“คนสวยของผม วันนี้อารมณ์เสียอะไรมาอีกแล้ว” ต้วนจงซานกอดฉินซิ่วหลานแล้วจุมพิตเธอหนักๆ “อารมณ์ดีขึ้นบ้างหรือยัง”
ฉินซิ่วหลานถูกต้วนจงซานจูบอยู่นานก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย “ฉันไม่คิดเลยว่าพี่จะเป็นคนร้อนแรงและถึงใจขนาดนี้ มิน่าล่ะ ฉินซูเม่ยถึงไม่อยากให้คุณหมอลี่ผู้แสนบอบบางคนนั้นคบกับพี่”
“เธอหมายความว่ายังไง” ต้วนจงซานขมวดคิ้ว
“ความจริงฉันก็ไม่อยากเล่าเรื่องในอดีตให้พี่ฟังนักหรอก เพราะยังไงเรื่องของพี่กับคุณหมอลี่ก็ผ่านมานานแล้ว อีกอย่างตอนนี้คุณหมอลี่ก็แต่งงานไปแล้วด้วย ได้ยินว่าเธอกำลังท้องอยู่ด้วยนะ”
หลังจากที่ฉินซิ่วหลานทะเลาะกับซูซ่างจิ่น เธอก็เริ่มออกเที่ยวกลางคืน จนวันหนึ่งเธอได้มาเจอกับต้วนจงซานที่เป็นลูกค้าประจำของบาร์เหล้าที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเช่าของเธอมากนัก
ฉินซิ่วหลานจำหนุ่มหล่ออย่างต้วนจงซานได้ในทันที เพราะเธอเคยเจอเขาอยู่กับคุณหมอลี่เยี่ยนฟางที่โรงพยาบาลบ้านเกิดอยู่หลายครั้ง และตอนที่ลี่เยี่ยนฟางประกาศเลิกกับต้วนจงซานต่อหน้าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล รวมถึงที่เหอเจียวเจียวยอมรับต่อหน้าทุกคนว่าเธอคือคนรักของต้วนจงซาน ตอนนั้นฉินซิ่วหลานก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือเมื่อทุกคนแยกย้ายกันไป ฉินซิ่วหลานกลับยืนแอบฟังลี่เยี่ยนฟาง ฉินซูเม่ย และไป๋จิ้งถิงยืนสนทนากันต่อ
ฉินซิ่วหลานถึงได้รู้ว่าที่เหอเจียวเจียวไปประกาศตัวว่าเป็นคนรักของต้วนจงซานก็เพราะฉินซูเม่ยกับไป๋จิ้งถิงเป็นคนวางแผนทั้งหมด เพราะฉินซูเม่ยไม่อยากให้ลี่เยี่ยนฟางแต่งงานกับต้วนจงซาน
“เธออยากบอกอะไรฉันกันแน่” ต้วนจงซานถาม เมื่อนึกไปถึงอดีตคนรัก ต้วนจงซานรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก หากเขาได้แต่งงานกับลี่เยี่ยนฟาง ป่านนี้เขาคงได้ทำงานที่มีหน้ามีตาไปแล้ว เขาคงไม่ต้องมาเป็นแค่ผู้ช่วยอยู่ในร้านขายเสื้อผ้าเล็กๆ อย่างนี้ คิดถึงตรงนี้เขาก็อยากจะกลับไปซ้อมเหอเจียวเจียวอีกสักรอบ
“พี่คิดว่าเรื่องที่คุณหมอลี่บอกเลิกกับพี่ แล้วยังเรื่องที่เหอเจียวเจียวไปประกาศว่าเธอเป็นคนรักของพี่ต่อหน้าคนมากมายที่โรงพยาบาล มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่ผู้หญิงสองคนไปเจอพี่พร้อมกันหรือไงคะ” ฉินซิ่วหลานยกเหล้าขึ้นมาดื่ม “ถ้าฉันจะบอกว่าเรื่องทั้งหมดมีคนคอยวางแผนอยู่เบื้องหลัง พี่จะเชื่อฉันไหม”
