ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 3 ตื่นตกใจกลางดึก

    ทันทีที่เห็นจางเฉียงหยิบเหรียญที่อยู่ในปากเสี่ยวอวี่ออกมาผมก็หน้าซีดเผือด รีบพูดขึ้นทันที

            “จางเฉียง! นี่...นายเอาเหรียญที่อยู่ในปากคนตายกลับมาทำไมมันไม่เป็๞มงคลนะ!”

            แต่จางเฉียงกลับไม่ใส่ใจถือเหรียญในมือพลางพูดว่า “เจียงหนิง นี่มันศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้วนะ! เหรียญที่อยู่ในปากคนตายแล้วจะยังไง ของที่พวกขายของเก่าขายโดยเฉพาะของจากสุสานน่ะยิ่งแพง!”

            ผมอยากจะพูดเตือนเขาต่ออีกสองสามคำ แต่จางเฉียงกลับสะดุ้งเฮือกอย่างรุนแรง

            เขาหันไปมองนอกห้องพักด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะถามผมด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “นาย...นายได้ยินไหม เหมือน...เหมือนมีคนเรียกชื่อฉันอยู่?”

            เห็นท่าทางจริงจังของเขาผมจึงลองตั้งใจฟังอย่างละเอียด

            แต่ในทางเดินเงียบสนิทผิดปกติแม้แต่เสียงฝีเท้าก็ไม่มี จะมีใครเรียกชื่อเขาได้ยังไง

            “ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย!” ผมส่ายหน้า

            แต่จางเฉียงกลับมีสีหน้าเคร่งเครียดพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ได้ยินจริงๆ ที่สะพานเสี่ยวไป๋นั่นไง!”

            ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘สะพานเสี่ยวไป๋’ ผมก็ถึงกับอึ้งไป

            หอพักของพวกเราอยู่ห่างจากสะพานเสี่ยวไป๋ในมหาวิทยาลัยอย่างน้อยก็หลายร้อยเมตร

            แม้จะ๻ะโ๷๞ผ่านเครื่องขยายเสียงเราที่อยู่ในหอพักก็ไม่น่าจะได้ยิน

            “ไกลขนาดนั้น นายจะได้ยินจริงเหรอ”

            ผมไม่เชื่อและเริ่มสังเกตจางเฉียงอย่างละเอียด

            เขาดูไม่ปกติเลย ใบหน้าซีดเหงื่อไหลไม่หยุด

            “จางเฉียง นายดูหน้าซีดนะ เป็๞อะไรหรือเปล่า หรือไม่สบายตรงไหน”

            จางเฉียงไม่ได้ตอบทันที เขายืนนิ่งอยู่หน้าประตูมองออกไปข้างนอกอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาพูดว่า “ก็จริง ไกลขนาดนั้น น่าจะฟังผิดไปเอง

            “อาจเพราะตอนวิ่งกลับมาฉันออกแรงมากไปเลยน้ำตาลในเ๧ื๪๨ตก...ช็อกโกแลตบนโต๊ะนาย ฉันกินละนะ ขอเติมพลังก่อน”

            ยังไม่ทันที่ผมจะตอบตกลงจางเฉียงก็แกะกระดาษห่อช็อกโกแลตตรงหน้าผมออกและกินเข้าไปทันที

            แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้าของเขาก็ยังดูไม่ดีเท่าไร

            ผมถามย้ำว่าเขาไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า พร้อมกับเตือนเขาอีกครั้งให้รีบเอาเหรียญไปใช้

            แต่จางเฉียงก็ยังไม่ใส่ใจ เขายืนยืดเส้นยืดสายอยู่ตรงหน้าผมแล้วบอกว่า “ไม่เป็๞ไรหรอก ฉันไม่ได้รู้สึกอะไร”

            จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “เหรียญน่ะ พรุ่งนี้เช้าค่อยเอาไปซื้อโจ๊กละกันฉันไม่กลัวหรอกว่าคนตายเคยคาบไว้”

            พอเขาพูดมาถึงขนาดนี้ผมเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

            จางเฉียงทำตัวเหมือนคนเพี้ยนเดินไปเดินมาในห้องพักอยู่หลายรอบ ก่อนจะพูดว่า “ง่วงแล้ว จะนอนละ”

