังจากนี้ให้ทำตามการฝึกในสมุดหน้าที่ 8” โจมองใบหน้าของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเหงื่อแล้วอธิบายให้เขาฟัง
ชายคนนั้นพยักหน้าแข็งทื่อและเดินกลับไปเข้าแถว เขายังใไม่หาย
“เธอ…คนต่อไป” โจชี้ไปที่หญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งเธอยืนเข้าแถวเป็ลำดับสองต่อจากชายก่อนหน้า
หญิงสาวเต็มไปด้วยความมั่นใจ เธอจดจ่อไปที่ใบหน้าของโจ ทันใดนั้นโจก็รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังโจมตีจิตใจของเขา แต่พอเขาปลดปล่อยพลังออกมาเล็กน้อยพลังแปลกปลอมก็สลายหายไป หญิงสาวคนนั้นผงะไปหลายก้าว เธอหน้าซีดเป็ไก่ต้มเห็นได้ชัดว่าเธอโดนพลังตีกลับทำให้ได้รับความเสียหายแทน
“พลังโจมตีทางจิต ข้อได้เปรียบของมันคือสามารถเอาชนะคนที่มีระดับใกล้เคียงกันได้อย่างง่ายดาย แต่ข้อเสียคือหากระดับพลังต่างเกินไปมันจะไร้ผล นอกจากนี้เธอยังต้องคอยมองคนที่จะโจมตีอยู่ตลอดทำให้ไม่สามารถละสายตาไปได้ หากศัตรูมีกันหลายคนเธอจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบทันที หลังจากนี้ให้เธอฝึกตามหน้าที่ 14” โจพูดด้วยรอยยิ้ม
การโจมตีทางจิตเป็พลังในรูปแบบหนึ่ง มันไม่ใช่พลังสายธาตุแต่เป็พลังเฉพาะ มันมีข้อดีหลายอย่างแต่ก็มีข้อเสียที่เห็นได้ชัดเช่นกัน ผู้ที่มีพลังแบบนี้หากจะเก่งต้องเป็คนที่มีไหวพริบในระดับสูง
โจใช้เวลาทั้งหมดสิบชั่วโมงเพื่อแนะนำแก่ทุกคน เขาจะบอกถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละคนและแนะนำให้ฝึกตามในสมุดหน้าที่เขากล่าว พวกทหารฝึกหัดเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทุกคนกระตือรือร้นเป็อย่างมาก ตอนนี้พวกเขาเคารพโจเต็มหัวใจ ได้พบกับคนที่เก่งกาจและได้รับคำแนะนำ เป็ใครจะไม่ยินดีบ้างล่ะ?
ขณะที่โจกำลังเดินกลับไปที่ห้องพักเขาก็พบกับรินซึ่งกำลังยืนรอเขาอยู่
“อ้าวว่าไงริน ไม่เข้าใจตรงไหนหรือเปล่า?” โจกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม เขาได้แนะนำการฝึกตอนที่อยู่ในอาคารฝึกเหมือนคนอื่นๆ พลังของรินมีความเป็พิเศษมาก ด้วยพลังว่างเปล่าเธอจะไม่ถูกโจมตีด้วยพลังทางจิตและไม่ถูกััถึงตัวตนด้วยจิตัั เป็พลังที่เหมาะกับการลอบฆ่าอย่างดี แต่ช่างน่าเศร้าบุคลิกของเธอดันเป็สาวขี้อายซะได้ ตอนอยู่ในอาคารฝึกซ้อมเขาก็ได้บอกกับเธอว่าให้เยือกเย็นเข้าไว้
“ไม่ใช่เื่นั้นหรอกค่ะ…รินอยากชวนโจไปทานข้าว” ประโยคสุดท้ายเสียงของเธอเบาราวกับยุงบิน เธอรู้สึกน้อยใจที่โดนโจสั่งให้หมอบคลานไปรอบสนาม เธอเป็ผู้หญิงให้ทำแบบนี้มันทำให้เธออายอย่างมาก แต่เธอก็อยากขอบคุณที่เขาแนะนำการฝึกให้กับเธอ
“ได้สิ” โจตอบตกลงแทบจะทันที
“ให้ฉันเป็คนเลี้ยงนะคะ” รินพูดด้วยความดีใจ
“อื้ม…งั้นก็ไปเปลี่ยนชุดกันก่อนเถอะ อีกครึ่งชั่วโมงค่อยมาเจอกัน” โจพูดด้วยรอยยิ้ม รินพยักหน้าเหมือนไก่จิกและรีบวิ่งกลับที่พักเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุด เธอกำลังกังวลว่าควรจะใส่ชุดไหนไปดี
เห็นท่าทางกระตือรือร้นของหญิงสาวโจก็หัวเราะเล็กน้อยและเดินกลับห้องพัก เขาอายุยี่สิบปีเขารู้ดีว่าเธอมีความรู้สึกดีๆให้กับเขา เพราะในสหพันธ์เขาเป็ถึงพันเอกและมีสาวๆต่างเผ่าพันธุ์มายั่วยวนอยู่บ่อยครั้ง
แต่โจเคยคิดเอาไว้ว่าไม่อยากมีคนรัก ไม่งั้นเขาคงตอบรับความรักจากเมรีไปนานแล้ว เหตุผลที่เขาไม่อยากมีความรักเป็เพราะเขารู้ดีว่าตัวเองต้องเสี่ยงอันตรายอยู่ตลอดและหากวันใดเขาเกิดพลาดท่าและตายขึ้นมามันจะทำให้เธอเสียใจ