“เธอรู้อะไรก็รีบพูดมาเร็วๆ” ต้วนจงซานเคยคิดถึงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เขาแอบคบผู้หญิงคนอื่นลับหลังลี่เยี่ยนฟางนั้นคือเรื่องจริง แต่ทุกครั้งที่เขานัดเจอผู้หญิงคนใหม่หรือนัดเจอกับเหอเจียวเจียว ก็มีแค่ที่สโมสรที่เขามักจะไปสังสรรค์กับเพื่อนเท่านั้น ซึ่งลี่เยี่ยนฟางไม่น่าจะรู้จักสถานที่แบบนั้น ส่วนเรื่องที่เหอเจียวเจียวมาปรากฏตัวที่โรงพยาบาลก็ดูจะพอเหมาะพอเจาะเกินไป แต่หาเหตุผลเท่าไหร่เขาก็คิดไม่ออก เขาจึงเลิกคิดและพาเหอเจียวเจียวกลับมาอยู่ที่ปักกิ่ง
“ความจริงแล้วเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะฉินซูเม่ยกับไป๋จิ้งถิง พวกเขา...” ฉินซิ่วหลานเล่าสิ่งที่เธอได้ยินในวันนั้นให้ต้วนจงซานฟังอย่างละเอียด “เรื่องมันก็เป็นอย่างนี้ล่ะค่ะ”
ต้วนจงซานตบโต๊ะเสียงดัง “ฉันก็นึกไว้อยู่แล้วว่ามันต้องมีคนคอยมายุยงความสัมพันธ์ของฉันกับเยี่ยนฟางอยู่แน่ๆ”
“ตอนนี้ฉินซูเม่ยกับไป๋จิ้งถิงย้ายมาอยู่ปักกิ่งกันแล้วนะคะ”
“พวกเขาอยู่ที่ไหนมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน อีกอย่างฉันกับเยี่ยนฟางก็คงจะกลับไปคบกันไม่ได้ เราทั้งคู่ต่างก็แต่งงานแล้ว”
“พี่กับคุณหมอลี่กลับไปคบกันไม่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าพี่จะแก้แค้นคนที่ทำลายความรักของพี่กับคุณหมอลี่ไม่ได้นี่คะ”
“นั่นสินะ” ต้วนจงซานทำท่าคิด “แต่ฉินซูเม่ยเป็นพี่สาวของเธอ ถ้าฉันทำรุนแรงกับหล่อน เธอจะรับได้เหรอ”
“ฉินซูเม่ยตัดความสัมพันธ์กับครอบครัวฉันไปแล้ว หล่อนไม่ใช่พี่สาวของฉันแล้ว อีกอย่างต่อให้พี่จะทำร้ายหล่อนจนเสียโฉมหรือพิการฉันก็ไม่ว่า เพราะฉันก็เกลียดนังนั่นมากเหมือนกัน”
“ทำไมล่ะ” ต้วนจงซานถามอย่างสนใจ “หล่อนทำอะไรให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจ หรือว่า...หล่อนคิดจะแย่งสามีของเธอ”
“พี่ไม่ต้องมาถามฉันหรอก เอาเป็นว่าพี่อยากแก้แค้นคนที่ทำลายความรักของพี่หรือเปล่า”
ต้วนจงซานมองดูสภาพของตัวเองตอนนี้ก็เห็นด้วยกับความคิดของฉินซิ่วหลาน ที่เขาต้องมาตกต่ำและได้แต่งภรรยาที่เชิดหน้าชูตาไม่ได้อย่างเหอเจียวเจียวก็เพราะฉินซูเม่ยกับไป๋จิ้งถิงยื่นมือเข้ามายุ่ง ต่อให้เขากับลี่เยี่ยนฟางจะกลับไปแต่งงานกันไม่ได้ แต่คนที่มันกล้ามายุ่งกับเรื่องของเขา เขาไม่มีทางปล่อยไป “เธอเล่าเรื่องของฉินซูเม่ยกับไป๋จิ้งถิงให้ฉันฟังอย่างละเอียด”
ฉินซิ่วหลานรู้ได้ทันทีว่าต้วนจงซานเห็นด้วยกับความคิดของเธอ เธอจึงเล่าเรื่องของฉินซูเม่ยให้ต้วนจงซานฟังอย่างไม่มีตกหล่น ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้ฉินซูเม่ยอาศัยอยู่ที่ไหน ทำกิจการอะไรอยู่ ลูกชายและลูกสาวสามคนของเธอเรียนอยู่โรงเรียนไหน และใครเป็นคนไปส่งเด็กทั้งสามคนที่โรงเรียน รวมถึงไป๋จิ้งถิงมักจะออกไปซื้อวัตถุดิบเข้าร้านเวลาไหน ฉินซิ่วหลานก็พูดออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว
เป็นเพราะตั้งแต่ที่ฉินซิ่วหลานเห็นต้วนจงซานอยู่ในบาร์ เธอก็จำเขาได้ในทันทีและคิดว่าจะต้องดึงเขาให้เข้ามาแก้แค้นฉินซูเม่ยให้ได้ ดังนั้นเธอจึงจ้างให้คนไปเฝ้าดูพฤติกรรมของคนในครอบครัวของฉินซูเม่ยทั้งหมดไว้รอแล้ว
“จิ้งถิง นายรู้ไหมว่ามีคนคอยจับตาดูนายอยู่” หลังจากที่ไห่อู๋เซินซื้อที่ดินเพื่อทำสวนผลไม้ เมื่อส่งภรรยาไปทำงานที่โรงพยาบาลเสร็จ เขาก็จะมาหาไป๋จิ้งถิงเพื่อไปดูสวน จากนั้นก็จะกลับมาทานข้าวที่ร้านทุกวัน ด้วยความที่เขาเป็นทหารและได้ออกไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงอันตรายอยู่เป็นประจำ เขาจึงสังเกตเห็นความผิดปกติรอบข้างได้ทันที
“รู้สิ” ไป๋จิ้งถิงตอบ เขาก็สังเกตเห็นว่ามีคนแปลกหน้ามาคอยดูความเคลื่อนไหวของครอบครัวเขาอยู่เหมือนกัน
“รู้แล้วนายยังทำเฉยอยู่อีก จะไม่จัดการอะไรเลยเหรอ”
“นายคิดว่าที่ฉันไปจ้างลูกน้องทหารปลดประจำการเพื่อให้พวกเขามาทำสวนอย่างเดียวหรือไง”
ไห่อู๋เซินยิ้มแล้วถามอย่างสนใจ “นายรู้แล้วใช่ไหมว่าคนที่ส่งเจ้าพวกกระจอกนี้มาเป็นใคร?”
“รู้แล้ว แต่ในเมื่อพวกมันยังไม่ลงมือ เราก็ยังจัดการกับพวกมันไม่ได้”
“มันก็ถูกของนาย ถ้าพวกมันยังไม่ลงมือ เราก็จับพวกมันไปส่งตำรวจไม่ได้”
“ว่าแต่ใครเป็นคนส่งเจ้าพวกนี้มา”
“ต้วนจงซาน”
“ต้วนจงซาน? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินคนชื่อนี้มาก่อน เขาไม่ใช่คนร้ายที่เราไปกวาดล้างตอนเป็นทหารใช่ไหม”
“ไม่ใช่” ไป๋จิ้งถิงมองไห่อู๋เซิน “ความจริงแล้วต้วนจงซานก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายอยู่เหมือนกัน”
“เกี่ยวข้องกับฉัน? ไม่นะ ฉันไม่เคยรู้จักกันชื่อนี้เลยสักคน” ไห่อู๋เซินทวนชื่อต้วนจงซานอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ยังนึกไม่ออก
“ต้วนจงซานเป็นอดีตคนรักของพี่เยี่ยนฟาง พวกเขารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่พี่เยี่ยนฟางไปเป็นคุณหมอที่อำเภอบ้านเกิดของฉัน พวกเขาเกือบได้แต่งงานกันด้วยนะ ถ้าไม่เพราะฉันกับซูเม่ยช่วยไว้ พี่เยี่ยนฟางคงได้แต่งงานกับผู้ชายเลวคนนั้นไปแล้ว และนายก็คงจะไม่ได้มาแต่งงานกับพี่เยี่ยนฟางแน่นอน”
ไห่อู๋เซินสนใจขึ้นมาทันที “นายเล่าเรื่องทั้งหมดมาให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้เลย เล่าให้ละเอียดด้วยนะ”
“ทำไม หึงเหรอ?” ไป๋จิ้งถิงยิ้มถาม
“หึงบ้าอะไร! ฉันไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย แต่ฉันเป็นห่วงความปลอดภัยของภรรยากับลูกที่ยังอยู่ในท้องต่างหาก”