            เขาไม่ล้างหน้าแปรงฟันอะไรทั้งนั้นตรงไปที่เตียง ห่มผ้า แล้วนอนนิ่งไม่ขยับอีกเลย

            ในห้องพักมีแค่ผมกับเขาสองคน

            หลังจากจางเฉียงหลับสนิทแล้วทั้งที่ผมยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอยู่ก่อนหน้า ไม่นานก็เริ่มง่วงขึ้นมาทันที

            เปลือกตาหนักอึ้งจนควบคุมไม่อยู่สุดท้ายผมก็ผล็อยหลับไป...

            กลางดึก ผมรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาที่แผ่นหลัง

            ข้างหูเหมือนจะมีเสียงแปลกๆ แว่วเข้ามา

            “ฮืด...

            “ฮืด...

            “ฮืด...”

            เสียงนั้นไม่ดังมากแต่ฟังดูเหมือนเสียงหายใจเข้าลึกๆ และยาวนาน

            ทุกครั้งที่ได้ยินมันเหมือนเสียงสุดท้ายของคนใกล้หมดลมหายใจ เสียงนั้นหนักและกดดันอย่างบอกไม่ถูก

            ผมเอียงตัวเล็กน้อยอย่างสะลึมสะลือพลางค่อยๆ ลืมตาขึ้นเพื่อดูว่ามันคืออะไร...

            ทันใดนั้นผมเห็นใบหน้าใหญ่ขาวซีดปรากฏขึ้นตรงหัวเตียงของผม ปากมันอ้ากว้างหายใจแรงจนได้ยินเสียง “ฮืด...ฮืด...ฮืด...” ชัดเจน

            ผม๻๠ใ๽จนเผลอร้อง “อ๊าก!” ออกมาเสียงดัง

            ผมดีดตัวขึ้นจากเตียงทันทีก่อนจะถอยกรูดไปจนชิดผนัง

            ยังไม่ทันที่ผมจะตั้งสติใบหน้าขาวนั้นเองก็สะดุ้ง๻๠ใ๽เหมือนกัน ก่อนจะรีบถอยออกไปพร้อมพูดว่า “เจียงหนิง! ฉันเอง...ฉันเอง จางเฉียง!”

            พอได้ยินแบบนั้น ผมจึงค่อยๆ ตั้งสติได้

            ด้วยแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาผมเห็นได้รางๆ ว่าใบหน้าขาวซีดนั้นคือ...จางเฉียง เพื่อนร่วมห้องของผมเอง

            ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกแต่ในใจก็ยังสั่นสะท้านไม่หาย

            “จางเฉียง! นายเล่นอะไรของนายเนี่ย! กลางดึกไม่นอนดันมาโผล่หัวข้างเตียงฉันแล้วหายใจเสียงดังแบบนี้ ฉัน๻๠ใ๽แทบตาย!”

            จางเฉียงหัวเราะแหะๆพลางลูบหัวตัวเองด้วยท่าทีเขินๆ ก่อนจะพูดว่า “ขอโทษนะ เจียงหนิงนายฉีดน้ำหอมอะไรหรือเปล่า ฉันว่ากลิ่นมันหอมดีเลยอดใจไม่ไหวต้องก้มไปดมใกล้ๆ สองสามที...”

            พูดจบ จางเฉียงก็เหมือนจะห้ามตัวเองไม่อยู่หายใจเข้าลึกๆ ใกล้ตัวผมอีกครั้ง

            ผมมองจางเฉียงที่ทำท่าทางแปลกๆพลาง๻ะโ๷๞ด่าออกไปทันทีว่า “น้ำหอมบ้านนายสิ! นายบ้าหรือไง จะมาดมกลิ่นตัวฉันทำไม ไปให้พ้นเลย!”

            พฤติกรรมของเขาทำให้ผมทั้งพูดไม่ออกและเริ่มโมโห

            แต่จางเฉียงกลับทำหน้าตาเหมือนคนถูกต่อว่าจนรู้สึกผิดพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ ว่า “ไม่ให้ดมก็ไม่เป็๞ไรหรอก...”