ไป๋จิ้งถิงเล่าเรื่องของลี่เยี่ยนฟางกับต้วนจงซานให้ไห่อู๋เซินฟังอย่างละเอียด จากนั้นสองหนุ่มก็เตรียมแผนรับมือหากคนร้ายเริ่มลงมือกับครอบครัวของพวกเขา แต่สองหนุ่มก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ฉินซูเม่ยกับลี่เยี่ยนฟางรู้ เพราะพวกเขาไม่อยากทำให้เธอกับเด็กๆ กลัว
อีกอย่างลูกน้องทหารที่ไป๋จิ้งถิงจ้างมาก็ไม่ใช่ธรรมดา รอแค่ให้ต้วนจงซานลงมือ ลูกน้องของเขาก็พร้อมจะปฏิบัติการเก็บกวาดและจับต้วนจงซานส่งให้ตำรวจอยู่แล้ว
“คุณแม่!” ซูซ่างเฉวียนวิ่งเข้าไปหาฉินซิ่วหลานอย่างดีใจ “คุณแม่หายไปไหนมาหลายวันครับ ผมคิดถึงคุณแม่มากๆ เลย”
ฉินซิ่วหลานทะเลาะกับซูซ่างจิ่นจนไม่สนใจลูกชาย อีกทั้งเธอยังขนของออกไปอยู่ห้องเช่าที่เธอเช่าไว้ทำกิจกรรมคู่รักกับต้วนจงซาน แต่อย่างไรซูซ่างเฉวียนก็เป็นลูกชายแท้ๆ เมื่อเธอไม่เจอหน้าเขาหลายวัน เธอก็อดที่จะคิดถึงลูกชายไม่ได้
“แม่เรียนหนักแล้วยังต้องทำงานพิเศษหาเงินอีก แม่ก็เลยไม่ว่างมาอยู่กับลูกน่ะจ้ะ” ฉินซิ่วหลานตอบพร้อมกับลูบศีรษะลูกชาย
“วันนี้คุณแม่จะกลับมานอนที่บ้านเราไหมครับ”
“นอนสิจ๊ะ วันนี้แม่ตั้งใจจะเล่านิทานให้ลูกฟังหลายเรื่องเลยล่ะ” ฉินซิ่วหลานมองเข้าไปในโรงเรียนแล้วถามลูกชาย “ลูกเห็นลูกๆ ของคุณอาซูเม่ยเดินออกมาหรือยัง”
“พี่เจ๋อชิงกับพี่เสี่ยวหลินนั่งรอคุณอาซูเม่ยอยู่ที่สนามเด็กเล่นครับ คุณครูไม่อนุญาตให้ออกมานอกโรงเรียนถ้าไม่มีผู้ปกครองมารับ”
“แล้วไป๋เจียวเจียวล่ะจ๊ะ” ฉินซิ่วหลานถามอย่างตื่นเต้น ปกติแล้วเด็กทั้งสามคนจะไม่แยกจากกัน วันนี้นอกจากเธออยากมาหาลูกชายแล้ว เธอยังตั้งใจจะมาแยกลูกคนใดคนหนึ่งของฉินซูเม่ยออกไป เพื่อให้คนของต้วนจงซานได้ลงมือ แต่ไม่คิดว่าวันนี้เธอจะไม่ต้องลงมือ แต่เด็กคนนั้นกลับแยกตัวจากพี่ชายและพี่สาวไปเอง “ลูกรู้ไหมว่าไป๋เจียวเจียวอยู่ที่ไหน”
“รู้ครับ ผมเห็นพี่เจียวเจียวเดินไปทางห้องน้ำ”
“เฉวียนเฉวียน ลูกรอแม่อยู่ตรงนี้ก่อนนะจ๊ะเดี๋ยวแม่กลับมา”
“พวกแกจะทำอะไร!” เหอเจียวเจียวเห็นคนร้ายกำลังอุ้มไป๋เจียวเจียวและเตรียมที่จะปีนรั้วโรงเรียนเพื่อหลบหนี
“อย่ามายุ่งนะนังหน้าผี” อันธพาลคนหนึ่งตวาด “ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็หนีไปไกลๆ”
“แกจะลักพาตัวเด็กใช่ไหม แกปล่อยเธอเดี๋ยวนี้นะ ถ้าแกไม่เชื่อ ฉันจะตะโกนให้คนมาช่วยเดี๋ยวนี้เลย” เหอเจียวเจียวสองจิตสองใจว่าจะวิ่งออกไปแล้วเรียกให้คนมาช่วยหรือเธอจะวิ่งเข้าไปแย่งไป๋เจียวเจียวมา แต่ดูจากรูปร่างของคนร้ายทั้งสาม เธอสู้คนพวกนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน เธอจึงตัดสินใจหันหลังกลับแต่ก็ไม่ลืมที่จะตะโกน “ช่วยด้วย! มีโจรขโมยเด็ก!”