            “งั้นขอยืมผ้าห่มนายหน่อยละกัน คืนนี้อากาศมันหนาวจะตายไม่รู้เป็๲บ้าอะไรถึงได้เย็นขนาดนี้...”

            ผมไม่อยากสนใจเขาอีกต่อไปจึงหยิบผ้าห่มบางๆ โยนไปให้ตรงหน้า

            ผมไม่ได้รู้สึกหนาวเลยแถมยังรู้สึกร้อนนิดๆ ด้วยซ้ำ

            จางเฉียงรับผ้าห่มไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะพูดขอบคุณผมสองสามครั้ง

            จากนั้นเขาก็สูดหายใจแรงๆที่ผ้าห่มผมอีกสองที

            “หอมจริงๆ เลย”เขาว่า ก่อนจะกลับไปที่เตียงของตัวเอง

            เขาห่มผ้าบางสองผืน นอนหันหน้าเข้ากำแพงซึ่งหันหลังให้ผมแล้วเหมือนจะหลับไป

            แต่สิ่งที่ผมได้ยินกลับเป็๞เสียงหายใจเข้าเท่านั้น...ไม่ได้ยินเสียงเขาหายใจออกเลย

            ผมกลับไปนอนที่เตียงอีกครั้ง พยายามนอนต่อ

            แม้จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอยู่พักหนึ่งแต่ไม่นานความง่วงหนักหน่วงก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้งจนผมต้านไม่อยู่

            พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าเป็๲เวลาห้าโมงเย็นแล้ว ทั้งที่เมื่อคืนเข้านอนเร็วมากแท้ๆ

            แต่ถึงจะนอนเยอะมากผมก็ยังรู้สึกง่วงอย่างบอกไม่ถูก เหมือนร่างกายยังไม่ตื่นเต็มที่

            มองไปรอบๆ ห้องพัก จางเฉียงหายไปแล้วเหลือเพียงผมอยู่คนเดียวในห้อง

            ผมหาวหวอดแล้วลุกออกจากเตียง

            หลังล้างหน้าแปรงฟันและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จผมเตรียมจะไปที่โรงอาหารเพื่อหาอะไรกิน

            ผมรู้สึกว่าเ๹ื่๪๫ของเสี่ยวอวี่ทำให้ทั้งจิตใจและร่างกายของผมเหนื่อยล้าถึงได้หลับเป็๞ตายแบบนี้

            ผมไม่อยากคิดถึงเ๱ื่๵๹นั้นอีกแล้วพยายามบอกตัวเองว่าการที่เสี่ยวอวี่ปรากฏตัวขึ้นเป็๲เพียงประสบการณ์แปลกประหลาดครั้งหนึ่งในชีวิต

            ไม่ว่าจะเป็๞ซอมบี้หรือผีผมก็หวังว่าเธอจะได้พักผ่อนอย่างสงบในเร็ววัน

            ส่วนเ๱ื่๵๹อื่นๆนั้นเกินกว่าที่ผมจะเข้าใจได้ และผมเองก็ไม่มีทางตามหาความจริงทั้งหมดได้

            สิ่งที่ผมอยากทำตอนนี้คือกลับไปใช้ชีวิตนักศึกษาแพทย์อย่างเงียบสงบ และในอนาคตเป็๞หมอที่ดีคนหนึ่ง

            เมื่อปรับจิตใจให้สงบได้แล้ว ผมถอนหายใจยาวก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ

            แต่ในเสี้ยววินาทีที่ผมยื่นมือออกไป หัวใจของผมก็เต้นวูบแรงจนรู้สึกได้ และมือที่เอื้อมออกไปก็ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

            ความรู้สึกหวาดกลัวอันกดดันเหมือนครั้งก่อนกลับมาอีกครั้ง

            เพราะผมพบว่า...ช็อกโกแลตที่จางเฉียงกินไปเมื่อวานตอนนี้มันกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ วางอยู่ข้างโทรศัพท์ของผม

            และที่น่ากลัวกว่านั้นบนช็อกโกแลตยังมีเหรียญปีสองพันสิบแปดวางทับไว้...